จังหวัดพัทลุง

ครม.อนุมัติให้กู้เงินจากธนาคารโลก ทำโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา และ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา

ครม.อนุมัติให้กู้เงินจากธนาคารโลก ทำโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา และ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา

ข่าวดีที่หลายคนรอคอยมาถึงแล้วครับ! ล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ นั่นคือการอนุมัติให้กู้เงินจากธนาคารโลกเพื่อดำเนินสองโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

รายละเอียดการสนับสนุนงบประมาณจากธนาคารโลก

สำหรับการดำเนินงานในครั้งนี้ รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมในด้านงบประมาณผ่านการกู้เงินจากธนาคารโลก (IBRD) รวมทั้งสิ้นประมาณ 4,550 ล้านบาท พร้อมรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่าอีกกว่า 129 ล้านบาท โดยนายอนุชา (นามสมมติ) เปิดเผยว่า ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องของวิศวกรรมการก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานสากล ซึ่งโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา และ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวและขนส่งสินค้าในอนาคต

การสร้างสะพานเหล่านี้จะส่งผลดีอย่างไรบ้าง:

  • เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง: ลดระยะเวลาในการรอเรือข้ามฟากสำหรับชาวเกาะลันตาและพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์-เขาชัยสน
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยว: กระตุ้นการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่สวยงามในจังหวัดกระบี่ พัทลุง และสงขลา
  • ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก: ลดต้นทุนการขนส่งสินค้าเกษตรและประมงสู่ตลาดหลักได้อย่างรวดเร็ว

ในส่วนของการดำเนินงาน กรมทางหลวงชนบทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติตามคู่มือปฏิบัติงาน (PAM) อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าการก่อสร้างจะเป็นไปตามแผนและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด นี่คือความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่ต้องการเห็นการพัฒนาที่ยั่งยืนครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการเชื่อมต่อคมนาคมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกันครับ

ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าติดตามมากครับ เพราะนอกจากความสะดวกสบายที่ประชาชนจะได้รับแล้ว การลงทุนครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับสูงร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ หากโครงการเหล่านี้สร้างเสร็จ เชื่อว่าเม็ดเงินมหาศาลต้องหมุนเวียนสู่ท้องถิ่นอย่างแน่นอน เพื่อนๆ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้?

ที่มา – ครม.อนุมัติให้กู้เงินจากธนาคารโลก ทำโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา และ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา

ชาวบ้านช็อก ผู้ใหญ่บ้านถูกยิงเสียชีวิตขณะประชุม พบผู้ก่อเหตุเป็นญาติ

ชาวบ้านช็อก ผู้ใหญ่บ้านถูกยิงเสียชีวิตขณะประชุม พบผู้ก่อเหตุเป็นญาติ

เหตุการณ์สุดสลดที่เมื่อวันก่อนสร้างความตกใจให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุ ชาวบ้านช็อก ผู้ใหญ่บ้านถูกยิงเสียชีวิตขณะประชุม พบผู้ก่อเหตุเป็นญาติ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกลางที่ประชุมหมู่บ้านที่มีชาวบ้านหลายสิบชีวิตมาร่วมฟังข่าวสารตามปกติ โดยผู้เสียชีวิตคือ นายสุวิทย์ บุญปล้อง หรือ ผู้ใหญ่ไก่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านอ้ายน้อย ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างตั้งใจจนวาระสุดท้ายของชีวิต

รายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงบ่ายขณะที่ผู้ใหญ่ไก่กำลังดำเนินวาระการประชุมประจำเดือน ณ ศาลาหมู่บ้าน ท่ามกลางคณะกรรมการและชาวบ้านกว่า 50 คน จู่ๆ นายขจรวุฒิ หรือ นายเพลิง ญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินเข้ามาพร้อมอาวุธปืนและลั่นไกสังหารผู้ใหญ่บ้านต่อหน้าต่อตา ก่อนจะหลบหนีไป แต่สุดท้ายก็ไม่รอดเงื้อมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามจับกุมได้ในที่สุด

เปิดปมขัดแย้ง: เมื่อญาติกลายเป็นผู้ก่อเหตุ

สาเหตุของเหตุการณ์ที่ทำให้ ชาวบ้านช็อก ผู้ใหญ่บ้านถูกยิงเสียชีวิตขณะประชุม พบผู้ก่อเหตุเป็นญาติ ในครั้งนี้ พบว่ามาจากความขัดแย้งส่วนตัวที่สั่งสมมานาน โดยนายเพลิงเคยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและเคยก่อเหตุยิงป้อมตำรวจในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งในตอนนั้นผู้ใหญ่ไก่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนชาวบ้านในการคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุจะสร้างความเดือดร้อนและความหวาดกลัวให้กับคนในชุมชน

ความขัดแย้งดังกล่าวอาจเป็นชนวนเหตุสำคัญ เมื่อนายเพลิงได้รับการประกันตัวออกมาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา จึงตัดสินใจบุกมาก่อเหตุสลดกลางที่ประชุมหมู่บ้านในวันที่ 7 มิถุนายน ซึ่งนับว่าเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของชาวบ้านอ้ายน้อย เพราะผู้ใหญ่ไก่ถือเป็นผู้นำชุมชนที่เป็นที่รักและไว้ใจของทุกคน

  • เหตุเกิดขณะประชุมประจำเดือนต่อหน้าชาวบ้านกว่า 50 คน
  • ผู้ก่อเหตุชื่อ นายขจรวุฒิ (นายเพลิง) อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นญาติ
  • อาวุธที่ใช้ก่อเหตุคือปืนขนาด 11 มม.
  • มูลเหตุจูงใจมาจากเรื่องการคัดค้านการประกันตัวคดีเก่า

เหตุการณ์ ชาวบ้านช็อก ผู้ใหญ่บ้านถูกยิงเสียชีวิตขณะประชุม พบผู้ก่อเหตุเป็นญาติ ถือเป็นอุทาหรณ์ที่น่าเศร้าสำหรับสังคมไทย เรื่องของความขัดแย้งส่วนตัวไม่ควรนำมาซึ่งความรุนแรงจนถึงขั้นสูญเสียชีวิตเช่นนี้ เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนายสุวิทย์ บุญปล้อง และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุดเพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตและชุมชนครับ

ที่มา – ชาวบ้านช็อก “ผู้ใหญ่บ้าน” ถูกยิงเสียชีวิตขณะประชุม พบผู้ก่อเหตุเป็นญาติ

กลุ่มชาติพันธุ์มันนิ พัทลุง ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดเหตุการณ์น่าประทับใจขึ้นในจังหวัดพัทลุง เมื่อกลุ่มชาติพันธุ์มันนิ พัทลุง ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างคึกคัก แสดงให้เห็นถึงพลังของความเป็นพลเมืองไทยที่แท้จริง ชาวมันนิซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์บนภูเขาบรรทัด ได้ลงจากเขามาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงอย่างภาคภูมิใจ ทำให้หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่คึกคักไปด้วยสีสันวัฒนธรรม

กลุ่มชาติพันธุ์มันนิ พัทลุง ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง อย่างพร้อมเพรียง

ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 3 ตำบลคลองทรายขาว อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง มีชาวมันนิที่มีชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิ์ถึง 21 คน ทยอยเดินทางลงมาใช้สิทธิ์ตั้งแต่เช้า นอกจากนี้ยังมีนายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เดินทางลงพื้นที่พบปะให้กำลังใจด้วยตัวเอง สร้างความอบอุ่นหัวใจให้กับชาวเขาเหล่านี้

กลุ่มชาติพันธุ์มันนิ พัทลุง ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 10 หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน กลุ่มชาติพันธุ์มันนิอีกกลุ่มนำโดยเฒ่าต้อม รักษ์ป่าบอน จำนวน 13 คน ก็ลงมาใช้สิทธิ์พร้อมเพรียงกันเช่นกัน การกระทำนี้ไม่ใช่แค่การลงคะแนน แต่เป็นการยืนยันสถานะราษฎรไทยที่เท่าเทียม มีสิทธิ์มีเสียงเท่ากันทุกคน

กลุ่มชาติพันธุ์มันนิ พัทลุง ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สร้างแรงบันดาลใจ

กลุ่มชาติพันธุ์มันนิ หรือที่รู้จักในชื่อชาวมณี เป็นชนเผ่าบนภูเขาบรรทัดที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย อาศัยอยู่ในป่าเขา การที่พวกเขาลงมาใช้สิทธิ์ครั้งนี้ แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากชีวิตที่ห่างไกลสังคมสู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเต็มตัว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเลือกตั้งท้องถิ่นที่สำคัญ สะท้อนความเสมอภาคในระบอบประชาธิปไตยไทย

นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายที่หน่วยเลือกตั้งตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง ยังมีคุณยายวัย 89 ปี เดินทางมาลงคะแนนด้วยตัวเอง แม้ร่างกายไม่สะดวก ลูกหลานต้องพยุง แต่คุณยายยิ้มแย้มดีใจสุดๆ และบอกว่าไม่เคยพลาดการเลือกตั้งครั้งไหน พร้อมเชิญชวนทุกคนให้รีบมาใช้สิทธิ์

ภาพชาวมันนิลงคะแนน

ความสำคัญของการมีส่วนร่วมทางการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์

การที่กลุ่มชาติพันธุ์มันนิ พัทลุง ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส่งผลดีหลายประการต่อสังคมไทย ดังนี้

  • เสริมสร้างความเสมอภาค: ยืนยันว่าทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียม ไม่ว้าจะอยู่บนเขาหรือในเมือง
  • เพิ่มการมีส่วนร่วม: ทำให้การเลือกตั้งมีผู้มาใช้สิทธิ์สูง สะท้อนประชาธิปไตยที่แท้
  • อนุรักษ์วัฒนธรรม: ชาวมันนิยังคงเอกลักษณ์ แต่ก้าวสู่สังคมสมัยใหม่
  • แรงบันดาลใจ: เป็นตัวอย่างให้กลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ทั่วประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณบวกของสังคมไทยที่กำลังรวมเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น การเลือกตั้งไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่เป็นเครื่องมือเปลี่ยนแปลงชีวิต หากทุกคนตระหนักและออกมาใช้สิทธิ์ เราจะมีผู้นำที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มได้ดีกว่าเดิม

นอกจากชาวมันนิแล้ว ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ในภาคใต้ที่กำลังตื่นตัวทางการเมือง เช่น ชาวกะเหรี่ยงหรือมอญ ซึ่งช่วยเสริมความหลากหลายให้กับประชาธิปไตยไทย การสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐ เช่น การอำนวยความสะดวกขนส่งหรือข้อมูลการเลือกตั้ง ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดีๆ แบบนี้

สุดท้ายนี้ ขอชวนทุกท่านที่ยังไม่ได้ลงคะแนน รีบออกมาใช้สิทธิ์วันนี้เลย! เพราะทุกเสียงมีค่า แสดงพลังความเป็นพลเมืองไทยให้โลกรู้ อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป

ที่มา – กลุ่มชาติพันธุ์มันนิ พัทลุง ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง แสดงพลังความเป็นพลเมืองไทย

พัทลุงน้ำท่วม: รองนายกฯ มอบถุงยังชีพ

สถานการณ์ พัทลุงน้ำท่วม ยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้ประสบภัย พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะที่การค้นหาเด็กชายวัย 14 ปีที่จมน้ำยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

พัทลุงน้ำท่วม: รองนายกฯ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 สถานการณ์พัทลุงน้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย ระดับน้ำใน 11 อำเภอยังคงทรงตัวหรือเพิ่มสูงขึ้นจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมบ้านเรือน ถนนหลายสายถูกตัดขาด หน่วยงานในพื้นที่เร่งระบายน้ำและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

เส้นทางสายเอเชีย 41 บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านโคกยา ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน ถูกน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม ระดับน้ำสูงเกือบ 50 ซม. ส่งผลกระทบต่อการสัญจร เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ขณะที่บ้านเรือนประชาชนสองข้างทางก็จมอยู่ใต้น้ำเช่นกัน

นอกจากนี้ ฝนที่ตกหนักยังกัดเซาะคอสะพานบนเส้นทาง ต.แม่ขรี – ต.ตะโหมด หน้า สภ.ตะโหมด เจ้าหน้าที่ต้องปิดเส้นทางเพื่อความปลอดภัย

ในเวลาเดียวกัน เด็กชายวัย 14 ปีจาก ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง จมน้ำหายไปขณะไปซื้ออาหารให้แม่ เหตุเกิดขณะเล่นน้ำกับเพื่อนบริเวณสะพานบ้านบางมวง กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากพัดร่างจมหายไป การค้นหายังคงดำเนินต่อไป

สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอเมืองพัทลุง

ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ริมภูเขา ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว อ.เมืองพัทลุง เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด หลายหมู่บ้านและตำบลถูกน้ำท่วมสูง หมู่ที่ 15 ต.ควนมะพร้าว ระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ประชาชนบางส่วนต้องอพยพ หน่วยงานต่างๆ เร่งประกอบอาหารแจกจ่ายผู้ประสบภัย

ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พัทลุงน้ำท่วม ตรวจสอบจุดวิกฤตบริเวณสี่แยกโพธิ์ ต.ชะม่วง อ.ควนขนุน และฝายท่าแนะ ต.เขาย่า อ.ศรีบรรพต

นายพิพัฒน์ให้กำลังใจประชาชน มอบถุงยังชีพกว่า 300 ชุดแก่ผู้ประสบภัยใน หมู่ที่ 15 ต.ควนมะพร้าว อ.เมืองพัทลุง โดยมี นายสุจิตน์ วาจากิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

หน่วยงานท้องถิ่นและภาครัฐยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมมาตรการรองรับหากฝนยังคงตกต่อเนื่อง พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของพื้นที่และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – พัทลุง น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย รองนายกฯ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพผู้ประสบภัย

Scroll to top