ช้างป่าล้ม

ช้างป่าภูวัว ล้มดับปริศนาในสวนยาง จ.บึงกาฬ

เหตุการณ์ช้างป่าภูวัว ล้มดับปริศนาในสวนยาง จ.บึงกาฬ สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่อนุรักษ์野生動物เป็นอย่างมาก โดยช้างป่าเพศผู้ตัวนี้ถูกพบล้มนิ่งไร้ร่องรอยบาดแผล กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการเร่งรัดให้ผ่าชันสูตรเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวเศร้า แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่าในพื้นที่ชายแดนป่า

ช้างป่าภูวัว ล้มดับปริศนาในสวนยาง จ.บึงกาฬ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ชาวบ้านบ้านภูเงิน หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ได้พบซากช้างป่าภูวัวเพศผู้ 1 ตัว ล้มอยู่ภายในสวนยางพาราติดกับห้วยทรายของชาวบ้าน สภาพนอนตะแคงโคนต้นยาง ห่างจากแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวเพียง 700 เมตรเท่านั้น นายอิทธิพล จันทนันต์ นายอำเภอเซกา ได้มอบหมายให้ปศุสัตว์อำเภอและหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว นายวิษณุ กุมภาว์ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าถ้ำพระ ดอนเสียด และชะแนน รีบลงพื้นที่ตรวจสอบทันที

ช้างป่าภูวัว ล้มดับปริศนาในสวนยาง จ.บึงกาฬ

จากการตรวจเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยบาดแผลหรือการถูกทำร้ายใดๆ ขณะนั้นยังมีช้างป่าอีกตัวส่งเสียงร้องใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงจัดชุดเคลื่อนที่เร็วผลักดันให้ช้างกลับเข้าป่าภูวัวเพื่อความปลอดภัย ล่าสุดวันที่ 19 มีนาคม หัวหน้าเขตฯ รายงานว่าช้างตัวนี้มีอายุประมาณ 10-15 ปี และได้ประสานทีมสัตวแพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) มาชันสูตรอย่างละเอียด โดยเคลื่อนย้ายซากกลับเขตป่าเพื่อผ่าพิสูจน์

ขั้นตอนการตรวจสอบหลังช้างป่าภูวัว ล้มดับปริศนา

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวได้แจ้งผู้บังคับบัญชาและประสานคณะสัตวแพทย์จากกรมอุทยานฯ เข้าดำเนินการผ่าชันสูตรทันที พร้อมเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อส่งแล็บตรวจ หากพบสาเหตุตายผิดธรรมชาติ จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ก่อนฝังซากตามหลักวิชาการ

ซากช้างป่าภูวัวในสวนยาง จ.บึงกาฬ

สาเหตุที่เป็นไปได้ของช้างป่าภูวัว ล้มดับปริศนา

เนื่องจากไร้รอยแผล สาเหตุน่าจะมาจากปัจจัยภายในร่างกายหรือสิ่งแวดล้อม นักอนุรักษ์คาดการณ์ได้ดังนี้

  • โรคประจำตัวหรือระบาด: ช้างป่าอาจป่วยด้วยโรคหัวใจ ไฟช็อก หรือโรคติดต่อที่แพร่ในฝูง
  • พิษจากสารเคมี: สวนยางพาราใช้ยาฆ่าหญ้าหรือปุ๋ยที่เป็นพิษต่อสัตว์ป่า หากช้างกินใบไม้ปนเปื้อน
  • ขาดน้ำหรืออาหาร: ฤดูแล้งทำให้ช้างออกหากินนอกป่า เจอสภาพอากาศร้อนจัด
  • อุบัติเหตุซ่อนเร้น: อาจล้มเองจากพื้นลื่นหรือปัญหาข้อต่อ

ต้องรอผลแล็บยืนยัน แต่เหตุการณ์นี้คล้ายกรณีช้างป่าตายปริศนาในพื้นที่อื่นๆ ที่มักเชื่อมโยงกับการบุกรุกป่าและการใช้สารเคมีเกษตร

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวและปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ตั้งอยู่ในจังหวัดบึงกาฬและนครพนม มีพื้นที่กว่า 762 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของช้างป่า ลิง กระต่ายป่า และนกหายาก ปัจจุบันมีช้างป่าประมาณ 20-30 ตัว แต่ปัญหาหลักคือป่าลดลงจากสวนยางและพืชผลทางการเกษตร ช้างจึงออกหากินบ่อยครั้ง สร้างความเสียหายให้ชาวบ้านและเสี่ยงตายจากกับดักมนุษย์

ในปีที่ผ่านมา มีรายงานช้างป่าภูวัวบุกสวนยางหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรนและไฟสลัวไล่กลับป่า แต่ยังไม่เพียงพอ หน่วยงานควรเพิ่มรั้วไฟฟ้าและช่องทางเดินช้างเพื่อลดความขัดแย้ง

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้

การตายของช้างป่าภูวัวตัวนี้เตือนให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ ชาวบ้านควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีรุนแรงใกล้ป่า และสนับสนุนโครงการปลูกป่าทดแทน รัฐบาลต้องเร่งฟื้นฟูป่าเพื่อให้ช้างอยู่รอด

ในมุมมองของผม เหตุการณ์ช้างป่าภูวัว ล้มดับปริศนาในสวนยาง จ.บึงกาฬนี้เป็นโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ถ้าปล่อยไว้ ปัญหาจะยิ่งรุนแรง ติดตามผลชันสูตรได้ที่นี่ และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องอนุรักษ์สัตว์ป่าไทยกันเถอะ!

ที่มา – “ช้างป่าภูวัว” ล้มดับปริศนาในสวนยาง จ.บึงกาฬ ไร้รอยแผล อุทยานฯ สั่งเร่งหาสาเหตุ

พบลูกช้างป่าวัย 1 ปี ล้มตายติดบ่วงเชือก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรักธรรมชาติและสัตว์ป่า วันนี้มีเรื่องเศร้าที่ทำให้หัวใจเราหดหู่ไปเลย เมื่อ พบ “ลูกช้างป่า” วัย 1 ปี ล้มตายริมหนองน้ำ ข้อเท้าซ้ายขาหน้า มีบ่วงเชือกรัดแน่น ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงและเป็นเครื่องเตือนใจถึงภัยคุกคามที่สัตว์ป่าต้องเผชิญจากมนุษย์ มาฟังรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ

พบ “ลูกช้างป่า” วัย 1 ปี ล้มตายริมหนองน้ำ ข้อเท้าซ้ายขาหน้า มีบ่วงเชือกรัดแน่น

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 (คงพิมพ์ผิดจาก 2569 ในข่าวต้นทางนะครับ) เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าหลุมจังหวัด จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ได้รับแจ้งเหตุพบซากลูกช้างป่า นอนจมอยู่ในหนองน้ำบริเวณป่าคลองยาง หมู่ 7 ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติที่ลูกช้างตัวน้อยน่าจะมาเล่นน้ำหรือหาอาหาร

เมื่อทีมเจ้าหน้าที่รีบไปตรวจสอบ พบว่าน่าเวทนาสุดๆ ลูกช้างป่าเพศผู้อายุประมาณ 1 ปี เสียชีวิตแล้ว โดยที่ข้อเท้าซ้ายขาหน้า ติดบ่วงเชือกดักสัตว์รัดแน่นจนเนื้อเยื่อถูกบาดเจ็บลึก แผลนั้นอักเสบหนัก ส่งผลให้ติดเชื้อและช็อกจนล้มตาย สภาพดวงตาที่ปิดสนิทยังคงทำให้นึกถึงความเจ็บปวดก่อนสิ้นใจเลยครับ

ขั้นตอนการตรวจสอบและจัดการซากลูกช้างป่า

นายเอกชัย แสนดี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ไม่รอช้า รีบประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าตะเกียบ เพื่อเก็บพยานหลักฐานที่เกิดเหตุ จากนั้นเรียกทีมสัตวแพทย์จากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) มาช่วยผ่าพิสูจน์ พบชัดเจนว่าสาเหตุมาจากบ่วงดักสัตว์ที่มนุษย์ตั้งไว้เพื่อล่าสัตว์ป่าอื่นๆ แต่ลูกช้างตัวน้อยโชคร้ายไปติด

หลังจากเก็บตัวอย่างอวัยวะต่างๆ ไปวิเคราะห์ตามขั้นตอนทางกฎหมายแล้ว ก็ขออนุมัติจากพนักงานสอบสวนเพื่อฝังกลบซากลูกช้างป่าตามหลักวิชาการ ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อไม่ให้เป็นอาหารของสัตว์ร้ายอื่นๆ เหตุการณ์นี้ทำให้หัวหน้าเขตฯ ออกมาเรียกร้องให้นักล่าหยุดพฤติกรรมทันที เพราะผิดกฎหมายแน่นอน!

ทำไมบ่วงเชือกถึงเป็นภัยร้ายต่อสัตว์ป่า

บ่วงเชือกหรือกับดักแบบนี้ ถูกใช้ลักลอบล่าสัตว์ป่ามานาน โดยเฉพาะในป่าใกล้ชุมชน นอกจากช้างแล้ว ยังคร่าชีวิตเสือ นกกระยาง และสัตว์ป่าอื่นๆ อีกมาก ในประเทศไทย ช้างป่ามีจำนวนลดลงเหลือประมาณ 4,000-5,000 ตัวเท่านั้น จากเดิมหลายหมื่นตัว ปัญหาหลักมาจากการบุกรุกป่า การล่า และอุบัติเหตุจากกับดักแบบนี้ครับ

  • อันตรายจากบ่วงเชือก: รัดจนขาดเลือด อักเสบ ติดเชื้อภายใน 1-2 สัปดาห์
  • พื้นที่เสี่ยง: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ป่าทั้งหมด 1,576 ตารางกิโลเมตร ใน จ.ฉะเชิงเทรา สระแก้ว บุรีรัมย์
  • กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท สำหรับการตั้งกับดัก ถ้าคร่าชีวิตช้างโทษหนักกว่านั้น
  • สถิติ: ปีละหลายสิบตัวที่สัตว์ป่าตายจากกับดักทั่วประเทศ

น่าเสียดายที่ลูกช้างป่าตัวนี้ต้องจากไปก่อนวัยอันควร ถ้าไม่มีบ่วงเชือก มันอาจเติบโตเป็นช้างตัวใหญ่ที่ช่วยสืบสานพันธุ์ได้นะครับ

เราจะช่วยปกป้องช้างป่าและสัตว์ป่าได้อย่างไร

เป็นกันเองแบบนี้ เราชาวไทยทุกคนช่วยได้ครับ! ถ้าทุกคนตื่นตัว ปัญหานี้จะลดลง

  • แจ้งเบาะแสกับดักสัตว์ป่า โทร 1362 หรือกรมอุทยานฯ
  • ไม่ซื้อเนื้อสัตว์ป่าหรือหนังช้าง
  • สนับสนุนโครงการปลูกป่าและเฝ้าระวังจาก NGO อย่าง Wildlife Friends Foundation
  • แชร์ข่าวเพื่อสร้างกระแสสังคม

ส่วนตัวผมคิดว่า เหตุการณ์ พบ “ลูกช้างป่า” วัย 1 ปี ล้มตายริมหนองน้ำ ข้อเท้าซ้ายขาหน้า มีบ่วงเชือกรัดแน่น นี้เป็นสัญญาณเตือนร้ายแรง มนุษย์ต้องอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน ถ้าเราไม่เปลี่ยน สัตว์ป่าจะสูญพันธุ์หมดเกลี้ยง ลองนึกภาพป่าไทยไม่มีช้างสิครับ น่าเศร้าแค่ไหน!

CTA: มาช่วยกันปกป้องสัตว์ป่าด้วยการแชร์บทความนี้ และถ้าพบกับดักผิดกฎหมาย รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เลยนะครับ ทุกการกระทำเล็กๆ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่!

ที่มา – พบ “ลูกช้างป่า” วัย 1 ปี ล้มตายริมหนองน้ำ ข้อเท้าซ้ายขาหน้า มีบ่วงเชือกรัดแน่น

เร่งคดี **ช้างป่า** ล้ม 3 ตัว ที่จันทบุรี

กรมอุทยานฯ เร่งดำเนินคดีกรณี ช้างป่า ล้ม 3 ตัว ในพื้นที่สวนผลไม้ จ.จันทบุรี หวังนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด เหตุการณ์เศร้าสลดนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้รักสัตว์ป่าและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก การสูญเสียช้างป่าถึง 3 ตัว ถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ต่อระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

เร่งดำเนินคดีกรณี “ช้างป่า” ล้ม 3 ตัว ในพื้นที่สวนผลไม้ จ.จันทบุรี

จากรายงานของเพจเฟซบุ๊ก “กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช” เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ได้รายงานความคืบหน้าของคดีกรณีพบซากช้างป่าล้มถึง 3 ซาก ในพื้นที่สวนผลไม้ บริเวณบ้านคลองตาอิน หมู่ที่ 9 ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี โดยมีการเร่งรัดการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ตามข้อสั่งการของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายคนุพงษ์ งามเนตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ ซึ่งประกอบด้วย นายกฤษฎ์ ธันรัตนสิริ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ และนายสัตวแพทย์ สิรวิชญ์ ทรัพย์เอนก นายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ได้ร่วมกันจัดทำบันทึกตรวจสอบ ตรวจยึดของกลาง และนำส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฏ เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 12 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 มาตรา 97 โดยมีเป้าหมายเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ความคืบหน้าการดำเนินคดีกรณีช้างป่าล้ม

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีนี้ไว้แล้ว จำนวน 2 คดี ได้แก่ คดีที่ 1 ตาม ปจว. ข้อ 2 เวลา 14.21 น. และคดีที่ 2 ตาม ปจว. ข้อ 3 เวลา 14.28 น. โดยมี ร.ต.อ.สง่า สุทธิชัย เป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนั้น พ.ต.อ.ธราเทพ ตูพานิช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี และลงพื้นที่จุดเกิดเหตุร่วมกับหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำกับดูแลการสืบสวนสอบสวนในระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิด

เนื่องจากคดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก กรมอุทยานฯ จึงให้คำมั่นสัญญาว่าจะแจ้งให้สาธารณชนทราบถึงความคืบหน้าของคดีเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ว่าเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้

การตายของช้างป่าทั้ง 3 ตัว เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าและการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เราทุกคนมีส่วนร่วมในการปกป้องช้างป่าและสัตว์ป่าอื่นๆ เพื่อให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ต่อไปในอนาคต การลักลอบทำร้ายหรือฆ่าสัตว์ป่าถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่ต้องได้รับการลงโทษอย่างเด็ดขาด

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดจันทบุรีสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างที่ยังคงมีอยู่ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทั้งคนและช้าง การสร้างความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็วและโปร่งใส และผู้กระทำความผิดจะได้รับโทษตามกฎหมายอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นตัวอย่างให้ผู้อื่นไม่กล้ากระทำผิดซ้ำอีก และเพื่อเป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับช้างป่าที่เสียชีวิตไป

ที่มา – กรมอุทยานฯ เร่งดำเนินคดีกรณี “ช้างป่า” ล้ม 3 ตัว ในพื้นที่สวนผลไม้ จ.จันทบุรี

Scroll to top