จับคนร้าย

อดีตทหารป่วน จุดพลุ-วางเพลิงหน้าอาคารรัฐบาลในนิวยอร์ก

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวที่น่าตกใจจากนิวยอร์กเมื่อเร็วๆ นี้ เกี่ยวกับกรณีอดีตทหารป่วน จุดพลุ-วางเพลิงหน้าอาคารรัฐบาลในนิวยอร์ก ยิงปืนอัดลมไปทั่ว ก่อนถูกตร.รวบ ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนที่สัญจรไปมาบริเวณอาคาร 26 Federal Plaza เป็นอย่างมาก

เผยเบื้องหลัง อดีตทหารป่วน จุดพลุ-วางเพลิงหน้าอาคารรัฐบาลในนิวยอร์ก ยิงปืนอัดลมไปทั่ว ก่อนถูกตร.รวบ

จากการตรวจสอบของสำนักงานอัยการสหรัฐฯ พบว่าผู้ก่อเหตุคือ แอนดรูว์ อาร์ราบากา อดีตทหารวัย 43 ปี ที่เตรียมการมานานหลายเดือน โดยพฤติการณ์ของอดีตทหารป่วน จุดพลุ-วางเพลิงหน้าอาคารรัฐบาลในนิวยอร์ก ยิงปืนอัดลมไปทั่ว ก่อนถูกตร.รวบนั้นถือว่าอุกอาจมาก ตั้งแต่การนำรถบรรทุกอุปกรณ์มายิงปืนอัดลมใส่ผู้คน จนถึงการเทน้ำมันและจุดไฟเผาทางเข้าอาคารที่เป็นที่ตั้งของหน่วยงานสำคัญอย่าง FBI และ ICE

รายละเอียดเหตุการณ์และอาวุธที่ตรวจพบ

นอกจากพลุและปืนอัดลมแล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบว่าผู้ก่อเหตุพกพาอาวุธชนิดอื่นๆ มาด้วย ไม่ว่าจะเป็นขวาน มีด และค้อน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาในการก่อความรุนแรง โดยเหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที

  • สถานที่เกิดเหตุ: อาคาร 26 Federal Plaza นิวยอร์ก
  • อาวุธที่พบ: ปืนอัดลม, พลุ, ขวาน 2 เล่ม, มีด 3 เล่ม, ค้อน และมีดพร้า
  • อาการผู้ก่อเหตุ: ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ามีปัญหาทางสุขภาพจิตและขาดการรักษามานานกว่า 1 ปี

เหตุการณ์นี้นับเป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิต โดยเฉพาะในกลุ่มอดีตทหารผ่านศึก การเข้าถึงการรักษาที่ต่อเนื่องอาจช่วยป้องกันโศกนาฏกรรมเช่นนี้ได้ เราควรให้ความสำคัญกับการสนับสนุนด้านจิตวิทยาแก่ผู้ที่เคยผ่านสถานการณ์กดดันมา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้ซ้ำอีก เชื่อว่าความปลอดภัยของประชาชนควรเป็นสิ่งที่ต้องมาก่อนเสมอ

ที่มา – เผยคลิป อดีตทหารป่วน จุดพลุ-วางเพลิงหน้าอาคารรัฐบาลในนิวยอร์ก ยิงปืนอัดลมไปทั่ว ก่อนถูกตร.รวบ

รวบแล้ว คนร้ายฆ่าโหด ค้อนทุบหัว นายหน้าสาว หางานให้ต่างด้าว

หลังจากที่มีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี กรณีพบศพหญิงสาวชาวเมียนมาเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมภายในบ้านพัก ล่าสุดมีข่าวดีว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถ รวบแล้ว คนร้ายฆ่าโหด ค้อนทุบหัว นายหน้าสาว หางานให้ต่างด้าว ได้เป็นที่เรียบร้อยครับ โดยเหตุการณ์นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก

ความคืบหน้าการจับกุม: รวบแล้ว คนร้ายฆ่าโหด ค้อนทุบหัว นายหน้าสาว หางานให้ต่างด้าว

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ผู้เสียชีวิตคือ นางทินนวย มาวิน หรือคุณเอ อายุ 43 ปี ถูกคนร้ายใช้ค้อนทุบศีรษะและลำตัวจนเสียชีวิตในที่พักย่านลาดหลุมแก้ว จากการสืบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งเป้าไปที่บุคคลใกล้ตัว จนกระทั่งหลังจากการไล่ล่าและตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนก็สามารถตามตัวคนร้ายไปได้ถึงจังหวัดสุพรรณบุรี

สรุปเหตุการณ์รวบแล้ว คนร้ายฆ่าโหด ค้อนทุบหัว นายหน้าสาว หางานให้ต่างด้าว

จากการสอบสวนผู้ต้องหา ทราบชื่อคือ นายไนเลง อายุ 50 ปี ซึ่งได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีกำหนดการจะแถลงข่าวรายละเอียดทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ โดยมีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นผู้ให้ข้อมูลด้วยตนเอง สิ่งที่พวกเราได้รับรู้จากกรณีนี้คือ:

  • การทำงานที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่สืบสวนปทุมธานีและภาค 1
  • การใช้เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดช่วยแกะรอยคนร้าย
  • ความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในที่พักอาศัย

สิ่งที่น่าสนใจคือคนร้ายถือว่าเป็นคนใกล้ตัว ซึ่งคดีนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราทุกคนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการคบหาหรือให้คนแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับนายหน้าหรือติดต่อสื่อสารกับแรงงานต่างด้าวควรใช้ความรอบคอบให้มากเป็นพิเศษ เราคงต้องติดตามการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งว่าแรงจูงใจที่แท้จริงคืออะไร และจะมีมาตรการป้องกันเหตุในลักษณะนี้อย่างไรต่อไปในอนาคต

ที่มา – รวบแล้ว คนร้ายฆ่าโหด ค้อนทุบหัว “นายหน้าสาว” หางานให้ต่างด้าว ผบช.ภ.1 เตรียมแถลงข่าว

จับสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ‘พันโท’ หนีมากบดานไทย

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนชาวไทยจำนวนมาก ล่าสุดมีข่าวดีเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สามารถจับกุม สมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ‘พันโท’ หนีมากบดานไทย ได้สำเร็จ ชายรายนี้คือหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการกองร้อยปอยเปตที่หลบหนีกลับภูมิลำเนา แต่สุดท้ายไม่รอดถูกตามจับตัวได้ก่อนจะหลบหนีกลับไปกัมพูชาอีกครั้ง

ภาพผู้ต้องหาสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์

สมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ‘พันโท’ หนีมากบดานไทย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผู้กำกับการกองกำกับการ 1 บก.ปอท. พร้อมทีมงาน ได้เข้าจับกุมนายอมรเทพ หรือ “ต้า” อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 333/2568 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2568 ในข้อหาร่วมกันมีส่วนในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ อั้งยี่ ร่วมฉ้อโกงประชาชนโดยแสร้งเป็นเจ้าพนักงาน นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และปลอมเอกสารราชการ จับได้ที่แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากกลางปี 2567 มีผู้เสียหายร้องเรียนว่าถูกแก๊งนี้โทรศัพท์และวิดีโอคอล แต่งตัวคล้ายตำรวจข่มขู่ให้โอนเงิน ตำรวจ ปอท. จึงสืบสวนขยายผล จับผู้ต้องหาได้หลายรายทั้งกลุ่มบัญชีม้า กลุ่มโทรหลอก และกลุ่มฟอกเงิน แต่ยังมีสมาชิกบางส่วนหลบหนี รวมถึงหัวหน้าแก๊งชาวจีน

สำหรับนายอมรเทพ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าเพิ่งกลับเข้าประเทศไทยต้นเดือนพฤษภาคม 2569 และกำลังจะเดินทางกลับปอยเปต กัมพูชาเพื่อทำงานต่อ จึงเฝ้าติดตามจนจับกุมได้ทัน

บทบาทของสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ‘พันโท’ หนีมากบดานไทย

จากการสอบสวน นายอมรเทพสารภาพว่าเริ่มแรกถูกหลอกเป็นบัญชีม้า ก่อนผันตัวมาร่วมแก๊งเต็มตัว โดยรับบท “พันโท” แต่งกายเลียนแบบนายทหาร วิดีโอคอลข่มขู่เหยื่อให้หวาดกลัว จนยอมโอนเงินตามที่แก๊งสั่ง วิธีการนี้เป็นเอกลักษณ์ของแก๊งปอยเปตที่มักแสร้งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ประเภทนี้ส่วนใหญ่อยู่ตามชายแดน โดยเฉพาะปอยเปต ประเทศกัมพูชา ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ฐานข้อมูลผู้เสียหายจากทั่วโลก สร้างความเสียหายปีละหลายพันล้านบาทในไทย ผู้ต้องหามักเป็นคนไทยที่ถูกหลอกล่อด้วยค่าจ้างสูง แต่สุดท้ายตกเป็นเครื่องมือของมาเฟียต่างชาติ

วิธีป้องกันตัวเองจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ประชาชนควรระวังดังนี้:

  • อย่าโอนเงิน ให้ผู้ที่โทรมาขู่ โดยเฉพาะแสร้งเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่
  • ตรวจสอบข้อมูลด้วยการโทรกลับหมายเลขราชการจริง เช่น 191 หรือ ปอท. 1441
  • อย่าเปิดวิดีโอคอลกับคนแปลกหน้า หากสงสัยให้วางสายทันที
  • ใช้แอปตรวจสอบสายโทรหลอก เช่น TrueCaller
  • แจ้งเบาะแสได้ที่ บก.ปอท. หรือสายด่วน 1441

นอกจากนี้ ยังมีเคสที่คล้ายกันเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แสดงให้เห็นว่าแก๊งเหล่านี้ยังคงแอคทีฟ แม้ตำรวจจะปิดแคมป์ได้หลายแห่ง แต่สมาชิกกระจายตัวหลบหนี การจับกุม สมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ‘พันโท’ หนีมากบดานไทย ครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความยุติธรรมไม่มีที่หลบซ่อน

ในมุมมองของเรา การต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประชาชนควรตื่นตัวและรายงานทุกความผิดปกติ หากคุณเคยถูกหลอกหรือมีเบาะแส แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อช่วยลดอาชญากรรมเหล่านี้ให้เหลือศูนย์

ที่มา – สมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เจ้าของบท “พันโท” หนีกลับมากบดานไทย สุดท้ายไม่รอดโดนจับ

รวบ “ไอ้นก” แทงจ่าทหารดับ! หนี 4 วัน

ตำรวจตามรวบตัว “ไอ้นก” ผู้ต้องหาแทง จ.ส.อ.อำนาจ ทองแถม เสียชีวิต 18 แผล หลังหลบหนีไปซ่อนตัวในห้องเช่านาน 4 วัน ผู้ต้องหาอ้างว่าผู้ตายขูดรถของแม่และปิดประตูเสียงดังรบกวน

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ นายภานุวัฒน์ กิตติธนะวรากุล หรือ “ไอ้นก” ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง จ่าสิบเอกอำนาจ ทองแถม เจ้าหน้าที่การเงินโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ (มทบ.12) ขณะกำลังปั่นจักรยานสามล้อกลับบ้าน เป็นเหตุให้เสียชีวิตถึง 18 แผล ก่อนหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนทราบตัวผู้ก่อเหตุและขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดปราจีนบุรี ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควร”

รวบ “ไอ้นก” แทงจ่าทหาร 18 แผลดับ หนี 4 วัน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ อยู่ไพร ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม “ไอ้นก” ผู้ต้องหารายนี้ หลังจากการสืบสวนอย่างเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี

เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า “ไอ้นก” ได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คงขี้เหล็ก อ.เมืองปราจีนบุรี จึงวางแผนเข้าจับกุมและสามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลางหลายรายการ ได้แก่ รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งใช้ในการหลบหนี อาวุธมีดปลายแหลม 1 เล่ม และเสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ

“ไอ้นก” อ้างเหตุแทงจ่าทหารเพราะเรื่องส่วนตัว

จากการสอบสวนเบื้องต้น “ไอ้นก” ให้การรับสารภาพว่า ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ได้เสพยาเสพติดและดื่มสุรา และเนื่องจากบ้านของผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิตอยู่ตรงข้ามกัน จึงอาจเกิดความระแวงกัน โดยผู้ต้องหามีประวัติต้องโทษในคดีพยายามฆ่า จำหน่ายยาเสพติด เสพยาเสพติด และครอบครองยาเสพติด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความกลัวว่าผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นทหารจะแจ้งเบาะแส ทำให้ตนเองเดือดร้อน ในวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่าได้พบกับผู้เสียชีวิตขณะขี่จักรยานยนต์กลับบ้าน จึงใช้มีดพกที่ติดตัวมาแทงจนเสียชีวิตแล้วหลบหนีไป

หลังจากการสอบสวน “ไอ้นก” ถูกนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ก่อนที่จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ขณะที่ถูกนำตัวขึ้นรถ “ไอ้นก” พยายามกล่าวว่า สาเหตุที่ก่อเหตุเป็นเพราะผู้ตายเคยขูดรถของแม่ตนเอง และยังปิดประตูเสียงดังรบกวน

นางพิมพ์ลภัส ทองแถม ภรรยาของผู้เสียชีวิต ได้กล่าวภายหลังทราบข่าวการจับกุม “ไอ้นก” ว่ารู้สึกดีใจ แต่ก็ยังมีความกังวลว่าผู้ต้องหาจะได้รับการปล่อยตัวออกมา จึงอยากให้ “ไอ้นก” ได้รับโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต เพื่อไม่ให้ออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นอีก และจะทำหน้าที่ดูแลลูกและครอบครัวต่อไป

สิบเอกรัชกาล ทองแถม บุตรชายของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ และต้องการให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ครอบครัวของผู้ต้องหาเข้ามาพูดคุยกับครอบครัวของตนเกี่ยวกับค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของการใช้ยาเสพติดและการขาดสติในการควบคุมอารมณ์ ซึ่งนำไปสู่การก่อเหตุรุนแรงและการสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ ความขัดแย้งเล็กน้อยสามารถบานปลายกลายเป็นโศกนาฏกรรมได้หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม หวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะสามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้อย่างเหมาะสม และเยียวยาความสูญเสียให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต

ที่มา – รวบ “ไอ้นก” แทงจ่าทหาร 18 แผลดับ หนีซุกห้องเช่านาน 4 วัน

Scroll to top