ชัยนาท

เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ รับมือน้ำฝน-น้ำท่า

สวัสดีครับทุกคน! ช่วงนี้ใครที่อยู่ใกล้บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาคงเริ่มสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำกันบ้างแล้วใช่ไหมครับ เพราะล่าสุดทางกรมชลประทานได้ออกมาเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่

เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ รับมือน้ำฝน-น้ำท่า

เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของประเทศ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรองรับมวลน้ำที่จะไหลมาสมทบ ทางหน่วยงานจึงต้องปรับแผนการทำงานกันใหม่ครับ

ทางกรมชลประทานได้แจ้งการปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยการปรับเพิ่มจากเดิม 350 ลบ.ม./วินาที เป็น 450 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับมวลน้ำที่จะไหลผ่าน และช่วยให้การจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดครับ

เตรียมความพร้อมกับสถานการณ์ เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ รับมือน้ำฝน-น้ำท่า

นอกจากเรื่องการระบายน้ำแล้ว นายธาราพงศ์ ปราบเสร็จ หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 12 ยังได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ดังนี้ครับ:

  • ปัจจุบันเรายังคงอยู่ในช่วงสภาวะเอลนีโญ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำน้อยกว่าปกติในภาพรวม
  • กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต เพื่อให้เพียงพอต่อภาคเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ
  • คาดการณ์ว่าในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม จะมีฝนตกตามฤดูกาล และอาจมีพายุจรเข้ามาประมาณ 1-2 ลูก

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในอนาคต ทางกรมชลฯ ได้มีการเตรียมตัวตาม 9 มาตรการหลักของ สทนช. อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาครับ

สิ่งที่คุณต้องรู้และควรปฏิบัติในช่วงนี้:

แม้สถานการณ์น้ำจะมีการปรับเพิ่มขึ้น แต่ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ของทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันท่วงที หากใครที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งหรือในพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรหมั่นสังเกตระดับน้ำหน้าบ้านและเตรียมตัวรับมือไว้ล่วงหน้าจะเป็นการดีที่สุดครับ

สุดท้ายนี้ การบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและประชาชน หากเราติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เชื่อว่าเราจะผ่านช่วงฤดูน้ำหลากปีนี้ไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนครับ แล้วคุณล่ะครับ เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำปีนี้กันอย่างไรบ้าง? มาแชร์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ!

ที่มา – “เขื่อนเจ้าพระยา” เพิ่มระบายท้ายเขื่อนต่อเนื่อง รับมือน้ำฝน-น้ำท่า

รวมพลังจิตอาสา ฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย หวังอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะพาทุกท่านไปติดตามเรื่องราวดีๆ ของชาวชัยนาทที่ร่วมมือกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสิ่งแวดล้อมบ้านเราครับ กับกิจกรรม รวมพลังจิตอาสา ฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย หวังอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น ที่เพิ่งจัดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เพื่อคืนสีเขียวให้กับผืนป่าที่พวกเรารัก

รวมพลังจิตอาสา ฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย หวังอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายนิรุตต์ เข็มเงิน ผู้อำนวยการ สพป.ชัยนาท นำทีมคณะผู้บริหารและเหล่าจิตอาสาจากศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา 2 ร่วมกันลงพื้นที่พัฒนาเขาขยาย ซึ่งนับเป็นภารกิจสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์บ้านเกิดให้กับบุคลากรและเยาวชนไทย

เปลี่ยนจากเขาทะเลทรายสู่เขาสวรรค์ด้วยพลังแห่งความร่วมมือ

กิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่การมาปลูกต้นไม้ทั่วไป แต่คือการสานต่อแนวคิดจากอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย คุณสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ที่ริเริ่มพลิกฟื้นพื้นที่ที่เคยแห้งแล้งราวกับเขาทะเลทราย ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์จนกลายเป็น “เขาสวรรค์” ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เป็นแหล่งพักผ่อนและออกกำลังกายของชาวชัยนาททุกคน การเข้ามาร่วม รวมพลังจิตอาสา ฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย หวังอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงพลังความสามัคคีที่ยั่งยืน

สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมนี้:

  • สร้างนิเวศที่ดีให้กับสัตว์ป่าในพื้นที่
  • เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับจังหวัดชัยนาท
  • สร้างความรักความสามัคคีในองค์กรผ่านงานอาสา
  • เป็นแบบอย่างที่ดีในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คนรุ่นหลัง

นอกจากนี้ ทาง สพป.ชัยนาท ยังได้วางแผนให้ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาทั้ง 12 แห่ง หมุนเวียนกันเข้ามาดูแลรักษาผืนป่าแห่งนี้ทุกวันศุกร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าผืนป่าของเราจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดไปครับ

สุดท้ายนี้ ความสำเร็จของการฟื้นฟูป่าเขาขยายไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นพลังของทุกคนในชุมชนที่ร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยดูแลต้นไม้ หรือการบอกต่อเรื่องราวดีๆ เหล่านี้ออกไป หากทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตาและมีส่วนร่วม เชื่อเหลือเกินว่าธรรมชาติของเราจะกลับมาสวยงามและยั่งยืนอย่างแน่นอนครับ มาช่วยกันดูแลรักษาป่าของเราให้น่าอยู่กันต่อไปนะครับ!

ที่มา – รวมพลังจิตอาสา ฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย หวังอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น

ปลูกต้นไม้ให้ดอกสีม่วง เฉลิมพระเกียรติพระราชินี ณ เขาขยาย จ.ชัยนาท

ปลูกต้นไม้ให้ดอกสีม่วง เฉลิมพระเกียรติพระราชินี ณ เขาขยาย จ.ชัยนาท

เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดชัยนาทได้จัดกิจกรรมที่มีความหมายอย่างยิ่ง เพื่อร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา โดยมีการจัดโครงการ ปลูกต้นไม้ให้ดอกสีม่วง เฉลิมพระเกียรติพระราชินี ณ เขาขยาย จ.ชัยนาท ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่สร้างความสามัคคีให้แก่ชาวเมืองชัยนาทเป็นอย่างมาก

นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ได้เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมครั้งนี้ ท่ามกลางคณะข้าราชการและประชาชนที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ บริเวณเขาขยาย ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นไปเพื่อการเฉลิมพระเกียรติเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ให้มีความเขียวขจีและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ความงดงามของพันธุ์ไม้ดอกสีม่วงที่ใช้ปลูก

สำหรับการจัดกิจกรรม ปลูกต้นไม้ให้ดอกสีม่วง เฉลิมพระเกียรติพระราชินี ณ เขาขยาย จ.ชัยนาท ในครั้งนี้ ทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้คัดเลือกพรรณไม้ที่มีดอกสีม่วง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพมาปลูกเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยต้นไม้ที่ได้รับคัดเลือกมีดังนี้:

  • อินทนิลน้ำ: ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีดอกสีชมพูอมม่วงสวยงาม
  • กระพี้จั่น: ให้ดอกเป็นช่อสีม่วงสวยงามสะดุดตา
  • เสลา: ต้นไม้ที่โดดเด่นเรื่องดอกสีม่วงสดใสในช่วงฤดูร้อน
  • ตะแบกนา: ไม้มงคลที่มีความแข็งแรงและดอกที่มีความงดงาม

การร่วมใจกันครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการฟื้นฟูพื้นที่เขาขยายให้กลับมามีชีวิตชีวา การ ปลูกต้นไม้ให้ดอกสีม่วง เฉลิมพระเกียรติพระราชินี ณ เขาขยาย จ.ชัยนาท ไม่ใช่แค่การเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังเป็นการสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่จะเบ่งบานไปด้วยสีม่วงในช่วงเทศกาลที่เหมาะสมในอนาคต

เห็นแบบนี้แล้ว น่าชื่นชมชาวชัยนาททุกคนที่ร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับบ้านเกิด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าต้นไม้เหล่านี้จะเติบโตแข็งแรง และเปลี่ยนเขาขยายให้กลายเป็นแลนด์มาร์คสีม่วงที่สวยงามตระการตาให้กับทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนนะครับ

ที่มา – ปลูกต้นไม้ให้ดอกสีม่วง เฉลิมพระเกียรติพระราชินี ณ เขาขยาย จ.ชัยนาท

อัปเดตสะพานข้าม ทล.32 แก้รถติดชัยนาท คืบหน้า 20%

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวชัยนาทและผู้ที่ต้องสัญจรผ่านเส้นทางถนนสายเอเชียเป็นประจำ วันนี้เรามีข่าวดีมาฝากเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคกลาง กับโครงการอัปเดตสะพานข้าม ทล.32 แก้รถติดชัยนาท คืบหน้า 20% เร็วกว่าแผน คาดเสร็จปี 2571 ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้การเดินทางของพี่น้องประชาชนสะดวกและปลอดภัยมากขึ้นครับ

อัปเดตสะพานข้าม ทล.32 แก้รถติดชัยนาท คืบหน้า 20%

กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้เดินหน้าโครงการก่อสร้างทางต่างระดับบนถนนสาย ชน.1014 ข้ามทางหลวงหมายเลข 32 หรือถนนสายเอเชีย ณ อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณจุดตัดที่หนาแน่น และช่วยลดความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ล่าสุดผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและมีความคืบหน้าไปกว่า 20% ซึ่งเร็วกว่าแผนงานที่วางไว้ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มั่นใจได้เลยว่าโครงการเดินหน้าไปได้ด้วยดีครับ

รายละเอียดโครงการอัปเดตสะพานข้าม ทล.32 แก้รถติดชัยนาท

สำหรับโครงการนี้ไม่ได้แค่สร้างสะพานขึ้นมาเฉยๆ แต่มีการวางแผนด้านวิศวกรรมที่รองรับปริมาณการจราจรในอนาคต โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • สะพานคานอัดแรงรูปกล่องหล่อสำเร็จมีความยาวรวม 399 เมตร
  • แบ่งช่องจราจรเป็น 2 ช่องทาง กว้างข้างละ 3.50 เมตร พร้อมไหล่ทางช่วยเพิ่มความปลอดภัย
  • ผิวจราจรใช้แอสฟัลต์คอนกรีตชนิดพิเศษ (PMA) เพื่อความทนทานต่อการบรรทุกหนักของรถขนส่งสินค้า
  • ใช้งบประมาณก่อสร้างร่วม 299 ล้านบาท เพื่อให้เป็นมาตรฐานระดับสากล

ปัญหาที่จุดตัด ทล.32 ช่วง กม.ที่ 145-146 เป็นโจทย์ยากที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่กว่า 5 ตำบลมาอย่างยาวนาน การเข้ามาดูแลของกรมทางหลวงชนบทในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม เพราะนอกจากจะดูเรื่องโครงสร้างแล้ว ยังมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อให้โครงการนี้ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากที่สุด

ในมุมมองของเรา โครงการอัปเดตสะพานข้าม ทล.32 แก้รถติดชัยนาท นั้นไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างถนน แต่มันคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน การเดินทางที่ไหลลื่นขึ้นช่วยลดเวลาในการขนส่งสินค้าและทำให้ระบบเศรษฐกิจในภาพรวมของจังหวัดชัยนาทและภาคกลางตอนบนคึกคักขึ้นอย่างแน่นอน เราจะคอยติดตามความคืบหน้ามาอัปเดตให้เพื่อนๆ ได้ทราบเป็นระยะนะครับ ใครที่ใช้เส้นทางนี้บ่อยๆ อดใจรอกันอีกนิด ไม่เกินปี 2571 เราจะได้ใช้เส้นทางใหม่ที่ปลอดภัยและรวดเร็วกว่าเดิมแน่นอน

ที่มา – อัปเดตสะพานข้าม ทล.32 แก้รถติดชัยนาท คืบหน้า 20% เร็วกว่าแผน คาดเสร็จปี 2571

พายุถล่มชัยนาท ซัดเสาไฟฟ้าล้ม ทับยาย 74 ดับสลด

เกิดเหตุสลดจากพายุถล่มชัยนาท ซัดเสาไฟฟ้าล้มกว่า 30 ต้น ทับยายวัย 74 ขี่ จยย. ดับสลด เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง ทำให้เสาไฟฟ้าล้มระเนระนาดเป็นโดมิโนยาวกว่า 1 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุมรณะที่ถนนพหลโยธิน สายอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ – ชัยนาท บริเวณหมู่ 3 ตำบลเสือโฮก อำเภอเมืองชัยนาท

พายุถล่มชัยนาท ซัดเสาไฟฟ้าล้มกว่า 30 ต้น ทับยายวัย 74 ขี่ จยย. ดับสลด

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.อ.พิสิฐ บุญมี รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท นำทีมรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเสาไฟฟ้าล้มเกลื่อนกว่า 30 ต้น กีดขวางการจราจรฝั่งขาเข้าเมืองชัยนาท ทำให้ไฟดับสนิทตลอดสาย ร่างของนางสาวถาวร รุ่งเรือง อายุ 74 ปี ชาวตำบลเสือโฮก อำเภอเมืองชัยนาท ถูกเสาไฟฟ้าทับร่างคารถจักรยานยนต์เสียชีวิตคาที่ ลูกหลานที่ทราบข่าวต่างร้องไห้ระงมด้วยความเสียใจ เจ้าหน้าที่จึงมอบศพระให้ญาติเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

สาเหตุจากพายุฤดูร้อนรุนแรง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่ายายถาวรขับรถจักรยานยนต์จากอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งติดชายแดนจังหวัดชัยนาท เพื่อนำข้าวไปให้พี่สาว ขากลับช่วงนั้นเกิดพายุฤดูร้อน ลมกรรโชกแรง ฟ้าร้องสนั่น จนเสาไฟฟ้าที่สามแยกบ้านหมี่ อำเภอตาคลี ล้มลงเหมือนโดมิโน ยาว 1 กิโลเมตรกว่า แม้ยายถาวรจะใกล้ถึงบ้านแล้วอีก 2-3 กิโลเมตร แต่โชคร้ายถูกเสาล้มทับพอดี

ลูกชายผู้เสียชีวิตเล่าว่า วันนั้นตนโทรเตือนแม่ไม่ให้ออกไปเพราะบ้านหลังคาพลิ้วปลิวจากลมพัด แต่แม่ห่วงพี่สาวจึงยืนยันจะไป พอพายุมาแรง ตนรีบออกมาดูก็พบแม่สิ้นลมหายใจแล้ว “เตือนแล้วเตือนอีก แต่แม่รักพี่สาวมาก” ลูกชายกล่าวด้วยน้ำตาคลอ

ผลกระทบและคำแนะนำป้องกัน

เหตุการณ์พายุถล่มชัยนาทนี้ไม่เพียงคร่าชีวิตยายวัย 74 แต่ยังทำให้ไฟดับ การจราจรถดขัดข้อง ผู้ขับขี่ควรระวังในช่วงฤดูร้อนที่พายุเข้าบ่อย

  • หลีกเลี่ยงการเดินทางเมื่อมีพายุเตือน
  • ตรวจสอบเสาไฟฟ้าและสายไฟในพื้นที่เสี่ยง
  • ใช้รถที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงทางสายหลักที่มีเสาเก่า
  • ฟังข่าวพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ
  • เตรียมชุดปฐมพยาบาลและแจ้งเหตุทันที

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงของเสาไฟฟ้า โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่โครงสร้างเก่าแก่ เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าชีวิตมีค่า อย่าประมาทต่อภัยธรรมชาติ หากคุณมีประสบการณ์คล้ายกัน สามารถแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อเตือนภัยผู้อื่นได้นะครับ

ที่มา – พายุถล่มชัยนาท ซัดเสาไฟฟ้าล้มกว่า 30 ต้น ทับยายวัย 74 ขี่ จยย. ดับสลด

ทำบุญใหญ่แยก 5 ศพ หลังให้โชคถูกหวยยกตำบล

เหตุการณ์ทำบุญใหญ่แยก 5 ศพ หลังให้โชคถูกหวยยกตำบล คนรอดเผยช่วงโคม่า เห็นยมบาลมารอรับกลายเป็นข่าวดังที่ชาวบ้านชัยนาทพูดถึงกันอย่างคึกคัก หลังจากอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาสัญญาณจราจรอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บอีก 5 ราย แต่สิ่งมหัศจรรย์คือ เลขทะเบียนรถที่กลายเป็นเลขเด็ด ทำให้ชาวบ้านถูกหวยยกตำบล รวยกันถ้วนหน้า!

ทำบุญใหญ่แยก 5 ศพ หลังให้โชคถูกหวยยกตำบล คนรอดเผยช่วงโคม่า เห็นยมบาลมารอรับ

อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ช่วงเช้ามืด รถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ทะเบียน 3 ฒผ 606 กรุงเทพมหานคร ฝ่าไฟแดงบริเวณวัดจันทนาราม ม.1 ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ชนรูดเสาไฟสัญญาณจราจรหักโค่น ก่อนพุ่งชนรถกระบะรับส่งคนงาน ท้ายชนเสาไฟฟ้าใหญ่ และหมุนคว้างชนกระบะจอดข้างทาง ผู้เสียชีวิต 5 ราย เจ็บหนัก 5 ราย

ทำบุญใหญ่แยก 5 ศพ

หลังเหตุการณ์ ชาวบ้านทั้งต.ห้วยกรดและห้วยกรดพัฒนา นำเลขทะเบียน 606 ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดที่ผ่านมา ออกตรง ๆ 06 และ 66 ถูกรางวัลใหญ่ยกตำบล! ล่าสุดวันที่ 15 มีนาคม 2569 ชาวบ้านกว่า 100 คน รวมตัวทำบุญใหญ่ ถวายข้าวสารอาหารแห้ง ผลไม้ ขนม นม กว่า 1,000 ชิ้น แด่พระภิกษุที่แยกเกิดเหตุ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต 5 ราย

เลขเด็ดจากทำบุญใหญ่แยก 5 ศพ หลังให้โชคถูกหวยยกตำบล

นายประคอง ทองมี ผู้ใหญ่บ้านม.4 ต.ห้วยกรด เผยว่า ชาวบ้านทำบุญใหญ่ตามความเชื่อโบราณ หลังถูกรางวัลใหญ่จากเลขทะเบียนรถ เลขเด็ดงวดนี้คือ 05 จากผู้เสียชีวิตและรอดชีวิตคนละ 5 ราย อีกกระแสคือเลขขันน้ำมนต์วันทำบุญ 3895 ชาวบ้านแห่ตีเลขตามดวงตัวเอง เสี่ยงโชคงวด 16 มีนาคม 2569

  • เลขทะเบียนรถ: 606 (ถูก 06, 66)
  • จำนวนศพ: 05
  • เลขขันน้ำมนต์: 3895
  • เลขมงคลจากพระเครื่อง: หลวงพ่อโม วัดจันทนาราม
ผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุ

ประสบการณ์สุดระทึกของคนรอดชีวิตช่วงโคม่า

นายชัยธวัช หรือ “แนค” อายุ 26 ปี ผู้รอดชีวิต เล่าว่า นั่งกระบะท้ายกับเพื่อน 4 คน หลังจากเที่ยวผับในตัวเมืองชัยนาท หลับไปตื่นมาเจออุบัติเหตุยับเยิน ได้ยินเสียงโวยวายแต่พูดไม่ได้ ฟื้นตัวนึกถึงพระหลวงพ่อโม วัดจันทนารามที่ห้อยคอ เพื่อนที่นั่งข้างคนขับชื่อเจม และคนท้ายรถรอดทั้งหมดเพราะคล้องพระหลวงพ่อโม-หลวงพ่อกวย

ช่วงสลบ แนคเห็นยมบาล 5 องค์ยืนรอในความมืดมิด รู้สึกกลัวสุดขีด แต่ได้ยินเสียงตา (เสียชีวิต 20 ปี) ตะโกน “แนค ตื่น กลับไป!” จนฟื้นที่โรงพยาบาล คาดคนขับหลับในเพราะเหยียบคันเร่งแรง หายดีแล้วตั้งใจบวชเณร 7 วันถวายหลวงพ่อโม และบวชพระเต็มตัว

น.ส.ช่อ มารดาแถลงว่า ใจหายเมื่อเห็นผ้าขาวคลุมศพ ลูกชายเลือดคั่งสมอง ผ่าตัดกะโหลกดึงเลือดออกมาก แต่ฟื้นตัวเร็วผิดปกติ แพทย์ทึ่ง เชื่อเป็นปาฏิหาริย์จากบารมีหลวงพ่อโม ลูกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่

ครอบครัวผู้รอดชีวิต

เรื่องราวนี้สะท้อนความเชื่อเรื่องบุญบารมีและเลขเด็ดที่ให้โชค ชาวบ้านชัยนาทยังคงศรัทธาในพระเครื่องและการทำบุญใหญ่ หากคุณสนใจเลขเด็ดงวดหน้า ลองตาม 05, 3895 ดูครับ แต่จำไว้ว่าให้ขับขี่ปลอดภัยเสมอ!

คุณเคยเจอปาฏิหาริย์แบบนี้ไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์แชร์บทความนี้เพื่อเป็นสิริมงคลกันนะครับ

ที่มา – ทำบุญใหญ่แยก 5 ศพ หลังให้โชคถูกหวยยกตำบล คนรอดเผยช่วงโคม่า เห็นยมบาลมารอรับ

ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม “น้ำมันดีเซล” คันละไม่เกิน 1,000 บาท

สถานการณ์น้ำมันในจังหวัดชัยนาทกำลังคึกคักสุดๆ เมื่อ ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม “น้ำมันดีเซล” คันละไม่เกิน 1,000 บาท ทำให้ประชาชนแห่กันมารอคิวเติมตั้งแต่เช้ามืด กลัวว่าราคาจะพุ่งสูงจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ

คิวรถรอเติมน้ำมันดีเซลที่ปั๊มชัยนาทแน่นขนัด

ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม “น้ำมันดีเซล” คันละไม่เกิน 1,000 บาท สาเหตุจากอะไร

วันที่ 14 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ปั๊ม ปตท. แยกแขวงทางหลวง อ.เมืองชัยนาท คิวยาวเหยียดล้นออกนอกปั๊ม รถยนต์ รถกระบะ และรถเกษตรกรต่างพากันมารอเติมน้ำมันกันอย่างไม่ขาดสาย สาเหตุหลักมาจากรัฐบาลประกาศตรึงราคาน้ำมันถึงวันที่ 16 มีนาคมนี้เท่านั้น และมีข่าวลือว่าราคาจะปรับขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม ประกอบกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่กระทบราคาน้ำมันโลก ทำให้ประชาชนหวั่นเกรงว่าน้ำมันจะขาดตลาด

ทางปั๊มให้บริการเติมน้ำมันทุกประเภทตามปกติ แต่สำหรับน้ำมันดีเซลนั้น มีการจำกัดปริมาณเติมสูงสุดคันละไม่เกิน 1,000 บาท เพื่อป้องกันการกักตุนและให้ทุกคนได้เติมอย่างทั่วถึง พนักงานปั๊มยืนยันว่าไม่มีนโยบายกักตุน ส่งน้ำมันมาเท่าไหร่ก็บริการจนหมด มารอคิวก่อนก็ได้เติมก่อน

ประชาชนรอคิวเติมน้ำมันดีเซลที่ปั๊มชัยนาท

เกษตรกรชัยนาทแห่เติมน้ำมันดีเซลจำนวนมาก

เกษตรกรในพื้นที่ชัยนาทซึ่งเป็นจังหวัดเกษตรกรรมเป็นหลัก บอกว่าต้องใช้น้ำมันดีเซลจำนวนมากในการสูบน้ำ รถแทรกเตอร์ และเครื่องจักรกลการเกษตร บางรายนำถังมาเติมถึง 100 ลิตร แบ่งเป็นถุง 25 ลิตรเพื่อใช้งานยาวๆ "ปั๊มนี้ดีเสมอมา มีของให้เติมตลอด ไม่เคยขาด" เกษตรกรรายหนึ่งกล่าว

พนักงานปั๊มเผยกลยุทธ์จำกัดดีเซลคันละ 1,000 บาท

แคชเชียร์ปั๊มเปิดเผยว่าวันนี้ลูกค้าแน่นตั้งแต่เปิดปั๊ม จนแทบไม่มีเวลากินข้าว "ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม \”น้ำมันดีเซล\” คันละไม่เกิน 1,000 บาท เพื่อถัวเฉลี่ยให้ทุกคันได้เติม ไม่ให้ใครกักมากเกินไป ราคายังไม่ขึ้น แต่ปรับกลยุทธ์แบบนี้เพื่อความยั่งยืน" นอกจากนี้ยังแนะนำให้ประชาชนวางแผนการเดินทางดีๆ อย่ามาแบบไม่ทันการณ์

  • เติมน้ำมันดีเซลได้คันละสูงสุด 1,000 บาทเท่านั้น
  • น้ำมันประเภทอื่นเติมได้ปกติ
  • ไม่มีกักตุน ส่งมาเท่าไรบริการหมด
  • มารอคิวแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงรอนาน
  • เตรียมถังหรือภาชนะสำหรับเกษตรกร

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของประชาชนต่อราคาน้ำมันที่ผันผวน ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงจากปัจจัย geopolitics การจำกัดปริมาณแบบนี้ช่วยป้องกันปัญหาขาดแคลนได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็สร้างความวุ่นวายให้ปั๊ม

เคล็ดลับสำหรับคุณ: หากอยู่ในพื้นที่ชัยนาทหรือใกล้เคียง ควรวางแผนเติมน้ำมันล่วงหน้า ติดตามประกาศราคาน้ำมันจากกระทรวงพลังงาน และพิจารณาใช้รถที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้นเพื่อรับมือวิกฤต หากมีรถใช้งานหนักอย่างรถบรรทุกหรือเครื่องเกษตร ควรสำรองน้ำมันในปริมาณพอเหมาะแต่ไม่เกินกฎ

สุดท้ายนี้ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้คุณไม่พลาดข้อมูลสำคัญ ลองแชร์ประสบการณ์การรอคิวเติมน้ำมันของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือบอกว่าคุณเตรียมตัวอย่างไรกับราคาน้ำมันที่อาจขึ้น!

ที่มา – ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม “น้ำมันดีเซล” คันละไม่เกิน 1,000 บาท คนแห่รอคิวแน่น

สลดใจ เหยื่อสาววัย 14 ร้องโดนรุ่นพี่ลวง 5 ทรชนล่วงละเมิด

สลดใจ เหยื่อสาววัย 14 ร้องโดนรุ่นพี่ลวงให้ 5 ทรชนล่วงละเมิด-ปล่อยคลิปว่อน เหตุการณ์สุดสะเทือนใจเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ชัยนาท เมื่อเด็กหญิงวัยเพียง 14 ปี กลายเป็นเหยื่อของการลวงล่อจากรุ่นพี่วัย 16 ปี ที่นำตัวไปให้กลุ่มวัยรุ่นชาย 5 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 13-16 ปี ล่วงละเมิดทางเพศอย่างโหดร้าย หลังจากมอมเหล้าให้จนหมดสติ และยังถ่ายคลิปวิดีโอเผยแพร่เพื่อประจานและแบล็คเมล์

สลดใจ เหยื่อสาววัย 14 ร้องโดนรุ่นพี่ลวงให้ 5 ทรชนล่วงละเมิด-ปล่อยคลิปว่อน

เรื่องราวเริ่มต้นจากวันที่ 1 มกราคม 2569 ในงานวัดที่ อ.เนินขาม จ.ชัยนาท รุ่นพี่หญิงที่เรียกว่านางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ได้ชวนผู้เสียหายหรือ ด.ญ.บี (นามสมมติ) วัย 14 ปี ไปบ้านของ ด.ช.ซี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ที่ อ.หันคา โดยอ้างว่ามีเพื่อนผู้ชายอยากเจอ เมื่อไปถึง กลุ่มวัยรุ่นชายชวนเล่นทอยลูกเต๋า ใครแพ้กินเหล้า จน ด.ญ.บี เมาจนไม่ได้สติ พอสติตัวอีกทีก็ตี 1-2 แล้วรุ่นพี่ปลุกให้กลับบ้าน

ต่อมา ด.ญ.บี รู้ความจริงจากคลิปที่หลุดว่อนในพื้นที่ เพื่อนส่งมาให้ดู เธอพบว่าตัวเองถูกกลุ่มชาย 5 คนล่วงละเมิด โดยในคลิปยังมีการใช้พอตไฟฟ้าและโช้ครถจักรยานยนต์กระทำอนาจารอย่างน่าขยะแขยง คลิปนี้แพร่กระจายเกือบเดือนแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าแจ้งเพราะถูกขู่

สาเหตุจากปฏิเสธขายบริการ

ย้อนไปธันวาคม 2568 รุ่นพี่เอ ชวน ด.ญ.บี ไปบ้านรุ่นพี่เพื่อ “ทำงาน” โดยอ้างว่านั่งกินข้าวกับลูกค้า แต่จริงๆ คือชวนขายบริการทางเพศ เมื่อ ด.ญ.บี รู้ก็ปฏิเสธเพราะกลัวแฟนรู้ เอไม่พอใจขู่ตบตี นี่น่าจะเป็นชนวนที่นำไปสู่การแก้แค้นด้วยการลวงไปมอมยาและถ่ายคลิป

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นค้ามนุษย์ เพราะเอทำตัวเป็นแม่เล้า ชวนเด็กสาวหลายคนไปขายบริการ คิดเงินลูกค้าครั้งละ 1,500 บาท หักส่วนแบ่ง 500-800 บาท ลูกค้าบางรายเป็นข้าราชการและตำรวจด้วย ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้รับแจ้งจากเหยื่อหลายรายและรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งตำรวจ

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2569 ต้นอ้อนำ ด.ญ.บี ไปแจ้งความที่ สภ.เนินขาม เจ้าหน้าที่ พมจ.ชัยนาท นำตัวเด็กไปตรวจร่างกายและจิตใจ ตำรวจออกหมายเรียก 5 วัยรุ่นชายและแม่เล้าเอ รวมถึงผู้ปกครอง หากไม่มาจะออกหมายจับดำเนินคดีค้ามนุษย์และล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

  • การมอมเหล้าและล่วงละเมิดเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ถือเป็นข่มขืนกระทำชำเรา
  • การถ่ายคลิปเผยแพร่เป็นความผิดทางกฎหมายเพิ่มเติม
  • มีเครือข่ายค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจ

ต้นอ้อ เปิดเผยว่าคลิปนี้น่าหดหู่มาก แม่เด็กบางคนรู้แต่ไม่กล้าแจ้งเพราะถูกขู่ ผู้ปกครองต้องเป็นเซฟโซนให้ลูก รับฟังและปกป้อง หากเด็กมีปัญหาแบบนี้ อย่าปล่อยไว้

เหตุการณ์ สลดใจ เหยื่อสาววัย 14 ร้องโดนรุ่นพี่ลวงให้ 5 ทรชนล่วงละเมิด-ปล่อยคลิปว่อน นี้สะท้อนปัญหาการล่อลวงเด็กในโซเชียลและชุมชน ผู้ปกครองควรสอนลูกแยกแยะอันตราย ตรวจสอบเพื่อนฝูง และสอนเรื่องเพศศึกษาให้ถูกต้อง หากเจอกรณีคล้ายๆ นี้ อย่ารอช้า ติดต่อมูลนิธิช่วยเหลือเด็กหรือตำรวจทันที เพื่อปกป้องเด็กไทยให้ปลอดภัย

สุดท้าย อยากฝากว่าเด็กทุกคนสมควรได้รับการคุ้มครอง อย่าให้ความกลัวหยุดยั้งความยุติธรรม สังคมต้องร่วมมือกันต่อต้านการล่วงละเมิดเด็ก หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการช่วยเหลือ สามารถติดต่อเพจ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ได้เลย เราจะช่วยเหลือเต็มที่

ที่มา – สลดใจ เหยื่อสาววัย 14 ร้องโดนรุ่นพี่ลวงให้ 5 ทรชนล่วงละเมิด-ปล่อยคลิปว่อน

เลขปีใหม่ 2569 มาแรง! คอหวยแห่ซื้อเกลี้ยงแผง

คอหวยทั่วประเทศต่างจับจ้องไปที่ เลขปีใหม่ 2569 ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในงวดนี้ บรรดาแผงลอตเตอรี่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเลขดังกล่าวขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ใครๆ ก็อยากมีโชคในช่วงเริ่มต้นปีใหม่นี้

บรรยากาศก่อนวันหวยออกงวดประจำวันที่ 2 มกราคม 2569 ที่ตลาดภาษีซุง จังหวัดชัยนาท คึกคักเป็นพิเศษ ผู้คนหลั่งไหลมาเลือกซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลกันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เลขปีใหม่ 2569 ซึ่งเป็นเลขที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้

เลขปีใหม่ 2569: เลขเด็ดที่คอหวยตามหา

นางวันดี ขาวสนิท หรือป้าเหมียว แม่ค้าสลากฯ ได้เปิดเผยว่า เลขปีใหม่ 2569 และ ค.ศ.ใหม่ 2026 นั้นขายดีจนเกลี้ยงแผงไปแล้ว มีลูกค้าโทรศัพท์มาสอบถามและขอจองกันเป็นจำนวนมาก แต่ทางร้านไม่ได้เปิดให้จองเนื่องจากต้องการให้โอกาสกับทุกคนที่เดินทางมาซื้อด้วยตนเอง

“งวดนี้ขายดีมากๆ ค่ะ โดยเฉพาะเลข 2569 กับ 26 นี่ไม่ต้องพูดถึง ขายหมดไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ใครมาถามหาก็ต้องบอกว่าหมด” ป้าเหมียวกล่าว

เลขเด็ดอื่นๆ ที่น่าสนใจ นอกจาก เลขปีใหม่ 2569

นอกจาก เลขปีใหม่ 2569 แล้ว ยังมีเลขเด็ดอื่นๆ ที่น่าสนใจและเป็นที่พูดถึงในกลุ่มคอหวย ดังนี้:

  • เลขทะเบียนรถตู้ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม: 23, 24, 34, 234, 132, 483
  • เลขนายอนุทิน ชาญวีรกูล บวงสรวงปิดทองเบิกฟ้า: 37
  • เลขเด็ดพญาบึ้ง: 621, 01, 21
  • เลขขันน้ำมนต์หลวงปู่ศิลา: 03, 30, 63, 36
  • เลขภารกิจหัวใจติดปีก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขับเครื่องบินนำหัวใจต่อชีวิตผู้ป่วยดวงที่ 153: 153, 15, 53
  • เลขพิธีสวดภาณยักษ์ วัดหัวโพธิ์ จ.สุพรรณบุรี: 450, 45, 50
  • เลขแม่น้ำหนึ่ง: 06, 08, 68, 30, 36, 38
  • เลข อ.น็อตตี้: 043, 047, 40, 04, 03, 07, 43
  • เลขสรุปเหรียญซีเกมส์ครั้งที่ 33: 33, 233, 154, 112, 499
  • เลขแนวทางจากไอ้ส้มฉุน: 456, 32

สำหรับใครที่ยังไม่มีเลขในใจ ลองพิจารณาเลขเด็ดเหล่านี้ดู เผื่อว่าจะเป็นเลขนำโชคที่ทำให้ท่านกลายเป็นเศรษฐีในช่วงปีใหม่นี้ก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม การเล่นสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง ควรเล่นแต่พอดีและอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเงินส่วนตัว

การแสวงหาโชคลาภเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างช้านาน การซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ลุ้นรางวัลและสร้างความหวัง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเล่นอย่างมีความรับผิดชอบและไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน

ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคงวดนี้ และขอให้ปีใหม่ 2569 เป็นปีที่ดี มีความสุข และประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

Scroll to top