จับชาวจีน

บุกค้นบ้านเช่าลาดพร้าว พบฐานคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน

ตำรวจบุกค้นบ้านเช่าหรูย่านลาดพร้าว พบชายชาวจีน 3 ราย เช่าเป็นฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ! เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ตำรวจ 191 นำโดย พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา บุกเข้าตรวจค้นบ้านเช่าหรูย่านลาดพร้าว 3 แยก 6 หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งกบดานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

บุกค้นบ้านเช่าหรูย่านลาดพร้าว พบชายชาวจีน 3 ราย เช่าเป็นฐานคอลเซ็นเตอร์

จากการตรวจค้น พบชาวจีน 3 ราย ได้แก่ นายจาง ไห่หลง อายุ 38 ปี, นายหลิว ชุนหยิง อายุ 29 ปี และนายอู่ จื้อเฉียง อายุ 32 ปี พร้อมของกลางจำนวนมาก เช่น อุปกรณ์ Phone Farm, คอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ก, โทรศัพท์มือถือ 42 เครื่อง, เราเตอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย

พฤติกรรมของแก๊งนี้คืออะไร? พวกเขาทำอะไรในบ้านเช่าหรูหลังนี้?

พฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในบ้านเช่าหรูย่านลาดพร้าว

จากการตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ พบแบบฟอร์มการพูดหลอกลวงเป็นภาษาอังกฤษ จีน และสเปน รวมถึงแชทสนทนาในแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ใช้หลอกเหยื่อชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน สเปน และอังกฤษ

นายจาง ไห่หลง อ้างว่าตนเองเดินทางมาท่องเที่ยวและพักอาศัยในบ้านหลังดังกล่าวเท่านั้น โดยไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายใดๆ แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากหลักฐานบ่งชี้ว่าบ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นฐานคอลเซ็นเตอร์อย่างชัดเจน

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้รับเบาะแสจากเพื่อนบ้านว่ามีกลุ่มชาวจีนมาเช่าบ้านตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ในราคาเดือนละ 30,000 บาท และเก็บตัวเงียบ

จากการสืบสวน พบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีพฤติกรรมเป็น “ที่ปรึกษากฎหมาย” หลอกลวงเหยื่อ โดยอ้างว่าจะให้คำแนะนำทางคดีแก่ชาวจีน สเปน และอังกฤษที่ถูกหลอกลวงทางออนไลน์ โดยไม่คิดค่าบริการจนกว่าคดีจะเสร็จสิ้น แต่แท้จริงแล้วเป็นการหลอกซ้ำเพื่อดูดข้อมูลและทรัพย์สิน

นอกจากนี้ ยังพบสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นภาษาจีน ซึ่งแสดงให้เห็นรายได้สูงถึง 2 ล้านหยวน (ประมาณ 10 ล้านบาท) ในเดือนแรกที่เช่าบ้าน สะท้อนถึงความเสียหายและความเชื่อมโยงกับขบวนการใหญ่ในต่างประเทศ

จากการสอบถามเพื่อนบ้าน พบว่ามีการหมุนเวียนบุคคลเข้าออกเป็นระยะ โดยมีนายจาง ไห่หลง เป็นขาประจำ ซึ่งเดินทางมาจากลาว ส่วนอีกสองรายเดินทางมาจากกัมพูชา

พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวถูกเช่าโดยหญิงชาวไทยในราคาเดือนละ 30,000 บาท ตั้งแต่ปี 2567 ก่อนที่จะทำ “สัญญาเช่าปลอม” โดยใส่ชื่อชาวจีนเป็นผู้เช่าแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

นายสุธีระ พึ่งธรรม ผอ.สำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า กลุ่มนี้มีการดัดแปลงระบบโทรคมนาคม โดยใช้อุปกรณ์ Sim Box เพื่อเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ต้นทาง ถือเป็นการนำเข้าและมีไว้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา 1. ร่วมกัน ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับใบอนุญาต 2. ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และ 3. ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและขอบข่ายของอาชญากรรมทางออนไลน์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว การร่วมมือกันระหว่างประเทศและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามนี้

ที่มา – ตำรวจบุกค้นบ้านเช่าหรูย่านลาดพร้าว พบชายชาวจีน 3 ราย เช่าเป็นฐานคอลเซ็นเตอร์

รวบ 4 ชาวจีน ลอบเข้าไทย อ้างขนทอง

เจ้าหน้าที่รวบตัว 4 ชายชาวจีน ลักลอบข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทย โดยมีจุดหมายปลายทางที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อจะข้ามไปยังปอยเปต พวกเขาอ้างว่าได้รับการว่าจ้างให้ไปขนทองคำกลับประเทศจีน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาแก่บุคคลเหล่านี้ ก่อนที่จะนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วยกำลังจากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้เข้าตรวจสอบบริเวณช่องทางธรรมชาติริมถนนหมายเลข 3383 บ้านผ่านศึก เขตสาม หมู่ที่ 5 ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทย-กัมพูชาประมาณ 350 เมตร สืบเนื่องจากได้รับรายงานว่ามีกลุ่มบุคคลที่น่าสงสัยลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

จากการตรวจสอบพบชายชาวจีนจำนวน 4 ราย ซึ่งทั้งหมดไม่มีเอกสารเดินทาง (Passport) และไม่สามารถแสดงหลักฐานการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จากการสอบสวนผ่านล่ามแปลภาษา ผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คนให้การตรงกันว่า พวกเขาเดินทางมาจากประเทศจีน โดยแยกย้ายกันเดินทางจากหลายมณฑล ผ่านประเทศเมียนมาและลาว ก่อนที่จะลักลอบเข้ามาในประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็นั่งรถยนต์โดยเปลี่ยนรถไปหลายคัน โดยมีจุดมุ่งหมายปลายทางอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อที่จะเดินทางต่อไปยังกัมพูชา เพื่อขนทองคำกลับประเทศจีน พวกเขายังอ้างว่ามีนายหน้าชาวจีนเป็นผู้จัดการเรื่องการเดินทางให้ทั้งหมด และไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โดยติดต่อสื่อสารกันผ่านแอปพลิเคชัน Telegram

จากการสืบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ทราบว่า ก่อนที่จะถูกจับกุม กลุ่มชาวจีนทั้ง 4 คนนี้ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านที่นายเรวัติ อายุ 25 ปี ชาวอำเภออรัญประเทศ เป็นผู้เช่า ต่อมาในเช้าวันที่ 20 ตุลาคม กลุ่มชาวจีนได้เดินทางออกจากบ้านพัก มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ชายแดนบ้านผ่านศึก เพื่อพยายามที่จะลักลอบข้ามพรมแดนไปยังกัมพูชา ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยร่วมปฏิบัติการเข้าจับกุมตัวได้ทั้งหมด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าว (สัญชาติจีน) เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ ดังนั้นจึงได้ควบคุมตัวตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ. 2565 และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าไม่เข้าข่ายการเป็นเหยื่อหรือผู้เสียหายจากขบวนการค้ามนุษย์ เนื่องจากทั้งหมดให้การว่าสมัครใจที่จะเดินทางเข้ามาเอง โดยมีจุดประสงค์เพื่อที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อรับทองคำกลับประเทศจีน

รวบ 4 ชาวจีน ลอบเข้าไทย อ้างขนทอง

ประเด็นที่น่าสนใจจากเหตุการณ์นี้คือ การลักลอบเข้าประเทศเพื่อจุดประสงค์ในการขนส่งทองคำ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ไม่เปิดเผยหรือผิดกฎหมาย การที่บุคคลเหล่านี้เลือกที่จะเดินทางผ่านหลายประเทศและลักลอบเข้าประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบตามปกติ

ทำไมถึงต้องลอบเข้าไทยเพื่อขนทอง?

คำถามคือ ทำไมกลุ่มชาวจีนเหล่านี้จึงเลือกที่จะใช้วิธีการลักลอบเข้าประเทศแทนที่จะเดินทางอย่างถูกกฎหมาย? คำตอบอาจอยู่ที่ความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบหรือการเสียภาษีที่อาจเกิดขึ้นหากนำทองคำผ่านช่องทางปกติ นอกจากนี้ การว่าจ้างให้บุคคลอื่นขนส่งทองคำแทน อาจเป็นส่วนหนึ่งของกลไกในการฟอกเงินหรือหลีกเลี่ยงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออกสินค้ามีค่า

  • ความเสี่ยงในการลักลอบเข้าเมือง: การเดินทางโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความเสี่ยงสูง ทั้งต่อความปลอดภัยส่วนบุคคลและการถูกจับกุมดำเนินคดี
  • ผลกระทบต่อความมั่นคง: การลักลอบเข้าเมืองอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย
  • ความสำคัญของการตรวจสอบ: หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมือง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงปัญหาการลักลอบเข้าเมือง และความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของสังคม

การที่ชาวจีนกลุ่มนี้อ้างว่าถูกว่าจ้าง รวบ 4 ชาวจีน ลอบเข้าไทย อ้างขนทอง สะท้อนให้เห็นถึงขบวนการที่อาจมีขนาดใหญ่กว่าที่เราเห็น และอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ซับซ้อนกว่านี้ การสืบสวนเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อทำความเข้าใจถึงแรงจูงใจและผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำเหล่านี้

ที่มา – รวบ 4 ชาวจีนลอบเข้าไทย อ้างจะไปปอยเปต รับจ้างขนทองคำกลับประเทศ

Scroll to top