จุดผ่านแดนราฟาห์

อิสราเอลรับศพ: สงสัยร่างตัวประกัน จ่อเปิดด่าน

สถานการณ์ล่าสุดในฉนวนกาซายังคงมีความตึงเครียดสูง เมื่ออิสราเอลรับศพ สงสัยเป็นร่างตัวประกัน จ่อเปิดด่านเชื่อมกาซา-อียิปต์ ท่ามกลางความหวังและความกังวลของครอบครัวผู้สูญหาย

อิสราเอลรับศพ สงสัยเป็นร่างตัวประกัน จ่อเปิดด่านเชื่อมกาซา-อียิปต์

กลุ่มฮามาสได้ส่งมอบศพที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นร่างของหนึ่งในตัวประกันที่เหลืออยู่สองรายสุดท้ายคืนให้อิสราเอล เพื่อให้ทางการอิสราเอลดำเนินการตรวจสอบยืนยันตัวตนอย่างละเอียด ในขณะเดียวกัน อิสราเอลได้ประกาศแผนการที่จะเปิดด่านราฟาห์ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างฉนวนกาซากับอียิปต์ เพื่อให้ชาวปาเลสไตน์สามารถเดินทางไปยังอียิปต์ได้

เมื่อวันพุธที่ 3 ธันวาคม 2568 อิสราเอลได้เปิดเผยว่า พวกเขาได้รับร่างผู้เสียชีวิตที่อาจเป็นศพของหนึ่งในตัวประกันสองรายสุดท้ายที่ถูกลักพาตัวไปยังฉนวนกาซา ในเวลาเดียวกัน พวกเขาได้ประกาศว่าจะเริ่มอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์เดินทางออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามผ่านจุดผ่านแดนราฟาห์ที่ติดกับอียิปต์ได้

กลุ่มฮามาสได้ส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตล่าสุดนี้ให้อิสราเอลในวันพุธ หลังจากพบศพในพื้นที่ทางเหนือของฉนวนกาซา ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ของอิสราเอลจะทำการตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวตนต่อไปก่อนที่จะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ มีการยืนยันแล้วว่า ศพที่กลุ่มฮามาสส่งมอบให้อิสราเอลเมื่อวันอังคาร ไม่ใช่ตัวประกันสองรายสุดท้ายที่ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในกาซา

ความสำคัญของการส่งคืนตัวประกัน

การส่งคืนตัวประกันทั้งหมดที่ถูกจับไปจากการโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของข้อตกลงหยุดยิงระยะแรกที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม โดยมีการแลกเปลี่ยนกับการที่อิสราเอลจะปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์

อิสราเอลยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการเปิดจุดผ่านแดนราฟาห์ แต่อียิปต์ได้แสดงความต้องการที่จะให้ชาวปาเลสไตน์สามารถเดินทางกลับเข้าสู่กาซาผ่านจุดผ่านแดนดังกล่าวได้ และยืนยันว่าจะเปิดด่านฝั่งของตนก็ต่อเมื่ออิสราเอลอนุญาตให้มีการเดินทางไปและกลับได้เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังคงยืนกรานว่า ชาวปาเลสไตน์จะไม่สามารถเดินทางกลับเข้าสู่กาซาผ่านจุดผ่านแดนราฟาห์ได้ จนกว่าร่างของตัวประกันกลุ่มสุดท้ายที่ยังคงอยู่ในฉนวนกาซาจะถูกส่งคืน

ตามรายงานของสำนักข่าวเอพี ตัวประกันสองรายสุดท้ายที่ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในฉนวนกาซา คือ นายราน กวิลี ชาวอิสราเอล และนายสุทธิศักดิ์ รินทลักษณ์ ชาวไทย โดยนายกวิลีเป็นตำรวจที่ช่วยเหลือผู้คนให้หนีรอดจากเทศกาลดนตรี “โนวา” ในขณะที่กลุ่มฮามาสทำการโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ส่วนนายสุทธิศักดิ์เป็นแรงงานภาคเกษตรที่ทำงานในคิบบุตซ์ เบเอรี ซึ่งถูกฮามาสโจมตีอย่างหนักเช่นกัน

ในการโจมตีครั้งนั้น มีแรงงานจากประเทศไทยถูกลักพาตัวไปทั้งหมด 31 คน ซึ่งถือเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่มีจำนวนมากที่สุดที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ส่วนใหญ่ได้รับการปล่อยตัวในข้อตกลงหยุดยิงครั้งแรกและครั้งที่สอง กระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุว่า นอกเหนือจากตัวประกันแล้ว ยังมีชาวไทยเสียชีวิตในเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้จำนวน 46 ราย

ความหวังยังคงริบหรี่ในการนำตัวประกันที่เหลือกลับบ้านอย่างปลอดภัย การดำเนินการของอิสราเอลในการอิสราเอลรับศพ สงสัยเป็นร่างตัวประกัน จ่อเปิดด่านเชื่อมกาซา-อียิปต์ ถือเป็นก้าวสำคัญ แต่อุปสรรคยังคงมีอยู่มากมาย ครอบครัวของผู้สูญหายยังคงรอคอยข่าวด้วยใจจดจ่อ

สถานการณ์ อิสราเอลรับศพ สงสัยเป็นร่างตัวประกัน จ่อเปิดด่านเชื่อมกาซา-อียิปต์ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความขัดแย้งในภูมิภาค และความจำเป็นในการหาทางออกอย่างสันติ

ที่มา – อิสราเอลรับศพ สงสัยเป็นร่างตัวประกัน จ่อเปิดด่านเชื่อมกาซา-อียิปต์

ฮามาสคืนศพอีก 2 ราย: อิสราเอลยังไม่ยืนยัน

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสยังคงเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามอง ล่าสุด กลุ่มฮามาสได้ดำเนินการ ฮามาสคืนศพอีก 2 ราย ที่เชื่อว่าเป็นตัวประกันที่ถูกจับกุมไว้ โดยส่งมอบให้กับอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งกล่าวโทษอิสราเอลว่าเป็นอุปสรรคต่อการค้นหาศพตัวประกันที่เหลืออยู่

ตามรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ กลุ่มฮามาสได้ส่งมอบศพที่เชื่อว่าเป็นร่างของตัวประกัน 2 รายคืนให้อิสราเอลในคืนวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2568 โดยอ้างว่าสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตทั้งสองได้จากพื้นที่ในฉนวนกาซาในช่วงเช้าของวันเดียวกัน

หลังจากส่งมอบ ร่างของผู้เสียชีวิตถูกส่งต่อผ่านเจ้าหน้าที่กาชาดในฉนวนกาซาไปยังกองทัพอิสราเอล และได้นำส่งเข้าสู่ดินแดนอิสราเอลเพื่อทำการระบุตัวตนอย่างเป็นทางการ ซึ่งกระบวนการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยืนยันว่าศพที่ได้รับคืนมานั้นเป็นตัวประกันจริงหรือไม่

นับตั้งแต่การหยุดยิงมีผลบังคับใช้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่กลับสู่อิสราเอลครบทั้ง 20 คน และได้ ฮามาสคืนศพอีก 2 ราย รวมเป็น 10 รายจากทั้งหมด 28 รายแล้ว อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าในการคืนศพยังเป็นไปอย่างล่าช้า

ความล่าช้านี้จุดประกายความไม่พอใจในอิสราเอล เนื่องจากเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงที่ได้ลงนามเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้าระบุไว้อย่างชัดเจนว่า จะต้องมีการปล่อยตัวประกันทั้งหมด ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้ว ออกจากกาซา แต่กลุ่มฮามาสอ้างว่ากำลังเผชิญกับความยากลำบากในการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตที่ยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

สำนักงานของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ได้ออกคำสั่งให้ปิดจุดผ่านแดนราฟาห์ ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างกาซาและอียิปต์ต่อไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง โดยเน้นย้ำว่าการเปิดด่านอีกครั้งจะขึ้นอยู่กับการส่งคืนร่างตัวประกันที่เหลืออยู่ทั้งหมด และการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างครบถ้วน

จุดผ่านแดนราฟาห์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวปาเลสไตน์ที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ในการเดินทางออกนอกพื้นที่ และสำหรับชาวปาเลสไตน์อีกหลายพันคนที่ต้องการเดินทางกลับเข้าสู่พื้นที่

กลุ่มฮามาสได้ตอบโต้โดยกล่าวโทษอิสราเอลว่าทำให้การค้นหาศพตัวประกันที่เสียชีวิตเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น เนื่องจากการโจมตีทางอากาศในกาซาได้เปลี่ยนอาคารจำนวนมากให้กลายเป็นซากปรักหักพัง และอิสราเอลไม่อนุญาตให้นำเครื่องจักรหนักและรถขุดเข้าไปในพื้นที่

ทอม เฟลตเชอร์ หัวหน้าฝ่ายมนุษยธรรมของสหประชาชาติ (UN) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ว่า ฉนวนกาซา “ตอนนี้กลายเป็นดินแดนรกร้าง” โดยผู้คนต้องขุดคุ้ยตามซากปรักหักพังเพื่อหาร่างผู้เสียชีวิต และพยายามตามหาบ้านเรือนของตนเองที่ส่วนใหญ่ถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้ง

ฮามาสคืนศพอีก 2 ราย

สถานการณ์การ ฮามาสคืนศพอีก 2 ราย ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ความร่วมมือในการค้นหาและส่งคืนร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรเทาความทุกข์ของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง

ความคืบหน้าล่าสุด: ฮามาสคืนศพอีก 2 ราย

แม้ว่าการ ฮามาสคืนศพอีก 2 ราย จะเป็นความคืบหน้าในเชิงบวก แต่สถานการณ์โดยรวมยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย การเจรจาและความร่วมมือระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างยั่งยืน

การหยุดยิงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่การสร้างความไว้วางใจและการดำเนินการตามข้อตกลงอย่างครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า เพื่อให้เกิดสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคต่อไป

ที่มา – ฮามาสคืนศพอีก 2 ราย อิสราเอลยังไม่ยืนยันใช่ร่างตัวประกันหรือไม่

Scroll to top