จังหวัดภาคใต้

รัฐบาลเตือน 4 จ.ภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 10-15 ก.ค. นี้

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยทุกคน โดยเฉพาะใครที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ช่วงนี้ต้องอ่านเลยครับ เพราะล่าสุดทางรัฐบาลได้ออกมาประกาศแจ้งเตือนด่วนให้ประชาชนตื่นตัว เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์สภาพอากาศที่อาจจะมีความแปรปรวนหนักขึ้น โดยมีหัวข้อสำคัญคือ รัฐบาลเตือน 4 จ.ภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 10-15 ก.ค. นี้ เพื่อให้ทุกคนได้วางแผนและดูแลตัวเองอย่างปลอดภัยครับ

รัฐบาลเตือน 4 จ.ภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 10-15 ก.ค. นี้

ตามประกาศจากนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยกำลังมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดคลื่นลมแรงและฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงวันที่ 10 – 15 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้นำมาสู่การที่ รัฐบาลเตือน 4 จ.ภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 10-15 ก.ค. นี้ ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัยหลายจังหวัด ได้แก่:

  • ระนอง: อ.เมืองระนอง, อ.สุขสำราญ และ อ.กะเปอร์
  • พังงา: อ.เกาะยาว, อ.ตะกั่วทุ่ง, อ.ท้ายเหมือง, อ.ตะกั่วป่า และ อ.คุระบุรี
  • ภูเก็ต: ทุกอำเภอ
  • กระบี่: อ.เมืองกระบี่, อ.คลองท่อม, อ.เกาะลันตา, อ.เหนือคลอง และ อ.อ่าวลึก
  • ตรังและสตูล: พื้นที่เสี่ยงภัยในหลายอำเภอ

แนวทางการปฏิบัติตัวและข้อควรระวัง

นอกจากนี้ ทางภาครัฐยังได้เน้นย้ำถึงความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ถ้ำและน้ำตก หากมีฝนตกหนักให้หลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่ทันที รวมไปถึงชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือเนื่องจากคลื่นลมอาจสูงถึง 2-4 เมตร ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารการประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินครับ

หากสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น ทางแต่ละจังหวัดได้เตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมอาหารและน้ำดื่มไว้คอยบริการประชาชนแล้ว เราทุกคนควรช่วยกันเป็นหูเป็นตาและดูแลคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็กในช่วงสัปดาห์นี้ครับ การเตรียมพร้อมไว้ก่อนย่อมดีกว่าเสมอ แม้ฝนจะตกหรือลมจะแรงแค่ไหน ความร่วมมือของพวกเราทุกคนจะช่วยให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดีแน่นอนครับ

ที่มา – รัฐบาลเตือน 4 จ.ภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 10-15 ก.ค. นี้

นายกฯ มอบพิพัฒน์คุมใต้ ทรงศักดิ์อีสาน ยศชนันเหนือ

ในวันที่ 12 เมษายน 2569 มีข่าวสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือ นายกฯ มอบ “พิพัฒน์” คุมพื้นที่ใต้ทั้งหมด “ทรงศักดิ์” ภาคอีสาน “ยศชนัน” ภาคเหนือตอนบน โดยน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 เมษายน เห็นชอบคำสั่งนายกฯ ที่ 86/2569 ที่ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายกฯ มอบ “พิพัฒน์” คุมพื้นที่ใต้ทั้งหมด “ทรงศักดิ์” ภาคอีสาน “ยศชนัน” ภาคเหนือตอนบน

คำสั่งนี้มุ่งมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เร่งรัดงาน สนับสนุนเจ้าหน้าที่ และตรวจสอบโครงการงบประมาณอย่างต่อเนื่อง

เริ่มจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด แบ่งเป็น 3 เขตตรวจราชการ:

  • เขต 5: กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (ชุมพร, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สุราษฎร์ธานี, สงขลา)
  • เขต 6: กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (กระบี่, ตรัง, พังงา, ภูเก็ต, ระนอง, สตูล)
  • เขต 7: กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา)

ทรงศักดิ์ ดูแลภาคอีสานอย่างใกล้ชิด

ส่วน นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและกลาง ได้แก่

  • เขต 10: บึงกาฬ, เลย, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อุดรธานี
  • เขต 11: นครพนม, มุกดาหาร, สกลนคร
  • เขต 12: กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด

นอกจากนี้ยังมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดูแลเขต 8 ภาคตะวันออก 1 (ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง)

ยศชนัน รับผิดชอบภาคเหนือตอนบน

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำกับเขต 15 และ 16:

  • เขต 15: เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน
  • เขต 16: เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่

สำหรับพื้นที่อื่นๆ เช่น น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ดูแลเขต 2 (นนทบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม, สมุทรปราการ) และเขต 9 (จันทบุรี, ตราด, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว) นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รับเขต 3 และ 4 ภาคกลางตอนล่าง นายภราดร ปริศนานันทกุล เขต 1 และ 18 นางสุขสมรวย วันทนียกุล เขต 13-14 ภาคอีสานตอนล่าง

การมอบหมาย นายกฯ มอบ “พิพัฒน์” คุมพื้นที่ใต้ทั้งหมด “ทรงศักดิ์” ภาคอีสาน “ยศชนัน” ภาคเหนือตอนบน นี้ จะช่วยให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องการการติดตามอย่างใกล้ชิด เช่น ภาคใต้ที่มีประเด็นความมั่นคง การท่องเที่ยวในอันดามัน หรือการพัฒนาเกษตรกรรมในอีสานและเหนือ รัฐบาลตั้งเป้าให้เกิดผลลัพธ์ชัดเจนในโครงการสำคัญ เช่น โครงการโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และสาธารณสุข

นอกจากนี้ คำสั่งยังครอบคลุมการประเมินผลงาน ประสิทธิภาพงบประมาณ และแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่ เช่น น้ำท่วมในภาคเหนือ หรือภัยแล้งในอีสาน ทำให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การกระจายความรับผิดชอบเช่นนี้เป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลในการกระจายอำนาจ สร้างความสมดุลการพัฒนาทุกภูมิภาค คุณคิดว่าการมอบหมายนี้จะช่วยแก้ปัญหาพื้นที่ไหนได้บ้าง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารการเมืองล่าสุด!

ที่มา – นายกฯ มอบ “พิพัฒน์” คุมพื้นที่ใต้ทั้งหมด “ทรงศักดิ์” ภาคอีสาน “ยศชนัน” ภาคเหนือตอนบน

รทสช. ลั่น “ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้” บุก 14 จังหวัด


“พีระพันธุ์” นำปล่อยคาราวานหาเสียงพรรครวมไทยสร้างชาติ ล่องใต้ 14 จังหวัด ลั่น รถเมล์สาย 6 “ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้”

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 มกราคม 2569 ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายนราพัฒน์ แก้วทอง, พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรค นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ กรรมการบริหารพรรค น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ และนายอดิศร โพธิ์อ่าน รองโฆษกพรรค รทสช. ร่วมปล่อยขบวนคาราวาน “ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้” รณรงค์หาเสียงทั่ว 14 จังหวัดภาคใต้ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของกองเชียร์ที่มารอต้อนรับอย่างเนืองแน่น

โดยนายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การปล่อยขบวนคาราวานครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่ภาคอีสานที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งก่อนพรรครวมไทยสร้างชาติได้รับคะแนนนิยมเกือบ 8 แสนคะแนนในภาคอีสานและได้จำนวน สส. เกินความคาดหมาย เนื่องจากประชาชนเชื่อมั่นในนโยบายของพรรค อาทิ นโยบายด้านการเกษตรและสวัสดิการถ้วนหน้า 1,500 บาท ซึ่งตลอด 2 ปีที่ตนเป็น รมว.พลังงานสามารถช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 2.7 แสนล้านบาท สามารถตรึงราคาแก๊สไว้ที่ 423 บาท แม้ต้นทุนจะสูงกว่าตอนนี้ แต่ปัจจุบันต้นทุนลดลงเหลือ 20 บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายกลับพุ่งสูงขึ้น หากพรรครวมไทยสร้างชาติได้กลับมาบริหารประเทศ ยืนยันว่าสามารถทำให้ราคาแก๊สหุงต้มเหลือเพียง 360 บาทต่อถัง

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า ตนขอย้ำถึงนโยบาย “คุกกลางทะเล” จัดการผู้กระทำผิดขั้นร้ายแรง ซึ่งได้รับความสนใจและเสียงตอบรับอย่างมากจากประชาชนในหลายพื้นที่ นโยบายหาเสียงใครก็พูดได้ แต่สำคัญคือทำได้หรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือ ใครก็ซื้อผมไม่ได้ นอกจากผลประโยชน์ของประชาชน กาเบอร์ 6 จะไม่มีวันผิดหวัง มาร่วมกันแก้วิกฤตประเทศไปด้วยกัน พร้อมกันนี้นายพีระพันธุ์และคณะผู้บริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ร่วมถ่ายรูปกับ “รถเมล์แห่งความหวัง สาย 6” และบิ๊กไบค์เบอร์ 6 ซึ่งเป็นอีกไฮไลต์ของกิจกรรมในครั้งนี้

สำหรับคาราวานล่องใต้ “ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้” ขบวนรถจะเริ่มเคลื่อนจากกรุงเทพฯ ณ สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าสู่จังหวัดชุมพร และกระจายตัวไปทั่ว 14 จังหวัดภาคใต้จนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังร่วมขบวนเพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในการแก้วิกฤตของประเทศ

ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มุ่งมั่นที่จะพัฒนาภาคใต้ให้ดียิ่งขึ้น ด้วยนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

“ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้” จริงหรือ?

คำถามนี้คงอยู่ในใจของใครหลายๆ คน รทสช. เชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เราสามารถทำให้ ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้ ได้อย่างแน่นอน ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างรอบด้าน และการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

การปล่อยคาราวานหาเสียงในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของพรรคที่จะเข้าไปรับฟังปัญหาของพี่น้องชาวใต้ และนำมาแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อให้ภาคใต้มีการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็น “ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้” อย่างแท้จริง

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงภาคใต้ให้ดีขึ้น เลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่ออนาคตที่สดใสของ ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้

ที่มา – รทสช. ปล่อยคาราวานหาเสียงล่องใต้ 14 จังหวัด “พีระพันธุ์” ลั่นรถเมล์สาย 6 “ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้”

Scroll to top