จังหวัดปัตตานี

ครม.สัญจรสงขลา จ่อถกปัญหา 5 จังหวัดใต้ ขอม็อบอย่าชุมนุมทำเนียบฯ มีอะไรไปคุยที่คมนาคม

ครม.สัญจรสงขลา จ่อถกปัญหา 5 จังหวัดใต้ ขอม็อบอย่าชุมนุมทำเนียบฯ มีอะไรไปคุยที่คมนาคม

เป็นที่จับตามองอย่างมากสำหรับการเตรียมความพร้อมจัดประชุม ครม.สัญจรสงขลา จ่อถกปัญหา 5 จังหวัดใต้ ขอม็อบอย่าชุมนุมทำเนียบฯ มีอะไรไปคุยที่คมนาคม โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าถึงภารกิจสำคัญในครั้งนี้ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และแก้ไขปัญหาผังเมืองที่คั่งค้างมานาน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นการขับเคลื่อนนโยบายจากส่วนกลางสู่ภูมิภาค โดยเน้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งทางภาครัฐได้มีการประสานงานร่วมกับภาคเอกชนและผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อรวบรวมข้อมูลและโครงการที่จะช่วยพัฒนาอาชีพและรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

จุดประสงค์หลักของการประชุม ครม.สัญจรสงขลา จ่อถกปัญหา 5 จังหวัดใต้ ขอม็อบอย่าชุมนุมทำเนียบฯ มีอะไรไปคุยที่คมนาคม

ในการประชุมที่จะถึงนี้ รัฐบาลไม่ได้เพียงแค่ต้องการอนุมัติงบประมาณ แต่ต้องการฟังเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่จริงๆ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับ:

  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและผังเมืองใหม่ให้เหมาะสมกับยุคสมัย
  • การส่งเสริมอาชีพเพื่อยกระดับรายได้เฉลี่ยของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
  • การเร่งผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารให้เป็นระบบมากขึ้น

ทางด้านนายพิพัฒน์ได้ฝากถึงกลุ่มผู้ชุมนุมที่อาจมีการยกระดับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับประเด็นเศรษฐกิจว่า ตนไม่เข้าใจถึงเหตุผลในการประท้วง โดยเฉพาะประเด็นที่จบไปแล้วหรือไม่มีอยู่จริง พร้อมย้ำว่า ครม.สัญจรสงขลา จ่อถกปัญหา 5 จังหวัดใต้ ขอม็อบอย่าชุมนุมทำเนียบฯ มีอะไรไปคุยที่คมนาคม ซึ่งเป็นช่องทางที่เปิดกว้างและพร้อมรับฟังมากกว่าการมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงโครงการ Missing Link และการพัฒนาท่าเรือฝั่งอันดามัน ซึ่งกระทรวงคมนาคมกำลังเร่งศึกษาความเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับระบบราง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ส่วนประเด็นน้ำท่วมในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้มีการกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนอย่างใกล้ชิดแล้ว

ในมุมมองของเรา การที่ภาครัฐลงมาประชุมถึงพื้นที่จริงเป็นสัญญาณที่ดีของการแก้ปัญหาแบบถึงลูกถึงคน สิ่งสำคัญคือการสื่อสารและการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐกับภาคประชาชน หากเกิดข้อสงสัยหรือต้องการข้อเสนอแนะ การพูดคุยผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามที่กระทรวงคมนาคมแนะนำ ถือเป็นวิธีการที่สร้างสรรค์และก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากกว่าการใช้กฎหมู่กดดันรัฐบาลครับ

ที่มา – ครม.สัญจรสงขลา จ่อถกปัญหา 5 จังหวัดใต้ ขอม็อบอย่าชุมนุมทำเนียบฯ มีอะไรไปคุยที่คมนาคม

พิพัฒน์-เลขา สมช. รับบึ้มปั๊มน้ำมัน PT ป่วนก่อนเจรจาความสงบชายแดนใต้

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายเฝ้าจับตามอง สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากเกิดเหตุการณ์ลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน PT ในพื้นที่ จ.ยะลา ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลในวงกว้าง ล่าสุด พิพัฒน์-เลขา สมช. รับบึ้มปั๊มน้ำมัน PT ป่วนก่อนเจรจาความสงบชายแดนใต้ โดยมองว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์จากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองก่อนที่การเจรจาสันติภาพจะเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนหน้า

พิพัฒน์-เลขา สมช. รับบึ้มปั๊มน้ำมัน PT ป่วนก่อนเจรจาความสงบชายแดนใต้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยว่าได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และตั้งข้อสังเกตว่ามีความเชื่อมโยงกับกำหนดการเจรจาสันติภาพที่จะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ โดยรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและเตรียมหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อให้ความสงบสุขกลับคืนสู่พื้นที่โดยเร็วที่สุด พร้อมมองว่านี่คือวิถีทางของการกดดันที่มักเกิดขึ้นก่อนการเจรจาสำคัญในหลายประเทศ ซึ่งต้องอาศัยความอดทนและการดำเนินการอย่างรอบคอบจากภาครัฐ

มุมมองจากเลขา สมช. ต่อเหตุการณ์ความไม่สงบ

ทางด้านนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ยืนยันว่า เหตุการณ์ พิพัฒน์-เลขา สมช. รับบึ้มปั๊มน้ำมัน PT ป่วนก่อนเจรจาความสงบชายแดนใต้ นั้นมีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มความไม่สงบในพื้นที่อย่างแน่นอน โดยวิธีปฏิบัติการมีความใกล้เคียงกับเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งทางหน่วยงานความมั่นคงกำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกเพื่อระบุตัวผู้บงการและกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม

  • เร่งตรวจสอบพยานหลักฐานและกล้องวงจรปิดในพื้นที่ปั๊ม PT
  • ประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศมาเลเซียอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมมาตรการป้องกันเหตุเชิงรุกก่อนช่วงการเจรจาต้นเดือนกรกฎาคม

นอกจากนี้ ในวันที่ 9-10 กรกฎาคมนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางไปเยือนประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือถึงความร่วมมือในการควบคุมชายแดนให้เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยตัดตอนช่องทางของผู้ก่อเหตุไม่ให้ใช้ตะเข็บชายแดนในการหลบหนีหรือเคลื่อนไหว ขณะที่กรณีการประกาศกำหนดพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว นั้น เลขา สมช. ชี้แจงว่าเป็นเพียงขั้นตอนการเตรียมการของกองทัพตามปกติ ไม่ใช่การสู้รบแต่อย่างใด

ในฐานะประชาชน สิ่งที่เราหวังเห็นมากที่สุดคงไม่ใช่แค่การตอบโต้ด้วยกำลัง แต่คือความร่วมมือที่ยั่งยืนและการเจรจาที่เห็นผลจริง เพื่อให้พี่น้องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขและปราศจากความเสี่ยงจากเหตุรุนแรงเหล่านี้ครับ

ที่มา – “พิพัฒน์-เลขา สมช.” รับบึ้มปั๊มน้ำมัน PT ป่วนก่อนเจรจาความสงบชายแดนใต้

อาลัย อิลยัส ดอเลาะ อส.ผู้เสียสละ หลังถูกลอบวางระเบิด

อาลัย “อิลยัส ดอเลาะ” อส.ผู้เสียสละ หลังถูกลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจช่วยประชาชน

เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความโศกเศร้าให้กับพี่น้องชาวไทยและคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมาก เมื่อได้รับข่าวการจากไปของ นายหมู่ใหญ่ อิลยัส ดอเลาะ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้เสียสละอย่างแท้จริงในปฏิบัติหน้าที่เพื่อสังคม

เปิดสาเหตุความสูญเสีย อาลัย “อิลยัส ดอเลาะ” อส.ผู้เสียสละ หลังถูกลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจช่วยประชาชน

เหตุการณ์เศร้าสลดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ในพื้นที่บ้านกลาง ตำบลบ้านกลาง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ขณะที่นายหมู่ใหญ่ อิลยัส ดอเลาะ และเพื่อนร่วมงานกำลังปฏิบัติภารกิจนำส่งผู้ป่วยยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษา ซึ่งเป็นงานด้านมนุษยธรรมเพื่อให้โอกาสคนในสังคมกลับตัวเป็นคนดี แต่กลับถูกผู้ไม่หวังดีลอบวางระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ความกล้าหาญของนายหมู่ใหญ่ อิลยัส ดอเลาะ ได้เป็นที่ประจักษ์ถึงความตั้งใจจริงในการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ภารกิจครั้งนี้เปรียบเสมือนเครื่องพิสูจน์ถึงหัวใจอันยิ่งใหญ่ของชายชาติทหารและอส.ที่อุทิศตนแม้ในเวลาที่ต้องเผชิญกับอันตรายรอบด้าน

  • การจากไปของบุคลากรที่มีคุณภาพ
  • การสูญเสียผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม
  • ความสำคัญของภารกิจเยียวยาสังคม

ในนามของเพื่อนร่วมงานและประชาชนต่างร่วมกันสดุดีความกล้าหาญของ อส.ผู้นี้ แม้ร่างกายจะจากไป แต่ความดีและความเสียสละของเขาจะยังคงถูกรำลึกถึงตลอดไป ในขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม โดยขอความร่วมมือประชาชนหากมีเบาะแสให้แจ้งสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทันที

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนแห่งความสูญเสียที่ย้ำเตือนให้เราเห็นถึงคุณค่าของการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่คอยดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน พวกเราขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวและคนใกล้ชิดของนายหมู่ใหญ่ อิลยัส ดอเลาะ ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ และขอให้ดวงวิญญาณของผู้เสียสละท่านนี้ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ

ที่มา – อาลัย “อิลยัส ดอเลาะ” อส.ผู้เสียสละ หลังถูกลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจช่วยประชาชน

“ธรรมนัส” ย้ำ! ไม่จริง ใครจะลาออก รมต.

“รมว.ธรรมนัส” ลั่น พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ดันลูกหลานมุสลิมเป็นรัฐมนตรีสำเร็จ ไม่จริง เรื่องยื่นลาออกกับนายกฯ บอกนักรบถ้าจะตายก็ต้องตายในสนามรบ ซัด สส.ภาคกลาง ปม “แก้มลิงทุ่งหิน” ทำไม่เสร็จตั้งแต่ยุครัฐบาลลุงแล้ว

วันที่ 8 พ.ย. 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี โดยได้เดินทางไปยังโรงเรียนดรุณศาสน์วิทยา และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อพบปะประชาชน และรับฟังปัญหาในพื้นที่ พร้อมทั้งมอบโฉนดเพื่อการเกษตร โฉนดต้นยางพารา และปัจจัยการผลิต โดยมี นายยูนัยดี วาบา สส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์, นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม และนางสาลีฮะ มะยูโซ๊ะ นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก ให้การต้อนรับ

โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้นำคณะรัฐมนตรี และผู้บริหารทั้ง 3 กระทรวง ยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้น ได้กล่าวกับประชาชนช่วงหนึ่งว่า ผมเคยประกาศเอาไว้ว่าจะทำให้ลูกหลานชาวไทยมุสลิมเข้าไปเป็นรัฐมนตรีให้ได้ ตอนนั้นหลายคนก็ปรามาสว่า จะทำได้จริงหรือไม่ วันนี้ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ผมทำให้อามินทร์ มะยูโซ๊ะ ลูกหลาน 3 จังหวัดชายแดนใต้เข้าไปเป็นรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องมุสลิมได้แล้ว

หนุนเทศบาลเมืองยะลา ใช้งบขุดลอก 100 ล้านบาท

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ได้พาคณะ ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยระหว่างการลงพื้นที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับหนังสือคัดค้านโครงการประตูกั้นแม่น้ำปัตตานีที่อำเภอกรงปินัง จากประชาชนกลุ่มเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานีด้วย

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.ยะลา ต้องแก้ไขเป็นระบบ ฟังเสียงประชาชนและผู้ที่อยู่ในพื้นที่จริง ซึ่งวันนี้มีพี่น้องมายื่นหนังสือคัดค้านโครงการประตูกั้นแม่น้ำปัตตานีที่อำเภอกรงปินัง ตนถามว่าทำไม เขาก็บอกว่า ปลาดี ๆ จะตายหมด กระทบสิ่งแวดล้อม การจะสร้างโครงการใดต้องคิดเป็นระบบ ไม่ใช่คิดเป็นจุด ๆ ซึ่งการศึกษาการบริหารจัดการน้ำต้องอาศัยคนในพื้นที่และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างถูกต้องและรอบด้าน เช่น การสำรวจเส้นทางน้ำ การตีความลักษณะทางน้ำ และการวางระบบระบายน้ำ เปรียบเสมือนระบบจราจรที่ต้องไม่มีการตันหรือสะดุด

ในส่วนของโครงการขุดลอกและพัฒนาระบบน้ำในพื้นที่ นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองยะลา นำเสนอแนวทางการขุดลอกน้ำและใช้เงินเบื้องต้นประมาณ 100 ล้านบาท ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเห็นด้วย และจะจัดหางบประมาณทั้งจากงบกลาง หรืองบเหลือจ่ายปี 2569 เพื่อให้โครงการเริ่มดำเนินการทันที

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีย้ำว่า ทุกโครงการในพื้นที่ชายแดนใต้จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลจริง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในยะลา ปัตตานี และนราธิวาสอย่างยั่งยืน

ไม่จริง ใครมันจะไปลาออกรมต.

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงข่าวลือเรื่องการลาออกจากตำแหน่งว่า มันเป็นข่าวปลอม บอกว่า ผมเข้าพบนายกรัฐมนตรี 3 ชั่วโมงแล้วยื่นใบลาออก ไม่จริงครับ นักรบ ถ้าจะตายก็ต้องตายในสนามรบ ผมเป็นนักการเมือง ถ้าจะตายก็จะตายในสนามเวทีการเมือง ใครมันจะไปลาออกรมต. มันไม่มีเหตุมีผล ไม่ใช่ธรรมนัส ผมไม่หนีปัญหาแน่นอน ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ประสงค์ร้ายด้วย

“ธรรมนัส” ย้ำข่าวลาออกไม่จริง

จากกรณีที่มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวอย่างหนักแน่น โดยยืนยันว่า “ธรรมนัส” ย้ำ ไม่จริง ใครมันจะไปลาออกรมต. พร้อมทั้งระบุว่า ข่าวที่ออกมานั้นเป็นข่าวปลอม และไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

สำหรับกระแสข่าวลือดังกล่าว ได้สร้างความสับสนให้กับประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก ทำให้หลายฝ่ายต่างจับจ้องและรอฟังความจริงจากปากของ ร.อ.ธรรมนัส โดยตรง ซึ่งการออกมาปฏิเสธข่าวในครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนว่า ร.อ.ธรรมนัส ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไป และพร้อมที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงประเด็นทางการเมืองอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทบาทและหน้าที่ของตนเอง พร้อมทั้งแสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเกษตร ซึ่งเป็นกระทรวงที่ตนเองกำกับดูแลอยู่

ซัด สส.ภาคกลาง ปม “แก้มลิงทุ่งหิน” ทำไม่เสร็จตั้งแต่ยุครัฐบาลลุงแล้ว

“สส.ภาคกลาง กล่าวถึงโครงการแก้มลิงทุ่งหิน ที่จังหวัดสมุทรสงคราม หาว่า เป็นอนุสาวรีย์ที่ธรรมนัสทิ้งเอาไว้ งบประมาณ 600 ล้านบาท ผมอยากจะฝากว่า น้องเอย ไปดูให้ดี มันทำในยุคลุงผมโน่น อย่าให้บอกเลยว่าลุงไหน ลุงรัฐบาลนู่น รู้ใช่ไหม และผมไปตรวจว่า ทำไมมันถึงมีปัญหาสร้างไม่เสร็จสักที ผมต้องสั่งกรมชลประทานให้ไปแก้ไขที่ลุงเขาทำแล้วไม่สำเร็จ ท่าน สส.ต้องไปศึกษาให้ดีก่อนจะเขียนวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของใคร” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

การออกมาตอบโต้ข่าวลือและแสดงความมุ่งมั่นในการทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจจริงในการทำหน้าที่ของตนเอง แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายและอุปสรรคต่าง ๆ ก็ตาม ดังนั้น ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ และให้กำลังใจผู้ที่ตั้งใจทำงานเพื่อส่วนรวมต่อไป

ที่มา – “ธรรมนัส” ย้ำ ไม่จริง ใครมันจะไปลาออกรมต. เสียใจกับผู้ที่ประสงค์ร้ายด้วย

Scroll to top