จังหวัดพะเยา

ป.ป.ส. ส่งทีมสอบแม่แอร์สาว จ.พะเยา-พบชายมาส่งพัสดุ 22 มิ.ย. ยังไม่พบเส้นเงิน

ป.ป.ส. ส่งทีมสอบแม่แอร์สาว จ.พะเยา-พบชายมาส่งพัสดุ 22 มิ.ย. ยังไม่พบเส้นเงิน

จากกรณีข่าวสะเทือนวงการการบิน เมื่อแอร์โฮสเตสสาวคนหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียจับกุมในข้อหาลักลอบขนยาเสพติด ล่าสุดความคืบหน้าเรื่อง ป.ป.ส. ส่งทีมสอบแม่แอร์สาว จ.พะเยา-พบชายมาส่งพัสดุ 22 มิ.ย. ยังไม่พบเส้นเงิน กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งรัดตรวจสอบความเป็นไปได้และหาหลักฐานเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด

พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า ทาง ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจสอบที่พักและกล้องวงจรปิดของแอร์โฮสเตสรายนี้ ซึ่งพบข้อมูลว่ามีชายปริศนามาส่งพัสดุให้ถึงหน้าคอนโดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบอย่างละเอียดภายในห้องพัก กลับไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินเบื้องต้น แต่ก็ยังไม่พบความผิดปกติที่ชัดเจนหรือเงินจำนวนมากในบัญชีแต่อย่างใด

เบื้องหลังพฤติการณ์รับหิ้วสินค้า

สามีของแอร์โฮสเตสสาวได้ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่า ภรรยาของเขามีการรับงานหิ้วสินค้าเพื่อเป็นรายได้เสริมจริง ซึ่งในกรณีของกระเป๋าช้างที่เป็นประเด็นนั้น ระบุว่ามีการรับหิ้วมาทั้งหมด 12 ใบ แต่มีเพียง 2 ใบเท่านั้นที่น่าสงสัย พฤติการณ์ลักษณะนี้ถือเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ผู้ค้ายาเสพติดฉวยโอกาสฝากของผิดกฎหมายปะปนไปกับการรับหิ้วของทั่วไป เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบของระบบรักษาความปลอดภัยในประเทศไทย

  • การตรวจสอบเส้นทางการเงินยังไม่พบความผิดปกติ
  • มีชายปริศนามาส่งของให้ที่หน้าคอนโดมิเนียมจริง
  • ตำรวจไทยกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานและประสานงานกับตำรวจออสเตรเลีย
  • กระทรวงยุติธรรมเตรียมกำชับการท่าอากาศยานเพื่ออุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับข่าว ป.ป.ส. ส่งทีมสอบแม่แอร์สาว จ.พะเยา-พบชายมาส่งพัสดุ 22 มิ.ย. ยังไม่พบเส้นเงิน ทางเจ้าหน้าที่ไทยยังคงต้องประสานงานกับทางการออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด เนื่องจากขณะนี้ข้อมูลฝั่งออสเตรเลียยังไม่ถูกส่งกลับมามากนัก ทำให้การสรุปสำนวนคดีและการยืนยันว่าแอร์โฮสเตสรู้เห็นเป็นใจหรือเป็นเพียงเหยื่อของขบวนการค้ายาทางอ้อมนั้น ยังคงต้องใช้เวลาในการสืบสวนหาความจริงต่อไป

ในฐานะคนติดตามข่าวสาร เราคงต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น และหวังว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะสามารถหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก โดยเฉพาะการเข้มงวดตรวจสอบการขนส่งสินค้าผ่านเที่ยวบินที่อาจเป็นช่องทางให้กลุ่มมิจฉาชีพสร้างความเดือดร้อนแก่สุจริตชนและชื่อเสียงของประเทศ

ที่มา – ป.ป.ส. ส่งทีมสอบแม่แอร์สาว จ.พะเยา-พบชายมาส่งพัสดุ 22 มิ.ย. ยังไม่พบเส้นเงิน

ผลเลือกตั้งใหม่พะเยา เขต 1 น้องชายธรรมนัสชนะขาดลอย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่ติดตามข่าวการเมืองแบบเรียลไทม์ วันนี้มีอัพเดทสุดร้อนแรงมาฝากกันเลย นั่นคือ ผลเลือกตั้งใหม่พะเยา เขต 1 น้องชายธรรมนัสชนะขาดลอย แบบไม่ต้องสงสัย! เรียกได้ว่าชนะแบบท่วมท้นกันไปเลยครับ มาดูรายละเอียดกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 6 บริเวณโรงอาหารโรงเรียนบ้านศาลา หมู่ 4 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา หลังจากปิดหีบเลือกตั้งเสร็จ บรรยากาศการนับคะแนนก็เข้มข้นสุดๆ ผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 227 คน จากผู้มีสิทธิ์รวม 439 คน คิดเป็นร้อยละ 50 กว่าๆ เลยทีเดียว แม้จะไม่เยอะมากแต่ก็เพียงพอให้เห็นทิศทางชัดเจน

ผลเลือกตั้งใหม่พะเยา เขต 1 น้องชายธรรมนัสชนะขาดลอย

มาดูผลคะแนนกันแบบเจาะลึกเลยนะครับ สำหรับ ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วย 6 ตำบลท่าวังทอง ผู้ชนะอันดับ 1 คือ นายอัครา พรหมเผ่า หรือที่รู้จักกันในนามน้องชายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.ชื่อดัง เบอร์ 3 จากพรรคกล้าธรรม ได้คะแนนโหดมากถึง 144 คะแนน ส่วนผู้สมัครอันดับ 2 คือ นายวิสา บุญนัดดา เบอร์ 2 จากพรรคประชาชน ได้เพียง 42 คะแนน เรียกได้ว่าชนะขาดลอยแบบ 3 เท่าตัวเลยครับ น่าทึ่งจริงๆ

ผลเลือกตั้งใหม่พะเยา เขต 1: คะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อ

ไม่ใช่แค่ ส.ส. เขตเท่านั้นนะครับ สำหรับ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรมก็ยังคงร้อนแรงไม่แพ้กัน ได้คะแนน 115 คะแนน ขณะที่พรรคประชาชนได้ 48 คะแนน ฐานเสียงของพรรคกล้าธรรมในพื้นที่นี้แข็งแกร่งมาก แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่ยังคงอยู่ แม้จะเป็นการเลือกตั้งใหม่ก็ตาม

  • ส.ส. เขต: อัครา พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) 144 คะแนน
  • ส.ส. เขต: วิสา บุญนัดดา (พรรคประชาชน) 42 คะแนน
  • ส.ส. บัญชีรายชื่อ: พรรคกล้าธรรม 115 คะแนน
  • ส.ส. บัญชีรายชื่อ: พรรคประชาชน 48 คะแนน

นางปนัดดา จันทร์โชติญาน ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต. จังหวัดพะเยา ได้ให้สัมภาษณ์ว่าบรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีปัญหาอะไร ผู้มาใช้สิทธิ์ให้ความร่วมมือดีมาก หลังนับคะแนนเสร็จก็รวบรวมผลเพื่อส่งต่อตามขั้นตอนทันที

วิเคราะห์เบื้องหลังผลเลือกตั้งใหม่พะเยา เขต 1 น้องชายธรรมนัสชนะขาดลอย

ทำไมถึงชนะขาดขนาดนี้? คงต้องบอกว่าความนิยมของครอบครัวพรหมเผ่าในจังหวัดพะเยายังคงเหนียวแน่น พรรคกล้าธรรมที่นำโดยน้องชายธรรมนัสอย่างอัครา สามารถคว้าใจชาวบ้านได้ดี โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทอย่างท่าวังทอง การเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้แม้จะเป็นหน่วยเดียวแต่สะท้อนแนวโน้มทั้งเขตได้ชัดเจน คะแนนที่ท่วมท้นแบบนี้ บ่งบอกว่าฐานเสียงยังเหนียวแน่น ไม่หวั่นกระแสอื่นๆ เลยครับ

เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิครับ จาก 227 เสียงที่มาใช้สิทธิ์ พรรคกล้าธรรมกวาดไปเกือบ 2 ใน 3 สำหรับ ส.ส. เขต แถมบัญชีรายชื่อก็ยังนำสบายๆ นี่คือสัญญาณบวกสำหรับพรรคในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าแน่นอน ถ้าทั่วทั้งเขตเป็นแบบนี้ เก้าอี้ ส.ส. พะเยา เขต 1 คงไม่รอดพ้นแน่

นอกจากนี้ การเลือกตั้งใหม่ในพะเยาครั้งนี้ยังเป็นบททดสอบสำคัญหลังจากเหตุการณ์ก่อนหน้า (ซึ่งยังไม่เปิดเผยรายละเอียดชัด) แต่ผลออกมาแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังเชื่อมั่นในตัวผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม พื้นที่ภาคเหนืออย่างพะเยา มักจะมีฐานเสียงอนุรักษนิยมสูง ชอบผู้สมัครที่มี根基ในท้องถิ่นแบบนี้แหละครับ

สำหรับคนที่สนใจการเมืองไทยแบบละเอียด ผลเลือกตั้งใหม่พะเยา เขต 1 น้องชายธรรมนัสชนะขาดลอย ถือเป็นเคสที่น่าศึกษา เพราะมันแสดงพลังของ family politics ที่ยังคงมีอิทธิพลในระดับท้องถิ่น พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมสามารถสู้กับพรรคใหญ่ได้ ถ้ามีผู้สมัครที่โดนใจ

สรุปแล้ว ผลครั้งนี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่เป็นการยืนยันความแข็งแกร่งของพรรคกล้าธรรมในพะเยา คุณคิดว่าผลทั้งเขตจะออกมายังไง? หรือพรรคประชาชนจะพลิกเกมได้มั้ย คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ ติดตามข่าวอัพเดทเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย สนับสนุนด้วยการแชร์ด้วยนะ!

ที่มา – ผลเลือกตั้งใหม่พะเยา เขต 1 น้องชายธรรมนัส จากพรรคกล้าธรรมยังชนะขาดลอย

คาดคนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ใหม่ หน่วย 6 พะเยา 50%

ในวันที่ 1 มีนาคม 2569 บรรยากาศการเลือกตั้ง สส.ใหม่ที่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พะเยา คึกคักตั้งแต่เช้า ชาวบ้านทยอยออกมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง โดย ผอ.กกต.จ.พะเยา คาดคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พะเยา 50% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับการเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้

คาดคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พะเยา 50%

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีปัญหาการทุจริตจากเจ้าหน้าที่ กปน. ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ที่โรงอาหารโรงเรียนบ้านศาลา ม.4 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา หน่วยเลือกตั้งที่ 6 มีผู้มีสิทธิทั้งหมด 439 คน คณะกรรมการประจำหน่วยดูแลอย่างเข้มงวด การลงคะแนนเริ่ม 08.00 น. ถึง 17.00 น. ก่อนนับคะแนนทันที

บรรยากาศและการเตรียมความพร้อม

ประชาชนออกมาใช้สิทธิต่อเนื่องตั้งแต่เปิดหีบ ไม่พบปัญหาใดๆ กกต.จังหวัดพะเยาเตรียมพร้อมดี โดยมีการประชุมซักซ้อมและเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย นางปนัดดา จันทร์โชติญาน ผอ.กกต.จ.พะเยา กล่าวว่า ได้ขอความช่วยเหลือจากเทศบาลตำบลท่าวังทองประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุด คาดการณ์ คาดคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พะเยา 50% ซึ่งจะช่วยให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส

ครั้งก่อน นายอัครา พรหมเผ่า ผู้สมัครหมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม ได้คะแนนสูงสุด แต่ยังไม่ประกาศผลเนื่องจากทุจริต การเลือกตั้งใหม่จึงสำคัญมากต่อประชาธิปไตยท้องถิ่น

  • จำนวนผู้มีสิทธิ: 439 คน
  • เวลาลงคะแนน: 08.00-17.00 น.
  • สถานที่: โรงอาหารโรงเรียนบ้านศาลา ม.4 ต.ท่าวังทอง
  • คาดการณ์ผู้มาใช้สิทธิ: 50%
  • ผลคะแนน: นับที่หน่วย ส่งที่ว่าการอำเภอเมืองพะเยา

นอกจากนี้ การเลือกตั้งในเขต 1 จ.พะเยา สะท้อนปัญหาการเมืองท้องถิ่นที่ต้องแก้ไข กกต.ได้เพิ่มมาตรการป้องกันทุจริต เช่น ตรวจสอบเอกสารเข้มงวด และมีเจ้าหน้าที่ใหม่ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ชาวบ้านส่วนใหญ่แสดงความมั่นใจในกระบวนการครั้งนี้

การเลือกตั้ง สส.ใหม่ไม่เพียงแต่แทนที่ สส.เดิม แต่ยังเป็นโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตพื้นที่พะเยา ซึ่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและเกษตรกรรม หากผู้มาใช้สิทธิถึง 50% จะช่วยยืนยันความชอบธรรมของผลการเลือกตั้ง

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นบททดสอบสำคัญของระบบประชาธิปไตยไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ประชาชนให้ความสำคัญกับตัวแทนที่ซื่อสัตย์ ลองคิดดูสิถ้าทุกคนออกมาใช้สิทธิ เราจะได้ สส.ที่แท้จริง

เรียกร้องให้ทุกท่านติดตามผลและออกมาใช้สิทธิในโอกาสหน้า เพื่อประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง!

ที่มา – คาดคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พะเยา 50%

สั่งเร่งเอาผิด กปน. พะเยา แอบลงคะแนน กา ปชน.-ไทยทรัพย์ทวี 7 ใบ

เหตุการณ์ร้อนแรงในวงการเลือกตั้งที่กำลังเป็นประเด็นร้อน สั่งเร่งเอาผิด กปน. พะเยา แอบลงคะแนน กา ปชน.-ไทยทรัพย์ทวี 7 ใบ ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทย วันนี้เราจะมาวิเคราะห์รายละเอียดทั้งหมดให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ออกแถลงการณ์ทันที หลังเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติที่เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยที่ 6 หมู่ 4 ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. คนหนึ่ง พยายามแอบแสดงตนแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และฉีกบัตรเลือกตั้งถึง 7 ใบ ก่อนจะเข้าไปในคูหาเพื่อลงคะแนนเอง โชคดีที่ประธาน กปน. สังเกตเห็นความผิดปกติ ทักท้วงและระงับเหตุได้ทัน ก่อนที่บัตรเหล่านั้นจะถูกหย่อนลงหีบ

สั่งเร่งเอาผิด กปน. พะเยา แอบลงคะแนน กา ปชน.-ไทยทรัพย์ทวี 7 ใบ

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทันที และแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจท้องที่ ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพว่า ทำจริง และอ้างว่าถูกว่าจ้างจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง กกต. จังหวัดพะเยาและตำรวจกำลังสืบสวนขยายผล เพื่อหาต้นตอให้ถึงที่สุด การกระทำนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะมาตรา 23 ที่ห้ามเจ้าพนักงานกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กกต. ยืนยันว่าจะดำเนินการเด็ดขาด โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อรักษาความสุจริตของการเลือกตั้ง

รายละเอียดบัตรเลือกตั้งที่ถูกแอบลงคะแนน

นางปนัดดา จันทร์โชติญาณ ผู้อำนวยการ กกต. จังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ทีมสืบสวนเข้าตรวจสอบทันที พบว่าบัตรสีชมพูสำหรับ ส.ส. บัญชีรายชื่อ มีการกาหมายเลข 46 พรรคประชาชน 6 ใบ และหมายเลข 1 พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 ใบ ส่วนบัตรสีเขียวสำหรับ ส.ส. เขต มีหมายเลข 1 พรรคไทยทรัพย์ทวี 3 ใบ และหมายเลข 2 พรรคประชาชน 4 ใบ สรุป 7 ใบพอดี ที่น่าสนใจคือ ไม่มีพรรคกล้าธรรมตามข่าวลือ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามบิดเบือนผลการเลือกตั้งที่ชัดเจน

เหตุการณ์ สั่งเร่งเอาผิด กปน. พะเยา แอบลงคะแนน กา ปชน.-ไทยทรัพย์ทวี 7 ใบ นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ในระบบเลือกตั้งไทย ไม่ว่าจะเป็นการทุจริต การซื้อเสียง หรือการแทรกแซงจากพรรคการเมือง หากปล่อยไว้ ประชาชนจะสูญเสียความเชื่อมั่น กกต. ต้องเร่งปราบปรามให้เด็ดขาด เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

จากข้อมูลนี้ เราสามารถเห็นได้ว่าการลงคะแนนให้พรรคประชาชนและไทยทรัพย์ทวี เป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการแข่งขันที่ดุเดือดในพื้นที่พะเยา นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ กปน. ซึ่งควรเป็นผู้พิทักษ์ความถูกต้อง กลับกลายเป็นผู้กระทำผิด นี่คือจุดที่ระบบต้องปรับปรุง เช่น การอบรมที่เข้มงวดขึ้น การตรวจสอบประวัติ และเทคโนโลยีช่วยตรวจจับ เช่น กล้องวงจรปิดในหน่วยเลือกตั้ง

  • การกระทำผิด: แสดงตนแทนผู้อื่นและฉีกบัตร
  • ของกลาง: บัตร 7 ใบ สำหรับ ปช. และ ไทยทรัพย์ทวี
  • ผล: ถูกจับกุม สอบสวน และขยายผล
  • บทบาท กกต.: สั่งเร่งดำเนินคดีเด็ดขาด

ในมุมมองของเรา เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเลือกตั้งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย หากคุณเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อย่าลืมตรวจสอบสิทธิตัวเอง และรายงานความผิดปกติทันที สามารถแจ้ง กกต. โทร 1326 เพื่อช่วยกันรักษาประชาธิปไตย

สุดท้าย การ สั่งเร่งเอาผิด กปน. พะเยา แอบลงคะแนน กา ปชน.-ไทยทรัพย์ทวี 7 ใบ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปราบปรามทุจริตเลือกตั้งครั้งใหญ่ หวังว่าจะมีตัวอย่างที่ดีต่อไป

ที่มา – สั่งเร่งเอาผิด กปน. พะเยา แอบลงคะแนน กา ปชน.-ไทยทรัพย์ทวี 7 ใบ

รังสิมันต์ โรม ปล่อยคลิปปลุกพลัง 8 ก.พ.

รังสิมันต์ โรม ปล่อยคลิปปลุกพลัง 8 ก.พ. กาเพื่อเปลี่ยนประเทศ

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 “รังสิมันต์ โรม” ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ปล่อยคลิปวิดีโอสุดเข้มข้นเพื่อปลุกพลังให้ประชาชนชาวไทยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยเรียกร้องให้ “กาเพื่อเปลี่ยนประเทศ” คลิปนี้ไม่ใช่แค่การหาเสียงธรรมดา แต่เป็นการเล่าย้อนประวัติศาสตร์ส่วนตัวที่เต็มไปด้วยการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ตั้งแต่สมัยต่อต้านรัฐประหารปี 2557 จนถึงคดีล่าสุดที่ถูกฟ้องที่ศาลพะเยา

รังสิมันต์ โรม ปล่อยคลิปปลุกพลัง 8 ก.พ. เล่าประสบการณ์ถูกดำเนินคดี

คลิปวิดีโอของ รังสิมันต์ โรม ปล่อยคลิปปลุกพลัง 8 ก.พ. กาเพื่อเปลี่ยนประเทศ นี้ ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชน เพราะเขาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเมืองในชีวิต เมื่อรัฐประหารปี 2557 เกิดขึ้น ภาพการสลายชุมนุมหน้าหอศิลป์ยังคงติดตา แม้เวลาจะผ่านไปกว่าทศวรรษ โรมถูกดำเนินคดีที่ศาลทหาร เพียงเพราะลุกขึ้นเรียกร้องสิทธิประชาธิปไตย ทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามถึง “ความยุติธรรม” ในสังคมไทย

ล่าสุด โรมและน.ส.รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ ต้องเดินทางไปศาลจังหวัดพะเยา หลังถูก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท เพียงเพราะทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ คลิปนี้จึงเป็นเหมือนการย้ำเตือนว่า การต่อสู้ยังไม่จบ และการเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสเปลี่ยนแปลง

เส้นทางนักกิจกรรมสู่ผู้แทนราษฎรของรังสิมันต์ โรม

กว่าสิบปีที่ผ่านมา รังสิมันต์ โรม ไม่เคยกลัวอำนาจ เขาใช้กฎหมายและเสียงของประชาชนต่อสู้กับความอยุติธรรม นี่คือไทม์ไลน์สำคัญ:

  • 2557: ต่อต้านรัฐประหาร ถูกจับและดำเนินคดีที่ศาลทหาร
  • หลังรัฐประหาร: ถูกล่าแม่มดด้วยกฎหมายเพื่อปิดปากผู้เรียกร้องประชาธิปไตย
  • 2569: ถูกฟ้องที่พะเยา จากการตรวจสอบผลประโยชน์ชาติ
  • 8 ก.พ. 2569: เรียกร้องให้ประชาชนกาเพื่อเปลี่ยนประเทศ

โรมโพสต์ข้อความประกอบคลิปว่า “ผมไม่เคยคิดเลยว่ารัฐประหารปี 2557 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ” เขาเชื่อมั่นว่าความหวาดกลัวของผู้มีอำนาจจะยิ่งเร่งให้กงล้อแห่งการเปลี่ยนแปลงหมุนเร็วขึ้น “ท้ายที่สุด พวกเขาจะกลายเป็นเพียงอดีต”

คลิปนี้ไม่เพียงเล่าเรื่องส่วนตัว แต่ยังสะท้อนปัญหาใหญ่ของสังคมไทย เช่น การใช้อำนาจรัฐปิดปากฝ่ายค้าน การฟ้องร้องเพื่อข่มขู่ และความจำเป็นต้องมีผู้แทนที่กล้าสู้เพื่อประชาชน ในยุคที่พรรคประชาชนกำลังสร้าง “ยุคสมัยใหม่” การเลือกตั้ง 8 ก.พ. จึงเป็นสงครามเพื่ออนาคต

ทำไมต้องกา 8 ก.พ. เพื่อเปลี่ยนประเทศไทย

การที่ รังสิมันต์ โรม ปล่อยคลิปปลุกพลัง 8 ก.พ. กาเพื่อเปลี่ยนประเทศ ทำให้หลายคนตื่นตัว เพราะมันชี้ให้เห็นว่าประชาธิปไตยไทยยังเปราะบาง หากไม่เลือกผู้แทนที่กล้าเสียสละ ระบบเก่าจะวนลูปต่อไป โรมย้ำว่า “ผู้มีอำนาจหยุดกงล้อไม่ได้” และเชิญชวนทุกคนออกมา vote เพื่อยุติวงจรนี้

จากประสบการณ์ส่วนตัว โรมมองว่าความยุติธรรมต้องมาจากประชาชน ไม่ใช่อำนาจชั่วคราว คลิปนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ลุกขึ้นตั้งคำถามกับผู้ใหญ่ที่หวาดกลัวการเปลี่ยนแปลง

สุดท้ายแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกาเลือกตั้ง แต่เป็นการกำหนดชะตาชาติ คุณพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงหรือยัง? ออกมา vote 8 ก.พ. เพื่อประเทศไทยที่ยุติธรรมกว่าเดิม ลองดูคลิปของรังสิมันต์ โรม แล้วตัดสินใจเองครับ

ที่มา – “รังสิมันต์ โรม” ปล่อยคลิปปลุกพลัง 8 ก.พ. กาเพื่อเปลี่ยนประเทศ

“โรม” ถาม ปกป้องชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์?

“โรม” ไม่ทน! โพสต์ถามรัฐมนตรีดัง “ปกป้องชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์” หลังฟ้องปิดปากนักข่าวและประชาชน

วันที่ 5 ธันวาคม 2566 นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์ภาพเอกสารการฟ้องร้องพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อเปิดเผยกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำการฟ้องร้องดำเนินคดีกับตนที่จังหวัดพะเยา

นายรังสิมันต์ โรม ได้เผยแพร่เอกสารคำฟ้องต่อสาธารณชน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและพิจารณาถึงพฤติกรรมการใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่อปิดปากฝ่ายตรวจสอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงอย่างรองนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าวิธีการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ สส. จากฝ่ายค้านเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอีกด้วย

ปกป้องชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์?

ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตนเองมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องประเทศไทยให้รอดพ้นจากอิทธิพลของกลุ่มทุนสีเทาที่พยายามเข้ามายึดครองประเทศ ถึงแม้จะทราบดีว่าอำนาจมืดของกลุ่มคนเหล่านี้มีอิทธิพลมากเพียงใดก็ตาม พร้อมกันนี้ นายรังสิมันต์ โรม ได้ตั้งคำถามกลับไปยัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าการกระทำที่เป็นอยู่นี้เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของใครกันแน่ ระหว่าง “ชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์”

“โรม” ชี้ รัฐมนตรีควรปกป้องชาติ ไม่ใช่ ทุนเทาสแกมเมอร์

สิ่งที่นายรังสิมันต์ โรม กำลังพยายามสื่อสาร คือการตั้งคำถามถึงจริยธรรมและความเหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง ที่ควรจะใช้อำนาจในทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่กลับถูกตั้งข้อสงสัยว่ากำลังให้ความช่วยเหลือหรือปกป้องกลุ่มทุนสีเทาที่มีผลประโยชน์แอบแฝง

การออกมาเปิดเผยข้อมูลและการตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาของนายรังสิมันต์ โรม ในครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นเตือนให้สังคมไทยตระหนักถึงปัญหาการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม และการแทรกแซงของกลุ่มทุนสีเทาในระบบการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้มีอำนาจให้พิจารณาบทบาทและหน้าที่ของตนเองอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าการกระทำทุกอย่างเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ส่วนตนหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

สถานการณ์เช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนทุกคนจะต้องร่วมกันจับตาเฝ้าระวังการใช้อำนาจของรัฐอย่างใกล้ชิด และกล้าที่จะออกมาแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถามเมื่อเห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพื่อสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

การฟ้องร้องปิดปากสื่อและนักการเมืองที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐ ถือเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง การที่นายรังสิมันต์ โรม ออกมาตอบโต้และตั้งคำถามกลับเช่นนี้ จึงถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและควรได้รับการสนับสนุน

การที่ ส.ส. รังสิมันต์ โรม ออกมาตั้งคำถามถึงรัฐมนตรีว่าเป็นการ “ปกป้องชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์” นั้น เป็นการสะท้อนถึงความกังวลของสังคมต่อการใช้อำนาจของรัฐเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว และเป็นการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้นต้องมาพร้อมกับการตรวจสอบได้ และการที่ประชาชนสามารถตั้งคำถามต่อผู้มีอำนาจได้โดยไม่หวาดกลัว

ดังนั้น การที่นายรังสิมันต์ โรม กล้าออกมาตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนและส่งเสริม เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เปิดกว้างและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น การถามคำถาม “ปกป้องชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์” เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – “โรม” ถามแรงรัฐมนตรีคนดังปกป้องชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์

Scroll to top