ชิงทรัพย์ร้านทอง

ผบ.ตร.สั่งขยายผลคดีเด็ก 15 ชิงทองหาดใหญ่

ผบ.ตร.สั่งขยายผลคดีเด็ก 15 ชิงทองหาดใหญ่ เตือนราคาทองพุ่ง เสี่ยงคดีชิงทรัพย์เพิ่มขึ้น ล่าสุด พล.ต.อ.กิติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าของคดีสุดสะเทือนขวัญ ที่มีเยาวชนวัยเพียง 15 ปีบุกชิงทองหนัก 33 บาท จากร้านทองในห้างดังย่านหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่กังวลว่าอาจก่อให้เกิดคดีอาชญากรรมลักษณะนี้เพิ่มมากขึ้น

ผบ.ตร.สั่งขยายผลคดีเด็ก 15 ชิงทองหาดใหญ่ เตือนราคาทองพุ่ง เสี่ยงคดีชิงทรัพย์เพิ่มขึ้น

จากข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร.กิติ์รัฐ ได้อัปเดตสถานการณ์ โดยระบุว่าตำรวจกำลังเร่งขยายผลคดี เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ใดให้การช่วยเหลือหรือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ แม้ผู้ก่อเหตุจะอ้างว่าทำคนเดียว แต่การหลบหนีจากสงขลาไปไกลถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจมีผู้สนับสนุน โดยเฉพาะเพื่อนฝูงหรือผู้ยุยง แต่เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานชัดเจน ผู้ต้องหาอ้างเพียงว่ามีเพื่อนอยู่ที่นั่นเท่านั้น

ทองของกลางขาดหาย 3 บาท สอบปลายทางทันที

สำหรับทองคำของกลาง ตำรวจยึดคืนได้ 30 บาท จากทั้งหมด 33 บาท ส่วนที่เหลือ 3 บาท เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนว่าผู้ก่อเหตุนำไปขายหรือใช้ประโยชน์อย่างไร รวมถึงปลายทางของทองทั้งหมดว่าจะถูกนำไปที่ใด หลังจากนี้ ผู้ต้องหาจะถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่จังหวัดสงขลาต่อไป คดีนี้สะท้อนปัญหาเยาวชนที่กล้าลงมือกับเป้าหมายมูลค่าสูง โดยไม่กลัวผลทางกฎหมาย

ผบ.ตร.ยังได้เตือนประชาชนและผู้ประกอบการร้านทองให้เพิ่มความระวัง เนื่องจากราคาทองที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้เกิดแรงจูงใจในการก่อเหตุชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์มากขึ้น ตำรวจได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและตรวจตราในพื้นที่เสี่ยง แต่ยืนยันว่าการแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย

มาตรการป้องกันร้านทองและบทบาทประกันภัย

ผบ.ตร.ชี้ว่าผู้ประกอบการร้านทองต้องเสริมระบบรักษาความปลอดภัย เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่ม กระจกกันกระสุน และระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน รวมถึงควบคุมการเข้าถึงพนักงานและทรัพย์สินให้เข้มงวดยิ่งขึ้น สำหรับประชาชนที่สวมใส่เครื่องประดับทองคำ ก็ควรหลีกเลี่ยงการโชว์ในที่สาธารณะ นอกจากนี้ ยังมีการหารือกับบริษัทประกันภัย โดยพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. จะประชุมร่วมกับสำนักงาน คปภ. ในวันที่ 10 ก.พ. เพื่อกำหนดเงื่อนไขประกันที่กระตุ้นให้ร้านทองติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันมากขึ้น

  • เพิ่มการตรวจตราในพื้นที่ร้านทองหนาแน่น
  • ร้านทองควรใช้ตู้นิรภัยสองชั้น
  • ประชาชนหลีกเลี่ยงการถือทองจำนวนมาก
  • ผู้ปกครองอบรมลูกหลานเรื่องกฎหมาย
  • ประกันภัยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย

ปัญหาเยาวชนก่ออาชญากรรมเพิ่ม สาเหตุจากครอบครัวและสังคม

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือจำนวนผู้ก่อเหตุที่เป็นเยาวชนมีแนวโน้มสูงขึ้น ผบ.ตร.แนะนำให้แก้ไขตั้งแต่ระดับครอบครัว โดยผู้ปกครองต้องปลูกฝังทัศนคติที่ดีและความรู้เรื่องกฎหมายให้บุตรหลาน ตำรวจเองก็จะใช้กำลังตำรวจมวลชนเข้าไปใกล้ชิดชุมชน ร่วมกับโรงเรียนและสถาบันการศึกษาในการให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในสังคมและเคารพกฎหมาย สถิติล่าสุดแสดงให้เห็นว่าคดีชิงทองในปีนี้เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน สอดคล้องกับราคาทองที่ทะยานสู่ 40,000 บาทต่อบาททองคำ

คดีผบ.ตร.สั่งขยายผลคดีเด็ก 15 ชิงทองหาดใหญ่ เตือนราคาทองพุ่ง เสี่ยงคดีชิงทรัพย์เพิ่มขึ้นนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าสังคมไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและปัญหาวัยรุ่น สิ่งสำคัญคือทุกคนต้องตื่นตัวและร่วมมือกันป้องกัน

คุณเห็นด้วยกับมาตรการที่ผบ.ตร.เสนอหรือไม่? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ รับทราบ!

ที่มา – ผบ.ตร.สั่งขยายผลคดีเด็ก 15 ชิงทองหาดใหญ่ เตือนราคาทองพุ่ง เสี่ยงคดีชิงทรัพย์เพิ่มขึ้น

กองปราบตามยึดทองของกลาง หลังเยาวชน 15 ปีสารภาพ

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวเด็ดจากวงการตำรวจที่กำลังเป็นกระแส กองปราบตามยึดทองของกลาง หลังเยาวชนวัย 15 ปี สารภาพฝากเพื่อนไว้ก่อนหนี กันอย่างกว้างขวาง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเด็กหนุ่มวัยเพียง 15 ปี บุกชิงทองในร้านทองชื่อดังกลางห้างสรรพสินค้าที่หาดใหญ่ จ.สงขลา สร้างความตกใจให้กับชาวเมืองใต้ไม่น้อย

กองปราบตามยึดทองของกลาง หลังเยาวชนวัย 15 ปี สารภาพฝากเพื่อนไว้ก่อนหนี

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ ตรงข้ามมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยได้ทองคำน้ำหนักรวมกว่า 33 บาท ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตำรวจกองปราบปรามจึงเร่งติดตามตัวผู้ต้องหา

ด้วยความสามารถของเจ้าหน้าที่ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป. นำทีมบุกจับกุมนายอั๋น (นามสมมุติ) วัย 15 ปี ชาว จ.สงขลา ได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารอุบลราชธานี

เยาวชนวัย 15 ปี สารภาพฝากทองไว้กับเพื่อน

หลังจากถูกจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทันทีว่า ได้ฝากสร้อยคอทองคำและกำไลทองคำไว้กับเพื่อนวัย 15 ปี ก่อนจะหนีขึ้นรถโดยสารลงใต้ไปยังอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่กองปราบปรามจึงไม่รอช้า เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป. สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.6 บก.ป. เดินทางไปยึดทองของกลางดังกล่าวคืนมา

ทองที่ยึดได้มีจำนวนประมาณ 30 เส้น ประกอบด้วยสร้อยคอทองคำและกำไลข้อมือทองคำ ซึ่งตรงกับของที่ถูกชิงไปเกือบทั้งหมด ชาวเน็ตต่างชื่นชมความรวดเร็วของตำรวจกองปราบที่สามารถตามทองของกลางกลับมาได้อย่างสมบูรณ์

ลำดับเหตุการณ์สำคัญในคดีนี้

  • 3 ก.พ. 2567: เกิดเหตุชิงทรัพย์ร้านทองหาดใหญ่ ได้ทอง 33 บาท
  • ช่วงดึก: ผู้ต้องหาฝากทองไว้กับเพื่อน แล้วหนีไปอุบลราชธานี
  • 4 ก.พ. 2567: ตำรวจกองปราบบุกจับผู้ต้องหาที่สถานีขนส่งอุบลราชธานี
  • 19.30 น. วันเดียวกัน: ยึดทองของกลางจากเพื่อนผู้ต้องหาได้ 30 เส้น

คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานแบบบูรณาการของตำรวจกองปราบปราม ที่สามารถสืบสวนและติดตามของกลางได้อย่างฉับไว แม้ผู้ต้องหาจะเป็นเยาวชนวัยเพียง 15 ปี แต่ก็ไม่ละเลย เพราะทองของกลางมีมูลค่าหลายล้านบาท

ปัญหาเยาวชนก่ออาชญากรรมในปัจจุบัน

เหตุการณ์ กองปราบตามยึดทองของกลาง หลังเยาวชนวัย 15 ปี สารภาพฝากเพื่อนไว้ก่อนหนี ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงปัญหาเยาวชนที่หันไปก่ออาชญากรรม สาเหตุมาจากอะไร? อาจเป็นปัญหาครอบครัว เศรษฐกิจ หรืออิทธิพลจากโซเชียลมีเดีย จากสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนเพิ่มขึ้น 20% ในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะคดีชิงทรัพย์ร้านทองในภาคใต้

ร้านทองทั่วประเทศต่างเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น กล้องวงจรปิด กระจกนิรภัย และปุ่มฉุกเฉิน เพื่อป้องกันเหตุแบบนี้ นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีโครงการป้องกันเยาวชน เช่น ค่ายเยาวชนดีเด่น หรือให้คำปรึกษาครอบครัว

สำหรับคดีนี้ ความคืบหน้าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในอนาคต โดยผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน

ในมุมมองของผม คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าตำรวจไทยมีศักยภาพสูง หากปัญหาเยาวชนไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่ต้นตอ อาจเกิดเหตุซ้ำรอยได้ คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? เชิญแสดงความคิดเห็นด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยกันนะครับ! ติดตามข่าวอาชญากรรมและเคล็ดลับป้องกันตัวได้ที่บล็อกของเรา

ที่มา – กองปราบตามยึดทองของกลาง หลังเยาวชนวัย 15 ปี สารภาพฝากเพื่อนไว้ก่อนหนี

จับแล้วโจรชิงทองหาดใหญ่ เยาวชน 15 ปี

ข่าวด่วนที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียล! จับแล้วโจรชิงทองหาดใหญ่ เยาวชน 15 ปี หลังจากก่อเหตุสุดตึงเครียดในห้างดังที่หาดใหญ่ เพียงวันเดียว ตำรวจกองปราบปรามก็ไล่ล่าจับกุมได้ทันควัน สร้างความฮือฮาให้ชาวเน็ตจำนวนมาก วันนี้เราจะมาสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังแบบละเอียดยิบ พร้อมวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้เยาวชนรายนี้กล้าก่ออาชญากรรมใหญ่โตขนาดนี้

จับแล้วโจรชิงทองหาดใหญ่ เยาวชน 15 ปี

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ชายหนุ่มรายหนึ่งบุกเดี่ยวเข้าไปชิงทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ทองคำหนักรวมกว่า 33 บาท ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าของร้านและพนักงานแตกตื่น สร้างความเสียหายจำนวนมาก

รายละเอียดการก่อเหตุชิงทองหาดใหญ่

  • เวลาเกิดเหตุ: ช่วงเย็นวันที่ 3 ก.พ. 2569
  • สถานที่: ร้านทรัพย์สินค้าชื่อดัง หาดใหญ่ สงขลา
  • ทรัพย์สินที่ชิง: ทองคำ 33 บาท
  • ผู้ก่อเหตุ: เดี่ยว ไม่มีพวกพ้องร่วม

ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัยได้ชัดเจน สวมเสื้อผ้าธรรมดาแต่แววตาไม่ธรรมดา ชิงทองแล้วหนีไปฝากไว้กับเพื่อนสนิทใน จ.สงขลา ก่อนรีบขึ้นเครื่องบินจากสนามบินหาดใหญ่ตรงดิ่งมาดอนเมือง กรุงเทพฯ จากนั้นนั่งรถทัวร์จากสถานีขนส่งหมอชิต มุ่งหน้าสู่ จ.อุบลราชธานี แผนการหนีสุดฉลาดแต่ไม่รอด!

ขั้นตอนการจับกุมโจรชิงทองหาดใหญ่

ความคืบหน้าที่สุดว้าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.45 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ทีมกองปราบนำโดย พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., และ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป. ประสานงานไล่ล่าจนเจอตัว นายอั๊น (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ชาว จ.สงขลา ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารอุบลราชธานี

หลักฐานแน่นปึ้ก ทั้งภาพ CCTV พยานบุคคล และร่องรอยการเดินทาง เมื่อตำรวจนายนี้เห็นเจ้าหน้าที่เดินเข้าไป ก็ตกใจสุดขีด พยายามวิ่งหนี แต่ถูกชาร์จตัวได้ทันที จากนั้นให้การรับสารภาพทันควัน ยอมรับว่าทองของกลางยังฝากไว้กับเพื่อนที่สงขลา เบื้องต้นถูกนำตัวไปสอบสวนที่ตำรวจทางหลวงอุบลราชธานีต่อไป

วิเคราะห์สาเหตุ จับแล้วโจรชิงทองหาดใหญ่ เยาวชน 15 ปี

กรณีนี้ชี้ให้เห็นปัญหาเยาวชนก่ออาชญากรรมที่รุนแรงขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างหาดใหญ่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวใหญ่ อายุแค่นี้แต่กล้าทำเรื่องใหญ่ อาจมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น อิทธิพลเพื่อนฝูง, ปัญหาครอบครัว, หรือขาดการควบคุมจากผู้ปกครอง แม้จะเป็นเยาวชนตามกฎหมาย แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นมหาศาล ต้องมีบทลงโทษที่เหมาะสมเพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง

สิ่งที่น่าประทับใจคือความรวดเร็วของตำรวจกองปราบ ที่ใช้เทคโนโลยีและการประสานงานข้ามจังหวัด จับแล้วโจรชิงทองหาดใหญ่ เยาวชน 15 ปี ได้ภายใน 24 ชั่วโมง แสดงถึงประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ไทยที่ไม่ยอมให้อาชญากรลอยนวล

สำหรับพี่น้องประชาชน คำแนะนำคือร้านทองควรติดตั้งกล้อง CCTV คุณภาพสูง ระบบรักษาความปลอดภัย และแจ้งเหตุทันทีเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย หากคุณเคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆ นี้ แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือติดตามข่าวอาชญากรรมอัปเดตทุกวันกับเราต่อไป!

สุดท้ายนี้ อยากฝากว่า ‘หนีไม่พ้นหรอก ถ้ากฎหมายจับตา’ ความยุติธรรมจะตามทันเสมอ

ที่มา – จับแล้วโจรชิงทองหาดใหญ่ ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน อายุ 15 ปี ขึ้นเครื่องบิน มาดอนเมือง

เผยกว่า 100 ร้านทองกทม.เมินมาตรการป้องกัน ตำรวจร้องกรมประกันภัย

ในช่วงที่ราคาทองคำผันผวนสูง สถานการณ์ความปลอดภัยร้านทองกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ โดยล่าสุด เผยกว่า 100 ร้านทอง กทม. เมินร่วมมือมาตรการป้องกันเหตุ ตำรวจจ่อร้อง “กรมประกันภัย” ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งหามาตรการเข้มงวดมากขึ้น เพื่อปกป้องทั้งผู้ประกอบการและประชาชน

เผยกว่า 100 ร้านทอง กทม. เมินร่วมมือมาตรการป้องกันเหตุ ตำรวจจ่อร้อง “กรมประกันภัย”

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ บิ๊กหวาน ได้เปิดเผยหลังประชุมที่สน.พระโขนง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าตำรวจกำลังเร่งวางมาตรการป้องกันเหตุชิงทองทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่มีร้านทองกว่า 1,000 ร้าน ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีกว่า 100 ร้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่สีแดง แต่ยังไม่ให้ความร่วมมือกับข้อตกลงที่ตำรวจกำหนด

มาตรการที่ตำรวจเรียกร้องให้ผู้ประกอบการปฏิบัติ เช่น การติดตั้งลูกกรงเหล็ก การฝึกอบรมพนักงานรักษาความปลอดภัยให้มีทักษะป้องกันเหตุทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ รวมถึงการปรับปรุงระบบความปลอดภัยภายในร้านและห้างสรรพสินค้า หากร้านทองเหล่านี้ยังเมินเฉย ตำรวจเตรียมหารือกับกรมประกันภัย เพื่อให้ไม่ต้องรับผิดชอบค่าเคลมกรณีเกิดเหตุปล้นทอง และอาจปรับเบี้ยประกันภัยให้สูงขึ้นสำหรับร้านที่ไม่ปฏิบัติตาม

พฤติกรรมคนร้ายและความคืบหน้าคดีชิงทอง

สำหรับคดีชิงทองล่าสุด ฝ่ายสืบสวนกำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้หลบหนีได้แล้วที่คลองประเวศบุรีรมย์ พร้อมพิสูจน์หลักฐานตะขอทองที่ตกอยู่ พบว่าคนร้ายมีการวางแผนมาอย่างดี โดยลาดเลาก่อนหน้าและพรางตัวปิดบังใบหน้ามิดชิด ตำรวจยืนยันว่าจะจับกุมให้ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์

  • ตำรวจสั่งการทั่วประเทศ เพิ่มการลาดตระเวนร้านทอง
  • กำชับกองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดแผนเผชิญเหตุครบวงจร
  • ขอความร่วมมือห้างสรรพสินค้าและผู้ประกอบการร้านทอง
  • หากเกิดเหตุต้องจับคนร้ายได้ทันที

สถานการณ์ราคาทองที่ขึ้นลงบ่อยครั้ง ทำให้ร้านทองกลายเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ ตำรวจจึงเน้นย้ำมาตรการป้องกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่กทม. ที่มีร้านทองหนาแน่น สิ่งนี้ไม่เพียงกระทบเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วย

ผลกระทบและแนวทางแก้ไขสำหรับผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการร้านทองที่ไม่ให้ความร่วมมือกว่า 100 ร้านในกทม. อาจต้องเผชิญเบี้ยประกันภัยแพงขึ้น หรือแย่กว่านั้นคือกรมประกันภัยปฏิเสธรับผิดชอบหากเกิดเหตุชิงทอง นอกจากนี้ ตำรวจยังวางแผนประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน เช่น การใช้กล้องวงจรปิดคุณภาพสูง ระบบกันกระสุน และการฝึกซ้อมหนีภัย

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานที่ร้านทองถือเป็นจุดอ่อนไหวที่ต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจัง หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้ายนี้ ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณเป็นเจ้าของร้านทองหรือสนใจเรื่องนี้ ควรติดตามมาตรการจากตำรวจและปรับปรุงร้านค้าของตัวเองโดยด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นเหยื่อรายต่อไป แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยหรือติดต่อตำรวจท้องที่เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

ที่มา – เผยกว่า 100 ร้านทอง กทม. เมินร่วมมือมาตรการป้องกันเหตุ ตำรวจจ่อร้อง “กรมประกันภัย”

จับแล้ว! โจรชุดไรเดอร์จี้ร้านทองสมุทรปราการ


จับแล้ว! โจรชุดไรเดอร์จี้ร้านทองสมุทรปราการ

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ จับแล้ว โจรชุดไรเดอร์จี้ร้านทองในห้าง จ.สมุทรปราการ ที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่ว ล่าสุดตำรวจสามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้แล้ว พร้อมของกลางจำนวนหนึ่งที่ซุกซ่อนไว้

จับแล้ว โจรชุดไรเดอร์จี้ร้านทองในห้าง จ.สมุทรปราการ

จากเหตุการณ์อุกอาจ คนร้ายสวมชุดไรเดอร์ก่อเหตุจี้ชิงทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 123 บาท มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท ที่ร้านทองเยาวราช กรุงเทพฯ สาขาบางบ่อ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายอย่างใกล้ชิด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2566 เวลา 17.00 น. ตำรวจภูธรภาค 1, ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และตำรวจ สภ.บางบ่อ ได้ร่วมกันนำหมายศาลเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ในพื้นที่ ต.บางบ่อ ซึ่งเป็นบ้านพักของแฟนสาวผู้ต้องสงสัย พบอุปกรณ์เกี่ยวกับอาวุธปืนหลายรายการ เช่น ซองปืน, เข็มขัดสนาม และกระสุนปืน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดได้เข้าควบคุมตัว นายวีรวัฒน์ ตุ้มแสง หรือ อาร์ม อายุ 31 ปี อาชีพช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้ที่บ้านพักใน ต.บ้านระกาศ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร

จับแล้ว โจรชุดไรเดอร์จี้ร้านทองในห้าง จ.สมุทรปราการ

ผู้ต้องหารับสารภาพ

นายอาร์มให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง และนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจค้น พบของกลางเป็นสร้อยคอทองคำที่ถูกปล้นมา ซุกซ่อนไว้ในลำโพงหน้าบ้าน ฝังดิน และซุกซ่อนตามจุดต่างๆ บริเวณบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ให้นายมด (คนขับเรือ) พาไปตรวจยึดเรือที่ใช้ในการหลบหนี หลังจากที่คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ PCX สีดำไปทิ้งลงคลอง แล้วใช้เรือหลบหนีต่อ

จับแล้ว!

เร่งค้นหาของกลางเพิ่มเติม

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งค้นหาของกลางและวัตถุพยานที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุให้ครบถ้วน และจะทำการแถลงข่าวรายละเอียดของคดีในช่วงบ่ายวันนี้ (20 ส.ค. 2566) โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และ ผกก.สภ.บางบ่อ จะเป็นผู้ให้ข้อมูล

คดี จับแล้ว โจรชุดไรเดอร์จี้ร้านทองในห้าง จ.สมุทรปราการ นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

การที่คนร้ายเลือกใช้ชุดไรเดอร์ในการก่อเหตุเป็นการตบตาเจ้าหน้าที่ อาจเป็นเพราะต้องการอาศัยความพลุกพล่านของเหล่าไรเดอร์เดลิเวอรี่ให้เป็นประโยชน์ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือของกฎหมายไปได้

สำหรับใครที่กำลังคิดจะทำเรื่องผิดกฎหมาย ขอบอกเลยว่าอย่าหาทำ เพราะสุดท้ายยังไงก็หนีไม่พ้นกฎหมายบ้านเมืองอย่างแน่นอน

ที่มา – จับแล้ว โจรชุดไรเดอร์จี้ร้านทองในห้าง จ.สมุทรปราการ ซิ่งจยย.หนี ทิ้งลงคลองแล้วนั่งเรือ

Scroll to top