ชาวยิว

สส.สหรัฐฯ โดนชาวอิสราเอลติดอาวุธคุมตัวนาน 90 นาทีในเวสต์แบงก์

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวที่น่าตกใจจากตะวันออกกลาง เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ อย่าง นายโร คันนา ต้องมาเผชิญเหตุการณ์ระทึกขวัญโดยตรง เหตุการณ์ สส.สหรัฐฯ โดนชาวอิสราเอลติดอาวุธคุมตัวนาน 90 นาทีในเวสต์แบงก์ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมักมีความตึงเครียดสูงอยู่แล้ว แต่การที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสหรัฐฯ ถูกคุกคามในลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติอย่างมาก

วิเคราะห์เหตุการณ์ สส.สหรัฐฯ โดนชาวอิสราเอลติดอาวุธคุมตัวนาน 90 นาทีในเวสต์แบงก์

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนายโร คันนา เดินทางไปยังหมู่บ้านเคอร์เบ็ต ซานูตา เพื่อสำรวจผลกระทบจากการขยายตัวของนิคมผู้ตั้งถิ่นฐาน แต่ในระหว่างที่เขากำลังทำภารกิจอยู่นั้น กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลที่พกอาวุธครบมือ โดยเฉพาะปืนไรเฟิล M4 ได้เข้ามาปิดกั้นเส้นทางและกักตัวเขาและทีมงานไว้จนถึงกับต้องมีการประสานงานกับสถานทูตสหรัฐฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ การกระทำนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของสถานการณ์ในเขตยึดครองที่แม้แต่คนใกล้ชิดพันธมิตรเบอร์หนึ่งอย่างสหรัฐฯ ก็ยังไม่เว้น

ทำไมเรื่อง สส.สหรัฐฯ โดนชาวอิสราเอลติดอาวุธคุมตัวนาน 90 นาทีในเวสต์แบงก์ ถึงสำคัญ?

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราวของบุคคลระดับสส. แต่มันคือภาพสะท้อนของปัญหาที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน:

  • การขยายตัวของนิคม: ปัจจุบันมีผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลในเวสต์แบงก์กว่า 700,000 คน ซึ่งกฎหมายระหว่างประเทศมองว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
  • อิทธิพลของกลุ่มอาวุธ: การที่ผู้ตั้งถิ่นฐานสามารถใช้อาวุธสงครามเข้าล้อมรถยนต์ของนักการเมืองต่างชาติ แสดงให้เห็นถึงการใช้อำนาจที่เหนือกว่ากฎหมายในพื้นที่นี้
  • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: คำให้สัมภาษณ์ของนายคันนาที่ระบุว่ากองทัพอิสราเอลดูเหมือนจะยืนข้างผู้ตั้งถิ่นฐานมากกว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลอิสราเอล

จากคำบอกเล่าของนายคันนา เขาตั้งใจมาเพื่อดูความจริงเกี่ยวกับความเสียหายของโรงเรียนและบ้านเรือนในพื้นที่ ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อมนุษยธรรม แต่กลับจบลงด้วยการถูกข่มขู่ด้วยอาวุธที่ผลิตจากอเมริกาเอง สิ่งนี้ชวนให้เราตั้งคำถามว่า นานาชาติจะสามารถเข้าไปหยุดยั้งความรุนแรงของกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานเหล่านี้ได้อย่างไรในเมื่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ดูเหมือนจะไม่อยู่ในจุดที่คอยควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นธรรม

ท้ายที่สุด การที่ สส.สหรัฐฯ โดนชาวอิสราเอลติดอาวุธคุมตัวนาน 90 นาทีในเวสต์แบงก์ กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ทำให้ทั่วโลกได้เห็น ‘อีกด้าน’ ของเขตเวสต์แบงก์ที่ตึงเครียดขึ้นทุกวัน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้อาจต้องอาศัยมากกว่าแค่การพูดคุย หากไม่มีมาตรการจริงจังในการควบคุมอาวุธและนิคมที่ผิดกฎหมาย เหตุการณ์ประเภทนี้อาจเกิดขึ้นซ้ำรอยกับบุคคลอื่นอีกในอนาคต เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะยื่นมือเข้ามาจัดการกับประเด็นนี้อย่างไรให้มีความยุติธรรมและเด็ดขาดที่สุด

ที่มา – สส.สหรัฐฯ โดนชาวอิสราเอลติดอาวุธคุมตัวนาน 90 นาทีในเวสต์แบงก์

ชาวยิว 2 คน ถูกแทงบาดเจ็บในลอนดอน สาเหตุจากความเกลียดชัง

ชาวยิว 2 คน ถูกแทงบาดเจ็บในลอนดอน สาเหตุจากความเกลียดชัง กลายเป็นข่าวร้ายที่สะเทือนใจสังคมอังกฤษ เมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรงในย่านโกลเดอร์ส กรีน ชุมชนชาวยิวอันสงบสุขทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความบอบช้ำให้ครอบครัวผู้บาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังจุดประกายความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมจากความเกลียดชังในยุโรป

ชาวยิว 2 คน ถูกแทงบาดเจ็บในลอนดอน สาเหตุจากความเกลียดชัง

เมื่อวันพุธที่ 29 เมษายน 2569 ชายต้องสงสัยคนหนึ่งบุกไล่แทงผู้คนในย่านโกลเดอร์ส กรีน โดยมุ่งเป้าไปที่ชาวยิวโดยตรง สร้างความเสียหายให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ซึ่งกำลังรับการรักษาตัวในโรงพยาบาล กลุ่มอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยชาวยิว “โชมริม” (Shomrim) สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทัน ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงและจับกุม

สาเหตุและแรงจูงใจเบื้องหลัง

เจ้าหน้าที่คาดว่า ชาวยิว 2 คน ถูกแทงบาดเจ็บในลอนดอน สาเหตุจากความเกลียดชัง โดยเฉพาะ antisemitism ที่กำลังรุนแรงขึ้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสโจมตีต่อชุมชนยิวหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น การลอบวางเพลิงสถานที่สำคัญ การเผารถพยาบาล และความพยายามเผาโบสถ์ยิว

  • เหตุไล่แทงที่โบสถ์ยิวในแมนเชสเตอร์ เมื่อ 2 ตุลาคมปีก่อน ทำให้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 3 ราย
  • การจับกุมผู้ต้องสงสัยกว่า 20 รายในเดือนที่ผ่านมา จากคดีโจมตีสถานที่ยิว
  • ความเชื่อมโยงที่สืบสวนกับอิหร่าน ซึ่งอาจใช้กลุ่มอาชญากรท้องถิ่นเป็นตัวแทน

กลุ่มฝักใฝ่อิหร่าน “Harakat Ashab al-Yamin al-Islamiyya” อ้างความรับผิดชอบบางเหตุการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ขณะที่อังกฤษเรียกตัวเอกอัครราชทูตอิหร่านมาประท้วงข้อความยั่วยุจากสถานทูต

การตอบสนองจากผู้นำและเจ้าหน้าที่

นายซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีลอนดอน ประณามเหตุการณ์อย่างรุนแรงผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “เกิดการโจมตีที่น่าหวาดกลัวต่อชาวลอนดอนเชื้อสายยิว 2 รายในย่านโกลเดอร์ส กรีน ชุมชนชาวยิวตกเป็นเป้าอย่างต่อเนื่อง สังคมต้องไม่มีที่ยืนให้ความเกลียดชัง” เขายังขอบคุณหน่วยฉุกเฉินและอาสาสมัครที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนปัญหาความเกลียดชังที่เพิ่มสูงในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ตำรวจลอนดอนเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยรอบชุมชนยิว และสืบสวนความเชื่อมโยงข้ามชาติอย่างละเอียด

ผลกระทบต่อชุมชนและสังคม

ชุมชนชาวยิวในลอนดอนรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้น หลังจากเผชิญโจมตีซ้ำซาก องค์กรสิทธิพลเมืองเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายเข้มงวดต่ออาชญากรรมจากความเกลียดชัง นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มขึ้นของการคุกคามออนไลน์และออฟไลน์ต่อชาวยิวทั่วสหราชอาณาจักร

ในมุมกว้าง ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ของอังกฤษ แต่เป็นกระแสโลกที่ antisemitism กำลังฟื้นตัว สังคมต้องร่วมมือกันต่อต้าน ผ่านการศึกษา ส่งเสริมความเข้าใจ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด

เหตุการณ์ ชาวยิว 2 คน ถูกแทงบาดเจ็บในลอนดอน สาเหตุจากความเกลียดชัง เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความเกลียดชังนำมาซึ่งความรุนแรงเสมอ สังคมที่รวมกันได้จะแข็งแกร่งกว่า หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศและประเด็นสังคม ลองติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดและมุมมองเชิงลึก

ที่มา – ชาวยิว 2 คน ถูกแทงบาดเจ็บในลอนดอน สาเหตุจากความเกลียดชัง

อังกฤษเร่งสืบ มือมืดจุดไฟเผารถพยาบาลอาสาชาวยิววอด 4 คัน

อังกฤษเร่งสืบ มือมืดจุดไฟเผารถพยาบาลอาสาชาวยิววอด 4 คัน เหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นในกรุงลอนดอน เมื่อกลุ่มคนร้ายลอบวางเพลิงรถพยาบาลขององค์กรอาสาสมัครชาวยิว ทำให้รถเสียหายหนักถึง 4 คัน ตำรวจเชื่อว่านี่คืออาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังต่อชาวยิว ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ในสหราชอาณาจักรช่วงนี้

อังกฤษเร่งสืบ มือมืดจุดไฟเผารถพยาบาลอาสาชาวยิววอด 4 คัน

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 สำนักงานตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน (Metropolitan Police) ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ร้ายแรงนี้ โดยระบุว่าคนร้ายบุกจุดไฟเผารถพยาบาลขององค์กร “ฮัตโซลา” (Hatzola) ในย่านโกลเดอร์ส กรีน (Golders Green) ซึ่งเป็นชุมชนชาวยิวขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของลอนดอน เหตุเกิดช่วงเช้ามืดวันจันทร์ ทำให้เกิดการระเบิดหลายครั้งจากถังก๊าซภายในรถ สร้างความเสียหายอย่างหนัก

เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนคดีนี้ในฐานะ “อาชญากรรมจากความเกลียดชัง” (hate crime) โดยมีหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายเข้าร่วมด้วย แม้ยังไม่ประกาศว่าเป็นเหตุก่อการร้าย แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นผู้ต้องสงสัย 3 ราย สวมชุดสีดำ กำลังวางเพลิง นายลุค วิลเลียมส์ สารวัตรสืบสวน ระบุว่าทีมกำลังตรวจสอบคำกล่าวอ้างจากกลุ่มออนไลน์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ชื่อ “ฮาราคัต อาชาบ อัล-ยามิน อัล-อิสลามิยา” ซึ่งโพสต์รับผิดชอบผ่าน Telegram แต่ยังไม่ยืนยันความจริง

องค์กรฮัตโซลาคืออะไร?

ฮัตโซลาเป็นองค์กรอาสาสมัครชาวยิวขนาดใหญ่ ไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บริการฉุกเฉินทางการแพทย์และขนส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลฟรี โดยอาสาสมัครส่วนใหญ่เป็นชาวยิวที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างมืออาชีพ องค์กรนี้มีบทบาทสำคัญในชุมชน โดยเฉพาะในย่านโกลเดอร์ส กรีนที่เต็มไปด้วยชาวยิวออร์โธดอกซ์ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำลายทรัพย์สิน แต่ยังกระทบต่อการช่วยชีวิตผู้คนในชุมชน

การสืบสวนและสถานการณ์ความเกลียดชังในอังกฤษ

ปัจจุบัน ตำรวจยังไม่จับกุมใคร แต่กำลังเร่งตรวจสอบหลักฐาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชาบานา มาห์มูด ได้กล่าวต่อสภาสามัญชนว่า “เรายืนหยัดเคียงข้างชุมชนชาวยิว และจะกวาดล้างการเหยียดเชื้อชาติให้สิ้นซาก” สถิติล่าสุดแสดงให้เห็นว่าคดีอาชญากรรมจากความเกลียดชังต่อชาวยิวในอังกฤษพุ่งสูงขึ้นกว่า 300% ตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2566

  • ผู้ต้องสงสัย: 3 ราย สวมชุดดำ ปรากฏในกล้อง CCTV
  • คำกล่าวอ้าง: จากกลุ่มฮาราคัต อาชาบ อัล-ยามิน อัล-อิสลามิยา เชื่อมโยงอิหร่าน
  • ผลกระทบ: รถพยาบาลวอด 4 คัน ระเบิดจากถังก๊าซ
  • การตอบสนอง: ตำรวจและหน่วยต่อต้านก่อการร้ายสืบสวน รัฐมนตรีเรียกร้องข้อมูลจากประชาชน

เหตุการณ์อังกฤษเร่งสืบ มือมืดจุดไฟเผารถพยาบาลอาสาชาวยิววอด 4 คัน สะท้อนปัญหาความเกลียดชังที่ลุกลามในสังคมตะวันตก โดยเฉพาะในลอนดอนที่เป็นศูนย์กลางชาวยิวจำนวนมาก การโจมตีองค์กรการกุศลเช่นนี้ไม่เพียงสร้างความหวาดกลัว แต่ยังบ่อนทำลายความสามัคคีในสังคม นักวิเคราะห์ชี้ว่าความตึงเครียดจากสงครามอิสราเอล-ฮามาสเป็นตัวกระตุ้นหลัก ทำให้เกิดคดีคล้ายๆ กันเพิ่มขึ้น เช่น การวางเพลิงศาลเจ้าและร้านค้าในย่านชาวยิว

เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงในอนาคต รัฐบาลอังกฤษควรเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยรอบชุมชนชาวยิว และส่งเสริมการศึกษาเรื่องการต่อต้านความเกลียดชังในโรงเรียน หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ โปรดแจ้งตำรวจนครบาลลอนดอนทันที เพื่อช่วยให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น

เหตุการณ์นี้เตือนใจเราว่า ความเกลียดชังไม่มีที่ยืนในสังคมสมัยใหม่ ทุกคนสมควรได้รับการปกป้องโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติหรือศาสนา

ที่มา – อังกฤษเร่งสืบ มือมืดจุดไฟเผารถพยาบาลอาสาชาวยิววอด 4 คัน

มือปืนยิงหาดบอนได ได้แรงบันดาลใจจากไอซิส

ตำรวจออสเตรเลียเปิดเผยว่า เหตุการณ์มือปืนยิงหาดบอนได มีแรงจูงใจจากกลุ่มไอซิส โดยผู้ก่อเหตุเดินทางไปฟิลิปปินส์ก่อนลงมือ

เมื่อวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2568 ตำรวจออสเตรเลียได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์กราดยิงที่หาดบอนไดอันน่าสลดใจ โดยระบุว่ามือปืนสองคนที่ก่อเหตุในเทศกาลฮานุกกะห์ที่หาดบอนได นครซิดนีย์ ซึ่งคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปถึง 15 รายนั้น ได้เดินทางไปยังประเทศฟิลิปปินส์ก่อนที่จะกลับมาก่อเหตุร้ายดังกล่าว และจากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า การกระทำของพวกเขามีแนวโน้มว่าจะได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส

เหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นับเป็นเหตุกราดยิงที่ร้ายแรงที่สุดในออสเตรเลียในรอบเกือบ 30 ปี และขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนอย่างละเอียดในฐานะคดีก่อการร้ายที่มีเป้าหมายไปยังชุมชนชาวยิว

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อันน่าเศร้านี้ยังคงอยู่ที่ 15 ราย นอกเหนือจากมือปืนหนึ่งในสองคนที่ถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ ตำรวจได้ระบุชื่อของเขาคือ ซาจิด อัคราม วัย 50 ปี ส่วนลูกชายวัย 24 ปีของเขา นาวีด ซึ่งร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและกำลังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

ตำรวจยังเปิดเผยอีกว่า พ่อลูกอัครามได้เดินทางไปยังประเทศฟิลิปปินส์ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนวัตถุประสงค์ของการเดินทางครั้งนี้อย่างละเอียด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของฟิลิปปินส์ให้ข้อมูลว่า ทั้งสองคนได้เดินทางไปยังกรุงมะนิลา และเดินทางต่อไปยังเมืองดาเวาทางตอนใต้ของประเทศเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน และเดินทางออกจากประเทศเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะเกิดเหตุกราดยิงที่หาดบอนได

เจ้าหน้าที่ยังระบุเพิ่มเติมว่า ผู้เป็นพ่อเดินทางโดยใช้หนังสือเดินทางอินเดีย ในขณะที่ลูกชายใช้หนังสือเดินทางออสเตรเลีย และเสริมว่ายังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าพวกเขามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายใดๆ หรือได้รับการฝึกฝนในประเทศฟิลิปปินส์หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า เครือข่ายที่เชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามมีการเคลื่อนไหวในประเทศฟิลิปปินส์ และมีอิทธิพลในบางพื้นที่ของเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของประเทศ ถึงแม้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เครือข่ายเหล่านี้จะมีขนาดเล็กลงไปมากแล้วก็ตาม

คริสซี บาร์เร็ตต์ ผู้บัญชาการตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย กล่าวในการแถลงข่าวว่า ข้อบ่งชี้เบื้องต้นชี้ไปที่การโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มรัฐอิสลาม และย้ำว่า นี่คือการกระทำของผู้ที่เข้าร่วมกับองค์กรก่อการร้าย ไม่ใช่การกระทำที่เกี่ยวข้องกับศาสนาใดศาสนาหนึ่ง

ตำรวจยังกล่าวอีกว่า ในรถยนต์ที่จดทะเบียนในชื่อของ นาวีด อัคราม พบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง (IEDs) และธงทำมือ 2 ผืนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มไอซิส ซึ่งในขณะนี้ทางการกำลังพยายามรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจว่าเขาเข้าสู่เส้นทางแห่งความรุนแรงได้อย่างไร

มือปืนยิงหาดบอนได แรงบันดาลใจจากไอซิส

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ มือปืนยิงหาดบอนได ทำให้เห็นถึงภัยคุกคามจากการก่อการร้ายที่ยังคงมีอยู่ และความสำคัญของการเฝ้าระวังและการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านภัยคุกคามนี้

มือปืนยิงหาดบอนได กับการเดินทางไปฟิลิปปินส์

การเดินทางไปยังฟิลิปปินส์ของผู้ก่อเหตุ มือปืนยิงหาดบอนได ก่อนเกิดเหตุ ทำให้เกิดคำถามมากมายถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการเดินทางครั้งนี้ และความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาค

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและภัยคุกคามของการก่อการร้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มสุดโต่ง ซึ่งต้องการการตอบสนองที่รวดเร็ว เด็ดขาด และมีประสิทธิภาพจากทุกภาคส่วน

ที่มา – มือปืนยิงหาดบอนได ได้แรงบันดาลใจจากไอซิส ไปฟิลิปปินส์ก่อนลงมือ

Scroll to top