ซักฟอก

“วรศิษฎ์” ไม่ห่วง ฝ่ายค้านตั้งธงยื่นซักฟอก ปมโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองในแวดวงการเมือง เมื่อมีการพูดถึงประเด็น “วรศิษฎ์” ไม่ห่วง ฝ่ายค้านตั้งธงยื่นซักฟอก ปมโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากในช่วงเวลานี้ โดยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวและแสดงความมั่นใจในการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสภา

“วรศิษฎ์” ไม่ห่วง ฝ่ายค้านตั้งธงยื่นซักฟอก ปมโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อฝ่ายค้านประกาศเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยหยิบยกกรณีการทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นมาเป็นประเด็นหลัก อย่างไรก็ตาม นายวรศิษฎ์มองว่าเรื่อง “วรศิษฎ์” ไม่ห่วง ฝ่ายค้านตั้งธงยื่นซักฟอก ปมโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น นั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ฝ่ายค้านสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้ตามระบอบประชาธิปไตย โดยตนเองไม่ได้รู้สึกกังวลใจแต่อย่างใด

มุมมองการชี้แจงต่อประเด็น “วรศิษฎ์” ไม่ห่วง ฝ่ายค้านตั้งธงยื่นซักฟอก ปมโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น

นายวรศิษฎ์ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่มีอยู่ก่อนหน้าแล้ว และรัฐบาลชุดปัจจุบันก็ได้เข้ามาจัดการและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและโปร่งใสที่สุด โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้:

  • การดำเนินการตรวจสอบเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาในทุกขั้นตอน
  • งานส่วนที่เกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ ได้ส่งต่อให้ ป.ป.ช. และตำรวจดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม
  • พร้อมน้อมรับทุกคำถามจากฝ่ายค้านเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน

หลายคนอาจสงสัยว่าการเมืองไทยหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นเวทีสำคัญที่พิสูจน์ความโปร่งใสของรัฐบาล โดยนายวรศิษฎ์ย้ำชัดว่าในฐานะผู้กำกับดูแล ตนมีหน้าที่โดยตรงในการตอบคำถามเหล่านี้ให้สังคมได้รับความกระจ่าง และหากพบการทุจริตจริงก็พร้อมให้กฎหมายจัดการตามความเหมาะสม การออกมาเปิดเผยท่าทีเช่นนี้ถือว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบที่น่าชื่นชมท่ามกลางกระแสข่าวลือต่างๆ

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์บ้านเมือง การที่รัฐมนตรีออกมาตอบรับความท้าทายนี้อย่างใจเย็น ช่วยลดความตึงเครียดของสถานการณ์ได้มาก เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าเมื่อถึงวันอภิปรายจริง เนื้อหาที่ฝ่ายค้านเตรียมมาจะหนักแน่นเพียงใด และการชี้แจงจากฝั่งรัฐบาลจะสามารถกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชนได้หรือไม่ นี่คือบทพิสูจน์สำคัญของการทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – “วรศิษฎ์” ไม่ห่วง ฝ่ายค้านตั้งธงยื่นซักฟอก ปมโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น

อดีตหมอใหญ่สหรัฐฯ ใช้สิทธิ์ไม่ตอบคำถาม หลังถูกซักฟอกปมต้นกำเนิดโควิด

อดีตหมอใหญ่สหรัฐฯ ใช้สิทธิ์ไม่ตอบคำถาม หลังถูกซักฟอกปมต้นกำเนิดโควิด

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการการเมืองสหรัฐฯ เมื่อ ดร.แอนโทนี เฟาชี อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายโรคติดต่อชื่อดัง ได้ตัดสินใจใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญปฏิเสธการให้การต่อคณะกรรมาธิการของวุฒิสภารัฐรีพับลิกัน ในกรณีที่เขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับต้นกำเนิดของไวรัสโควิด-19 ที่โลกตั้งคำถามมาอย่างยาวนาน

เหตุการณ์การเผชิญหน้ากันครั้งนี้มีความตึงเครียดสูงมาก โดย ดร.เฟาชีในวัย 85 ปี ได้รับคำแนะนำจากทีมทนายความให้ใช้สิทธิ์ตามบทแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 5 (Fifth Amendment) เพื่อหลีกเลี่ยงการให้การที่อาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีอาญาในอนาคต แม้ว่าเขาจะเคยได้รับอภัยโทษจากอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน มาแล้วก็ตาม แต่การซักถามครั้งใหม่นี้ถือเป็นความเสี่ยงที่เขามองว่าฝ่ายรีพับลิกันพยายามจะวางกับดักเพื่อหาช่องทางเอาผิดเขาให้ได้

เบื้องลึกและท่าทีของทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับ อดีตหมอใหญ่สหรัฐฯ ใช้สิทธิ์ไม่ตอบคำถาม หลังถูกซักฟอกปมต้นกำเนิดโควิด

ข้อพิพาทหลักที่ สว. แรนด์ พอล พยายามผลักดันคือการตรวจสอบว่า ดร.เฟาชีทราบหรือไม่ว่าไวรัสหลุดมาจากห้องแล็บในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน แต่กลับเลือกที่จะสื่อสารกับสาธารณชนว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งทาง ดร.เฟาชีได้ยืนยันว่าการตั้งคำถามในครั้งนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการพยายามส่งเขาเข้าคุกมากกว่าการค้นหาความจริง

  • การใช้คำสงวนสิทธิ์ทำให้กระบวนการสอบสวนมีความชะงักงัน
  • ฝ่ายรีพับลิกันเตรียมยื่นมติดำเนินคดีเพิ่มฐานขัดขืนอำนาจรัฐสภา
  • พรรคเดโมแครตระบุว่านี่คือการเลือกปฏิบัติและเป็นการสร้างสถานการณ์ทางการเมือง

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกทางการเมืองในสหรัฐฯ อย่างชัดเจน เมื่อประเด็นสุขภาพระดับโลกถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสนามรบทางกฎหมาย การกระทำของ ดร.เฟาชีที่ตัดสินใจเป็น อดีตหมอใหญ่สหรัฐฯ ใช้สิทธิ์ไม่ตอบคำถาม หลังถูกซักฟอกปมต้นกำเนิดโควิด ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าความขัดแย้งเกี่ยวกับต้นตอของโควิด-19 นั้นยังคงไม่มีวันจบสิ้นโดยง่าย และน่าจะเป็นคดีที่ถูกจับตามองต่อไปในระดับประเทศว่าผลลัพธ์จะออกมาในทิศทางใด

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากว่าทำไมประเด็นทางวิทยาศาสตร์ถึงกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่มีความรุนแรงถึงขนาดนี้ การปกป้องตัวเองด้วยสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในเชิงกฎหมายของ ดร.เฟาชี แต่ในแง่ของภาพลักษณ์สาธารณะ นี่คือความท้าทายครั้งสำคัญในชีวิตการทำงานของเขาเลยทีเดียว

ที่มา – อดีตหมอใหญ่สหรัฐฯ ใช้สิทธิ์ไม่ตอบคำถาม หลังถูกซักฟอกปมต้นกำเนิดโควิด

“วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน แค่ธุรการ

“วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” กางกฎหมายยืนกรานฝ่ายค้านยื่นซักฟอกแล้วห้ามยุบสภา โต้เงื่อนไขต้องรอบรรจุวาระก่อนเป็นแค่ขั้นตอนธุรการ การันตียึดหลักตามรัฐธรรมนูญหนักแน่น

วันที่ 19 พ.ย. 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุแม้ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว นายกรัฐมนตรียังมีสิทธิยุบสภาได้ หากยังไม่บรรจุญัตติเข้าสู่วาระการประชุม สวนทางกับสิ่งที่ประธานสภาฯระบุหากยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว นายกฯไม่มีสิทธิยุบสภาว่า นายบวรศักดิ์เป็นนักกฎหมายก็ตีความไปตามความเข้าใจ แต่สภาฯตีความตามรัฐธรรมนูญ ได้มอบให้สำนักกฎหมายพิจารณาหาข้อมติประเด็นดังกล่าว ฝ่ายกฎหมายประชุมลงมติร่วมกันว่า การยุบสภาทำได้ตลอดในฐานะรัฐบาล แต่จะทำไม่ได้เมื่อฝ่ายค้าน 1 ใน 5 ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่า เมื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว รัฐบาลจะยุบสภาไม่ได้

ลั่นยึดรธน. เคร่งครัด

ส่วนข้อโต้แย้งที่ต้องรอประธานบรรจุญัตติก่อนนั้น ถือเป็นกระบวนการธุรการ รัฐธรรมนูญไม่เปิดให้มีการตรวจสอบในกระบวนการก่อน แต่เขียนว่า เมื่อยื่นญัตติแล้ว รัฐบาลไม่สามารถยุบสภาได้ แต่จะไม่สามารถดำเนินการได้ หากผู้ยื่นขอถอนญัตติ หรือกรณีที่ชื่อไม่ครบ 1 ใน 5 จะให้สมาชิกเติมชื่อเข้ามาภายใน 7 วัน หากครบกำหนด 7 วัน ยังไม่เติมชื่อประธานสภาฯก็ไม่บรรจุญัตติ แต่ฝ่ายค้านสามารถยื่นญัตติเข้ามาใหม่ได้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 151 วรรคสอง ใครจะตีความอย่างไร ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้กำหนดเหมือนสมัยก่อน ที่แม้ฝ่ายค้านยื่นญัตติแล้ว พรุ่งนี้จะอภิปรายฯ แต่ตอนเย็นรัฐบาลประกาศยุบสภาได้ หรือจะเปิดอภิปรายเวลา 10 โมง แต่รัฐบาลยุบสภาฯ ตอน 8 โมงก็ทำได้

ยันตีความไม่ตรงกันได้เหมือนศาล

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ส่วนที่โฆษกรัฐบาลชี้ว่าการตีความของประธานสภาฯ ไม่ตรงกับสมัยรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตรนั้น ยอมรับว่า การตีความอาจไม่ตรงกันได้เช่นเดียวกับคำพิพากษาศาลต่างๆ อาจไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับว่าท้ายที่สุดจะไปสิ้นสุดที่ใด ในส่วนของสภาฯเป็นไปตามฝ่ายกฎหมายที่ตีความ เมื่อส่งให้ประธานสภาฯ พิจารณาและมีความเห็นตามคำเสนอของฝ่ายกฎหมายถือว่าได้ข้อยุติ ยืนยันว่า ถือตามรัฐธรรมนูญและผลของฝ่ายกฎหมาย และหากมีการลงมติแล้วคะแนนไว้วางใจของรัฐบาลไม่ถึงเกณฑ์ ก็ยุบสภาฯ ไม่ได้ แต่ถ้าคะแนนผ่านเกณฑ์รัฐบาลก็ทำงานต่อ หรือจะยุบสภาก็ได้

“วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน แค่ธุรการ

ประเด็นที่น่าสนใจจากข่าวนี้คือ การตีความข้อกฎหมายที่แตกต่างกันระหว่างนักกฎหมาย กับฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเงื่อนไข “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน ซึ่งทางประธานสภาฯ มองว่าเป็นเพียงขั้นตอนทางธุรการเท่านั้น

ทำความเข้าใจเงื่อนไข “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน

หลายคนอาจสงสัยว่า เงื่อนไข “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน นี้มีความสำคัญอย่างไร ทำไมถึงเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกัน คำตอบคือ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอำนาจในการยุบสภาของผู้บริหารประเทศ หากมองว่าเป็นเพียงขั้นตอนธุรการ การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะสามารถเกิดขึ้นได้ทันที และรัฐบาลจะไม่สามารถยุบสภาได้ แต่หากมองว่าต้องรอการบรรจุญัตติก่อน ก็จะเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถยุบสภาได้ก่อนที่จะมีการอภิปรายเกิดขึ้น

ดังนั้น การตีความในประเด็นนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพทางการเมืองในปัจจุบัน

จากกรณี “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน นี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตีความกฎหมาย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเมืองไทยในอนาคต

ที่มา – “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน เป็นแค่ขั้นตอนธุรการ

Scroll to top