จักรภพ เพ็ญแข

“จักรภพ” เข้าสภาฯ รายงานตัวเป็น สส. คนใหม่ หลัง “ประเสริฐ” เปิดทางขอลาออก

เชื่อว่าคอการเมืองหลายคนคงกำลังจับตามองความเคลื่อนไหวที่อาคารรัฐสภาเป็นพิเศษครับ เพราะล่าสุดถือเป็นประเด็นร้อนที่น่าสนใจเมื่อ “จักรภพ” เข้าสภาฯ รายงานตัวเป็น สส. คนใหม่ หลัง “ประเสริฐ” เปิดทางขอลาออก โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งนายจักรภพ เพ็ญแข ได้เดินทางไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยแทนตำแหน่งที่ว่างลง

“จักรภพ” เข้าสภาฯ รายงานตัวเป็น สส. คนใหม่ หลัง “ประเสริฐ” เปิดทางขอลาออก

เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงในพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ตัดสินใจยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็น สส. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สมาชิกภาพของท่านสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ และทำให้ลำดับบัญชีรายชื่อถัดมาคือ นายจักรภพ เพ็ญแข ได้ขยับขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน นี่ถือเป็นการปรับทัพภายในที่น่าจับตามองว่าหลังจากนี้จะมีทิศทางงานสภาฯ อย่างไรบ้าง

บทบาทสำคัญหลัง “จักรภพ” เข้าสภาฯ รายงานตัวเป็น สส. คนใหม่ หลัง “ประเสริฐ” เปิดทางขอลาออก

การก้าวเข้ามาทำหน้าที่ สส. ของนายจักรภพในครั้งนี้ นับว่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนหลายสำนัก ซึ่งเราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าแนวทางการทำงานทางการเมืองของท่านจะเป็นไปในทิศทางใด โดยเฉพาะประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ เช่น:

  • การผลักดันนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทยในสภา
  • การมีส่วนร่วมในกรรมาธิการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทักษะความถนัดของท่าน
  • การทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อตอบโจทย์ประชาชนในระยะยาว

หลายคนมองว่าการที่นักการเมืองที่มีประสบการณ์โชกโชนอย่างคุณจักรภพกลับเข้ามาในสภาอีกครั้ง จะมาช่วยเสริมทัพให้พรรคเพื่อไทยมีความเข้มแข็งและมีความแหลมคมในการอภิปรายหรือการทำงานในสภามากขึ้น โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่สถานการณ์การเมืองมีความท้าทายอยู่รอบด้าน

สุดท้ายนี้ ในมุมมองของผม การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในตำแหน่ง สส. ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคลเท่านั้น แต่มันสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ของพรรคการเมืองเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน การเข้ามาของคุณจักรภพในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร จะถูกใจฐานเสียงหรือไม่ เราคงต้องร่วมกันเฝ้าสังเกตการณ์การทำงานของท่านในสภาชุดนี้อย่างใกล้ชิดครับ แล้วคุณล่ะครับคิดเห็นอย่างไรกับการปรับทัพครั้งนี้ มาแชร์ความคิดเห็นกันได้เลย!

ที่มา – “จักรภพ” เข้าสภาฯ รายงานตัวเป็น สส. คนใหม่ หลัง “ประเสริฐ” เปิดทางขอลาออก

“ประเสริฐ”ลาออกบัญชีรายชื่อ สส. เพื่อไทย ส่ง “จักรภพ” เลื่อนเป็น สส.

“ประเสริฐ”ลาออกบัญชีรายชื่อ สส. เพื่อไทย ส่ง “จักรภพ” เลื่อนเป็น สส.

วันนี้วงการการเมืองไทยมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญภายในพรรคเพื่อไทย เมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชรายชื่อ หลายคนที่ติดตามข่าวสารการเมืองคงทราบดีว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น หลังจากที่มีประกาศจากราชกิจจานุเบกษาว่า “ประเสริฐ”ลาออกบัญชีรายชื่อ สส. เพื่อไทย ส่ง “จักรภพ” เลื่อนเป็น สส. เข้ามาทำหน้าที่ในสภาแทน

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องปกติในระบบรัฐสภา แต่ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป โดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ตัดสินใจยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ตำแหน่งของเขาว่างลงตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (3)

ทำความเข้าใจเหตุผลที่ “ประเสริฐ”ลาออกบัญชีรายชื่อ สส. เพื่อไทย ส่ง “จักรภพ” เลื่อนเป็น สส.

เมื่อตำแหน่ง สส. บัญชีรายชื่อว่างลง ลำดับถัดไปในบัญชีของพรรคเพื่อไทยจึงต้องเลื่อนขึ้นมาทันที ตามประกาศของประธานสภาผู้แทนราษฎร นายโสภณ ซารัมย์ ได้ลงนามประกาศให้ นายจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครในลำดับที่ 18 ขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนลำดับที่ 5 เดิม

หากเราวิเคราะห์ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ จะพบประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • การขยับปรับเปลี่ยนตำแหน่งเป็นกลไกปกติของพรรคการเมืองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนงานสภา
  • การกลับมาของคุณจักรภพ เพ็ญแข ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่หลายคนจับตามองในแง่ของยุทธศาสตร์พรรค
  • กระบวนการเลื่อนลำดับดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 อย่างเคร่งครัด

ในฐานะผู้ติดตามข่าวการเมือง การที่ “ประเสริฐ”ลาออกบัญชีรายชื่อ สส. เพื่อไทย ส่ง “จักรภพ” เลื่อนเป็น สส. นั้น อาจสะท้อนให้เห็นถึงการจัดทัพใหม่ของพรรคเพื่อไทยเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับงานบริหารประเทศในช่วงเวลาที่สำคัญต่อจากนี้ เราคงต้องจับตาดูต่อไปว่าหลังจากนี้บทบาทของคุณจักรภพในสภาจะเป็นอย่างไร และจะมีทิศทางการทำงานที่เข้มข้นขึ้นเพียงใดในการผลักดันนโยบายให้ตอบโจทย์พี่น้องประชาชน หากใครสนใจติดตามข่าวสารการเมืองแบบลึกซึ้ง สามารถติดตามอัปเดตสถานการณ์ได้ผ่านช่องทางนี้เป็นประจำครับ

ที่มา – “ประเสริฐ”ลาออกบัญชีรายชื่อ สส. เพื่อไทย ส่ง “จักรภพ” เลื่อนเป็น สส.

จักรภพ เพ็ญแข เลื่อนลำดับเป็น สส.พรรคเพื่อไทย หลัง ประเสริฐ ลาออก

เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามข่าวการเมืองคงได้เห็นความเคลื่อนไหวล่าสุดกันแล้วนะครับ เมื่อเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศเรื่องการเลื่อนลำดับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมาก นั่นคือการที่ จักรภพ เพ็ญแข เลื่อนลำดับเป็น สส.พรรคเพื่อไทย หลัง ประเสริฐ ลาออก จากตำแหน่งเดิม

จักรภพ เพ็ญแข เลื่อนลำดับเป็น สส.พรรคเพื่อไทย หลัง ประเสริฐ ลาออก อย่างเป็นทางการ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการลาออกในครั้งนี้ส่งผลให้ตำแหน่งว่างลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 101 (3) ทำให้ต้องมีการเลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อของพรรคขึ้นมาทำหน้าที่แทน

เปิดรายชื่อผู้ทำหน้าที่ในสภาฯ: จักรภพ เพ็ญแข เลื่อนลำดับเป็น สส.พรรคเพื่อไทย หลัง ประเสริฐ ลาออก

สำหรับบุคคลที่ได้รับสิทธิ์ตามลำดับบัญชีรายชื่อให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง สส. แทน คือ นายจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 18 ของบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โดยมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับขั้นตอนการประกาศดังนี้ครับ:

  • ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามในประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569
  • การเลื่อนลำดับเป็นไปตามมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
  • การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบุคลากรภายในพรรคเพื่อไทยตามกลไกสภาฯ

การกลับเข้ามามีบทบาทในสภาผู้แทนราษฎรของนายจักรภพ เพ็ญแข ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับทิศทางการทำงานของพรรคเพื่อไทยในช่วงเวลาที่เหลือของวาระรัฐสภา หลายฝ่ายต่างตั้งคำถามและเฝ้ารอว่าบทบาทใหม่บนเก้าอี้ สส. นี้ จะนำไปสู่การผลักดันนโยบายหรือมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างไรบ้างในอนาคต

ถือเป็นเรื่องปกติของการเมืองในระบอบรัฐสภาที่มีการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลเพื่อขับเคลื่อนงานตามความเหมาะสมของพรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรเฝ้าติดตามผลงานของท่าน สส. คนใหม่ว่าจะสามารถสร้างประโยชน์หรือขับเคลื่อนประเด็นที่ประชาชนคาดหวังได้ดีเพียงใดครับ

ที่มา – “จักรภพ เพ็ญแข” เลื่อนลำดับเป็น สส.พรรคเพื่อไทย หลัง “ประเสริฐ” ลาออก

“จักรภพ” เผยชัยชนะ “สง่า” สส. เชียงราย เกินคาด

“จักรภพ” วิเคราะห์ชัยชนะเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 เกินความคาดหมาย เชื่อมาจาก “สง่า” ทำงานหนัก มี “ยงยุทธ-พิเชษฐ์” ช่วยเบื้องหลังเป็นระบบ เตือนอย่ามองข้ามคะแนนโนโหวตประท้วงเงียบ

วันที่ 15 ก.ย. 2568 นายจักรภพ เพ็ญแข รักษาการที่ปรึกษาของเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงชัยชนะของนายสง่า พรมเมือง ในการเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 โดยทิ้งห่างคู่แข่งอย่างพรรคประชาชนกว่าเท่าตัวว่า หากให้วิเคราะห์น่าจะมาจาก 1. มาจากตัวผู้สมัครเอง ที่ทำงานหนัก และลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง 2. มาจากผลงานเดิมของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย 3. ความคาดหวังในตัวผู้สมัครที่เข้าใจความรู้สึกของชาวบ้าน ส่วนตัวรู้สึกว่าจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่เฉพาะที่มีลักษณะเป็นเมืองนานาชาติที่มีการพัฒนาขึ้นในทุกวัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับประเทศจีน ลาว เมียนมา แต่องค์ประกอบหลายอย่างของจังหวัดเชียงรายยังไม่ได้จัดให้สอดคล้องกับความเป็นเมืองนานาชาติ

ไม่คิดผลคะแนนทะลุ 4 หมื่น

นายจักรภพ ยอมรับด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ทางพรรคเพื่อไทยตั้งความหวังว่า นายสง่าจะชนะการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้คิดว่าผลคะแนนที่ได้จะสูงถึงขนาด 4 หมื่นกว่าคะแนน ซึ่งห่างจากผู้สมัครของพรรคประชาชนที่ได้ไม่ถึง 2 หมื่นคะแนน สิ่งที่ตนเองพูดนี้ไม่ได้หมายความถึงการฮึกเหิมและก้าวร้าวทางการเมือง แต่สิ่งที่จะต้องทำหลังจากนี้ คือจะต้องศึกษาวิธีที่ได้มาซึ่งคะแนนเสียง ว่าเพราะอะไรประชาชนถึงสนับสนุนพรรคเพื่อไทยด้วยคะแนนเสียงจำนวนมาก และเท่าที่ตนเองสังเกตนายสง่าพร้อมทั้งทีมงานทำงานหนักมาโดยตลอด และได้รับการสนับสนุนจากนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงระบบที่เคยมีการบริหารการเมืองและการเข้าถึงประชาชนโดยผ่านกระบวนการตัวแทนต่างๆ ทั้งในระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่น ซึ่งจากการชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ตนเองยังตั้งข้อสังเกตว่า ชัยชนะที่ได้มาไม่ได้มาจากการที่จัดเวทีหาเสียงในลักษณะเวทีใหญ่ แต่เป็นการหาเสียงโดยใช้เวทีย่อยแต่ละหมู่บ้าน เมื่อผลออกมาว่าชนะการเลือกตั้งแสดงว่ากลยุทธ์และวิธีที่ได้ลงพื้นที่หาเสียงไปได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี คือประชาชนอยากได้ผู้สมัครที่เข้าถึงตัวและสามารถพูดจากันได้

เชื่อพท.ปรับกลยุทธ์ลุยเวทีย่อย

นายจักรภพกล่าวด้วยว่า จากนี้เชื่อว่า ทางผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยก็คงจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ช่วยหาเสียงเขต 7 เชียงราย ในครั้งนี้ คิดว่าสามารถนำมาเป็นต้นแบบในการหาเสียงเขตอื่นๆ ได้ โดยมีวิธีการคือ 1. เข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด และให้ย้อนกลับไปคิดถึงตอนที่สร้างพรรคไทยรักไทยขึ้นเป็นครั้งแรก ตอนนั้นประชาชนไม่รู้จักพรรคไทยรักไทยเลย ซึ่งเราจะต้องเอาตรงส่วนนี้มาถอดบทเรียนว่าทำอย่างไรจึงเข้าถึงประชาชน และได้รับการเลือกตั้งจนมาถึงปัจจุบันนี้ ตอนนี้ส่วนตัวคิดว่า ไม่ได้ต้องการเฉพาะที่จะได้แต่ชัยชนะ แต่ต้องปลุกฟื้นความศรัทธาของประชาชน เนื่องจากประชาชนเอือมระอาต่อการเมืองเป็นจำนวนมาก

วิเคราะห์ปัจจัยทำให้ชนะ

“ชัยชนะของคุณสง่า ในครั้งนี้ ผมมองว่าเป็นเพราะตัวคุณสง่า ที่ประกอบธุรกิจพืชไร่ในพื้นที่มาโดยตลอด จนเป็นที่รักของประชาชน จึงทำให้มีฐานคะแนนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าคะแนนที่ได้มาทั้งหมดจะเป็นฐานคะแนนเก่าของคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน และอีกส่วนประมาณ 40% ได้รับคะแนนสงสารคุณทักษิณ ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและต้องเข้าไปจำคุกอยู่ในเรือนจำ และสิ่งสำคัญที่ผมคิดว่ามีส่วนทำให้ชนะ คือ คุณยงยุทธ ติยะไพรัช การนำคนเก่าๆ ที่มีบทบาทในพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือ” นายจักรภพ กล่าวและว่า

ห่วงโนโหวตประท้วงการเมือง

แต่สำหรับอีกประเด็นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ จำนวนบัตรที่กาช่องไม่ประสงค์เลือกบุคคลใดมีจำนวนเกือบหมื่นใบ นายจักรภพ กล่าวว่า ในส่วนนี้แสดงให้เห็นได้ชัดว่าคนเบื่อหน่ายการเมือง แต่ตัวเองก็ถือว่าเป็นประเด็นที่จะต้องนำมาคิดเนื่องจาก โนโหวต ไม่ได้แปลว่าเขาชอบหรือไม่ชอบทั้งเพื่อไทยและประชาชน และก็มองว่าผู้สมัครทั้ง 2 คนไม่มีใครเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์ แต่ในส่วนของพรรคประชาชนนั้น คนอาจจะผิดหวังที่ไปเข้าร่วมรัฐบาล ส่วนตัวจึงคิดว่าจะต้องให้ความสำคัญกับหมื่นคะแนนที่ โนโหวต ส่วนตัวมีความรู้สึกลึกๆ ว่า จำนวนที่ โนโหวต อาจจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็สะท้อนให้เห็นว่าเป็นคะแนนที่ประท้วงระบบการเมือง

ยุ “ทักษิณ”พ้นโทษ ถือธงนำเพื่อไทย

นอกจากนี้ยังคงมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตร ว่า หลังจากนี้ต่อไปพรรคเพื่อไทยมีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีบุคคลในตระกูลชินวัตรเป็นผู้บริหารพรรค สำหรับประเด็นนี้ นายจักรภพมองว่า ตอนนี้คนในครอบครัวชินวัตร ก็คงมองอยู่ว่ามีบุคคลอื่นที่มีความรู้ความสามารถที่จะเข้ามาช่วยขยายอุดมการณ์ ในการร่วมขับเคลื่อนพรรค ต้องยอมรับว่าในระยะนี้คนคิดถึงนายทักษิณมากพอสมควร เนื่องจากนโยบายหลายอย่างที่นายทักษิณเคยทำไว้ตอนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ยังไม่เคยมีใครทำได้ที่เป็นรูปธรรมขนาดนี้ และที่สำคัญตนเองคิดว่าหลังจากที่คุณทักษิณพ้นโทษ ควรจะต้องกลับมาอยู่เบื้องหน้าของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากยังคงเป็นแบรนด์ของพรรคที่สำคัญ เพราะว่ายังคงมีคนที่ชื่นชอบในตัวคุณทักษิณอยู่อีกไม่น้อย และอีกประการเรื่องอายุขัยก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณทักษิณมีเวลาอีกไม่มากที่จะทำงาน เพราะฉะนั้นเมื่อประชาชนคิดว่าไม่อยากย่ำเท้าอยู่ที่เดิม ประกอบกับคุณทักษิณเองก็คิดว่าจะต้องพัฒนาก้าวไปข้างหน้าทั้ง 2 ส่วนนี้มารวมกันก็จะไปในทิศทางที่ดี และอีกประการหากนายทักษิณมาอยู่เบื้องหน้า ก็จะสามารถทำให้สร้างความมั่นใจให้กับ สส. ที่กำลังคิดว่าจะย้ายพรรค ปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ก็อาจจะเป็นได้หลังพ้นโทษ

เบรกอย่ารีบ ต้องเรียนรู้บทเรียน

ส่วนคำถามที่ว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่นายทักษิณจะมีโอกาสมารับโทษนอกเรือนจำ นายจักรภพกล่าวว่า คิดว่าเราไม่ควรรีบร้อนที่จะทำอะไรแบบนั้น ยกเว้นเสียแต่ว่าเป็นสิทธิของผู้ต้องขังตามปกติ ซึ่งจะพิจารณาจากพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าจะใช้สิทธิ์ทางด้านอายุ อาการป่วย จนถึงขั้นพักโทษนั้น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เราจะรีบเอาเรื่องนี้มาใช้เป็นสิทธิ ก็จะทำให้เกิดความคลางแคลงใจในอนาคต เราต้องเรียนรู้บทเรียนที่จะไม่ไปสร้างความระแวงของประชาชน เหมือนคราวที่ผ่านมา

“จักรภพ” เผยชัยชนะ “สง่า” ว่าที่สส. เชียงราย เกินความคาดหมาย เตือนอย่ามองข้ามโนโหวตประท้วงเงียบ

บทวิเคราะห์ของนายจักรภพ เพ็ญแข ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 โดยเน้นย้ำถึงการทำงานหนักของผู้สมัคร การสนับสนุนจากทีมงาน และความต้องการของผู้สมัครที่เข้าถึงประชาชน

สิ่งที่น่าสนใจจาก “จักรภพ” เผยชัยชนะ “สง่า” ว่าที่สส. เชียงราย เกินความคาดหมาย

สิ่งที่ได้จากบทสัมภาษณ์ของนายจักรภพ คือการมองถึงปัจจัยรอบด้านที่นำไปสู่ชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้สมัครเอง ทีมงานเบื้องหลัง หรือแม้แต่กระแสความนิยมในอดีตของพรรคไทยรักไทย นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงประเด็นที่น่าสนใจคือจำนวนผู้ที่เลือก “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” ซึ่งสะท้อนถึงความเบื่อหน่ายทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งในอนาคต

ชัยชนะของนายสง่า พรมเมือง ในการเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 เป็นผลลัพธ์ของการทำงานอย่างหนัก ความเข้าใจในพื้นที่ และการสนับสนุนจากทีมงานที่มีประสบการณ์ นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเข้าถึงประชาชนและการสร้างความเชื่อมั่นทางการเมืองในระยะยาว

การวิเคราะห์ของนายจักรภพเป็นข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ติดตามการเมืองไทยและผู้ที่สนใจในการวางกลยุทธ์การเลือกตั้ง

ที่มา – “จักรภพ”เผยชัยชนะ“สง่า” ว่าที่สส. เชียงราย เกินความคาดหมาย เตือนอย่ามองข้ามโนโหวตประท้วงเงียบ

Scroll to top