จมน้ําเสียชีวิต

โศกนาฏกรรม จมน้ำดับคู่ ฝาแฝดวัย 7 ขวบ คาดชวนกันไปเล่นน้ำ

นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง เมื่อมีรายงานข่าวกรณีจมน้ำดับคู่ ฝาแฝดวัย 7 ขวบ คาดชวนกันไปเล่นน้ำ ตอนย่าไม่อยู่ ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งความสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กในช่วงปิดเทอมหรือช่วงที่ผู้ปกครองต้องทำงานนอกบ้าน

โศกนาฏกรรม จมน้ำดับคู่ ฝาแฝดวัย 7 ขวบ คาดชวนกันไปเล่นน้ำ ตอนย่าไม่อยู่

เหตุการณ์เศร้าสลดนี้เกิดขึ้นที่บ้านโคกเมี๊ยะ ตำบลร่อนทอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อเด็กชายฝาแฝดวัยเพียง 7 ขวบ ได้พลัดตกสระน้ำกลางทุ่งนาจนเสียชีวิต โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าค้นหาและนำร่างขึ้นมาท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง

สรุปเหตุการณ์ จมน้ำดับคู่ ฝาแฝดวัย 7 ขวบ คาดชวนกันไปเล่นน้ำ

จากการสอบถามผู้เป็นย่า ซึ่งทำหน้าที่ดูแลหลานแฝดแทนพ่อแม่ที่ไปทำงานต่างจังหวัด ได้เล่าด้วยความโศกเศร้าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ออกไปตัดหญ้าให้วัวและกำชับหลานให้ดูแลกันเอง ห้ามเล่นน้ำและห้ามเล่นไฟเด็ดขาด แต่คาดว่าเด็กๆ อาศัยจังหวะนี้แอบไปเล่นน้ำที่สระหลังหมู่บ้านจนเกิดเหตุร้ายขึ้น

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเหตุ จมน้ำดับคู่ ฝาแฝดวัย 7 ขวบ คาดชวนกันไปเล่นน้ำ ตอนย่าไม่อยู่ คือลักษณะทางกายภาพของสถานที่:

  • สระน้ำตั้งอยู่กลางทุ่งนาและห่างไกลจากบ้านเรือน
  • ความลึกของสระน้ำมากกว่า 5 เมตร
  • ขอบสระมีความลาดชันสูง ทำให้เด็กเล็กเสียหลักลื่นไถลได้ง่าย
  • ไม่มีรั้วกั้นหรือป้ายเตือนอันตรายรอบบริเวณสระน้ำ

ความสูญเสียครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นความเจ็บปวดของคุณย่าที่ดูแลหลาน แต่ยังเป็นความสะเทือนใจของคนเป็นแม่ที่ต้องรีบเดินทางจากจังหวัดชลบุรีเพื่อมาดูร่างลูกเป็นครั้งสุดท้าย พ่อแม่หลายคนมักฝากบุตรหลานไว้กับผู้สูงอายุ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย

เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย พ่อแม่ผู้ปกครองควรปฏิบัติดังนี้:

  • หากบ้านอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ควรล้อมรั้วป้องกันไม่ให้เด็กเข้าถึงได้โดยลำพัง
  • สอนให้เด็กตระหนักถึงอันตรายของการเล่นน้ำโดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล
  • สังเกตพฤติกรรมเด็กและไม่ปล่อยให้คลาดสายตาหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • สอนทักษะการเอาตัวรอดในน้ำเบื้องต้นให้เด็ก เพื่อลดความเสี่ยงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่ย้ำเตือนให้สังคมเห็นความสำคัญของการเฝ้าระวังเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด การป้องกันย่อมดีกว่าการเสียใจภายหลัง ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และหวังว่าเรื่องราวนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกครอบครัวมีความระมัดระวังมากขึ้นครับ

ที่มา – จมน้ำดับคู่ ฝาแฝดวัย 7 ขวบ คาดชวนกันไปเล่นน้ำ ตอนย่าไม่อยู่

คลื่นความร้อนยุโรปทุบสถิติ ฝรั่งเศสสังเวยแล้ว 20 ศพ

คลื่นความร้อนยุโรปทุบสถิติ ฝรั่งเศสสังเวยแล้ว 20 ศพจากการจมน้ำใน 3 วัน

เพื่อนๆ ครับ ช่วงนี้ข่าวสภาพอากาศดูน่ากังวลมากจริงๆ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ทวีปยุโรปกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงจนทำลายสถิติเก่าๆ ไปหมดแล้ว ล่าสุดมีรายงานว่า คลื่นความร้อนยุโรปทุบสถิติ ฝรั่งเศสสังเวยแล้ว 20 ศพจากการจมน้ำใน 3 วัน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุจนแตะระดับ 40 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ ทำให้ผู้คนต้องหาทางคลายร้อนด้วยการลงเล่นน้ำ แต่ก็น่าเศร้าที่หลายคนเลือกแหล่งน้ำที่ไม่ปลอดภัยและไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล

มารินา แฟร์รารี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาและเยาวชนของฝรั่งเศส ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนอย่างเร่งด่วน เพราะนอกจากอุณหภูมิจะสูงทำลายสถิติแล้ว ยอดผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำกลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจภายในเวลาอันสั้น ใครจะไปคิดว่าการลงน้ำเพื่อหนีร้อนจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมได้ขนาดนี้

วิกฤตความร้อนที่มากกว่าแค่อากาศเปลี่ยน

สาเหตุหลักของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความร้อนที่พุ่งสูงเกิน 40 องศา แต่เป็นเรื่องของความพร้อมของสถานที่ด้วยครับ ข้อมูลระบุว่าฝรั่งเศสกำลังประสบปัญหาโครงสร้างพื้นฐานสระว่ายน้ำสาธารณะเสื่อมโทรม และขาดแคลนไลฟ์การ์ดกว่า 5,000 อัตรา ทำให้วัยรุ่นและเด็กๆ หลายคนต้องหันไปเล่นในแม่น้ำหรือแหล่งน้ำธรรมชาติที่อันตราย คลื่นความร้อนยุโรปทุบสถิติ ฝรั่งเศสสังเวยแล้ว 20 ศพจากการจมน้ำใน 3 วัน จึงเป็นเครื่องเตือนใจว่าภัยธรรมชาติสามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้ในพริบตา

นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์น่าหดหู่ที่เด็กเล็กสองคนเสียชีวิตในรถยนต์เพราะความร้อนสะสม สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำให้เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงอากาศร้อนจัดครับ:

  • อย่าทิ้งเด็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถเด็ดขาด แม้จะจอดในที่ร่ม
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่แดดจัดที่สุด
  • หมั่นดื่มน้ำให้เพียงพอและอยู่ในที่ระบายอากาศดี
  • หากจะเล่นน้ำ ต้องเลือกสระว่ายน้ำที่มีไลฟ์การ์ดคอยดูแลเท่านั้น

สถานการณ์ในยุโรปครั้งนี้รวมไปถึงเยอรมนี สเปน และสหราชอาณาจักร ต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน จนบางประเทศต้องประกาศเตือนภัยระดับสีแดง นับเป็นสัญญาณเตือนจากธรรมชาติว่าภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่มันคือเหตุการณ์ปัจจุบันที่เราต้องปรับตัวให้ทัน

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า ในวันที่สภาพอากาศโลกแปรปรวนแบบนี้ การดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้ปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ อย่าประมาทกับกิจกรรมคลายร้อน และหันมาช่วยกันลดการใช้พลังงานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวด้วยนะครับ

ที่มา – คลื่นความร้อนยุโรปทุบสถิติ ฝรั่งเศสสังเวยแล้ว 20 ศพจากการจมน้ำใน 3 วัน

ไม่ถึงฝั่ง สาวปัตตานีจมน้ำเสียชีวิต ระหว่างหลบหนีออกจากปอยเปต

ไม่ถึงฝั่ง สาวปัตตานีจมน้ำเสียชีวิต ระหว่างหลบหนีออกจากปอยเปต

เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ติดตามข่าวสารอย่างยิ่ง เมื่อเกิดเหตุสลดกรณี ไม่ถึงฝั่ง สาวปัตตานีจมน้ำเสียชีวิต ระหว่างหลบหนีออกจากปอยเปต บริเวณคลองพรหมโหด อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จุดนี้ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มักจะมีแรงงานพยายามลักลอบข้ามแดนโดยไม่ผ่านช่องทางธรรมชาติที่ถูกกฎหมาย

รายงานจากเจ้าหน้าที่ทหารพรานระบุว่า ได้รับการประสานจากกลุ่มช่วยเหลือคนไทยในกัมพูชาว่ามีแรงงานหญิงสูญหายไปขณะเดินทางข้ามแดน เมื่อทราบข่าวจึงได้เร่งระดมกำลังเข้าค้นหาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะบริเวณคลองที่มีกระแสน้ำเชี่ยวและระดับน้ำลึก จนกระทั่งพบร่างผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวฟาซียะห์ อายุ 28 ปี จากจังหวัดปัตตานี

อันตรายจากการลักลอบข้ามแดน

เหตุการณ์ ไม่ถึงฝั่ง สาวปัตตานีจมน้ำเสียชีวิต ระหว่างหลบหนีออกจากปอยเปต ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ราคาแพง การเลือกเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่แนวชายแดนนั้นไม่ได้มีความปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้:

  • ภูมิประเทศที่เป็นอันตราย: คลองและป่าทึบอาจมีหลุมลึกหรือกระแสน้ำที่คาดไม่ถึง
  • สภาพอากาศ: การเดินทางในช่วงที่ระดับน้ำสูงจากฝนตกทำให้การข้ามคลองมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
  • ความไม่ชำนาญพื้นที่: แรงงานส่วนใหญ่มักหลงทางหรือเผชิญเหตุในที่เปลี่ยวโดยไม่มีเครื่องมือช่วยเหลือ

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่คนไทยจำนวนมากยังคงต้องเสี่ยงชีวิตด้วยวิธีนี้เพื่อกลับบ้าน ทั้งที่การเดินทางผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายนั้นปลอดภัยและได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่อย่างเป็นระบบมากกว่า การสูญเสียในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นความเศร้าโศกของครอบครัวชาวปัตตานี แต่ยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงภัยเงียบจากการลักลอบเข้าเมืองที่ทุกคนควรตระหนักให้มาก เพื่อไม่ให้เกิดคำว่า ไม่ถึงฝั่ง สาวปัตตานีจมน้ำเสียชีวิต ระหว่างหลบหนีออกจากปอยเปต ซ้ำรอยเดิมอีก

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และอยากฝากความเห็นว่า การเข้าเมืองหรือออกจากประเทศควรทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องเสมอ เพื่อปกป้องชีวิตและสวัสดิภาพของตัวท่านเอง เพราะไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าความปลอดภัยและการได้กลับไปหาคนที่บ้านอย่างสวัสดิภาพครับ

ที่มา – ไม่ถึงฝั่ง สาวปัตตานีจมน้ำเสียชีวิต ระหว่างหลบหนีออกจากปอยเปต

เดินเท้า 6 ชั่วโมง กู้ร่างนักท่องเที่ยวสาว หลงป่าเขาเจ็ดยอด

เชื่อว่าหลายคนคงทราบข่าวสะเทือนใจกับการสูญเสียครั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและอาสาสมัครต้องเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบากในภารกิจ เดินเท้า 6 ชั่วโมง ฝ่าฝนหนัก น้ำหลาก กู้ร่างนักท่องเที่ยวสาว หลงป่าเขาเจ็ดยอด หลังจากได้รับรายงานการสูญหายของผู้ท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ จ.ตรัง ซึ่งถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญสำหรับนักเดินป่าทุกคน

เหตุการณ์ปฏิบัติการเดินเท้า 6 ชั่วโมง ฝ่าฝนหนัก น้ำหลาก กู้ร่างนักท่องเที่ยวสาว หลงป่าเขาเจ็ดยอด

ภารกิจครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่ปิดและฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดเวลา ทำให้พื้นที่ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดมีความอันตรายเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ การค้นหาที่กินเวลาต่อเนื่องหลายวันจนกระทั่งพบร่างของ น.ส.วันทนีย์ บริเวณน้ำตกหนานย่านไทร เจ้าหน้าที่กว่า 30 ชีวิตร่วมกันปฏิบัติการท่ามกลางกระแสน้ำป่าและเส้นทางที่ยากลำบาก

เบาะแสสำคัญและการวิเคราะห์จุดพลัดหลง

ทีมค้นหาพบร่องรอยหลายอย่างที่คาดว่าเป็นของผู้เสียชีวิต เช่น ซองเกลือแร่ กระป๋องแก๊ส และร่องรอยการกินหน่อไม้ ซึ่งวางไว้อย่างเป็นระบบ เดินเท้า 6 ชั่วโมง ฝ่าฝนหนัก น้ำหลาก กู้ร่างนักท่องเที่ยวสาว หลงป่าเขาเจ็ดยอด จึงเปรียบเสมือนการแข่งกับเวลาก่อนที่น้ำป่าจะทำให้การเคลื่อนย้ายร่างกลายเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ซึ่งจากการสันนิษฐานเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตอาจเกิดการลื่นไถลจากหน้าผาสูงชันในขณะพยายามข้ามน้ำตก

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้คือความสำคัญของการเตรียมตัวและการรู้เส้นทาง:

  • การเตรียมแผนสำรอง: ควรมีแผนที่ออฟไลน์หรือ GPS ที่แม่นยำเสมอ
  • อุปกรณ์ยังชีพ: การแบกเป้น้ำหนักมากเกินไปอาจเป็นอุปสรรคเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • ความเสี่ยงของเส้นทาง: พื้นที่ที่ไม่ใช่นเส้นทางหลักมีความอันตรายและคาดเดาไม่ได้

ความพยายามของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ควรได้รับคำชื่นชมอย่างสูง เพราะนอกจากความเสี่ยงต่อชีวิตตนเองแล้ว พวกเขายังต้องประคองผู้ช่วยเหลืออีกรายที่อ่อนล้าลงจากป่าจนได้รับความปลอดภัย ถือเป็นความทุ่มเทที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง

เราขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และหวังว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้กลุ่มนักเดินป่าหันมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการเลือกเส้นทางให้เหมาะสมกับความสามารถของตนเองมากขึ้นครับ

ที่มา – เดินเท้า 6 ชั่วโมง ฝ่าฝนหนัก น้ำหลาก กู้ร่างนักท่องเที่ยวสาว หลงป่าเขาเจ็ดยอด

สัญชาตญาณความเป็นแม่ เห็นลูกพลัดตกน้ำ รีบช่วย

เรื่องราวสุดสะเทือนใจที่ทำให้หลายคนน้ำตาคลอ เมื่อสัญชาตญาณความเป็นแม่ เห็นลูกพลัดตกน้ำ ทำให้คุณแม่วัย 31 ปี รีบกระโดดลงไปช่วยลูกสาววัย 3 ขวบทันที แม้ตัวเองจะว่ายน้ำไม่เป็น สุดท้ายกระแสน้ำเชี่ยวซัดทั้งคู่จมน้ำเสียชีวิต เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ห้วยทม บ้านคำนกกก ต.โคกก่ง อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2569

สัญชาตญาณความเป็นแม่ เห็นลูกพลัดตกน้ำ

ในวันนั้นอากาศร้อนอบอ้าว คุณแม่ชื่อน.ส.ศิริวัล นำลูกสาว ด.ญ.ณัชชารินทร์ หรือน้องน้ำ วัย 3 ขวบ มาดูไร่มันสำปะหลังพร้อมปู่ย่าและหลานอีก 2 คน ทั้ง 5 คนเดินเล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่ด้วยความร้อน คุณแม่เลยเดินลงไปที่ริมห้วยเพื่อล้างหน้า ล้างตา คิดว่าถ้าน้ำไม่ลึกอาจพาลูกมาเล่นน้ำคลายร้อนซะเลย

ทันใดนั้น น้องน้ำเห็นแม่ที่ริมน้ำก็วิ่งมาหาด้วยความตื่นเต้น แต่เด็กน้อยลื่นโขดหินพลัดตกน้ำไปเรียบร้อย สัญชาตญาณความเป็นแม่ เห็นลูกพลัดตกน้ำ ทำให้คุณแม่ไม่คิดอะไร รีบกระโดดตามลงไปช่วยทันที โดยไม่สนว่าตัวเองว่ายน้ำไม่เก่ง น้ำในห้วยลึกพอสมควร กระแสน้ำแรงพัดพาแม่ลูกทั้งสองจมหายไปต่อหน้าต่อตาคนอื่นๆ

การค้นหาที่น่าเศร้าใจ

เจ้าหน้าที่ ร.ต.ท.ธวัชชัย พิมพ์กินรี จากสภ.ชานุมาน ได้รับแจ้งเหตุรีบประสานทีมประดาน้ำมูลนิธิเพชรเกษมอำนาจเจริญ ลงพื้นที่ค้นหา ค้นหานานกว่า 3 ชั่วโมง พบร่างคุณแม่ก่อน ชาวบ้านและญาติพากันโศกเศร้า พ่อแม่สามีน้ำตาไหลพราก

ด้วยความมืดและออกซิเจนเหลือน้อย ต้องหยุดค้นชั่วคราว เช้ามืดวันถัดมา ชาวบ้านนับสิบออกตามหาน้องน้ำต่อ จนช่วงสายพบร่างน้องตรงจุดเดียวกับแม่ พ่อของน้องที่มารอด้วยหัวใจสลาย เข่าทรุดร้องไห้กอดร่างลูกสาวแน่น ภาพนั้นบีบหัวใจทุกคนที่เห็น

แพทย์เวรโรงพยาบาลชานุมานชันสูตรแล้ว มอบศพให้ครอบครัวประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ครอบครัวสูญเสียใหญ่หลวง แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนระวังอันตรายจากน้ำ

บทเรียนสำคัญจากโศกนาฏกรรมแม่ลูกจมน้ำ

อุบัติเหตุจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของเด็กเล็กในไทย โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่คนชอบเล่นน้ำ เรื่องราวสัญชาตญาณความเป็นแม่ เห็นลูกพลัดตกน้ำนี้ สะท้อนความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่ แต่ก็เตือนให้เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม

  • สอนลูกว่ายน้ำตั้งแต่เด็ก: เริ่มอายุ 3-4 ขวบ ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
  • เฝ้าดูเด็กใกล้ชิด: อย่าปล่อยให้เด็กเข้าใกล้แหล่งน้ำคนเดียว โดยเฉพาะห้วย คลอง สระ
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิต: ห่วงยาง ชูชีพ ต้องพร้อมใช้เสมอ
  • ผู้ใหญ่ต้องรู้ทักษะช่วยเหลือ: เรียนรู้การปั๊มหัวใจและ CPR เบื้องต้น
  • ติดรั้วกั้นบริเวณน้ำ: ในฟาร์มหรือพื้นที่เสี่ยง

สถิติจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากจมน้ำกว่า 1,000 รายต่อปี เราสามารถป้องกันได้ถ้าปรับพฤติกรรม นอกจากนี้ การมีหลักสูตรว่ายน้ำฟรีในชุมชนจะช่วยลดเหตุการณ์แบบนี้ได้

สุดท้าย เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงความยิ่งใหญ่ของสัญชาตญาณแม่ ที่พร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อลูก แม้ต้องแลกด้วยชีวิต แต่หวังว่าทุกคนจะนำบทเรียนไปใช้ อย่าให้เกิดซ้ำ คุณมีประสบการณ์เจอเหตุการณ์คล้ายๆ กันไหม? แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจคนอื่นๆ ด้วยนะครับ

ที่มา – สัญชาตญาณความเป็นแม่ เห็นลูกพลัดตกน้ำ รีบกระโดดช่วยแต่ว่ายน้ำไม่เป็น น้ำซัดจมดับคู่

Scroll to top