ชาวต่างชาติ

“พลพีร์” บุกสกลนคร ทลายขบวนการหลอกสแกนบัตรประชาชน ฉกทะเบียนบ้านขายต่างชาติ

เป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมากสำหรับความคืบหน้าล่าสุดเมื่อนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่จังหวัดสกลนครเพื่อตรวจสอบกรณีกลุ่มมิจฉาชีพสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ด้วยการออกตระเวนหลอกลวงชาวบ้านเพื่อนำเอกสารส่วนตัวไปใช้ในทางมิชอบ ซึ่งเหตุการณ์ “พลพีร์” บุกสกลนคร ทลายขบวนการหลอกสแกนบัตรประชาชน ฉกทะเบียนบ้านขายต่างชาติ ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญให้คนไทยต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น

“พลพีร์” บุกสกลนคร ทลายขบวนการหลอกสแกนบัตรประชาชน ฉกทะเบียนบ้านขายต่างชาติ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นจากการที่นายหน้าบางกลุ่มเข้าไปหลอกลวงชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ โดยอ้างว่าจะนำของมาแจกฟรี แต่มีเงื่อนไขคือต้องนำบัตรประชาชนมาสแกน หรือขอยืมสำเนาทะเบียนบ้านไปใช้ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ทันรู้ตัวเลยว่าเอกสารสำคัญเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้จดทะเบียนนิติบุคคลให้กับชาวต่างชาติ โดยพบข้อมูลน่าตกใจว่ามีการนำชื่อชาวบ้านไปจดบริษัทถึง 14 แห่งในบ้านหลังเดียว

เบื้องลึกขบวนการนอมินีข้ามชาติ

จากการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พบความผิดปกติของการจดทะเบียนนิติบุคคลในพื้นที่ 4 อำเภอของสกลนคร รวมทั้งสิ้น 49 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทของชาวต่างชาติสัญชาติจีน 100% โดยใช้คนไทยเป็นนอมินีบังหน้า การกระทำลักษณะนี้ถือเป็นการบิดเบือนกฎหมายและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างรุนแรง นอกจากนี้ นายพลพีร์ยังย้ำชัดว่า “พลพีร์” บุกสกลนคร ทลายขบวนการหลอกสแกนบัตรประชาชน ฉกทะเบียนบ้านขายต่างชาติ ครั้งนี้จะไม่จบลงง่ายๆ เพราะมีการประสานงานกับตำรวจและ ตม. เพื่อลากคอผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด

  • ระวังตัวให้ดี: อย่าให้บัตรประชาชนหรือทะเบียนบ้านกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด
  • สังเกตพฤติกรรม: มิจฉาชีพมักมาพร้อมของแจกฟรีเพื่อแลกกับข้อมูลส่วนตัว
  • ตรวจสอบข้อมูล: หากพบความผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปกครองหรือตำรวจในพื้นที่ทันที

นอกจากนี้ ยังมีการฝากเตือนไปยังกลุ่มบริษัทบัญชีหรือทนายความที่หวังเพียงเศษเงินจากขบวนการเหล่านี้ ให้หยุดพฤติกรรมที่ทำร้ายประเทศชาติ เพราะโทษทางอาญานั้นหนักหนาสาหัส การทำงานของรัฐบาลในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังในการปกป้องสิทธิของคนไทยจากการถูกใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากินผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ

ในฐานะประชาชน เราควรช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายการหลอกลวงในลักษณะนี้ ให้รีบแจ้งเบาะแสแก่หน่วยงานภาครัฐ เพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัวหรือคนรอบข้างตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ เพราะความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลคือสิ่งที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญสูงสุดในยุคดิจิทัลเช่นนี้

ที่มา – “พลพีร์” บุกสกลนคร ทลายขบวนการหลอกสแกนบัตรประชาชน ฉกทะเบียนบ้านขายต่างชาติ

เปิดล็อกเกอร์ให้เช่า หลังหนุ่มสวีเดนค้างจ่าย 4 เดือน เจอปืน-กระสุน เพียบ

เปิดล็อกเกอร์ให้เช่า หลังหนุ่มสวีเดนค้างจ่าย 4 เดือน เจอปืน-กระสุน เพียบ เหตุการณ์สุดสะเทือนใจเกิดขึ้นกลางเมืองป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกตรวจล็อกเกอร์ที่ค้างค่าเช่า พบอาวุธปืนและกระสุนจำนวนมากซ่อนอยู่ภายใน สร้างความตกใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

เปิดล็อกเกอร์ให้เช่า หลังหนุ่มสวีเดนค้างจ่าย 4 เดือน เจอปืน-กระสุน เพียบ

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ตัวแทนบริษัทให้เช่าพื้นที่เก็บของในศูนย์การค้าชื่อดังย่านป่าตอง ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ได้ประสานงานกับ สภ.ป่าตอง เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบล็อกเกอร์หมายเลข 2184 ชั้น 2 เนื่องจากผู้เช่าคือชายชาวสวีเดนชื่อนายเอลมี อาห์เหม็ด โมฮาเหม็ด ไม่ได้ชำระค่าเช่ามากว่า 120 วัน หรือกว่า 4 เดือน และติดต่อตัวเขาไม่ได้

พ.ต.ต.สุรชาติ ทองใย รองสว.สอบสวน สภ.ป่าตอง นำทีมเข้าตรวจสอบ โดยมีนายคิรากร เชี่ยวชาญ ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากเปิดล็อกเกอร์ออกมา สิ่งที่พบข้างในทำให้ทุกคนตะลึง นั่นคืออาวุธปืนพกสั้นจำนวน 5 กระบอก พร้อมกระสุนปืนอีกกว่า 100 นัด

รายละเอียดอาวุธปืนที่พบในล็อกเกอร์

  • ปืนพกสั้นยี่ห้อ Glock ขนาด 9 มม. จำนวน 4 กระบอก
  • ปืนพกสั้นยี่ห้อ CZ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก
  • เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 กล่อง กล่องละ 50 นัด รวม 100 นัด

จากการตรวจสอบเบื้องต้น อาวุธปืนทุกกระบอกมีหมายเลขทะเบียนติดอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้ พ.ต.อ.กรกฤช ขันธ์เครือ ผู้กำกับการ สภ.ป่าตอง ได้รายงานเหตุการณ์ต่อ พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูเก็ตทันที และยึดของกลางทั้งหมดไว้

การสืบสวนและดำเนินคดีต่อไป

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบทะเบียนปืนทั้งหมด เพื่อหาว่ามีการครอบครองถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงไล่ตามตัวนายเอลมี อาห์เหม็ด โมฮาเหม็ด ชาวสวีเดนวัย 40 ปี ซึ่งมีประวัติพักอาศัยในพื้นที่ป่าตองมานาน หากพบว่าปืนเหล่านี้ผิดกฎหมาย อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ที่ดัดแปลง ซ่อนเร้น หรือรับซื้อของที่มาจากการกระทำความผิด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในย่านท่องเที่ยวชื่อดังอย่างป่าตอง ซึ่งเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความระวังในการตรวจสอบสถานที่สาธารณะ เช่น ล็อกเกอร์ให้เช่า โรงแรม และคอนโด ล็อกเกอร์เหล่านี้มักถูกใช้เก็บของส่วนตัว แต่หากค้างจ่ายนาน บริษัทต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อป้องกันปัญหา

นอกจากนี้ ยังพบว่าป่าตองเป็นพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติมาก โดยเฉพาะชาวยุโรปและสแกนดิเนเวีย ที่มาพักผ่อนหรือทำธุรกิจ หากอาวุธเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในทางมิชอบ อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว

จากเหตุการณ์เปิดล็อกเกอร์ให้เช่า หลังหนุ่มสวีเดนค้างจ่าย 4 เดือน เจอปืน-กระสุน เพียบนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบทรัพย์สินที่ถูกทิ้งไว้ในที่สาธารณะ บริษัทให้เช่าควรมีระบบแจ้งเตือนและประสานงานกับตำรวจอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันปัญหาใหญ่หลวง

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าภูเก็ตซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ต้องเข้มงวดเรื่องอาวุธมากขึ้น คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารอาชญากรรมในพื้นที่ท่องเที่ยวเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – เปิดล็อกเกอร์ให้เช่า หลังหนุ่มสวีเดนค้างจ่าย 4 เดือน เจอปืน-กระสุน เพียบ

ช็อกมาเลเซีย! ตำรวจระดับสูงเอี่ยวปล้นชาวต่างชาติ

ทุกคนคงต้อง ช็อกมาเลเซีย! ตำรวจระดับสูงเอี่ยวปล้นชาวต่างชาติ กันถ้วนหน้าเลยนะครับ เหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ทำให้ชาวต่างชาติสูญเสียทรัพย์สินมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท แถมยังมีรถหรูและทองคำเพียบหายไปด้วย วันนี้เราจะมาอัปเดตรายละเอียดให้ฟังแบบเป็นกันเองกันเลย

ช็อกมาเลเซีย! ตำรวจระดับสูงเอี่ยวปล้นชาวต่างชาติ

เรื่องนี้เริ่มจากเจ้าหน้าที่มาเลเซียบุกจับผู้ต้องหา 6 ราย รวมถึง ตำรวจระดับสูง ที่ทำตัวเป็นหัวโจกประสานงานขบวนการเลยทีเดียว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ฟาดิล มาร์ซุส ได้แถลงข่าวว่า กลุ่มคนร้ายแอบอ้างเป็นตำรวจบุกปล้นบ้านเหยื่อในย่านเกปง เช้ามืดวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา เหยื่อเป็นชาวต่างชาติผู้มีฐานะดี ชาวจีน 2 คน (ชาย 1 หญิง 1) และหญิงชาวอินโดนีเซีย อายุ 29-52 ปี

ทรัพย์สินที่ถูกปล้นไปนั้นโหดร้ายมาก รถหรู 3 คันอย่าง Toyota Alphard, Rolls-Royce, Bentley หายวับ รวมถึงตู้เซฟที่มีเงินสด 24,200 ริงกิตมาเลเซีย และ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ แถมเครื่องประดับ ทองคำแท่ง และของมีค่าอื่นๆ อีกเพียบ มูลค่ารวมเกือบ 40 ล้านบาทไทย!

ผู้ต้องหาในคดีช็อกมาเลเซีย! ตำรวจระดับสูงเอี่ยวปล้นชาวต่างชาติ

ตำรวจที่โดนจับคือตัวประสานงานหลัก มีประวัติคดียาเสพติดมาก่อน และถูกสั่งพักงานทันที ผู้ต้องหาอีก 2 รายเป็นบอดี้การ์ดที่มีใบอนุญาตปืน เป็นคนจัดหาอาวุธให้แก๊ง หนึ่งในนั้นตรวจพบแอมเฟตามีนในตัวด้วย การจับกุมเริ่มจาก 3 รายแรกคืนวันที่ 5 เมษายน ของกลางเพียบ ปืนพก 2 กระบอก รถ 5 คัน เงินสดหลายสกุล 13,056 ริงกิต โทรศัพท์ 8 เครื่อง บัตรผ่านความปลอดภัย 2 ใบ จากนั้นขยายผลจับเพิ่มอีก 3 ราย อายุ 31-51 ปี

  • ปืนพกและอาวุธที่ใช้ข่มขู่
  • รถยนต์ของกลาง 5 คัน
  • เงินสดและทรัพย์สินมูลค่าสูง
  • อุปกรณ์แอบอ้างตำรวจ

ตอนก่อเหตุ ใช้ปืนปลอมข่มขู่เหยื่อ ทำเอาทุกคนหวาดกลัวสุดๆ ตอนนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัว 7 วัน สอบสวนภายใต้กฎหมายอาญามาตรา 395, 397 (ปล้นเป็นแก๊ง ใช้ความรุนแรง) และมาตรา 170 (แอบอ้างเจ้าหน้าที่) ถ้าผิดจริง โทษหนักจำคุกสูงสุด 20 ปี แถมเฆี่ยนและปรับ!

เหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความปลอดภัยในมาเลเซีย โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยในย่านหรู กรุงกัวลาลัมเปอร์เคยเป็นเมืองท่องเที่ยวน่าอยู่ แต่ข่าวแบบนี้ก็ทำให้ภาพลักษณ์เสียหายไปเยอะ เราเห็นแล้วว่าตำรวจบ้านใกล้เรือนเคียงยังมีปัญหาภายในได้ ถ้าคุณกำลังวางแผนไปเที่ยวหรือทำธุรกิจที่นั่น ควรระวังตัวให้มากขึ้น ตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยบ้าน และอย่าไว้ใจคนแปลกหน้าที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ง่ายๆ

จากสถิติอาชญากรรมในมาเลเซียช่วงหลังๆ พบว่าคดีปล้นชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเศรษฐีเอเชียที่ย้ายมาอยู่ที่นั่นเพราะภาษีถูก แต่แก๊งอาชญากรก็จ้องตีตาใส่เช่นกัน คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่ตำรวจขยายผลจับกุมได้รวดเร็ว แสดงให้เห็นว่าระบบยุติธรรมยังทำงานได้

สำหรับชาวไทยที่สนใจข่าวต่างประเทศแบบนี้ ลองคิดดูนะครับว่าโลกวันนี้เชื่อมโยงกันมาก การปล้นแบบนี้ไม่ได้เกิดแค่มาเลเซีย แต่ทั่วโลกมี ถ้าคุณมีทรัพย์สินเยอะ ควรลงทุนในประกันภัยและระบบ CCTV สมัยใหม่ สุดท้ายแล้ว ความระแวดระวังคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

ติดตามข่าวอัปเดตคดีนี้และข่าวต่างประเทศอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ของเรา หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะครับ!

ที่มา – ช็อกมาเลเซีย! ตำรวจระดับสูงเอี่ยวปล้นชาวต่างชาติ สูญกว่า 40 ล้านบาท ลักรถหรู-ทองคำเพียบ

ตำรวจคุมตัวสอบเข้ม 4 ชาวต่างชาติ คดีปล้นตู้เซฟ 2 ล้าน

เหตุการณ์สุดอุกอาจที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ในพื้นที่ชลบุรี เมื่อตำรวจคุมตัวสอบเข้ม 4 ชาวต่างชาติ ผู้ต้องสงสัยคดีอุกอาจ ปล้นตู้เซฟหนุ่มอังกฤษ 2 ล้านบาท สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวในย่านพัทยาและบางละมุง วันนี้เราจะมาสรุปความคืบหน้าทั้งหมดให้ฟังแบบละเอียดยิบ เพื่อให้ทุกคนติดตามได้ง่าย

ตำรวจคุมตัวสอบเข้ม 4 ชาวต่างชาติ ผู้ต้องสงสัยคดีอุกอาจ ปล้นตู้เซฟหนุ่มอังกฤษ 2 ล้าน

จากกรณีคนร้าย 3 คนสวมชุดดำ คลุมหน้าไอ้โม่ง บุกเดี่ยวเข้าบ้านของนายเวสลีย์ ไซริล รัสเซลล์ ชายชาวอังกฤษวัย 32 ปี อาชีพเชฟ ที่บ้านพักในตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อคืนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 คนร้ายใช้อาวุธมีดจี้คอทั้งตัวผู้เสียหายและภรรยาชาวไทย ก่อนจะบุกขึ้นชั้น 2 หยิบตู้เซฟในตู้เสื้อผ้า อุ้มตู้หนักอึ้งขึ้นรถกระบะฟอร์ด 4 ประตู สีดำ ขับหลบหนีไป ภายในตู้มีเงินสดกว่า 2 ล้านบาท ที่ผู้เสียหายเพิ่งเบิกมาเพื่อซื้อบ้าน

ภาพเหตุการณ์ปล้นตู้เซฟ

เส้นทางหลบหนีสุดซับซ้อนของกลุ่มคนร้าย

ตำรวจใช้กล้องวงจรปิดติดตามเส้นทางคนร้ายอย่างใกล้ชิด พบว่าคนร้ายใช้รถถึง 3 คันสลับกันเพื่อหลอกล่อเจ้าหน้าที่ เหมือนฉากในหนัง Fast & Furious เลยทีเดียว โดยรถคันแรกคือกระบะฟอร์ดสีดำที่บุกปล้น จากนั้นโยนโทรศัพท์ผู้เสียหายทิ้งใกล้ซอยหนองกระบอก แล้วมุ่งหน้าไปวัดบุญย์กัญจนาราม จอมเทียน

  • รถกระบะฟอร์ด 4 ประตู สีดำ: ใช้บุกบ้านและอุ้มตู้เซฟหนี
  • รถ SUV สีขาว: เปลี่ยนรถที่อพาร์ตเมนต์ซอยบุญย์กัญจนาราม 5 ห่างจากที่เกิดเหตุ 8-9 กม. คาดว่าเปิดตู้เซฟแบ่งเงินที่นี่ เวลา 22.57 น.
  • รถกระบะฟอร์ดอีกคัน: มารับช่วง 23.33 น. ขับไปทางถนนสุขุมวิท มุ่งชลบุรี
ภาพกล้องวงจรปิดรถคนร้าย

ปมสาเหตุ ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายรู้ข้อมูลจากร้านกัญชาในพัทยา และน่าจะเป็นชาวอังกฤษด้วยกัน ทำให้วางแผนมาแบบเป๊ะ ๆ พวกเขายังได้กุญแจตู้เซฟมาด้วย ทำให้เปิดได้ง่าย

การจับกุมผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 ราย

ความคืบหน้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจ สภ.หนองปรือ, สืบสวนภ.2, สืบสวนชลบุรี, ตม.ชลบุรี และตำรวจท่องเที่ยว ร่วมสนธิกำลังจับผู้ต้องสงสัยได้ 4 คน ชาวอังกฤษทั้งหมด 3 ผิวสี 1 ผิวขาว

  • รายแรก: นายคริสโตเฟอร์ อายุ 38 ปี (ผิวสี) จับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะจะบินไปมาเลเซีย
  • ราย 2-3: อยู่ในการควบคุมของ ตม.
  • ราย 4: จับที่โรงแรมอำเภอประโคนชัย บุรีรัมย์

ทั้งหมดถูกนำมาสอบสวนที่ สภ.หนองปรือ แยกกัน พวกเขายังให้การปฏิเสธ อ้างไม่รู้จักกัน แต่หลักฐานกล้อง CCTV ชี้ชัดว่าพวกเขาเปิดตู้เซฟที่อพาร์ตเมนต์ชั้น 6 ซอยวัดบุญย์กัญจนาราม ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับจากศาลพัทยา และรอ พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 แถลง

ภาพผู้ต้องสงสัย

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของตำรวจไทยในการสืบสวนอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างพัทยา ที่มักมีชาวต่างชาติก่อเหตุ ประชาชนควรระมัดระวังการเก็บเงินสดจำนวนมาก และติดตั้งกล้อง CCTV เพิ่มเติม หากมีเบาะแสเพิ่มเติม สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สภ.หนองปรือ เพื่อช่วยปราบปรามอาชญากร

ติดตามข่าวอาชญากรรมและความคืบหน้าคดีนี้ได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมแชร์เพื่อเตือนภัย!

ที่มา – ตำรวจคุมตัวสอบเข้ม 4 ชาวต่างชาติ ผู้ต้องสงสัยคดีอุกอาจ ปล้นตู้เซฟหนุ่มอังกฤษ 2 ล้าน

ต่างชาติลอบเปิดบ่อนโป๊กเกอร์ วิลล่าหรูภูเก็ต จ่าย 2 หมื่น

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวร้อนจากเกาะภูเก็ตที่ทำให้หลายคนอึ้งไปตามๆ กัน นั่นคือกรณีต่างชาติลอบเปิดบ่อนโป๊กเกอร์ วิลล่าหรูภูเก็ต โดยมีการคัดเลือกผู้เล่นอย่างเข้มงวด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 20,000 บาทต่อครั้ง! เรื่องนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งปกติเราคิดถึงแต่ความสวยงามของหาดทรายและวิลล่าหรู แต่กลับซ่อนกิจกรรมผิดกฎหมายเอาไว้แบบนี้

ต่างชาติลอบเปิดบ่อนโป๊กเกอร์ วิลล่าหรูภูเก็ต

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.สุระศักดิ์ ใจดี ผู้กำกับการ สภ.ฉลอง ได้นำทีมบุกจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติจำนวน 9 ราย หลังจากสืบสวนทราบว่ามีกลุ่มต่างชาติโฆษณาชักชวนเล่นไพ่โป๊กเกอร์ผ่านแอปพลิเคชัน Instagram ชื่อบัญชี Poker Level โดยใช้ภาษารัสเซียเป็นหลัก การโฆษณานี้ชี้เป้าพื้นที่ในต.ราไวย์ ผู้ที่สนใจต้องสมัครผ่านลิงก์เพื่อไปต่อยัง WhatsApp โดยรับเฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น

ขั้นตอนการสมัครและชำระเงินของบ่อนเถื่อน

น่าสนใจคือ การชำระเงินสำหรับต่างชาติลอบเปิดบ่อนโป๊กเกอร์ วิลล่าหรูภูเก็ตนี้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสมัคร 20,000 บาทต่อครั้งหนึ่ง โดยรับทั้งเงินคริปโตเคอร์เรนซีและเงินสดบาทไทยเท่านั้น พวกเขาจัดเล่นกันภายในวิลล่าหรูที่หรูหรา ไฟสว่างไสว เห็นผู้คนและอุปกรณ์ชัดเจน ชุดสืบสวน สภ.ฉลองจึงวางแผนเฝ้าดูตั้งแต่ค่ำวันที่ 11 ก.พ. ก่อนบุกจับกุมในที่สุด

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วย ชาวรัสเซีย 7 คน ชาวยูเครน 1 คน และชาวคาซัคสถาน 1 คน ของกลางที่ยึดได้มีมากมาย เช่น เงินสด โต๊ะพนัน ไพ่ ชิปแทนมูลค่าเงิน นอกจากนี้ยังตรวจยึดอุปกรณ์ดิจิทัลอย่างโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อไป

  • ผู้ต้องหา: รัสเซีย 7, ยูเครน 1, คาซัคสถาน 1
  • ของกลางหลัก: เงินสด, โต๊ะพนัน, ไพ่โป๊กเกอร์, ชิปพนัน, โทรศัพท์, คอมพิวเตอร์
  • ข้อกล่าวหา: จัดให้เล่นพนันไพ่โป๊กเกอร์เอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมเล่นพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478

เหตุการณ์ต่างชาติลอบเปิดบ่อนโป๊กเกอร์ วิลล่าหรูภูเก็ตนี้ สะท้อนปัญหาการพนันเถื่อนที่แฝงตัวในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่ภูเก็ตกลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวรัสเซียและยุโรปตะวันออกจำนวนมาก วิลล่าหรูเหล่านี้มักเช่าจากเจ้าของไทย แล้วนำมาใช้เป็นที่ตั้งบ่อน โดยใช้โซเชียลมีเดียและแอปแชทในการติดต่อ ลดความเสี่ยงจากการถูกจับตามอง

การใช้คริปโตเคอร์เรนซีในการจ่ายเงินยังทำให้การติดตามธุรกรรมยากขึ้น ตำรวจภูเก็ตภายใต้ พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการสืบสวนทางไซเบอร์ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ผิดกฎหมาย แต่ยังอาจนำมาซึ่งอาชญากรรมอื่นๆ เช่น ฟอกเงิน หรือแม้กระทั่งการค้ามนุษย์ได้

ในมุมมองของผม การจับกุมครั้งนี้เป็นสัญญาณดีที่แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ไทยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เราทุกคนก็มีส่วนร่วมได้ หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย เช่น การรวมตัวของชาวต่างชาติในวิลล่าหรูตอนดึก หรือการโอนเงินจำนวนมาก อย่าลังเลที่จะแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 191 หรือ สภ.ท้องถิ่น

สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าภูเก็ตเป็นสมบัติของเราทุกคน ช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อย สนุกกับการท่องเที่ยวอย่างถูกกฎหมายดีกว่า ถ้าชอบข่าวแบบนี้ กดไลค์ แชร์ และติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข่าวอาชญากรรมและท่องเที่ยวภูเก็ตเพิ่มเติมนะครับ!

ที่มา – ต่างชาติลอบเปิดบ่อนโป๊กเกอร์ ในวิลล่าหรูที่ภูเก็ต คัดคนเข้าเล่น จ่ายครั้งละ 2 หมื่น

Scroll to top