จังหวัดสงขลา

รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม! รถรับส่งงด

สถานการณ์น้ำท่วมที่น่าเป็นห่วงในจังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปยังรอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วมสูงขึ้นทุกเส้นทาง ทำให้รถรับ-ส่งผู้โดยสารไม่สามารถให้บริการได้ในขณะนี้ ผู้ที่กำลังเดินทางไปยังสนามบินควรตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุดก่อนออกเดินทาง

รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วมสูงขึ้นทุกเส้นทาง รถรับ-ส่ง ไม่สามารถให้บริการได้

เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่าระดับน้ำโดยรอบ “สนามบินหาดใหญ่” สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถรับ-ส่งจากหน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถเดินทางไปยังสนามบินได้ชั่วคราว ทางด้านแขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ประกาศงดให้บริการรถรับ-ส่งในช่วงเช้า

ทางเพจเฟซบุ๊ก Hat Yai International Airport – HDY ได้แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ว่า “ขณะนี้ รถรับ-ส่ง มายังสนามบิน จากหน่วยสนับสนุนต่างๆ ไม่สามารถให้บริการได้ชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำโดยรอบสูงขึ้นทุกเส้นทาง (26 พฤศจิกายน 2568) หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง”

แขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ก็ได้แจ้งสถานการณ์เช่นเดียวกันว่า “เนื่องจากระดับน้ำยังท่วมสูง รถรับ-ส่งผู้โดยสารไปยังสนามบิน ยังไม่สามารถวิ่งผ่านได้ จึงของดให้บริการรอบเช้า สำหรับรอบบ่ายจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง”

ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อการเดินทางไปสนามบิน

สถานการณ์รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังสนามบิน ทั้งผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางออกจากหาดใหญ่ และผู้ที่เดินทางมาถึงและต้องการเดินทางเข้าเมือง การที่รถรับ-ส่งไม่สามารถให้บริการได้ ทำให้ผู้โดยสารต้องหาทางเลือกอื่นในการเดินทาง ซึ่งอาจต้องเผชิญกับความยากลำบากและความล่าช้า

คำแนะนำสำหรับผู้โดยสาร:

  • ตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุดก่อนออกเดินทาง: ติดตามข่าวสารและประกาศจากสนามบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
  • เผื่อเวลาในการเดินทาง: หากจำเป็นต้องเดินทางไปยังสนามบิน ควรเผื่อเวลาให้มากขึ้น เนื่องจากอาจต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าปกติ
  • พิจารณาทางเลือกในการเดินทางอื่น ๆ: หากเป็นไปได้ ให้พิจารณาทางเลือกในการเดินทางอื่น ๆ เช่น การใช้บริการรถแท็กซี่ (หากสามารถเข้าถึงได้) หรือการขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือญาติ

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก การเตรียมตัวและวางแผนการเดินทางล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางไปยังรอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม

ทางสนามบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้การเดินทางกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โปรดอดทนและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกท่าน

สถานการณ์ รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและการวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา

ที่มา – รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วมสูงขึ้นทุกเส้นทาง รถรับ-ส่ง ไม่สามารถให้บริการได้

รพ.หาดใหญ่ เผยยอดเก็บศพช่วงน้ำท่วม

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่หาดใหญ่ โรงพยาบาลหาดใหญ่ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับจำนวนศพที่เก็บรักษาไว้ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยยืนยันว่าศพทั้งหมดได้รับการดูแลอย่างดีในห้องเก็บศพที่มีระบบควบคุมความเย็นที่เหมาะสม มาดูกันว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร

รพ.หาดใหญ่ เผยยอดเก็บรักษาศพ ขณะเกิดน้ำท่วม

โรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้แจ้งยอดรวมการเก็บรักษาศพทั้งสิ้น 41 ศพ โดยในจำนวนนี้ เป็นศพของผู้เสียชีวิตในช่วงน้ำท่วม จำนวน 14 ศพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤต โดยทางโรงพยาบาลเน้นย้ำว่า อัตราการเสียชีวิตดังกล่าวอยู่ในระดับปกติ เมื่อเทียบกับโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่

ทางโรงพยาบาลหาดใหญ่ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 22.50 น. เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารที่สำคัญให้ประชาชนทราบ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ศพผู้ป่วยที่ฝากแช่ในห้องเก็บศพของโรงพยาบาลก่อนเกิดน้ำท่วม: 27 ศพ
  • ศพผู้เสียชีวิตขณะเกิดน้ำท่วม (ระหว่างวันที่ 22 – 25 พฤศจิกายน 2568): 14 ศพ (ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยวิกฤต)

ดังนั้น ยอดรวมศพที่โรงพยาบาลรพ.หาดใหญ่ เก็บรักษาไว้ในขณะนั้น รวมทั้งสิ้น 41 ศพ

โรงพยาบาลหาดใหญ่ยืนยันว่า ศพทั้งหมดได้รับการเก็บรักษาอย่างดีในห้องแช่เย็น ด้วยความใส่ใจของบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน

ทางโรงพยาบาลยังได้แจ้งถึงความยากลำบากในการสื่อสารในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากปัญหาการตัดน้ำ ตัดไฟฟ้า และสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่เสถียร

การจัดการศพช่วงวิกฤตของ รพ.หาดใหญ่

การจัดการศพในช่วงสถานการณ์วิกฤต เช่น น้ำท่วม เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับโรงพยาบาลอย่างมาก ไม่เพียงแต่ต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ยังต้องจัดการกับศพของผู้เสียชีวิตด้วยความเคารพและเหมาะสม โรงพยาบาลหาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างน่าชื่นชม

สิ่งที่สำคัญคือการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใสให้กับประชาชน เพื่อลดความวิตกกังวลและความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น การที่รพ.หาดใหญ่ ออกมาเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน ถือเป็นสิ่งที่ควรยกย่อง

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานอย่างหนัก เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและดูแลผู้เสียชีวิต

การจัดการศพอย่างเหมาะสมและให้เกียรติ เป็นส่วนหนึ่งของการเยียวยาจิตใจของผู้สูญเสีย และแสดงถึงความเอาใจใส่ของสังคมที่มีต่อผู้ที่จากไป รพ.หาดใหญ่ ได้ทำหน้าที่นี้อย่างสมบูรณ์

สำหรับญาติของผู้เสียชีวิตที่รพ.หาดใหญ่ ดูแลรักษา สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โรงพยาบาลโดยตรง

ที่มา – “รพ.หาดใหญ่” เผยยอดเก็บรักษาศพ ขณะเกิดน้ำท่วม ยันเก็บรักษาในห้องแช่เย็นอย่างดี

สลด! แม่วัย 80 ปี จมน้ำ ลูกเก็บร่างในตู้เย็น

เรื่องราวสุดสะเทือนใจจากเหตุการณ์ “น้ำท่วมหาดใหญ่” เมื่อคุณแม่วัย 80 ปี จมน้ำเสียชีวิต ลูกสาวจำใจเก็บร่างไว้ในตู้เย็นเพื่อรอกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความยากลำบากของผู้ประสบภัยในช่วงเวลาวิกฤต

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 กลายเป็นวันที่ข่าวเศร้าถูกเผยแพร่และส่งต่อในโลกออนไลน์ เมื่อเฟซบุ๊กของ ว่าที่ร้อยตรีวัลลภ บุญจันทร์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากภูเก็ต ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หมู่บ้านเดอะริช อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.25 น. ของวันที่ 25 พฤศจิกายน พร้อมข้อความที่อ่านแล้วหดหู่ว่า “เจ็บใจที่มาช้า เขาจมน้ำ…ไปแล้ว”

ในคลิป เผยภาพลูกสาวนั่งอยู่ในตู้เย็นที่ลอยอยู่กลางบ้านซึ่งน้ำท่วมสูงเกือบมิดหลังคา เธอเล่าด้วยความเศร้าว่าเมื่อคืนน้ำท่วมสูงมากจนคุณยายไม่สามารถเกาะอะไรไว้ได้ เป็นเหตุให้คุณแม่วัย 80 ปี ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า ลูกสาวตัดสินใจนำร่างของคุณแม่ใส่ไว้ในตู้เย็นอีกตู้ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างลอยไปกับกระแสน้ำที่สูงถึง 1.80 เมตร

หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือผู้ประสบภัยและนำร่างของคุณแม่ออกมาได้ เมื่อถึงจุดที่น้ำลด ลูกสาวก็เป็นลมหมดสติ ภาพเหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ได้รับชมเป็นอย่างมาก ต่างเข้ามาแสดงความเสียใจและให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย รวมถึงชื่นชมเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

เรื่องราวของ แม่วัย 80 ปี จมน้ำเสียชีวิต และลูกสาวที่ต้องเก็บร่างไว้ในตู้เย็น กลายเป็นอุทาหรณ์สะท้อนถึงความรุนแรงของภัยพิบัติและความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสนับสนุนด้านจิตใจให้กับผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้

สลด! แม่วัย 80 ปี จมน้ำ ลูกเก็บร่างในตู้เย็น

การสูญเสียคนที่เรารักเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่เลวร้าย ภัยพิบัติทางธรรมชาติสามารถคร่าชีวิตและสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล การเตรียมพร้อมและรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ความสำคัญของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

เหตุการณ์ แม่วัย 80 ปี จมน้ำเสียชีวิต ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การมีหน่วยงานที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง และการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยอย่างรวดเร็วสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากมาย

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกครัวเรือน การมีแผนฉุกเฉิน การจัดเตรียมสิ่งของจำเป็น และการเรียนรู้ทักษะการเอาชีวิตรอด สามารถช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบจากภัยพิบัติได้

การสนับสนุนด้านจิตใจ

ผู้ที่ประสบภัยพิบัติมักเผชิญกับความเครียดและความโศกเศร้า การได้รับการสนับสนุนด้านจิตใจจากครอบครัว เพื่อนฝูง และผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูสภาพจิตใจและกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง

บทเรียนจากโศกนาฏกรรม แม่วัย 80 ปี จมน้ำเสียชีวิต

โศกนาฏกรรม แม่วัย 80 ปี จมน้ำเสียชีวิต ที่หาดใหญ่ครั้งนี้ เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อม การช่วยเหลือ และการเยียวยา ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และประเทศชาติ เราต้องร่วมมือกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทุกรูปแบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้ขึ้นอีก

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่เพียงแต่เป็นการให้ความช่วยเหลือด้านวัตถุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการให้กำลังใจและการสนับสนุนด้านจิตใจ การแสดงความเห็นอกเห็นใจและความห่วงใยสามารถช่วยให้ผู้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

ความเสียสละและความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่กู้ภัยควรได้รับการยกย่องและให้กำลังใจ พวกเขาทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน การสนับสนุนและให้ความสำคัญกับหน่วยงานกู้ภัยเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความมั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน สิ่งของ หรือแรงกายแรงใจ การรวมพลังกันจะช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าชีวิตนั้นไม่แน่นอน และเราควรใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีสติและไม่ประมาท การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและการทำความดี จะช่วยให้เรามีความสุขและมีความหมายในชีวิต

ที่มา – สลดใจ แม่วัย 80 ปี จมน้ำเสียชีวิต ลูกสาวเก็บร่างใน “ตู้เย็น” รอกู้ภัยมาช่วย

ครอบครัวสิงคโปร์ ยกย่องหนุ่มไทยฮีโร่ ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

ครอบครัวสิงคโปร์ ยกย่องหนุ่มไทยฮีโร่ ช่วยพ่อสูญหายในเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจและอบอุ่นหัวใจไปทั่ว เมื่อชายหนุ่มชาวไทยได้ให้ความช่วยเหลือคุณพ่อชาวสิงคโปร์ที่พลัดหลงกับครอบครัวจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อนายรอนนี โต๊ะ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์วัย 74 ปี เดินทางมาพักผ่อนในประเทศไทย แต่ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงจนทำให้เขาขาดการติดต่อกับครอบครัว

วินเซนต์ ลูกชายของนายรอนนี เล่าว่า บิดาของเขาออกจากโรงแรมเพื่อไปยังศูนย์การค้าใกล้เคียง แต่ระหว่างทางฝนตกลงมาอย่างหนักและระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาไม่สามารถเดินทางกลับโรงแรมได้

ด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัยและความช่วยเหลือ นายรอนนีตัดสินใจออกจากศูนย์การค้า แต่ระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้เขาต้องปีนขึ้นไปบนหลังคาร้านขายของที่ระลึกเพื่อเอาชีวิตรอด

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อโทรศัพท์มือถือของนายรอนนีแบตเตอรี่หมด ทำให้ครอบครัวไม่สามารถติดต่อเขาได้ สร้างความกังวลใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก

ในขณะที่ความหวังเริ่มริบหรี่ ในที่สุดครอบครัวก็ได้รับการติดต่อจากนายรอนนี โดยเขาแจ้งว่าได้รับการช่วยเหลือจากชายไทยใจดีชื่อ วิริยะ ซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือและพาเขาไปพักอาศัยที่บ้าน

นายวิริยะได้ช่วยเหลือคุณรอนนีในการเดินทางผ่านกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากไปยังบ้านของเขา ซึ่งห่างจากจุดที่นายรอนนีติดอยู่ประมาณ 500 เมตร

“ครอบครัวของเขาดูแลพ่อของผมเป็นอย่างดี จัดหาอาหารและเสื้อผ้าให้” วินเซนต์กล่าวด้วยความซาบซึ้ง “ผมคิดว่าเขาคือฮีโร่ตัวจริง”

ครอบครัวสิงคโปร์ ยกย่องหนุ่มไทยฮีโร่ ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

แม้ว่านายรอนนีจะปลอดภัยแล้ว แต่การเดินทางกลับสิงคโปร์ก็ยังคงเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากเที่ยวบินถูกยกเลิกและถนนหลายสายถูกตัดขาดจากน้ำท่วม

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากต้องติดค้างอยู่ในโรงแรมและสนามบินในหาดใหญ่

ชารอน โต๊ะ หลานสาวของนายรอนนี กล่าวว่า สถานการณ์นี้น่าหงุดหงิดใจมาก เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวของเธอหลายคนเป็นผู้สูงอายุและต้องทานยาเป็นประจำ

กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ได้ออกคำเตือนให้พลเมืองชาวสิงคโปร์หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังจังหวัดสงขลาและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

เรื่องราวของน้ำใจคนไทย: ครอบครัวสิงคโปร์ ยกย่องหนุ่มไทยฮีโร่

เรื่องราวของนายวิริยะและครอบครัวของเขาแสดงให้เห็นถึงน้ำใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทยในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความช่วยเหลือที่เขาหยิบยื่นให้ไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตนายรอนนี แต่ยังสร้างความประทับใจให้กับครอบครัวชาวสิงคโปร์เป็นอย่างมาก

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ในยามที่เกิดภัยพิบัติ ความช่วยเหลือและกำลังใจจากเพื่อนมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

เรื่องราวของ ครอบครัวสิงคโปร์ ยกย่องหนุ่มไทยฮีโร่ ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นว่า มิตรภาพและความช่วยเหลือสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

ครอบครัวสิงคโปร์ ยกย่องหนุ่มไทยฮีโร่ ช่วยพ่อสูญหายในเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงความมีน้ำใจของคนไทยที่พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ

เรื่องราวนี้สอนให้เรารู้ว่า การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน คือสิ่งที่สวยงามและควรค่าแก่การยกย่อง

ที่มา – ครอบครัวสิงคโปร์ ยกย่องหนุ่มไทยฮีโร่ ช่วยพ่อสูญหายในเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่

กู้ภัยช่วย! งัดหลังคาบ้านช่วย “ผู้ป่วยติดเตียง” หนีน้ำ

คนไทยไม่ทิ้งกัน “กู้ภัยใต้เต็กตึ้ง” งัดหลังคาบ้านโรยตัวช่วย “ผู้ป่วยติดเตียง” หนีน้ำท่วมเกือบถึงหลังคาบ้าน ได้ทันหวุดหวิด

วันที่ 25 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิใต้เต็กตึ้ง จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับแจ้งประสานขอความช่วยเหลือนำผู้ป่วยติดเตียง เป็นชายวัย 80 ปี ออกจากบ้านหลังหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ถูกน้ำท่วมเกือบถึงหลังคาบ้าน

ฮีโร่ของเราในวันนี้คือเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างไม่ย่อท้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือ “ผู้ป่วยติดเตียง” ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำเรือไปจอดเทียบบริเวณหลังคาบ้าน และปีนหลังคาบ้านขึ้นไปทำการรื้อกระเบื้องหลังคาออกเป็นช่อง จากนั้นได้ใช้เชือกโรยตัวลงไปนำร่างผู้ป่วยติดเตียงเป็นชายวัย 80 ปี นอนป่วยติดเตียง นำไปใส่เปลบอร์ดมัดร่างอย่างแน่นหนา แล้วใช้เชือกโรยดึงเปลบอร์ดขึ้นมาอย่างระมัดระวังขึ้นมาบนหลังคาบ้าน

จากนั้นค่อยๆ ประคองลากเปลบอร์ดมาทางหลังคาบ้านมาที่เรือกู้ภัยที่รอด้านล่าง ก่อนนำร่างชายผู้ป่วยติดเตียงขึ้นเรือกู้ภัยนำออกจากที่เกิดเหตุไปยัง รพ.มอ.สงขลานครินทร์ ขณะนี้แพทย์ช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตรายแล้ว ซึ่งโชคดีที่รอดจมน้ำได้อย่างหวุดหวิด.

กู้ภัยช่วย “ผู้ป่วยติดเตียง” หนีน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนในสังคม

วิธีการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงในสถานการณ์น้ำท่วม

การช่วยเหลือ “ผู้ป่วยติดเตียง” ในสถานการณ์น้ำท่วมเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง สิ่งสำคัญคือการประสานงานกับหน่วยงานกู้ภัย และเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เรือท้องแบน เปลสนาม และอุปกรณ์ทางการแพทย์เบื้องต้น นอกจากนี้ ควรมีการวางแผนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างรอบคอบ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและผู้ช่วยเหลือ

  • ติดต่อหน่วยงานกู้ภัยในพื้นที่ทันที
  • เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
  • ประเมินสถานการณ์และวางแผนการเคลื่อนย้ายอย่างรอบคอบ
  • ให้กำลังใจและดูแลสภาพจิตใจของผู้ป่วย

อีกทั้งการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังตกอยู่ในอันตราย เป็นสิ่งที่ควรยกย่องและสนับสนุน เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน สิ่งของ หรือแรงกายแรงใจ

เรื่องราวของกู้ภัยใต้เต็กตึ้งที่ช่วย “ผู้ป่วยติดเตียง” ในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความกล้าหาญของคนไทย ที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่นในยามยากลำบาก

ที่มา – กู้ภัยสู้ไม่ถอย งัดหลังคาบ้านโรยตัวช่วย “ผู้ป่วยติดเตียง” หนีน้ำท่วมได้ทันหวุดหวิด

สลด! น้ำท่วมหาดใหญ่ ผู้ประสบภัยเสียชีวิตบนหลังคา

เรื่องราวสุดสะเทือนใจถูกเผยแพร่โดยเพจมูลนิธิมหากุศลใต้เต็กเซี่ยงตึ๊ง นครศรีธรรมราช “TAI TECK TUNG” เกี่ยวกับเหตุการณ์เศร้าสลดจาก น้ำท่วมหาดใหญ่ ที่ผู้ประสบภัยเสียชีวิตบนหลังคาบ้าน โดยระบุว่า “นอนรอความหวัง จนหมดความหวังมีอยู่จริง”

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.30 น. เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข่าวประชาสัมพันธ์ TAI TECK TUNG ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “งานช่วยเหลือสังคม” สังกัดมูลนิธิมหากุศลใต้เต็กเซี่ยงตึ๊ง นครศรีธรรมราช ได้เผยแพร่ภาพที่สะเทือนอารมณ์อย่างยิ่ง เป็นภาพของผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมที่เสียชีวิตอยู่บนหลังคาบ้านซึ่งถูกน้ำท่วมสูง โดยมีข้อความประกอบว่า “นอนรอความหวัง จนหมดความหวังมีอยู่จริง ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ #ภัยพิบัติภาคใต้ #น้ำท่วมหาดใหญ่ #ใต้เต็กตึ้งจะอยู่เคียงข้างทุกความลำบากของประชาชน”

ทางทีมงานของมูลนิธิฯ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เคสดังกล่าวอยู่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ซอยหลังโฮมโปร หลังจากภาพนี้ถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความเสียใจต่อการจากไปของผู้เสียชีวิต และร่วมกันภาวนาให้ผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ในครั้งนี้ สามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้โดยไม่มีการสูญเสียเพิ่มเติม

น้ำท่วมหาดใหญ่: ความสูญเสียที่ไม่อาจมองข้าม

เหตุการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติ และความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ การช่วยเหลือที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย และป้องกันการสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ผลกระทบจากน้ำท่วมหาดใหญ่

น้ำท่วมหาดใหญ่ ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนที่เสียหาย ถนนหนทางที่ถูกตัดขาด การขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงปัญหาด้านสุขอนามัยที่อาจตามมาหลังน้ำลด การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมจึงเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

  • บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหาย
  • การคมนาคมถูกตัดขาด
  • ขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม
  • ความเสี่ยงต่อโรคระบาด

การสนับสนุนและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้พวกเขามีกำลังใจในการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

เหตุการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทย ที่พร้อมจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก การรวมพลังของทุกภาคส่วนในการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟู จะช่วยให้ผู้ประสบภัยกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน สิ่งของ หรือการให้กำลังใจ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำ อาจมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก

ที่มา – ภาพสะเทือนใจ “น้ำท่วมหาดใหญ่” ผู้ประสบภัยรอความช่วยเหลือ นอนเสียชีวิตบนหลังคา

ปภ.อัปเดต! น้ำท่วมภาคใต้ กระทบ 2 ล้านคน

สถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ ยังคงน่าเป็นห่วง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์ล่าสุด พบว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากถึง 2 ล้านกว่าคนใน 9 จังหวัด พร้อมทั้งมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้แล้วถึง 13 ราย

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ล่าสุด

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เปิดเผยข้อมูลจากศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัยว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ ซึ่งมี 9 จังหวัดที่ยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ภาพรวมสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้, ภาคเหนือ และภาคกลาง รวม 20 จังหวัด 147 อำเภอ 1,080 ตำบล 7,573 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 941,768 ครัวเรือน คิดเป็น 2,680,515 คน และมีผู้เสียชีวิตรวม 41 ราย

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ พบว่ามี 9 จังหวัดที่ยังคงประสบปัญหาอุทกภัย ได้แก่

  • สุราษฎร์ธานี
  • นครศรีธรรมราช
  • ตรัง
  • พัทลุง
  • สตูล
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส

รวมทั้งหมด 98 อำเภอ 643 ตำบล 4,688 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 798,695 ครัวเรือน หรือ 2,196,758 คน และมีผู้เสียชีวิตรวม 13 ราย (นครศรีธรรมราช 6 ราย, ปัตตานี 3 ราย, ยะลา 2 ราย, พัทลุง 2 ราย)

สถานการณ์ในแต่ละจังหวัดโดยละเอียด:

  • สุราษฎร์ธานี: 3 อำเภอ (ท่าฉาง, กาญจนดิษฐ์, เคียนซา) 18 ตำบล 148 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 14,334 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
  • นครศรีธรรมราช: 22 อำเภอ (ชะอวด, เมืองฯ, ท่าศาลา, พรหมคีรี, ร่อนพิบูลย์, นาบอน, สิชล, ฉวาง, ทุ่งสง, เฉลิมพระเกียรติ, หัวไทร, ลานสกา, บางขัน, พระพรหม, ช้างกลาง, ปากพนัง, จุฬาภรณ์, นบพิตำ, ทุ่งใหญ่, พิปูน, เชียรใหญ่, ถ้ำพรรณรา) 161 ตำบล 1,483 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 223,221 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • ตรัง: 9 อำเภอ (นาโยง, ห้วยยอด, รัษฎา, ย่านตาขาว, วังวิเศษ, กันตัง, เมืองฯ, สิเกา, ปะเหลียน) 54 ตำบล 283 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,647 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • พัทลุง: 11 อำเภอ (เมืองฯ, ควนขนุน, กงหรา, เขาชัยสน, ศรีนครินทร์, บางแก้ว, ป่าบอน, ปากพะยูน, ศรีบรรพต, ป่าพะยอม, ตะโหมด) 65 ตำบล 670 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 151,622 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • สตูล: 7 อำเภอ (ควนโดน, ละงู, ท่าแพ, มะนัง, ควนกาหลง, เมืองฯ, ทุ่งหว้า) 28 ตำบล 195 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,447 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • สงขลา: 16 อำเภอ (รัตภูมิ, เมืองฯ, จะนะ, คลองหอยโข่ง, ระโนด, กระแสสินธุ์, สทิงพระ, หาดใหญ่, ควนเนียง, นาทวี, สิงหนคร, นาหม่อม, บางกล่ำ, สะเดา, เทพา, สะบ้าย้อย) 115 ตำบล 821 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 243,568 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • ปัตตานี: 12 อำเภอ (สายบุรี, แม่ลาน, โคกโพธิ์, มายอ, ยะรัง, ไม้แก่น, ยะหริ่ง, ปะนาเระ, ทุ่งยางแดง, กะพ้อ, หนองจิก, เมืองฯ) 101 ตำบล 485 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 58,009 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • ยะลา: 7 อำเภอ (เมืองฯ, รามัน, เบตง, บันนังสตา, ธารโต, กรงปินัง, ยะหา) 46 ตำบล 254 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,950 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • นราธิวาส: 11 อำเภอ (บาเจาะ, ยี่งอ, เมืองฯ, ระแงะ, ตากใบ, สุไหงปาดี, ศรีสาคร, รือเสาะ, สุไหงโก-ลก, เจาะไอร้อง, สุคิริน) 55 ตำบล 349 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 60,897 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ ถือเป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย

นอกจากนี้ ปภ. ยังรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอีก 11 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก, นครสวรรค์, อุทัยธานี, สิงห์บุรี, ชัยนาท, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, นนทบุรี และนครปฐม ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมากเช่นกัน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับจังหวัดที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยสนับสนุนทีมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล และเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่

พวกเราขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยจากสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ ในครั้งนี้ และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว

ที่มา – ปภ. อัปเดตน้ำท่วมภาคใต้ 9 จังหวัด กระทบประชาชนกว่า 2 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 13 ศพ

น้ำท่วมสงขลา กระทบ 715 โรงงาน เสียหาย1,282ล้าน

สถานการณ์น้ำท่วมสงขลาส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างหนัก “ธนกร” เผย โรงงานในสงขลาเสียหายถึง 715 โรงงาน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,282 ล้านบาท นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าอีก 17 แห่งก็ไม่สามารถดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ส่งผลกระทบต่อการจ่ายไฟในพื้นที่ ขณะนี้เร่งประสานโรงไฟฟ้ากระบี่และโรงไฟฟ้าขนอม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตทดแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแม้จะยังไม่ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ก็ประสบปัญหาในการนำเข้าวัตถุดิบ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้เต็มที่ สถานการณ์น้ำท่วมสงขลาครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมสงขลาว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลารายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นในหลายอำเภอ ได้แก่ หาดใหญ่ จะนะ นาทวี เทพา สะบ้าย้อย บางกล่ำ รัตภูมิ สะเดา ระโนด ควนเนียง นาหม่อม และคลองหอยโข่ง โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร (29 โรงงาน), อุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพารา (97 โรงงาน), อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์ยางพารา (103 โรงงาน), อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์จากพลาสติก (44 โรงงาน), อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์จากโลหะ (53 โรงงาน), อุตสาหกรรมขุดตักดินและดูดทราย (310 โรงงาน) และอุตสาหกรรมบริการ (79 โรงงาน) รวมทั้งสิ้น 715 โรงงาน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,282 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโรงไฟฟ้า 17 โรง ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เบื้องต้นได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อขอให้โรงไฟฟ้ากระบี่ และโรงไฟฟ้าขนอม เพิ่มกำลังการผลิตทดแทนเป็นการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น

สำหรับโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม แม้ว่าน้ำจะยังไม่ท่วมโดยตรง แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้ตามปกติ เนื่องจากไม่สามารถนำวัตถุดิบเข้าไปภายในโรงงานได้ ทำให้การผลิตหยุดชะงัก

น้ำท่วมสงขลา กระทบ 715 โรงงาน เสียหาย1,282ล้าน

รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสงขลา โดยมอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ดังนี้

  • สำหรับลูกค้าปัจจุบัน:
  • พักชำระหนี้: สินเชื่อประเภทเงินกู้ (FL) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน และสินเชื่อประเภทเงินทุนหมุนเวียน ขยายระยะเวลาตั๋วสูงสุด 180 วัน
  • เติมทุนฉุกเฉิน: วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม (สูงสุด 200,000 บาท) ดอกเบี้ย MLR ระยะกู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน
  • สำหรับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่: สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลงทุน เสริมสภาพคล่อง อัตราดอกเบี้ยพิเศษ คงที่ 3% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินสูงสุด 15 ล้านบาท (เช่น สินเชื่อปลุกพลัง SME, Beyond ติดปีก SME และ SME Green Productivity)

มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมสงขลา

นายธนกรยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสงขลาอย่างเต็มที่ โดยได้ประสานกับ ส.ส. ในพื้นที่ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถอพยพออกจากพื้นที่ได้

สถานการณ์น้ำท่วมในสงขลาครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความเปราะบางของภาคอุตสาหกรรมต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผู้ประกอบการควรพิจารณาการทำประกันภัยความเสี่ยงภัยพิบัติ และภาครัฐควรมีการวางแผนการจัดการความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ที่มา – น้ำท่วมสงขลาทำ 715 โรงงานอุตสาหกรรมเสียหาย 1,282 ล้านบาท 17 โรงไฟฟ้าผลิตไฟไม่ได้

ทอ. เลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 ช่วยน้ำท่วมใต้

กองทัพอากาศ เลื่อนพิธีเปิดการทดสอบยุทธวิธี ประจำปี 69 นำสรรพกำลังช่วยน้ำท่วมภาคใต้ ลุยภารกิจเร่งด่วนสูงสุด ลำเลียงยุทโธปกรณ์-สิ่งของบริจาค-กำลังพลสู่พื้นที่ เตรียม ฮ. พร้อมช่วยอพยพทันที

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง กองทัพอากาศ โดย พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้สั่งการเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 (Air Tactical Operations Evaluation 2026) เพื่อให้กองทัพอากาศสามารถระดมสรรพกำลัง ทรัพยากร และเจ้าหน้าที่ทุกด้านเข้าสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมกันนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มระดับการเตรียมพร้อมสูงสุดและปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้โดยเร็วที่สุด

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กองทัพอากาศได้ดำเนินมาตรการสำคัญ ดังนี้

1. จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ และศูนย์บรรเทาสาธารณภัยส่วนหน้า พร้อมจัดชุดประสานงาน เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการและบูรณาการความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ

2. เตรียมความพร้อมเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 (C-130) และแบบที่ 16 (ATR) สำหรับปฏิบัติภารกิจบินลำเลียงยุทโธปกรณ์ อุปกรณ์จำเป็น สิ่งของบริจาค รวมทั้งกำลังพลเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

3. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับ-ส่งสิ่งของบริจาค จากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ โดยกองทัพอากาศพร้อมบินนำส่งไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว

4. จัดเตรียมเฮลิคอปเตอร์เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือและอพยพประชาชน โดยพร้อมปฏิบัติการทันที ในพื้นที่เอื้ออำนวยและมีความปลอดภัยต่อการบิน

โฆษกกองทัพอากาศ ระบุในตอนท้ายว่า การตัดสินใจเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงนโยบายสำคัญของกองทัพอากาศ ที่ยึดถือการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติเป็นภารกิจเร่งด่วนสูงสุดเหนือภารกิจอื่นใดในห้วงวิกฤติ กองทัพอากาศตระหนักดีว่าการระดมสรรพกำลังของกองทัพอากาศ จะช่วยลดความสูญเสีย บรรเทาความเดือดร้อน และสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยได้อย่างทันสถานการณ์

เลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69

จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่รุนแรง กองทัพอากาศจึงตัดสินใจเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 เพื่อทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพอากาศในการเป็นที่พึ่งของประชาชนในยามยากลำบาก โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่และทันท่วงที

ความสำคัญของการเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69

การเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การยกเลิกกิจกรรม แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า กองทัพอากาศให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนเป็นอันดับแรกสุด ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก การที่กองทัพอากาศพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่สร้างความเชื่อมั่นและความอบอุ่นใจให้กับประชาชน

การสนับสนุนของกองทัพอากาศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การลำเลียงสิ่งของบริจาคและกำลังพล แต่ยังรวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ การอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง และการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย การทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชน และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ

นอกจากนี้ การที่กองทัพอากาศสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติทุกรูปแบบ ความสามารถในการระดมทรัพยากรและบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพเป็นผลมาจากการฝึกฝนและการเตรียมความพร้อมอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าการเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแผนงานที่สำคัญ แต่กองทัพอากาศยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนากองทัพให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถปกป้องอธิปไตยของชาติและช่วยเหลือประชาชนได้ในทุกสถานการณ์ การเรียนรู้จากประสบการณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปรับปรุงแผนการปฏิบัติการและเพิ่มขีดความสามารถในการตอบสนองต่อภัยพิบัติในอนาคต

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความทุ่มเทของกองทัพอากาศ ซึ่งพร้อมที่จะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือประชาชน

ที่มา – เลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 ทอ. ลุยภารกิจเร่งด่วนสูงสุด ช่วยน้ำท่วมใต้

Scroll to top