จังหวัดสุราษฎร์ธานี

พริษฐ์แฉโกงฮั้ว สว.หนองบัวลำภู จี้ สว.สรชาติ-ทรงศักดิ์ตอบ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อ พริษฐ์แฉโกงฮั้ว สว.หนองบัวลำภู จี้ สว.สรชาติ-ทรงศักดิ์ตอบ ปมข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่โปร่งใส โดยมีการนำเสนอข้อมูลเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคลสำคัญในพื้นที่อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สังคมกำลังจับตามอง

พริษฐ์แฉโกงฮั้ว สว.หนองบัวลำภู จี้ สว.สรชาติ-ทรงศักดิ์ตอบ 3 คำถาม

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ได้เปิดเผยรายละเอียดผ่านโซเชียลมีเดียถึงกระบวนการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร สว. เพื่อแลกคะแนนเสียง โดยมุ่งเป้าไปที่จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งพบความผิดปกติของการโอนเงินจาก สว.สรชาติ ไปยังเลขาฯ และกระจายต่อไปยังผู้สมัครรายอื่นอีก 7 คน พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ พริษฐ์แฉโกงฮั้ว สว.หนองบัวลำภู จี้ สว.สรชาติ-ทรงศักดิ์ตอบ ถึงความเกี่ยวข้องของคนทั้งสองกลุ่มนี้

หลักฐานเส้นทางการเงินที่มัดตัวผู้เกี่ยวข้อง

จากการตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน พบว่ามีการโอนเงินจากนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ไปยังนางสาวภัณนิภา ผาสุข ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเลขาฯ ก่อนจะมีการโอนต่อให้ผู้สมัคร สว. หนองบัวลำภู หลายราย ดังรายละเอียดต่อไปนี้:

  • คุณธัญญรัตน์ สุวรรณพรหม: รับเงินรวม 36,000 บาท
  • คุณสมภาร สุขอ้วน: รับเงินรวม 40,000 บาท
  • คุณปิยลักษณ์ ศิลาแดง: รับเงินรวม 15,000 บาท
  • ผู้สมัครรายอื่นๆ อีก 4 คน รวมยอดหลักหมื่นบาท

ความน่าสนใจคือยอดโอนส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเลือก สว. ระดับอำเภอและจังหวัด อีกทั้งยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคำให้สัมภาษณ์ของ สว. สรชาติ ที่ยังไม่สามารถตอบคำถามเรื่องเส้นเงินที่ชัดเจนได้

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อความโปร่งใสในสภา?

การที่ พริษฐ์แฉโกงฮั้ว สว.หนองบัวลำภู จี้ สว.สรชาติ-ทรงศักดิ์ตอบ นั้น ไม่ใช่เพียงการกล่าวหาลอยๆ แต่เป็นการเปิดโปงระบบอุปถัมภ์ที่อาจทำลายหลักการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะในคำถามที่ว่า สว.สรชาติ ได้ปรึกษาหารือกับรองนายกฯ ทรงศักดิ์ ทองศรี ในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหากมีการเชื่อมโยงกันจริง ย่อมสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของอำนาจทางการเมือง

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ย้ำเตือนให้ประชาชนต้องร่วมกันเฝ้าระวังกระบวนการเลือกตั้งทุกระดับ ไม่ให้เกิดการใช้เงินหรืออิทธิพลมาเปลี่ยนแปลงเจตจำนงของประชาชน การออกมาเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวย่างสำคัญที่อาจนำไปสู่การปฏิรูปกฎหมายเลือกตั้งให้มีความเข้มงวดมากขึ้นในอนาคต

ที่มา – “พริษฐ์” แฉโกงฮั้ว สว.หนองบัวลำภู จี้ “สว.สรชาติ-ทรงศักดิ์” ตอบ 3 คำถาม

ป.ป.ช. ลงพื้นที่ผลักดัน “พะงันโมเดล” สกัดขบวนการนอมินี

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดที่เกาะพะงันกันมาบ้างแล้วนะครับ กับการที่หน่วยงานภาครัฐ นำโดย ป.ป.ช. ลงพื้นที่อย่างจริงจังเพื่อสะสางปัญหาที่สะสมมานาน นี่คือจุดเริ่มต้นของ ป.ป.ช. ลงพื้นที่ผลักดัน “พะงันโมเดล” เปิดปฏิบัติการเชิงรุกสกัดกั้นขบวนการนอมินี เพื่อคืนความถูกต้องให้แก่คนในพื้นที่และปกป้องทรัพยากรของชาติให้คงอยู่สืบไป

ป.ป.ช. ลงพื้นที่ผลักดัน “พะงันโมเดล” เปิดปฏิบัติการเชิงรุกสกัดกั้นขบวนการนอมินี

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การไปดูหน้างานทั่วไป แต่เป็นการผนึกกำลังครั้งใหญ่ระหว่าง ป.ป.ช. ภาค 8 และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในหลายจุดที่เป็นปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการขุดดินผิดกฎหมาย การรุกล้ำพื้นที่ป่า และที่สำคัญคือการตรวจสอบขบวนการนอมินีที่เข้ามาสวมสิทธิ์ทำธุรกิจ ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบและทำลายกลไกทางเศรษฐกิจและกฎหมายในบ้านเราอย่างร้ายแรง

รายละเอียดปฏิบัติการ “พะงันโมเดล”

สำหรับภารกิจของ ป.ป.ช. ลงพื้นที่ผลักดัน “พะงันโมเดล” เปิดปฏิบัติการเชิงรุกสกัดกั้นขบวนการนอมินี ในครั้งนี้ ได้มีการตรวจสอบพบปัญหาหลายด้านที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไขทันที:

  • การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ: พบการขุดดินในเขตเทศบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตและรุกล้ำเขตป่าไม้ ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว
  • การทำธุรกิจผิดประเภท: กรณีสถานประกอบการและสถานรับเลี้ยงเด็กที่ดำเนินกิจการเกินขอบเขตใบอนุญาต จนนำไปสู่การเพิกถอนสิทธิ์ในที่สุด
  • ปัญหาเรื่องนอมินีข้ามชาติ: การตรวจสอบธุรกิจที่ชาวต่างชาติถือครองผ่านนิติบุคคล โดยจะนำแนวทางนี้ไปปรับใช้กับสถานประกอบการอื่นๆ ทั่วเกาะ

ความสำเร็จของปฏิบัติการนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ตั้งกรอบเวลาในการจัดการปัญหาให้จบภายใน 30 วัน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

ในมุมมองของผม นี่เป็นสัญญาณที่ดีมากที่หน่วยงานรัฐหันมาเอาจริงเอาจังกับการจัดการปัญหาการบุกรุกที่ดินและนอมินีธุรกิจ หากเราทำสำเร็จ เกาะพะงันจะกลายเป็นโมเดลต้นแบบให้พื้นที่ท่องเที่ยวอื่นทั่วไทยได้นำไปปรับใช้ เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาความถูกต้องและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนครับ

ที่มา – ป.ป.ช. ลงพื้นที่ผลักดัน “พะงันโมเดล” เปิดปฏิบัติการเชิงรุกสกัดกั้นขบวนการนอมินี

“สุรศักดิ์” ลุยเกาะสมุย ล้อมคอกสกัดนอมินี ดัน สมุยโมเดล ปั๊มเที่ยวภาพลักษณ์สูง

เชื่อว่าหลายคนคงทราบข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดในวงการท่องเที่ยวไทย เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาลงพื้นที่เกาะสมุยเพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มข้น โดยชูโมเดลใหม่หวังดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาอีกครั้ง ซึ่งการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเป็นอันดับหนึ่ง

“สุรศักดิ์” ลุยเกาะสมุย ล้อมคอกสกัดนอมินี ดัน สมุยโมเดล ปั๊มเที่ยวภาพลักษณ์สูง

การประชุมครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าการท่องเที่ยวไทยจะไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มจำนวนปริมาณนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การสร้างมูลค่าเพิ่ม (High Value Tourism) ซึ่งนโยบาย “สุรศักดิ์” ลุยเกาะสมุย ล้อมคอกสกัดนอมินี ดัน สมุยโมเดล ปั๊มเที่ยวภาพลักษณ์สูง ถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดระเบียบธุรกิจท่องเที่ยวที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะปัญหาธุรกิจนอมินีที่แฝงตัวมากับผู้ประกอบการต่างชาติ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของชุมชนชาวไทย

มาตรการเด็ดขาดเพื่อยกระดับความปลอดภัยและเศรษฐกิจฐานราก

นอกจากเรื่องนอมินีแล้ว มาตรการการจัดการรถเช่าภายใต้แนวคิด “สมุยโมเดล” ยังถือเป็นไฮไลต์ที่น่าสนใจ เพราะจะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี โดยมีการตั้งคณะทำงานร่วมบูรณาการหลายภาคส่วน เพื่อคุมเข้มกฎหมายอย่างเฉียบขาด ดังนี้:

  • ตรวจสอบรถเช่า: ห้ามปล่อยเช่าแก่ผู้ไม่มีใบขับขี่เด็ดขาด
  • วินัยจราจร: รณรงค์การสวมหมวกนิรภัย 100%
  • โครงสร้างพื้นฐาน: เร่งปรับปรุงถนนและระบบจัดการขยะ
  • นวัตกรรมดิจิทัล: เปิดตัว One Stop Application เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

ความพยายามของภาครัฐในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจากเหตุการณ์ยิงกันหรืออุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นเท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานให้เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับพรีเมียมที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกไว้วางใจ การกวาดล้างนอมินีจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม และเม็ดเงินที่เกิดขึ้นจะกระจายสู่ชุมชนฐานรากอย่างแท้จริง

ในฐานะนักท่องเที่ยวหรือผู้ประกอบการเอง เราเชื่อมั่นว่าหากนโยบาย “สุรศักดิ์” ลุยเกาะสมุย ล้อมคอกสกัดนอมินี ดัน สมุยโมเดล ปั๊มเที่ยวภาพลักษณ์สูง นี้ถูกนำมาใช้จริงจังและต่อเนื่อง จะไม่ใช่แค่การแก้วิกฤต แต่จะเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานีที่ยั่งยืนกว่าเดิม

ที่มา – “สุรศักดิ์” ลุยเกาะสมุย ล้อมคอกสกัดนอมินี ดัน “สมุยโมเดล” ปั๊มเที่ยวภาพลักษณ์สูง

ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

บรรยากาศทั่วไทย: ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

เป็นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อทราบข่าวประกาศสำนักพระราชวังเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ส่งผลให้ข้าราชการและประชาชนในทุกจังหวัดได้พร้อมใจกันจัดงานสำคัญขึ้นอย่างสมพระเกียรติ โดยมีหน่วยงานส่วนกลางประสานงานให้ทุกจังหวัดจัดสถานที่ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมใจกันแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยกิจกรรมหลักที่เกิดขึ้นคือการที่ ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา เบื้องหน้าพระรูปอย่างเป็นทางการ

จากการรายงานของนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งแนวทางปฏิบัติไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ให้ดำเนินการจัดเตรียมพิธีถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพในสถานที่ที่จังหวัดกำหนด ทำให้ภาพบรรยากาศในแต่ละพื้นที่เต็มไปด้วยความสงบและเรียบร้อย ประชาชนจำนวนมากต่างเดินทางมาเข้าร่วมพิธีด้วยความตั้งใจ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความอาลัยและเป็นหนึ่งในการแสดงความกตัญญูที่ทุกคนในชาติมีต่อพระองค์ท่าน

ความร่วมมือของพสกนิกรในจังหวัดต่างๆ

ในพิธีที่จัดขึ้น ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นที่เชียงใหม่ เชียงราย อุบลราชธานี หรือจังหวัดปัตตานี ทุกพื้นที่ต่างร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • เชียงใหม่: ณ หอประชุม 80 พรรษา ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานประกอบพิธี โดยมีพสกนิกรทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
  • สุราษฎร์ธานี: จัดขึ้น ณ ศูนย์ราชการจังหวัด บรรยากาศเป็นไปอย่างสมพระเกียรติสูงสุด
  • หนองบัวลำภู: จัดพิธี ณ วัดพิศาลรัญญาวาส โดยมีทั้งข้าราชการและจิตอาสาพระราชทานร่วมถวายสักการะ
  • สมุทรสงคราม: ประชาชนและข้าราชการต่างพร้อมใจกันสวมชุดไว้ทุกข์ร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น

ความสำเร็จของพิธีในแต่ละจังหวัด ไม่เพียงแต่แสดงถึงความจงรักภักดี แต่ยังสะท้อนถึงความสามัคคีของคนในชาติ ที่ต่างอยากเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ด้วยการถวายความอาลัยแก่ ‘เจ้าหญิงแห่งความเมตตา’ ที่ทรงงานหนักเพื่อประชาชนและกลุ่มเปราะบางมาโดยตลอด การจัดเตรียมสถานที่และพิธีการอย่างสมพระเกียรตินี้ ถือเป็นกำลังใจให้คนไทยผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกันด้วยความเข้มแข็ง

เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงความผูกพันอันใกล้ชิดระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์และพสกนิกรชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ห่างไกลเพียงใด แต่ใจของทุกคนนั้นมุ่งไปที่จุดเดียวกัน คือการน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยความซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณที่พระองค์ได้ทรงสร้างคุณงามความดีให้กับสังคมไทยไว้อย่างมากมาย ขอให้ภาพความร่วมมือเหล่านี้คงอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป

ที่มา – ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

นายกฯ ควง “จ๋า ธนนนท์” ไปสุราษฎร์ธานี กราบขอพร “พระวชิรปริยัตยาภรณ์”

ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ควงคู่ภรรยา น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “จ๋า ธนนนท์” เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก การเยือนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตรวจราชการ แต่ยังรวมถึงการทำบุญใหญ่ ด้วยการกราบขอพรจาก พระวชิรปริยัตยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพัฒนาราม พระอารามหลวง ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคใต้

นายกฯ ควง “จ๋า ธนนนท์” ไปสุราษฎร์ธานี กราบขอพร “พระวชิรปริยัตยาภรณ์”

กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นเวลา 18.00 น. ที่ วัดพัฒนาราม พระอารามหลวง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี โดยมีคณะผู้ติดตามอย่าง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และ นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมลงพื้นที่ด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นางโสภา กาญจนะ และนายกอบจ.สุราษฎร์ธานี ก็ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ไฮไลต์สำคัญคือการสักการะรูปเหมือน หลวงพ่อพัฒน์ นารโท อดีตเจ้าอาวาสวัดพัฒนาราม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ชาวสุราษฎร์ธานีและภาคใต้เลื่อมใสศรัทธามาอย่างยาวนาน หลวงพ่อพัฒน์เป็นที่รู้จักในด้านวัตถุมงคลและพุทธคุณที่ช่วยเหลือชาวบ้าน จากนั้นคณะนายกฯ ได้กราบนมัสการพระประธานในพระอุโบสถ และเข้าพบ พระวชิรปริยัตยาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพระองค์ได้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์และให้พรแก่คณะอย่างเป็นนัยสำคัญ

กิจกรรมต่อเนื่องที่มูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน

หลังจากนั้น คณะเดินทางไปยัง มูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน เพื่อสักการะรูปปั้น เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในไทย ซึ่งแกะสลักจากหินแกรนิตขาว เป็นแลนด์มาร์คยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและชาวสุราษฎร์ธานี ที่นิยมมาขอพรเรื่องสุขภาพ ความเจริญรุ่งเรือง

  • การส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชน: รัฐบาลมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยเน้นชุมชนท้องถิ่น
  • พัฒนาคุณภาพชีวิต: สุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การศึกษา และสังคม
  • งานและรายได้มั่นคง: ช่วยให้ประชาชนมีอาชีพ มีสุขภาพดี

จังหวัดสุราษฎร์ธานีถือเป็นประตูสู่อ่าวไทย มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว การเกษตร และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี การลงพื้นที่ครั้งนี้ของนายกฯ แสดงถึงนโยบาย “รัฐบาลใกล้ชิดประชาชน” ที่มุ่งยกระดับชีวิตชาวบ้านให้ยั่งยืน

นอกจากนี้ การกราบขอพร “พระวชิรปริยัตยาภรณ์” ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยที่ผสมผสานศาสนากับการเมือง โดยนายกฯ อนุทินและจ๋า ธนนนท์ ได้แสดงความเคารพต่อพระสงฆ์ท้องถิ่น ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ผู้นำที่ถ่อมตน

ความสำคัญของสุราษฎร์ธานีต่อเศรษฐกิจไทย

สุราษฎร์ธานีมีพื้นที่กว้างใหญ่ ประชากรกว่า 1.5 ล้านคน เป็นศูนย์กลางการค้าและท่องเที่ยวใต้ มีเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก รัฐบาลกำลังผลักดันโครงการท่องเที่ยวเชิงชุมชน เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ลดความเหลื่อมล้ำ

การเยือนของ นายกฯ ควง “จ๋า ธนนนท์” ไปสุราษฎร์ธานี กราบขอพร “พระวชิรปริยัตยาภรณ์” จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่เป็นสัญญาณบวกต่อการพัฒนาพื้นที่

ในมุมมองของผู้เขียน การเดินทางครั้งนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวสุราษฎร์ธานีมั่นใจในรัฐบาลมากขึ้น หากคุณสนใจท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี ลองแวะวัดพัฒนารามและเจ้าแม่กวนอิมดูนะครับ จะได้พรดีๆ เหมือนนายกฯ!

ติดตามข่าวการเมืองและพัฒนาท้องถิ่นเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – นายกฯ ควง “จ๋า ธนนนท์” ไปสุราษฎร์ธานี กราบขอพร “พระวชิรปริยัตยาภรณ์”

“แสวง” ขอโทษเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด สั่งตรวจรหัสไปรษณีย์

การเลือกตั้งล่วงหน้าในช่วงนี้กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นหลายจุด ทำให้หลายคนกังวลใจเรื่องความถูกต้องของกระบวนการ ล่าสุด “แสวง” ขอโทษเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด หลายประการ แต่ยืนยันว่าไม่กระทบต่อการนับคะแนน นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง เพื่อคลายกังวลให้กับประชาชนที่มาใช้สิทธิ์

“แสวง” ขอโทษเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด เกิดจากอะไร

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.00 น. นายแสวง ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีคิวอาร์โค้ดบอกรายชื่อผู้สมัครที่หน่วยเลือกตั้งเขตบางบอน แสดงข้อมูลการเลือกตั้งปี 2566 แทนที่จะเป็นข้อมูลล่าสุด นายแสวง ชี้แจงว่าเป็นความผิดพลาดจากตัวบุคคลของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยที่ตั้งใจอำนวยความสะดวก แต่ขาดการตรวจสอบอย่างรอบคอบ จึงขออภัยต่อประชาชนทุกท่านที่ได้รับผลกระทบ แต่ย้ำชัดว่าเรื่องนี้ไม่มีผลต่อการนับคะแนนแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ปัญหาที่ประชาชนกังวลมากที่สุดคือการกรอกเลขรหัสไปรษณีย์บนซองบัตรเลือกตั้งที่ผิดพลาดหลายจุด “แสวง” ขอโทษเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด นี้ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยร่วมกับ กกต. เร่งตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์กับจำนวนบัตรเลือกตั้งให้ตรงกัน โดยยืนยันว่าบัตรลงคะแนนทั้งแบบผู้สมัครแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อผู้สมัคร (ปาร์ตี้ลิสต์) จะถูกส่งไปยังเขตเลือกตั้งที่ถูกต้องทั่วประเทศ ไม่มีบัตรหายหรือไปผิดที่แน่นอน

ไทม์ไลน์การขนส่งและนับคะแนนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า

เพื่อสร้างความมั่นใจ นายแสวงได้แจ้งกำหนดการชัดเจน ดังนี้

  • วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ไปรษณีย์ไทยจะเริ่มขนย้ายบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปยังเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขตทั่วประเทศ
  • บัตรเลือกตั้งจากต่างประเทศจะได้รับกลับมาครบถ้วนภายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์
  • วันที่ 6 กุมภาพันธ์ คัดแยกบัตรให้เสร็จสิ้น
  • วันที่ 7 กุมภาพันธ์ บัตรเดินทางถึงเขตปลายทาง
  • เย็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นับคะแนนพร้อมกันทุกเขต

ทั้งนี้ ในวันที่ 3 ก.พ. จะมีการพาสื่อมวลชนไปสังเกตการณ์การคัดแยกบัตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อความโปร่งใสสูงสุด

ปัญหาการซื้อเสียงและการนับคะแนนในเขตพิเศษ

นายแสวงยังอัปเดตเรื่องการซื้อเสียงที่ตำรวจตรวจพบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยตำรวจกำลังปิดล้อมบ้านหลังหนึ่ง รอหมายค้นจากศาล เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่าจะมีการเตรียมกระทำผิด คาดว่าจะมีรายงานความคืบหน้าเร็วๆ นี้ สำหรับการนับคะแนนในเขตทหารหรือสถานที่พิเศษ นายแสวงมั่นใจว่าประชาชนสามารถเข้าไปสังเกตการณ์ได้ทุกหน่วย ไม่มีข้อยกเว้น

แม้จะมี “แสวง” ขอโทษเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด แต่จากมาตรการแก้ไขที่รวดเร็ว ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะโปร่งใสและเป็นธรรม สะท้อนถึงความรับผิดชอบของ กกต. ในการดูแลกระบวนการสำคัญของประชาธิปไตย

ในมุมมองของผู้เขียน ปัญหาเหล่านี้เป็นบทเรียน貴重สำหรับการเลือกตั้งในอนาคต กกต. ควรเพิ่มการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบให้มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ประชาชนอย่างเราก็ควรตื่นตัว สังเกตการณ์ และรายงานปัญหาถ้าพบเห็น หากคุณมีประสบการณ์เลือกตั้งล่วงหน้าแบบไหนบ้าง คอมเมนต์มาแชร์กันได้เลย! หรือกดแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง

ที่มา – “แสวง” ขอโทษเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด สั่งเร่งตรวจสอบเลขรหัสไปรษณีย์แล้ว ยันจะส่งถูกเขต

อภิสิทธิ์ชี้: สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ ยังไม่ได้เป็นนายกฯ

“อภิสิทธิ์” ชี้ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ 12 คน ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ต้องทำงานหนักเพิ่ม สส.เขต ประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังถูกจับตามอง

การเลือกตั้งครั้งหน้ากำลังใกล้เข้ามา และพรรคการเมืองต่างๆ ต่างก็เร่งเครื่องหาเสียงกันอย่างเต็มที่ หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ และความคาดหวังที่จะได้เสียงจากฐานเสียงของตนเอง

อภิสิทธิ์ชี้: สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ ยังไม่ได้เป็นนายกฯ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเน้นย้ำว่า แม้จะได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้จำนวน 12 คน ก็ยังไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ หากไม่สามารถเพิ่มจำนวน สส.เขตได้

นายอภิสิทธิ์กล่าวเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ จ.นนทบุรี ว่า การลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน แต่การที่จะได้ สส.ในภาคใต้เพิ่มขึ้นนั้น จำเป็นต้องทำงานหนักมากขึ้น ต้องชี้ให้ประชาชนเห็นว่า การเลือก สส.บัญชีรายชื่อพรรค เพราะอยากให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น สส.น้อยมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคนภาคใต้ทุกคนใช้สิทธิ์เลือกพรรคประชาธิปัตย์ จะมี สส. เพียงแค่ 12 คนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้แคนดิเดตเป็นนายกรัฐมนตรีได้

ดังนั้น นายอภิสิทธิ์จึงเน้นย้ำว่า สส.เขต มีความสำคัญในการชี้ขาดบ้านเมืองในการตั้งรัฐบาลด้วย และเชื่อว่ากระแสพรรคทั้งในกรุงเทพฯ และภาคใต้ดีขึ้นแล้วหลังปีใหม่ และจะดีขึ้นอีกหลังตรุษจีน

การเพิ่ม สส.เขต: โจทย์ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์

คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมี สส.เขตจำนวนมาก เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถมีอำนาจต่อรองในการจัดตั้งรัฐบาลได้ การพึ่งพาแต่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์เพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้พรรคการเมืองบรรลุเป้าหมายทางการเมืองได้

เมื่อถูกถามว่าจะได้ สส. เพิ่มขึ้นจากเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้นับเป็นเขตที่แน่นอน แต่ที่ยืนยันได้แน่นอนคือ ระบบบัญชีรายชื่อจะเพิ่มเป็นเท่าตัวอยู่แล้ว ส่วน สส.เขต ต้องยอมรับว่าเริ่มจากฐานที่ต่ำมาก ดังนั้นก็ต้องทำงานหนัก สำหรับการเตรียมลงพื้นที่เยาวราชที่จะดึงคะแนนเสียงกลับมานั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ได้ไปพบปะประชาชนที่เยาวราชมาแล้วหนึ่งครั้ง และพยายามเดินเข้าหาทุกคนให้มากที่สุด

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการหาเสียงในภูมิภาคอื่นว่า เพิ่งส่งกำหนดการปราศรัยเพื่อขออนุญาต กกต. จะไปให้ครบทุกภาค ทั้งภาคอีสานที่ จ.อุบลราชธานี, ภาคเหนือที่ จ.สุโขทัย, ภาคกลางที่จะมีทั้งที่ จ.ระยอง และอยุธยา เป็นต้น ส่วนภาคใต้จะปราศรัยที่ จ.สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และสงขลา โดยในวันที่ 11 มกราคมนี้ จะไปที่ จ.ภูเก็ต

จากสถานการณ์ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าการแข่งขันทางการเมืองมีความเข้มข้นสูง พรรคการเมืองต่างๆ ต้องปรับกลยุทธ์และทำงานอย่างหนัก เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน การได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ แม้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ก็ไม่ใช่หลักประกันว่าจะสามารถนำไปสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีได้ การเพิ่ม สส.เขต จึงเป็นโจทย์ที่สำคัญที่ทุกพรรคการเมืองต้องให้ความสำคัญ

อภิสิทธิ์ชี้: สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ 12 คน ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ต้องทำงานหนักเพิ่ม สส.เขต ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคการเมืองอื่นๆ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ชี้ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากคนใต้ 12 คน ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ต้องทำงานหนักเพิ่ม สส.เขต

ผู้ว่าฯ 76 จังหวัด นำถวายน้ำสรงพระบรมศพ

ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศนำประชาชนทุกหมู่เหล่า ลงนามไว้อาลัย และประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 26 ต.ค. 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และนายอำเภอ 878 อำเภอทั่วประเทศ นำประชาชนทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และลงนามไว้อาลัยถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สถานที่ที่จังหวัดและอำเภอกำหนด อาทิ ศาลากลางจังหวัด ศาลาประชาคมจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ วัด และสถานที่สำคัญของจังหวัด โดยมี ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า สมาคม ภาคเอกชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนชาวไทย กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ต่างเดินทางมาร่วมพิธีด้วยความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความไว้อาลัยถวาย ด้วยความจงรักภักดี อาทิ

จังหวัดสมุทรสงคราม นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นำทุกภาคส่วนประกอบพิธี ณ ศาลาอเนกประสงค์ ชั้น 2 วัดเพชรสมุทร วรวิหาร อ.เมืองสมุทรสงคราม

จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ หน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ อาคารอารยธรรม 3 แผ่นดิน ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมืองศรีสะเกษ

จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำพสกนิกร และทุกภาคส่วน ร่วมประกอบพิธี ณ วัดกลางใหม่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี

จังหวัดเชียงราย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำข้าราชการและทุกภาคส่วนประกอบพิธี ณ วัดพระแก้ว พระอารามหลวง อ.เมืองเชียงราย

จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นำหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี อ.เมืองอุทัยธานี

จังหวัดอ่างทอง นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง นำทุกภาคส่วนถวายน้ำสรงพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และลงนามแสดงความไว้อาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง อ.เมืองอ่างทอง

ผู้ว่าฯ 76 จังหวัด นำประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ

การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด พร้อมใจกันจัดพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของประชาชนชาวไทยที่มีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชน

ที่มา – ผู้ว่าฯ 76 จังหวัด นำประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

Scroll to top