ชัชวาล แพทยาไทย

“ชัชวาล” สับยับ ประชุม นบข.นัดแรก ไร้วาระ “ไร่ละพัน”

“ชัชวาล” สับยับ ประชุม นบข.นัดแรก ไร้วาระ “ไร่ละพัน”

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงเกษตรกรรม เมื่อ นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างหนัก หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) นัดแรกผ่านไป แต่กลับไม่มีการพูดถึงมาตรการช่วยเหลือที่พี่น้องเกษตรกรตั้งตารออย่าง “ชัชวาล” สับยับ ประชุม นบข.นัดแรก ไร้วาระ “ไร่ละพัน” ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวนาทั่วประเทศอย่างมาก

นายชัชวาลกล่าวด้วยความผิดหวังว่า ในที่ประชุมไม่มีการนำวาระมาตรการลดต้นทุนการผลิตหรือเงินเยียวยาโครงการ “ไร่ละพัน” ปี 69/70 เข้าพิจารณาเลย เหมือนรัฐบาลกำลังปล่อยเกียร์ว่างในสถานการณ์ที่เกษตรกรกำลังเดือดร้อนหนัก ทั้งจากราคาปุ๋ยและน้ำมันที่พุ่งสูง การที่ออกมาพูดว่าไหนว่าจะรวยไม่ไหวแล้วนั้น เพราะปัจจุบันชาวนาแทบไม่มีทุนเหลือในการทำนาต่อ

วิกฤตซ้ำเติมจากลานีญาและปัญหาเมล็ดพันธุ์

นอกจากปัญหา “ชัชวาล” สับยับ ประชุม นบข.นัดแรก ไร้วาระ “ไร่ละพัน” แล้ว สถานการณ์ความแห้งแล้งจากปรากฏการณ์ลานีญาที่บิดเบือนสภาพอากาศยังทำร้ายชาวนาซ้ำเข้าไปอีก โดยมีปัญหาที่น่ากังวลเกิดขึ้น ดังนี้:

  • การขาดแคลนเมล็ดพันธุ์: พื้นที่แปลงพันธุ์ข้าวเสียหายจากภัยแล้ง ทำให้เมล็ดพันธุ์ขาดตลาดและราคาสูงขึ้น
  • เมล็ดพันธุ์เถื่อนระบาด: พ่อค้าฉวยโอกาสนำข้าวไม่ได้มาตรฐานออกมาขาย ทำให้เกษตรกรเสี่ยงโดนหลอกและผลผลิตตกต่ำ
  • ภาระหนี้สินพุ่ง: เมื่อต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นแต่รัฐบาลไร้มาตรการโอบอุ้ม หนี้เก่าที่มีอยู่จึงยิ่งพอกพูน

ในมุมมองของนายชัชวาล การที่รัฐบาลลืมคำสัญญาที่ให้ไว้ตอนหาเสียงเรื่องราคาสินค้าเกษตรและมาตรการช่วยเหลือพื้นฐาน เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก เพราะ “ชัชวาล” สับยับ ประชุม นบข.นัดแรก ไร้วาระ “ไร่ละพัน” สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาปากท้องของประชาชนไม่ใช่ลำดับความสำคัญแรก รัฐบาลต้องรีบทบทวนท่าทีและออกมาตรการเชิงรุกก่อนที่เศรษฐกิจฐานรากของไทยจะพังทลายลงมากกว่านี้

ในฐานะผู้ติดตามสถานการณ์ ผมมองว่าหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาเกษตรกรรมคือความรวดเร็วและตรงจุด หากรัฐบาลยังคงนิ่งเฉย ปล่อยให้ชาวนาเผชิญชะตากรรมลำพัง สุดท้ายแล้วผลกระทบจะย้อนกลับมาที่ความมั่นคงทางอาหารและการส่งออกข้าวของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้แค่ขายฝันให้เกษตรกร

ที่มา – “ชัชวาล” สับยับ ประชุม นบข.นัดแรก ไร้วาระ “ไร่ละพัน” ไหนว่าจะรวยไม่ไหวแล้ว ปล่อยชาวนาอกหัก

“ชัชวาล” ใช้โควตาฝ่ายค้าน ติงนโยบายเกษตร

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนที่สนใจประเด็นการเมืองและปัญหาเกษตรกรรมไทย วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ ในสภา ที่ “ชัชวาล” ใช้โควตาฝ่ายค้าน ติงนโยบายเกษตรรัฐบาล กันเถอะ นายชัชวาล แพทยาไทย ส.ส.ร้อยเอ็ด จากพรรคไทยสร้างไทย ได้ใช้เวลาอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2567 (ปีในเนื้อหา 2569 คงพิมพ์ผิด) เพื่อแฉปัญหาภาคเกษตรที่กำลังย่ำแย่ แม้รัฐบาลจะโวว่านโยบายสวยหรู แต่ความจริงชาวนากลับลำบากแค่ไหน มาฟังกันครับ

“ชัชวาล” ใช้โควตาฝ่ายค้าน ติงนโยบายเกษตรรัฐบาล

ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา รัฐบาลแถลงนโยบายตามมาตรา 162 รัฐธรรมนูญ แต่ “ชัชวาล” ไม่ยอมปล่อยผ่าน เขาชี้ว่ารัฐบาลให้ความหวังว่าจะยกระดับรายได้เกษตรกร ผลักดันไทยเป็นฮับอาหารโลก แต่ภาคเกษตรไทยกลับล้มเหลวเชิงโครงสร้าง รุนแรงมาก โดยเฉพาะนาปรังปีนี้ ราคาข้าวเปลือกดิ่งเหวเหลือแค่ 5 บาทต่อกิโลกรัม! ต้นทุนผลิตพุ่ง ไร่ละ 5,000 บาท ชาวนาต้องกู้หนี้ยืมสิน ทิ้งนาไปเป็นแรงงานเมืองเพื่อใช้หนี้ นโยบายที่แถลงสวยงามแต่ 현실สวนทางสิ้นเชิง

วิกฤตข้าวเปลือกตกต่ำ ชาวนาแบกหนี้สิน

ลองนึกภาพชาวนาที่เหนื่อยสุดๆ ปลูกข้าวเสร็จ ราคาขายไม่พอทุน แถมภัยแล้งน้ำท่วมบ่อยเพราะระบบชลประทานไม่ทั่วถึง เกษตรกร 80% ยังพึ่งน้ำฝน ไม่มีน้ำต้นทุนมั่นคง วางแผนผลิตไม่ได้ “ชัชวาล” ติงหนักว่ารัฐบาลต้องหยุดสร้างนโยบายสวยหรู ทำจริงเถอะ

ปัญหาการจัดการน้ำและทุนใหญ่กลืนชุมชน

ไม่ใช่แค่ข้าว ปัญหายังรวมถึงน้ำประจำปีที่ขาดแคลน ระบบชลประทานล้าหลัง ชาวบ้านต้องเผชิญภัยพิบัติบ่อย ซ้ำร้ายร้านโชห่วยในชนบทถูกห้างสะดวกซื้อ 24 ชม. กินตลาดหมด คน乡村ไร้อาชีพ รายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ มองไม่เห็นอนาคตในระบบเศรษฐกิจที่เอื้อทุนใหญ่

2 มาตรการช่วยรากหญ้าที่ “ชัชวาล” ชู

เพื่อแก้ปัญหา “ชัชวาล” เสนอมาตรการเร่งด่วนที่เคยได้ผลมาก่อน ไม่ใช่พูดลอยๆ นะครับ

  • ลดต้นทุนและช่วยค่าเก็บเกี่ยว: เพิ่มเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท สูงสุด 20 ไร่ต่อครัวเรือน และเร่งจ่ายเงินค้างเก่ากว่า 150,000 ราย
  • รักษาราคาข้าวและเสริมสหกรณ์: โครงการสินเชื่อชะลอขายข้าว รวบรวมข้าว สร้างสหกรณ์เข้มแข็ง หาเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ จัดการตลาดเชื่อมโลก

ถ้าเกษตรกรรากหญ้าล้ม เศรษฐกิจทั้งประเทศพังตาม ฝากรัฐบาล กระทรวงเกษตรและพาณิชย์ ทำงานจริง ไม่ใช่แค่สัญญาสวยหรูที่ประชาชนกลัวที่สุดตอนนี้

เป็นกันเองหน่อยนะครับ ปัญหาเกษตรไทยมันร้าวลึกมานาน ถ้ารัฐบาลไม่ฟังเสียงฝ่ายค้านอย่าง “ชัชวาล” แล้วใครจะช่วยชาวนา? จากประสบการณ์ ส.ส.ท้องถิ่นอย่างคุณชัชวาล เขาเข้าใจปัญหาจริง มาตรการที่เสนอถ้าทำได้ ชาวนาจะลุกขึ้นได้แน่

สรุปแล้ว “ชัชวาล” ใช้โควตาฝ่ายค้าน ติงนโยบายเกษตรรัฐบาล เป็นการเตือนใจดีๆ ว่าการเมืองต้องเพื่อประชาชน ไม่ใช่โชว์นโยบายงามๆ คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? คิดว่ารัฐบาลจะรับฟังไหม? มาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ชาวนาได้รับรู้ สนับสนุนเกษตรกรไทยด้วยกัน!

นอกจากนี้ ถ้าคุณเป็นเกษตรกร ลองติดตามข่าวนโยบายใหม่ๆ และเข้าร่วมสหกรณ์เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองนะครับ มันช่วยได้จริง

ที่มา – “ชัชวาล” ใช้โควตาฝ่ายค้าน ติงนโยบายเกษตรรัฐบาล แนะอย่าสร้างแต่นโยบายสวยหรู

“ชัชวาล” ชูแคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย ครบเครื่อง!

“ชัชวาล” ชู 3 แคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย ผลงานจับต้องได้ มือสะอาด ครบเครื่อง เป็นทางเลือกหลักของคนไทย ช่วย “หายเหนื่อย หายจน”

วันที่ 3 มกราคม 2569 นายชัชวาล แพทยาไทย เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวถึงแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทยว่า บุคลากรระดับแม่ทัพของพรรคไทยสร้างไทย ที่มีจุดแข็งเหนือกว่าผู้นำพรรคอื่นชัดเจนในทุกมิติ โดยเฉพาะคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค เป็นนักบริหารที่มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์และมีทักษะการบริหารงานสำเร็จ มีผลงานโดดเด่น อาทิ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค จนสำเร็จ โดยนั่งเป็นรัฐมนตรีถึง 4 ปีเต็ม และการจัดการวิกฤตโรคระบาดระดับโลกอย่าง SARS และไข้หวัดนก จน WHO มอบรางวัลยกย่อง คือข้อพิสูจน์ว่า คุณหญิงสุดารัตน์สามารถแปลงนโยบายยากๆ ให้เป็นความจริงที่กินได้ และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ทุกเมื่อด้วยประสบการณ์การทำงานที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

ส่วนขุนพลด้านกฎหมาย พรรคไทยสร้างไทย ชู นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภาและอดีตผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเป็นนักกฎหมายมหาชนระดับแถวหน้าของเมืองไทย ผู้อยู่เบื้องหลังการปลดล็อกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของ SME และคนทำมาหากิน 1,000 ฉบับ ภายในเวลา 1 ปี และการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ให้อำนาจให้คนไทย 50,000 คน ถอดถอนนักการเมืองทุจริต รวมทั้งองค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ ที่ทำหน้าที่ไม่สุจริต

สำหรับงานในมิติของความมั่นคงและยุทธศาสตร์การเมือง พรรคมี พล.ท.ภาราดร พัฒนถาบุตร หรือ “เสธ.แมว” อดีตเลขาธิการ สมช. ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระดับประเทศและเป็นมือประสานสิบทิศในการสร้างสันติภาพชายแดนใต้ ซึ่งถือเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทยที่โดดเด่นเรื่องความซื่อตรงและการมองความมั่นคงผ่านเลนส์ประชาธิปไตย ทั้งนี้ แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย 3 คนของพรรคไทยสร้างไทยคือ ส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดระหว่าง “ประสบการณ์-ความสำเร็จ-ความซื่อสัตย์” ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในผู้นำยุคปัจจุบัน โดยพรรคไม่ได้เน้นเพียงแค่การหาเสียง แต่เน้นการสร้างประเทศไทยด้วยมืออาชีพที่เชื่อมือได้และไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องการทุจริต พร้อมที่จะนำนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท และการปฏิรูปโครงสร้างรัฐสวัสดิการมาทำให้สำเร็จเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยทุกคนอย่างยั่งยืน เหนือกว่าทุกทางเลือกที่ประชาชนเคยมีมา

“ชัชวาล” ชูแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย ผลงานจับต้องได้ มือสะอาด ครบเครื่อง

ทำไมต้องเลือกแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย?

  • ประสบการณ์: ผู้นำที่มีประสบการณ์ในการบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาระดับชาติ
  • ความสำเร็จ: มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และสามารถวัดผลได้จริง
  • ความซื่อสัตย์: โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริต
  • ความครบเครื่อง: มีความรู้ความสามารถรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคง

พรรคไทยสร้างไทยนำเสนอทางเลือกที่แตกต่างและดีกว่าสำหรับประชาชน ด้วยทีมผู้บริหารที่มีความสามารถและวิสัยทัศน์ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน และพร้อมที่จะสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคน

อย่ารอช้า! ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม เลือกพรรคไทยสร้างไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่มา – “ชัชวาล” ชูแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย ผลงานจับต้องได้ มือสะอาด ครบเครื่อง

Scroll to top