จังหวัดฉะเชิงเทรา

“อ.เชน” พาผู้สมัครแปดริ้วไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย

ในวันที่ 1 มกราคม 2569 เกิดเหตุการณ์ที่น่าประทับใจขึ้นที่ อ.เชน พาผู้สมัครแปดริ้วไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย ซึ่งเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความศรัทธาและกำลังใจจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดฉะเชิงเทรา นายยศชนัน วงศ์สวัส หรือที่รู้จักกันในชื่อ “อ.เชน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ได้พาคณะผู้สมัคร ส.ส. เขตต่างๆ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “แปดริ้ว” ไปสักการะหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด เพื่อขอพรและเอาฤกษ์เอาชัยก่อนลงพื้นที่หาเสียง

“อ.เชน” พาผู้สมัครแปดริ้วไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย

บรรยากาศที่วัดโสธรวรารามวรวิหารคึกคักไปด้วยประชาชนผู้ศรัทธาที่มารอต้อนรับคณะของอ.เชน ตั้งแต่หน้าประตูวัด ประชาชนจำนวนมากต่างพากันห้อมล้อม ขอถ่ายภาพเซลฟี่ และมอบพวงมาลัยดอกดาวเรืองที่สดใส รวมถึงของดีประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ ข้าวหลาม และผลไม้สดๆ อื่นๆ อ.เชนเองก็ยิ้มแย้มแจกจ่ายความสุข พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้านที่มาร่วมทำบุญ และไม่พลาดที่จะขอคะแนนเสียงให้กับพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครของพรรคในพื้นที่

คณะที่ไปในครั้งนี้ประกอบด้วยบุคคลสำคัญของพรรค เช่น นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร ส.ส. ฉะเชิงเทราทั้ง 4 เขต ได้แก่ นางฐิติมา ฉายแสง, นายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ, นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ และนายพิทักษ์ จารุสมบัติ ทุกคนต่างแต่งกายเรียบง่าย สุภาพเรียบร้อย สะท้อนถึงความใกล้ชิดกับประชาชน หลังจากไหว้หลวงพ่อโสธรเสร็จ คณะก็เตรียมตัวลงพื้นที่ช่วยหาเสียงต่อที่อำเภอพนมสารคามและอำเภอบางปะกง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของจังหวัด

เหตุผลที่เลือกไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย

หลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวฉะเชิงเทราและคนไทยทั่วไปให้ความเคารพนับถือ ชาวบ้านเล่าว่าพระองค์ปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากภัยพิบัติและนำพาความสำเร็จมาสู่ผู้ที่มากราบไหว้ การที่ อ.เชน พาผู้สมัครแปดริ้วไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่เป็นการแสดงถึงความเชื่อมั่นในพลังแห่งศรัทธาและการผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับการเมืองสมัยใหม่ ทำให้ภาพลักษณ์ของอ.เชนและทีมดูอบอุ่นและเข้าถึงใจชาวบ้านได้อย่างดีเยี่ยม

รายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ฉะเชิงเทราพรรคเพื่อไทย

  • นางฐิติมา ฉายแสง – เขต 1 ผู้สมัครสาวแกร่งพร้อมทำงานเพื่อประชาชน
  • นายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ – เขต 2 นักพัฒนาท้องถิ่นที่มีวิสัยทัศน์
  • นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ – เขต 3 ประสบการณ์ยาวนานในการรับใช้ชาวแปดริ้ว
  • นายพิทักษ์ จารุสมบัติ – เขต 4 สานต่อนโยบายเพื่อไทยให้เกิดผลจริง

กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้กับทีมผู้สมัครเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่าพรรคเพื่อไทยกำลังเร่งเครื่องหาเสียงในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างจริงจัง โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทราที่มีบทบาทสำคัญในฐานะฐานเสียงเก่าแก่ของพรรค การมาร่วมกันแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการใช้โอกาสปีใหม่เพื่อเชื่อมโยงกับจิตใจชาวบ้าน

นอกจากนี้ อ.เชนยังได้พูดคุยถึงนโยบายสำคัญของพรรค เช่น การแก้ปัญหาค่าครองชีพ การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนที่มาร่วม ชาวบ้านหลายคนบอกว่าดีใจที่ได้เห็นนักการเมืองที่ไม่ลืมศรัทธาและรากเหง้าท้องถิ่น กิจกรรม อ.เชน พาผู้สมัครแปดริ้วไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย จึงกลายเป็นข่าวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้สนับสนุนทั่วประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยในยุคนี้ต้องการผู้นำที่เข้าใจหัวใจของประชาชน การเริ่มต้นด้วยการขอพรจากหลวงพ่อโสธรไม่ใช่แค่พิธี แต่เป็นการย้ำถึงค่านิยมไทยที่ผสมผสานศาสนากับการทำงานเพื่อสังคม หากคุณกำลังสนใจการเมืองท้องถิ่นหรืออยากติดตามพัฒนาการของพรรคเพื่อไทยในฉะเชิงเทรา ลองแวะมาอ่านบทความเพิ่มเติมในบล็อกของเรา หรือแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ!

ที่มา – “อ.เชน” พาผู้สมัครแปดริ้วไหว้หลวงพ่อโสธรเอาฤกษ์เอาชัย

หมอนทองวิทยาฟีเวอร์! แห่เชียร์ หวังคว้าแชมป์

กระแส “หมอนทองวิทยาฟีเวอร์” แรงเกินต้าน! กองเชียร์เตรียมรถบัสกว่า 20 คัน ระดมพลไปส่งกำลังใจให้ทีมรักถึงขอบสนามในรอบชิงชนะเลิศ ด้าน “น้องเต” ดาวซัลโวประจำทีม ตั้งเป้าหมายชัดเจน รถขนฝันจะต้องกลายเป็นรถขนแชมป์ สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดฉะเชิงเทราให้ได้

ความคึกคักปกคลุมทั่วเมืองแปดริ้ว หลังจากทีมโรงเรียนหมอนทองวิทยา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอล 7 สี ได้สำเร็จ แฟนบอลจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาขอซื้อเสื้อแข่ง แลกกับรองเท้าสตั๊ดราคาแพงลิบ (อ่านข่าว : กำลังใจล้น ทีมหมอนทองวิทยา เผยเหตุผลใช้รถขนฝันคันเดิม มุ่งสู่สนามศุภชลาศัย)

บรรยากาศที่แคมป์เก็บตัวนักฟุตบอลทีมหมอนทองวิทยา ในเช้าวันนี้ (7 พฤศจิกายน 2568) เต็มไปด้วยความอบอุ่น ประชาชนต่างนำน้ำดื่ม ขนมขบเคี้ยว และสิ่งของจำเป็นมามอบให้กำลังใจนักเตะอย่างไม่ขาดสาย

อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ได้นำนักเตะรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ส่วนหนึ่ง เดินทางไปแข่งขันฟุตซอล โอกาเนะ ที่กรุงเทพฯ ขณะที่นักเตะตัวหลักที่เหลือ พักผ่อนฟื้นฟูร่างกาย เตรียมพร้อมสำหรับศึกชิงแชมป์กับ อบจ.ชัยนาท ในวันพรุ่งนี้ (8 พฤศจิกายน 2568)

นายนัทธี วงษ์เลิศ แฟนบอลจากจังหวัดนนทบุรี เดินทางมาด้วยใจที่มุ่งมั่น ตั้งใจมาขอซื้อเสื้อแข่งของทีมหมอนทองวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชื่นชอบในฝีเท้าของ “นายวรากร ช่างเขียนดี” เป็นอย่างมาก แม้ทางชมรมจะไม่มีเสื้อจำหน่าย (เนื่องจากทำเป็นพรีออเดอร์) แต่นายนัทธีก็ไม่ย่อท้อ อ้อนวอนขอซื้อเสื้อที่น้องใส่แล้ว เพื่อนำไปใส่เชียร์ในวันพรุ่งนี้ สตาฟโค้ชเห็นใจ จึงมอบเสื้อปีก่อนให้ด้วยไมตรีจิต

นอกจากนี้ นายนัทธียังได้มอบรองเท้าสตั๊ด Mizuno wave cup รุ่นดัง ราคาเปิดตัวหลักหมื่น ให้กับน้องเต เพื่อใช้ในการแข่งขัน

นายวรากร ช่างเขียนดี (น้องเต) ดาวซัลโวประจำทีม วัย 17 ปี กลายเป็นที่กล่าวถึงในโลกโซเชียล จากฟอร์มอันร้อนแรง ยิง 2 ประตู และจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูอีก 2 แอสซิสต์ ในนัดที่เอาชนะอัสสัมชัญศรีราชาไปได้

น้องเต วรากร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่เห็นแฟนบอลจากฉะเชิงเทราตามมาเชียร์กันแน่นสนาม มั่นใจว่าจะสามารถคว้าแชมป์กลับฉะเชิงเทราได้ เปลี่ยนรถขนฝันให้กลายเป็นรถขนแชมป์ และเชิญชวนพี่น้องชาวฉะเชิงเทราและแฟนบอลชาวไทย ร่วมเชียร์ทีมหมอนทองวิทยา

นายปัญณวัฒน์ พงษ์บุญญพัฒน์ (แต้งกิ้ว) เล่าถึงสตอรี่สุดซึ้งที่คุณพ่อก้มกราบเท้าอาจารย์สกล เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเองไม่ตั้งใจเรียน ถูกมองข้าม แต่พ่อเชื่อมั่นในอาจารย์สกลว่าจะสามารถพาตนเองประสบความสำเร็จได้ การที่ทีมผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ทำให้ตนเองและพ่อรู้ว่าความฝันกำลังเป็นจริง

นายสุทธิพงษ์ และเล็ก สองนักฟุตบอลจากตำบลหมอนทอง เผยว่า รู้สึกตื่นเต้นที่แฟนบอลชาวแปดริ้วตามไปเชียร์กันมากมาย และฝากเชิญชวนให้ไปเชียร์พวกตนในวันพรุ่งนี้ที่สนามศุภชลาศัย

ดร.สุเมธ ริดหมัด ประธานมูลนิธิอิสลามฉะเชิงเทรา และประธานชมรมฟุตบอลศิษย์เก่าโรงเรียนหมอนทองวิทยา เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งชมรม ที่ต้องการให้เด็กๆ ได้เล่นกีฬาและเรียนหนังสือควบคู่กันไป และเชิญชวนชาวฉะเชิงเทราไปเชียร์น้องๆ นักฟุตบอล ทราบว่ามีรถบัสเดินทางไปกรุงเทพฯ กว่า 20 คัน

น.ส. แสงอรุณ บินสอัด แม่ค้าขายไก่ทอดหน้าโรงเรียน ผู้โด่งดังจากกระแส “ตามหาสาวฮิญาบดำ” เผยว่า ตนเองและแม่ค้ากว่า 90% จะปิดร้านไปเชียร์น้องๆ พร้อมเผยความภูมิใจที่โรงเรียนเล็กๆ ในตำบลเล็กๆ เป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศ

หมอนทองวิทยาฟีเวอร์ คืออะไร ทำไมถึงเป็นกระแส?

ปรากฏการณ์ หมอนทองวิทยาฟีเวอร์ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลมาจากการทุ่มเทแรงกายแรงใจของผู้บริหาร ครู อาจารย์ นักกีฬา และศิษย์เก่า ที่ร่วมกันสร้างทีมฟุตบอลเล็กๆ ให้ก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำระดับประเทศ เรื่องราวของความมุ่งมั่น ความสามัคคี และความเสียสละ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนมาก จนเกิดเป็นกระแส หมอนทองวิทยาฟีเวอร์ ที่เราเห็นในวันนี้

อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของทีมหมอนทองวิทยา?

ความสำเร็จของทีมหมอนทองวิทยา ไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่เกิดจากการทำงานหนัก การฝึกซ้อมอย่างมีวินัย และที่สำคัญที่สุดคือ สปิริตของทีม นักกีฬาทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเอง และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อทีม นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ทีมหมอนทองวิทยาก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ และประสบความสำเร็จได้

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ทีมหมอนทองวิทยา สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและคนในชุมชน ทำให้พวกเขามีความหวังและเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง เรื่องราวของทีมหมอนทองวิทยาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า หากมีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

ร่วมส่งแรงใจเชียร์ทีมหมอนทองวิทยาให้คว้าแชมป์กลับบ้านเกิดให้ได้!

ที่มา – หมอนทองวิทยาฟีเวอร์ เตรียมบัสกว่า 20 คันเชียร์ หวังรถขนฝัน กลายเป็นรถขนแชมป์

เปิดประวัติ จ.อ.ยศสิงห์ ว่าที่รมว.อุตสาหกรรม

เปิดประวัติ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ จากอดีตผู้สมัครนายก อบจ.คณะก้าวหน้า สู่ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คนสนิท “สุชาติ” จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในครม.อนุทิน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง

วันที่ 6 กันยายน 2568 มีรายงานว่าโผคณะรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีความชัดเจนแล้วว่าทางกลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี 3 ที่นั่ง โดยนายสุชาติเองนั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ คนสนิทของนายสุชาติ ได้รับโควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีชื่อของนายธนกร วังบุญคงชนะ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดย จ.อ.ยศสิงห์ ถือเป็นรัฐมนตรีใหม่ป้ายแดง และได้รับการผลักดันจากนายสุชาติให้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างเต็มที่

เปิดประวัติ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ

สำหรับประวัติ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ เป็นชาวจังหวัดฉะเชิงเทราโดยกำเนิด จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการบริหารงานยุติธรรมและสังคม จากมหาวิทยาลัยบูรพา เคยรับราชการในสายสรรพาวุธทหารเรือ ก่อนที่จะลาออกมาเข้าสู่สนามการเมืองครั้งแรกในปี 2544 โดยลงสมัครในระดับท้องถิ่นในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร อบต.บางผึ้ง ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น นายก อบต.บางผึ้ง จ.ฉะเชิงเทรา และชนะการเลือกตั้งถึง 4 สมัย ครองตำแหน่งรวม 4 สมัย และอีก 3 ปีเต็ม

ในปี 2563 จ.อ.ยศสิงห์ ได้เข้าสู่สนามการเมืองระดับจังหวัด โดยลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.แปดริ้ว ในนามคณะก้าวหน้า แต่พ่ายแพ้ให้กับนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีตนายก อบจ. 3 สมัย อย่างไรก็ตาม จ.อ.ยศสิงห์ ก็ได้รับคะแนนเสียงไปถึง 132,191 คะแนน และยังสามารถนำทีม ส.อบจ. คณะก้าวหน้า ให้ได้รับการเลือกตั้งถึง 10 คน โดยในการเลือกตั้งครั้งนั้น ช่อ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้เดินทางไปช่วยหาเสียงด้วยตนเอง

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 คณะรัฐมนตรีรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง จ.อ.ยศสิงห์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น

ล่าสุด จ.อ.ยศสิงห์ ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในครม.อนุทิน ชาญวีรกูล โดยได้รับการสนับสนุนจากนายสุชาติ ชมกลิ่น อย่างเต็มที่ เส้นทางการเมืองของ จ.อ.ยศสิงห์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถในการปรับตัวที่น่าสนใจ

เส้นทางสู่ตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีของ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ

จากประวัติที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ มีประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งในด้านการบริหารราชการ การเมืองท้องถิ่น และการเมืองระดับชาติ การได้รับตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ที่สำคัญ ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ในการขับเคลื่อนและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของภาคอุตสาหกรรมไทย

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีของ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในแวดวงการเมืองไทย และความสำคัญของการมีประสบการณ์ที่หลากหลายในการบริหารประเทศ การที่เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำงาน และวิสัยทัศน์ที่น่าจะนำพาประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้

การที่บุคคลที่เติบโตมาจากการเมืองท้องถิ่นสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับประเทศได้นั้น แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่มีความสามารถและความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักการเมืองรุ่นใหม่ และผู้ที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศต่อไป

โดยสรุปแล้ว การได้รู้จักกับประวัติของ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ทำให้เราเห็นถึงเส้นทางการเติบโตและความมุ่งมั่นของนักการเมืองคนหนึ่ง ที่พร้อมจะเข้ามาทำหน้าที่ในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

ที่มา – เปิดประวัติ “จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ” จากผู้ช่วยรมต. สู่ว่าที่รมว.อุตสาหกรรม ครม.อนุทิน

Scroll to top