งูเห่า

สุดเศร้า! หลานบอกรักยาย ก่อนถูกงูกัดดับ

เรื่องเศร้าสะเทือนใจ! ยายช็อกเมื่อหลานชายโทรศัพท์มาบอกรัก ก่อนจะบอกว่าถูกงูกัด และสิ้นใจคาสายโทรศัพท์อย่างน่าเวทนา พบงูเห่าขนาดใหญ่อยู่ในที่เกิดเหตุ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ตุลาคม 2568 ร.ต.อ.ธนกร รัตนวิไล รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางเสาธง พร้อมด้วยแพทย์นิติเวชสถาบันรามาจักรีนฤบดินทร์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกันตรวจสอบสภาพศพของ นายใหม่ อายุ 39 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องทำงานของบ้านพักชั้นสอง ในตำบลศีรษะจรเข้ใหญ่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบร่องรอยบาดแผลจากเขี้ยวงูที่ข้อมือข้างซ้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพและทำแผนที่ที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ส่งชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ณ นิติเวชสถาบันรามาจักรีนฤบดินทร์ สมุทรปราการ

ส่วน “คู่กรณี” อย่างงูเห่า ทางตำรวจได้ประสานอาสาสมัครผู้เชี่ยวชาญด้านการจับงู ให้นำอุปกรณ์มาจับงูเห่าตัวดังกล่าว ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ยาวเกือบ 1 เมตร

คุณยายเล็ก อายุ 74 ปี ผู้เป็นยายของผู้เสียชีวิต เล่าด้วยความเศร้าโศกว่า เมื่อเวลาประมาณ 06.40 น. หลานชายได้โทรศัพท์มาหา และถามว่า “ยายรักหลานคนนี้ไหม” ตนก็ตอบกลับไปว่า “ยายรักหลาน รักมาก” จากนั้นหลานชายก็บอกว่า “ตนถูกงูเห่ากัด” และหากเป็นอะไรไปก็ขอให้ยายช่วยจัดการเรื่องต่างๆ ให้ด้วย หลังจากนั้นเสียงก็เริ่มผิดปกติ ลิ้นแข็ง พูดจาไม่รู้เรื่อง ก่อนที่เสียงจะเงียบหายไป ตนจึงรีบโทรศัพท์บอกหลานสาวอีกคนให้รีบมาดู เมื่อญาติพี่น้องมาถึงก็พบว่าหลานชายได้เสียชีวิตแล้ว ญาติพยายามปั๊มหัวใจและโทรศัพท์เรียกหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ทันการณ์ ซึ่งปกติหลานชายจะพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้เพียงคนเดียว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการควบคุมตัวงูเห่าตัวดังกล่าวใส่ถุงซิปล็อกอย่างแน่นหนา ก่อนจะส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.บางโฉลง เพื่อนำส่งสถานเสาวภา ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตวัคซีนและเซรุ่มสำหรับป้องกันและรักษาโรคพิษสุนัขบ้า พิษงู และโรคไข้ทรพิษ หลังจากนั้นก็จะมีการปล่อยงูเห่าคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

ยายช็อก! หลานชายโทรบอกรัก ก่อนถูกงูกัดเสียชีวิต

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราตระหนักถึงอันตรายจากสัตว์มีพิษที่อาจแฝงตัวอยู่ใกล้ตัวเรา ควรระมัดระวังและสังเกตสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่สัตว์เลื้อยคลานมักจะออกมาจากที่ซ่อนเพื่อหลีกหนีน้ำท่วม

สิ่งที่ควรทำเมื่อถูกงูกัด

หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ถูกงูกัด สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องเพื่อลดความรุนแรงของพิษงู และเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต ดังนี้

  • โทรแจ้ง 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน
  • ล้างแผล ด้วยน้ำสะอาดและสบู่
  • พันผ้ายืด บริเวณเหนือแผลให้แน่นพอประมาณ เพื่อชะลอการแพร่กระจายของพิษงู
  • ดามบริเวณที่ถูกกัด ให้อยู่นิ่งๆ เพื่อลดการเคลื่อนไหว
  • สังเกตลักษณะงู ถ้าเป็นไปได้ ให้จดจำลักษณะของงูที่กัด เพื่อแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • อย่า พยายามจับงู หรือทำร้ายงู เพราะอาจถูกกัดซ้ำได้
  • อย่า ใช้ปากดูดพิษงู เพราะอาจทำให้พิษงูเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น
  • อย่า ประคบร้อน หรือเย็น บริเวณที่ถูกกัด

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต และเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตเมื่อถูกงูกัด ดังนั้น การมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

อุทาหรณ์จากเหตุการณ์เศร้า: หลานบอกรักยาย ก่อนถูกงูกัด

เรื่องราวอันน่าเศร้าสลดนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของการดูแลเอาใจใส่คนที่เรารัก ควรแสดงความรักและความห่วงใยต่อกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต

การจากไปอย่างกะทันหันของหลานชาย ทำให้คุณยายต้องเผชิญกับความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ คงไม่มีอะไรที่จะมาทดแทนความรักและความผูกพันที่เคยมีต่อกันได้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอให้ดวงวิญญาณของหลานชายไปสู่สุคติ

งูกัด เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การป้องกันจึงสำคัญกว่าการรักษา หมั่นดูแลบ้านเรือนให้สะอาดเรียบร้อย กำจัดแหล่งที่อยู่อาศัยของงู และระมัดระวังเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – ยายช็อก หลานชายโทรบอกรัก ก่อนบอกถูก “งูกัด” สุดเศร้าสิ้นใจคาสายโทรศัพท์

งูเห่ากัด! ยาย 93 ตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังงูเห่าฉก


หลานเล่านาที ยายวัย 93 ตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังงูเห่าเลื้อยขึ้นเตียงฉกนิ้ว

เรื่องราวสุดระทึก! หลานชายเผยนาทีชีวิตเมื่อคุณยายวัย 93 ปี ต้องเผชิญหน้ากับงูเห่าขณะนอนหลับพักผ่อน เคราะห์ดีที่ญาติได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที ล่าสุดอาการของคุณยายปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อนางทอง ประทุมทอง อายุ 93 ปี ถูกงูเห่าฉกขณะนอนหลับอยู่บนเตียงใต้ถุนบ้านในจังหวัดเพชรบูรณ์ ญาติๆ รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ซึ่งข่าวนี้ได้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

หลานเล่านาที ยายวัย 93 ตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังงูเห่าเลื้อยขึ้นเตียงฉกนิ้ว

นายสุวัฒน์ ดีขะนุ หลานชายของคุณยายทอง เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนกำลังซ่อมเครื่องยนต์อยู่หน้าบ้าน ซึ่งห่างจากจุดที่คุณยายนอนพักผ่อนไม่ไกลนัก ได้ยินเสียงคุณยายร้องเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อวิ่งเข้าไปดูก็พบร่องรอยถูกงูกัดที่นิ้วกลางข้างซ้าย จึงรีบนำตัวคุณยายส่งโรงพยาบาลทันที

ภาพประกอบข่าว
ภาพประกอบข่าว (เครดิต: ไทยรัฐออนไลน์)

“ตอนนั้นตกใจมาก ไม่คิดว่าจะมีงูเข้ามาในบ้าน ยิ่งเป็นงูเห่าด้วยแล้วยิ่งน่ากลัว รีบโทรศัพท์บอกหลานอีกคนที่ติดกล้องวงจรปิดไว้ให้ช่วยดู ก็เห็นว่าเป็นงูเห่าตัวค่อนข้างใหญ่ เลื้อยขึ้นไปบนเตียง” นายสุวัฒน์กล่าว

พื้นที่บ้านไม่เคยมีงูเห่ามาก่อน

นายสุวัฒน์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาไม่เคยพบเห็นงูเห่าในบริเวณบ้านเลย ทำให้รู้สึกแปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ในจังหวะที่วิ่งเข้าไปช่วยคุณยาย ก็สังเกตเห็นคางคกกระโดดออกมาจากใต้ถุนบ้าน ซึ่งคาดว่างูเห่าอาจจะไล่คางคก แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเลื้อยขึ้นไปบนเตียงของคุณยายได้

อาการล่าสุดของคุณยายทอง ปลอดภัยแล้ว แพทย์ได้ถอดเครื่องช่วยหายใจและคุณยายสามารถหายใจได้เองตามปกติ บริเวณบาดแผลที่ถูกงูกัดมีอาการบวมช้ำ แต่แพทย์ได้ทำการกรีดเพื่อระบายเลือดเสียออก และแจ้งว่าหากแผลไม่มีอาการติดเชื้อ ภายใน 2-3 วัน คุณยายก็จะสามารถกลับบ้านได้

อุทาหรณ์จากเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณยายทองเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกคนระมัดระวังอันตรายจากสัตว์มีพิษที่อาจเข้ามาในบ้านได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ควรดูแลรักษาความสะอาดบริเวณบ้าน กำจัดแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษ และสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัวอยู่เสมอ หากพบเห็นสัตว์มีพิษ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้เข้ามาดำเนินการ

นอกจากนี้ การติดตั้งกล้องวงจรปิดก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัยให้กับคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในยามฉุกเฉิน

ดังนั้น การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคนที่คุณรัก

และอย่าลืม! หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ถูกสัตว์มีพิษกัด ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความไม่ประมาทเป็นสิ่งสำคัญ ดูแลบ้านและคนที่เรารักให้ดีที่สุดนะครับ

ที่มา – หลานเล่านาที ยายวัย 93 ตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังงูเห่าเลื้อยขึ้นเตียงฉกนิ้ว

ไตรศุลี โต้เพื่อไทย เลิกโหน “งูเห่า”

“ไตรศุลี ไตรสรณกุล” กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โต้ผู้สมัครเพื่อไทย เลิกโหนวาทกรรม “งูเห่า” แนะย้อนฟัง “แพทองธาร” เคยเปรียบย้ายพรรคไม่ต่างจากย้ายงาน อัดบริหารงานชายแดนพลาดเอง สส.ในพรรคเลยไม่โหวตนายกฯ ให้ เผย “อนุทิน” ลงพื้นที่ศรีสะเกษ พรุ่งนี้

วันที่ 20 กันยายน 2568 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการที่ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยในเขต 5 จังหวัดศรีสะเกษ ใช้วาทกรรม “งูเห่า” หาเสียง ว่าเป็นเพียงการสร้างกระแสโจมตีฝ่ายตรงข้าม เป็นเพียงการเมืองแบบเก่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

“ประชาชนต้องการนักการเมืองที่แก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่คนที่สร้างวาทกรรมไปวัน ๆ พรรคเพื่อไทยหมดความชอบธรรมไปแล้วตั้งแต่วันที่ไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งทุกคนเห็นชัดว่า ประชาชนต้องเผชิญกับความเดือดร้อน โดยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

น.ส.ไตรศุลี กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยทำงานโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง หัวหน้าพรรค นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ศรีสะเกษและพื้นที่ชายแดนหลายครั้ง ทั้งช่วงวิกฤติไทย–กัมพูชา ที่ได้ไปพบพี่น้องตามศูนย์อพยพ ให้กำลังใจและรับฟังปัญหาอย่างใกล้ชิด แสดงให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยทอดทิ้งประชาชน และในวันพรุ่งนี้ (21 ก.ย. 68) นายอนุทินจะลงพื้นที่ศรีสะเกษอีกครั้ง เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ เคียงข้างผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ตอกย้ำว่า พรรคไม่ได้ทำงานเฉพาะฤดูเลือกตั้ง แต่พร้อมอยู่กับพี่น้องทั้งในยามปกติและยามวิกฤติ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สมัยยังเคยเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่าการย้ายพรรคของ สส. เหมือนการย้ายงาน เป็นสิทธิของแต่ละคน ว่า เรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้วว่าแม้แต่แกนนำพรรคเพื่อไทยเองยังยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติของการเมือง แต่กลับมีผู้สมัครในพื้นที่พยายามใช้คำว่า “งูเห่า” มาโจมตีฝ่ายตรงข้าม ขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้นำพรรคตนเองพูดไว้ ขอให้ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยย้อนกลับไปอ่านสิ่งที่หัวหน้าพรรคตนเองให้สัมภาษณ์สื่อด้วย

“พี่น้องชาวศรีสะเกษ ขุนหาญ และภูสิงห์ ต้องตัดสินใจให้ชัด ว่าจะเลือกการเมืองที่มีแต่คำโจมตีฝ่ายตรงข้าม หรือเลือกการเมืองที่สร้างสรรค์ ลงมือทำจริง พรรคภูมิใจไทยพร้อมทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องทุกคนอย่างแท้จริง” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่า การเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 28 ก.ย. 68 นี้ คือโอกาสสำคัญของประชาชนที่จะเลือกการเมืองสร้างสรรค์ เพื่อความก้าวหน้า ไม่ใช่การเมืองวาทกรรมที่หมดความชอบธรรมไปแล้ว

ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ยังเจ็บแค้นกับการที่ สส.พรรคตัวเองไม่ยกมือโหวตเลือกนายกฯของพรรคเพื่อไทย แต่อยากให้หันกลับไปมองตัวเองบ้างว่าที่เขาไม่โหวตให้นั้น เหตุผลสำคัญคือปัญหาชายแดน ที่พรรคเพื่อไทยบริหารงานผิดพลาด สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างสาหัส” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

ไตรศุลี โต้เพื่อไทย เลิกโหน “งูเห่า”

ทำไม ‘งูเห่า’ ถึงเป็นประเด็น?

ประเด็นเรื่อง “งูเห่า” ในการเมืองไทยนั้นเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือการเลือกตั้ง การกล่าวหาว่านักการเมืองเป็น “งูเห่า” มักจะเกิดขึ้นเมื่อนักการเมืองคนนั้นๆ ย้ายพรรค หรือโหวตสวนมติพรรค ซึ่งมักจะถูกมองว่าเป็นการทรยศต่ออุดมการณ์และประชาชนที่สนับสนุนตนเอง

อย่างไรก็ตาม น.ส.ไตรศุลี มองว่าการใช้คำว่า “งูเห่า” เป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองที่ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาที่แท้จริงของประชาชน และเรียกร้องให้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างจริงจังมากกว่า

การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่เสมอ การที่นักการเมืองจะย้ายพรรคหรือเปลี่ยนแปลงจุดยืนทางการเมืองนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่นักการเมืองเหล่านั้นต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และพร้อมที่จะทำงานเพื่อพัฒนาประเทศชาติอย่างแท้จริง

การกล่าวหาโดยใช้คำว่า “งูเห่า” อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง การหันมาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมมือกันเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ น่าจะเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่า

ท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่านักการเมืองคนใดที่สมควรได้รับความไว้วางใจ และนักการเมืองคนใดที่ควรจะถูกจดจำในฐานะ “งูเห่า”

ที่มา – “ไตรศุลี” โต้เพื่อไทย เลิกโหนคำว่า “งูเห่า” เหน็บบริหารงานชายแดนพลาดเอง ทำ สส.ไม่โหวตให้

“ศักดิ์ดา” ยัน! ไม่เป็นงูเห่า เลือก “อนุทิน” ท้าเพื่อไทย?

“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ส.ส.กาญจนบุรี ยืนยันหนักแน่นว่าไม่ใช่ “งูเห่า” พร้อมแสดงจุดยืนชัดเจนก่อนการโหวตเลือกนายกฯ ว่าสนับสนุน “อนุทิน” และไม่ได้หักหลังพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด ท้าจับตาดูหลังยุบสภาหรือหมดวาระ ส.ส. “เพื่อไทย” จะเหลืออยู่กี่คน พร้อมชี้ผลงาน 2 ปีที่ผ่านมาเป็นตัวชี้วัดชัดเจนแล้วว่าหนี้สินท่วม พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ

“ศักดิ์ดา” ปัดเป็นงูเห่า ย้ำชัดเลือก “อนุทิน” ท้าเพื่อไทยหมดวาระแล้วจะเหลือกี่คน

วันที่ 6 กันยายน 2568 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ผู้ที่โหวตสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่าตนเองไม่ใช่ “งูเห่า” เพราะคำว่า “งูเห่า” ทางการเมืองนั้นหมายถึงการหักหลัง ไม่โหวตตามมติพรรค แต่ตนเองได้แสดงจุดยืนตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมาแล้วว่าจะเลือกนายอนุทิน เป็นนายกฯ อย่างแน่นอน ไม่ได้หักหลังใคร และในวันที่ตัดสินใจเดินออกจากพรรคนั้น ยังไม่รู้เลยว่าใครจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ยังไม่มีใครทราบว่าพรรคพลังประชารัฐจะเลือกใครระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย

นายศักดิ์ดา กล่าวต่ออีกว่า ตอนนี้สถานะทางกฎหมายของตนเองยังต้องอยู่กับพรรคเพื่อไทย เพราะยังไม่มีการขับออกจากพรรค แต่ก็ไม่เคยมีใครเข้ามาติดต่อหรือพูดคุยด้วยเลย

“ผมเชื่อว่าวันนี้ ก็ทำให้เห็นแล้วว่ามีคนในพรรคเพื่อไทยจำนวนไม่น้อยที่ไม่สบายใจ อึดอัด และก็ยังมีคนบางคนออกมาไล่คนในพรรคเพื่อไทยกันเองอีกด้วย ผมเชื่อว่าถ้ายุบสภาเมื่อไหร่ หรือหมดวาระเมื่อไหร่ จะได้เห็นกันว่าพรรคเพื่อไทยจะเหลือ ส.ส. อยู่กี่คน ผมมั่นใจว่าจำนวน ส.ส. ที่เหลืออยู่จะต้องมากกว่าเสียงที่โหวตกันในวันนี้อย่างแน่นอน คอยดูกันให้ถึงวันนั้น” นายศักดิ์ดากล่าว

นายศักดิ์ดาเสริมว่า “ผมเคยพูดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ว่าการโหวตเลือกนายกฯ นั้นมีเสียงมากกว่า 300++ ก็ลองไปดูผลการโหวตในวันนี้ จะเห็นว่ามี 311 ท่าน เห็นไหม มันมาก เพราะว่าจริงๆ แล้วกระแสหรือการตอบรับการบริหารราชการที่ผ่านมานั้นเป็นตัวชี้วัดทุกอย่างแล้ว”

ทำไม “ศักดิ์ดา” ถึงเลือก “อนุทิน”?

เมื่อถูกถามถึงเรื่องผลประโยชน์หรือการแลกเปลี่ยนตำแหน่งทางการเมือง นายศักดิ์ดาตอบว่าตนเองไม่ทราบเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่เคยมีการพูดคุยกับใครทั้งสิ้น การออกจากพรรคเพื่อไทยนั้นมาจากจุดยืนของตนเองโดยแท้จริง และมาจากผลงานของรัฐบาลที่ผ่านมา ตนเองอยากให้สื่อมวลชนลองลงพื้นที่ไปดูในชนบท จะได้เห็นว่าชาวบ้านและประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดนั้นอยู่อย่างไร ตนเองไม่มีผลประโยชน์ต่อรองอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าการสวมเสื้อพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นไปได้หรือไม่ นายศักดิ์ดาตอบว่า ผลงานของรัฐบาลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น สร้างผลกระทบอะไรให้กับประชาชนในชนบทบ้าง ไม่มีเลย ลองไปดูหนี้สินของประชาชนที่ท่วมท้น และพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ

การตัดสินใจของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ในการเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูลเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย และความไม่พอใจต่อผลงานของรัฐบาลที่ผ่านมา การออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนของนายศักดิ์ดา ถือเป็นการเดิมพันทางการเมืองครั้งสำคัญ และผลลัพธ์ของการตัดสินใจครั้งนี้ จะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป

การออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นงูเห่า และยืนยันว่าจะเลือกนายอนุทิน อาจเป็นการส่งสัญญาณว่าอาจมีการย้ายขั้วทางการเมืองในอนาคตหรือไม่? หรือเป็นเพียงการแสดงความไม่พอใจต่อแนวทางการทำงานของพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน? เรื่องนี้คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

ท้ายที่สุดแล้ว การที่ “ศักดิ์ดา” ปัดเป็นงูเห่า ย้ำชัดเลือก “อนุทิน” ท้าเพื่อไทยหมดวาระแล้วจะเหลือกี่คน นั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา – “ศักดิ์ดา” ปัดเป็นงูเห่า ย้ำชัดเลือก “อนุทิน” ท้าเพื่อไทยหมดวาระแล้วจะเหลือกี่คน

“นุชนาถ” ร่ายยาว เหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย ยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า”

“นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร” ส.ส.ศรีสะเกษ เปิดใจ 6 ข้อ ยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า” แจงเหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย เพราะแสดงความเห็นที่ไม่ถูกใจผู้ใหญ่ในพรรค แถมปล่อยให้ ส.ส. รับหน้าเรื่องดิจิทัลวอลเล็ตไปวันๆ ขอโหวตหนุน นายกฯ จากทุกพรรค ยกเว้น เพื่อไทย เรื่องราวของ “นุชนาถร่ายยาว 6 ข้อ เหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย พร้อมยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า” กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่หลายคนจับตามอง

วันที่ 31 ส.ค. 2568 นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 9 พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง ว่าขอใช้พื้นที่เล็กๆ แสดงความรู้สึกที่มีในใจต่อทุกเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากอดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการตัดสินใจหันหลังให้กับพรรคเพื่อไทย พรรคที่ตนเองเคยยึดมั่นในอุดมการณ์มาโดยตลอด

ดิฉันขอไล่เรียงความเป็นมาก่อนที่ข่าวจะออกไปตามที่ทุกท่านได้เห็น ก่อนที่จะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปมากกว่านี้

1. ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย ทราบเป็นอย่างดีว่าดิฉันมักจะแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมในสิ่งที่ ส.ส.หลายๆ ท่านไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกับผู้ใหญ่ในพรรค แต่ดิฉันด้วยความเป็นคนบ้านนอก คนของชาวบ้าน เป็น ส.ส.สมัยแรกที่เข้ามาเพราะต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง จึงมักจะแสดงข้อคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ได้สนใจผลกระทบเหล่านั้น ซึ่งนั่นคือจุดชนวนหนึ่งที่ดิฉันเดินออกมา

2. หลังจากการแสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกใจผู้ใหญ่ในพรรค ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอเกี่ยวกับพื้นที่ เรื่องเศรษฐกิจ ราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน มีผู้ใหญ่ในพรรคถึงกับพูดกับ ส.ส.คนอื่นในพรรคที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ของดิฉันว่า เป็นพวกหัวรุนแรง ไม่ต้องการให้ดิฉันลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรคเพื่อไทยต่อในสมัยหน้า ให้ช่วยหาคนมาลงแทนหน่อย แล้วจะให้ดิฉันยืนอยู่ในจุดนั้นด้วยความสบายใจได้อย่างไร

3. เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ดิฉันรวมทั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย พยายามเสนอให้ฝ่ายบริหารดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือความเงียบครั้งแล้วครั้งเล่า ท่านต้องตอบคำถามประชาชนเองบ้าง ไม่ใช่ให้ ส.ส. รับหน้าให้ไปวันๆ ว่างบประมาณเป็นแสนๆ ล้านที่ควรดำเนินการโครงการดังกล่าว ท่านเอาไปทำอะไร ดิฉันเชื่อเหลือเกินว่า ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่อึดอัดใจกับสถานการณ์ภายในพรรคที่เกิดขึ้น และรับไม่ได้กับสิ่งที่ต้องรับอยู่ในขณะนี้

4. เมื่อฟางเส้นสุดท้ายมาถึง ข้อเสนอต่างๆ จาก ส.ส.ในพรรคส่วนใหญ่ (ไม่ใช่แค่เพียงเสียงของดิฉัน) ไม่ได้รับการตอบสนอง การเดินออกจากพรรคเพื่อไทยของดิฉัน ไม่ใช่ออกมาเพื่อสนับสนุนผู้ใด แต่การเดินออกมาเพราะเจตนารมณ์ของพรรคที่ดิฉันเคยศรัทธานั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง อุดมการณ์อันแน่วแน่ของพรรคไม่หลงเหลืออยู่แล้ว ส.ส.ในพื้นที่ต้องคอยรับหน้าให้กับการกระทำของฝ่ายบริหารพรรค ทั้งๆ ที่ไม่เห็นด้วยในหลายประเด็น

5. ดิฉันจะยังคงสนับสนุนแนวทางประชาธิปไตยที่ยึดเสียงของประชาชนเป็นสำคัญ ที่ผ่านมาดิฉันอาจเป็นตัวตลกในสายตาประชาชน แม้กระทั่งในเวลานี้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ดิฉันลดละความตั้งใจที่จะต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ไปได้ ดิฉันไม่ได้มาจากตระกูลหรือครอบครัวของนักการเมือง ไม่ได้สืบทอดอำนาจมาจากผู้ใด ความตั้งใจที่เข้ามาในสนามการเมืองก็เพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีขึ้น

6. ดิฉันจะขอใช้เอกสิทธิ์ ส.ส. สนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคใดก็แล้วแต่ที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้ ยกเว้นแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย เพื่อปูทางไปสู่การยุบสภาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ คืนอำนาจสู่ประชาชน ปลดล็อกสถานการณ์อันเลวร้ายทางการเมือง ถึงแม้ดิฉันจะต้องเสียตำแหน่ง ส.ส. ไปก็ยินดี หรืออาจจะหมดโอกาสในการเดินเข้าสภาฯ อีกก็ตาม ดิฉันขอใช้หนึ่งเสียงที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เพื่อคืนอำนาจกลับสู่ประชาชนเช่นเดิม

“ถ้าผู้คนทั้งประเทศตีตราว่าดิฉันเป็น ‘งูเห่า’ ดิฉันขอเป็นงูเห่าที่ย้ายข้างไปยกมือคืนอำนาจให้กับประชาชน ขอบคุณค่ะ”

นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร

ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 9

“นุชนาถ” ร่ายยาว 6 ข้อ เหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย พร้อมยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า”

การตัดสินใจของนางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร สร้างความฮือฮาและเกิดคำถามมากมายในสังคม บทบาทของ ส.ส. ในการเป็นปากเสียงของประชาชนและการรักษาอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

เหตุผลที่ “นุชนาถ” ร่ายยาวถึง 6 ข้อ ยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า”

การออกมาให้เหตุผลอย่างละเอียดถึง 6 ข้อ สะท้อนให้เห็นถึงความอัดอั้นตันใจและความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยที่นำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ การเปิดเผยข้อมูลและความรู้สึกต่อสาธารณชนเป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

การที่นางนุชนาถกล่าวถึงประเด็นต่างๆ เช่น การแสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกใจผู้ใหญ่ในพรรค ปัญหาเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต และความอึดอัดใจของ ส.ส. ส่วนใหญ่ในพรรค ล้วนเป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรได้รับการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสและความเข้าใจที่ถูกต้อง

การตัดสินใจที่จะสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคอื่นที่ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการคืนอำนาจสู่ประชาชนและการแก้ไขสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น แม้ว่าการตัดสินใจนี้อาจนำมาซึ่งผลกระทบต่อตนเอง นางนุชนาถก็ยังคงยืนหยัดในสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่น

สิ่งที่เกิดขึ้นกับนางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและความซับซ้อนของการเมืองไทย การรักษาอุดมการณ์และความมุ่งมั่นในการทำเพื่อประชาชนเป็นสิ่งที่นักการเมืองทุกคนควรยึดมั่น แม้ว่าต้องเผชิญกับอุปสรรคและความขัดแย้งต่างๆ

  • การแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน
  • ปัญหาภายในพรรคควรได้รับการแก้ไขอย่างโปร่งใส
  • การคืนอำนาจสู่ประชาชนเป็นเป้าหมายที่สำคัญ

เรื่องราวของ “นุชนาถ” ร่ายยาว 6 ข้อ เหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย พร้อมยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า” เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจและเป็นบทเรียนสำหรับนักการเมืองและประชาชนทุกคน

โดยสรุปแล้ว การออกมาเปิดเผยเหตุผลของ “นุชนาถร่ายยาว 6 ข้อ เหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย พร้อมยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า” เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในแง่ของการเมืองภายในพรรค การรักษาอุดมการณ์ และการทำเพื่อประชาชน การตัดสินใจครั้งนี้อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญต่อไปในอนาคต

ที่มา – “นุชนาถ” ร่ายยาว 6 ข้อ เหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย พร้อมยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า”

งูเห่าเพื่อไทย! ทยอยออกจากไลน์พรรค

สถานการณ์ภายในพรรคเพื่อไทยดูเหมือนจะร้อนระอุ เมื่อมีข่าวว่า ส.ส. บางส่วนเริ่มทยอยถอนตัวออกจากกลุ่มไลน์ของพรรค หลังจากที่ นายศักดิ์ดา ได้ไปแถลงข่าวร่วมกับ พรรคภูมิใจไทย ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย และการจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้น

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 มีรายงานข่าวจากแหล่งข่าวภายในพรรคเพื่อไทยว่า มีความเคลื่อนไหวของ ส.ส. ในพรรคที่คาดกันว่าจะให้การสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สืบเนื่องจากกรณีที่ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ส.ส. กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ได้ไปแถลงข่าวร่วมกับพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ผลจากการกระทำดังกล่าว ทำให้นายศักดิ์ดาถูกเชิญออกจากกลุ่มไลน์ ส.ส. พรรคเพื่อไทยในทันที และล่าสุด มีรายงานว่ามี ส.ส. เริ่มทยอยออกจากกลุ่มไลน์ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยแล้วหลายราย อาทิ นายประเสริฐ บุญเรือง ส.ส. กาฬสินธุ์, พล.ต.ต. สุรพล บุญมา ส.ส. นครนายก, นพ. ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ ส.ส. ศรีสะเกษ และ นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ส.ส. อีกด้วย

งูเห่าเพื่อไทย ดีดตัวออกจากกลุ่มไลน์?

ข่าวการลาออกจากกลุ่มไลน์ของ ส.ส. เหล่านี้ สร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองเป็นอย่างมาก หลายคนตั้งคำถามว่า นี่เป็นสัญญาณของการแปรพักตร์หรือไม่ และจะมีผลกระทบอย่างไรต่อเสถียรภาพของพรรคเพื่อไทยในอนาคต

แม้ว่าทางพรรคเพื่อไทยจะยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่แหล่งข่าวภายในพรรคระบุว่า ทางพรรคทราบถึงท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปของ ส.ส. เหล่านี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่รอจังหวะเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น และเมื่อโอกาสมาถึง ส.ส. เหล่านั้นจึงได้ตัดสินใจกระทำการดังกล่าว

ทำไมถึงเรียกว่า “งูเห่าเพื่อไทย”?

คำว่า “งูเห่า” ในทางการเมือง มักใช้เรียก ส.ส. หรือนักการเมืองที่ทรยศต่อพรรคของตนเอง โดยการไปสนับสนุนพรรคอื่น หรือโหวตสวนมติพรรค ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือเป็นการผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนที่เลือกเข้ามา และเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของพรรค

การที่ ส.ส. เหล่านี้ตัดสินใจออกจากกลุ่มไลน์พรรค และมีแนวโน้มว่าจะไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ทำให้หลายคนมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และเข้าข่ายการเป็น “งูเห่า” ทางการเมือง แม้ว่า ส.ส. เหล่านี้อาจจะมีเหตุผลส่วนตัวในการตัดสินใจ แต่การกระทำดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  • ผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทย: การลาออกของ ส.ส. เหล่านี้ อาจทำให้พรรคเพื่อไทยสูญเสียคะแนนเสียงในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และอาจส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต
  • ผลกระทบต่อประชาชน: การแปรพักตร์ของ ส.ส. อาจทำให้ประชาชนรู้สึกผิดหวัง และสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบการเมือง
  • อนาคตทางการเมือง: ส.ส. ที่ตัดสินใจแปรพักตร์ อาจเผชิญกับความยากลำบากในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เนื่องจากอาจสูญเสียฐานเสียงเดิม และถูกมองว่าเป็นคนไม่น่าไว้วางใจ

สถานการณ์ “งูเห่าเพื่อไทย” ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับพรรคเพื่อไทย ว่าจะสามารถรับมือกับความท้าทายนี้ได้อย่างไร และจะสามารถรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนไว้ได้หรือไม่ การตัดสินใจของ ส.ส. แต่ละคน จะส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองของพวกเขาเอง และต่อเสถียรภาพของประเทศชาติ

การเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และมีปัจจัยหลายอย่างที่อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมือง การจับตาดูความเคลื่อนไหวของนักการเมืองแต่ละคน และการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน จะช่วยให้เราเข้าใจถึงพลวัตของการเมืองไทยได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – เผยโฉม “งูเห่าเพื่อไทย” ทยอยดีดตัวออกจากกลุ่มไลน์ “พรรคเพื่อไทย”

สุรพงษ์ ไม่เชื่อ ศักดิ์ดา มี สส. หนุนอนุทินจริง!

สุรพงษ์ รมช.คมนาคม แสดงความไม่เชื่อมั่นว่า ศักดิ์ดา จะมี สส. ในมือถึง 10 คน เพื่อสนับสนุน อนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี ชี้ สส.กาญจนบุรี ยังอยู่ครบ

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย จังหวัดกาญจนบุรี ได้กล่าวถึงกรณีที่ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย อ้างว่าจะนำ สส.จากพรรคเพื่อไทย ไปร่วมสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า ตนยังไม่ได้พูดคุยกับนายศักดิ์ดาในเรื่องนี้โดยตรง แต่ยืนยันว่า สส.ในจังหวัดกาญจนบุรียังคงอยู่กันครบ ยกเว้นกรณีที่มีข่าวออกไปเมื่อวานนี้

ประเด็นที่นายศักดิ์ดาอ้างว่ามี สส.อยู่ในมือถึง 10 คนนั้น นายสุรพงษ์แสดงความคิดเห็นว่า น่าจะเป็น สส.จากจังหวัดอื่น ซึ่งก็เป็นเพียงข่าวลือ ใครมี สส.อยู่ในมือจำนวนเท่าไหร่ ยังไม่มีความแน่ชัด

เมื่อถูกถามว่าเชื่อหรือไม่ว่านายศักดาจะมี สส.ในมือถึง 10 เสียง นายสุรพงษ์ตอบว่า “ถ้าเป็นผม เห็นว่าเฉยๆ ไม่น่าจะเป็นไปได้”

สุรพงษ์ ไม่เชื่อ ศักดิ์ดา มี สส. ในมือ 10 คน ขนโหวตหนุน อนุทิน เป็นนายกฯ

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความผันผวนและเต็มไปด้วยข่าวลือต่างๆ การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายสุรพงษ์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนและความซับซ้อนในการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล การที่ สส. แต่ละคนออกมาแสดงท่าทีที่แตกต่างกัน ยิ่งทำให้การคาดการณ์อนาคตทางการเมืองเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

ทำไม สุรพงษ์ ถึงไม่เชื่อว่า ศักดิ์ดา มี สส. ในมือ 10 คน ขนโหวตหนุน อนุทิน?

การที่นายสุรพงษ์ออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่ไม่เชื่อว่านายศักดิ์ดาจะมี สส. ในมือถึง 10 คน อาจมีเหตุผลหลายประการประกอบกัน ดังนี้:

  • ความไม่เชื่อมั่นส่วนตัว: นายสุรพงษ์อาจมีความไม่เชื่อมั่นในตัวนายศักดิ์ดาเป็นการส่วนตัว หรืออาจมองว่าการอ้างจำนวน สส. ในมือ เป็นเพียงการสร้างข่าวเพื่อหวังผลทางการเมือง
  • ข้อมูลที่แตกต่าง: นายสุรพงษ์อาจมีข้อมูลที่แตกต่างจากนายศักดิ์ดา ทำให้เชื่อว่าจำนวน สส. ที่จะสนับสนุนนายอนุทินไม่ได้มีมากถึง 10 คน
  • ต้องการลดกระแสข่าว: การออกมาปฏิเสธข่าว อาจเป็นความพยายามที่จะลดกระแสข่าวเกี่ยวกับการแตกแถวภายในพรรคเพื่อไทย และรักษาภาพลักษณ์ของพรรค

ไม่ว่าเหตุผลที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายสุรพงษ์ในครั้งนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของข่าวลือต่างๆ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคตได้

การเมืองไทยยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และการรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน การที่ สุรพงษ์ ออกมาแสดงความเห็นเช่นนี้ ยิ่งเน้นย้ำถึงความท้าทายในการสร้างเสถียรภาพทางการเมืองในปัจจุบัน การที่ ศักดิ์ดา อ้างว่ามี สส. สนับสนุน อนุทิน หรือไม่นั้นคงต้องติดตามกันต่อไป

ติดตามข่าวสารการเมืองอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหว!

ที่มา – “สุรพงษ์” ไม่เชื่อ “ศักดิ์ดา” มี สส. ในมือ 10 คน ขนโหวตหนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ

Scroll to top