ซากสัตว์

ผวา! กระเป๋าปริศนาถูกทิ้งกลางซอย ส่งกลิ่นเหม็นหนอนยั้วเยี้ย

เพื่อนๆ ชาวเน็ตและชาวปทุมธานีครับ วันนี้มีเรื่องชวนขนลุกมาอัปเดตให้ฟัง เมื่อชาวบ้านในพื้นที่ กระเป๋าปริศนาถูกทิ้งกลางซอย สร้างความแตกตื่นไปทั้งชุมชน! กระเป๋าใบนี้ถูกทิ้งไว้ข้างบ้านทาวน์เฮาส์ ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง มีน้ำเหลืองไหลซึม และหนอนไต่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ชาวบ้านมุงดูเพียบ แต่ไม่มีใครกล้าแตะ จนต้องเรียกตำรวจนั่นแหละ เปิดดูแล้วถึงกับช็อก เพราะข้างในคือซากลูกหมาเน่าเปื่อย!

กระเป๋าปริศนาถูกทิ้งกลางซอย: รายละเอียดเหตุการณ์สุดสะพรึง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 เมษายน 2569 (หรือ 69 ตามรายงาน) ที่หมู่บ้าน ม.4 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ร.ต.ท.อนุสรณ์ เวียงสิมา ร้อยเวร สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามี กระเป๋าปริศนาถูกทิ้งกลางซอย สีดำวางอยู่ข้างบ้านหลังหนึ่ง เจ้าหน้าที่รีบนำกำลังไปพร้อมตำรวจนพิสูจน์หลักฐานและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นซอยแคบๆ ข้างทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น กระเป๋าใบใหญ่ล็อกรหัสแน่นหนา น้ำสีเหลืองไหลเยิ้ม มีหนอนตัวเล็กๆ ไต่คลานเต็มพื้น กลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งไปทั้งบริเวณ ชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันมุงดู แต่ทุกคนหวาดกลัว คิดว่าอาจเป็นระเบิดหรือศพมนุษย์!

การตรวจสอบกระเป๋าปริศนาถูกทิ้งกลางซอย: ค้นพบอะไร?

เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะแกะล็อกได้ สุดท้ายเปิดออกมาเจอซากลูกหมา 5-6 ตัว สภาพเน่าเปื่อย หนอนแทะจนเหลือแต่กระดูกและเนื้อโคลนยับ ส.ต.ฉัตรชัย จากฤทธิ์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพป่อเต็กตึ๊ง เล่าว่า ตอนยกกระเป๋า รู้สึกเบาแต่กลิ่นแรงมาก มีเลือดและน้ำเหลืองไหลตาม พร้อมหนอนเต็ม เลยรีบกั้นพื้นที่รอตำรวจ ไม่อยากเสี่ยงเพราะล็อกแน่น

ด้านผู้พบเห็นคนแรก นายทิวากร โพธิ์ขาว อายุ 22 ปี บอกว่า พบกระเป๋าตั้งแต่เที่ยงๆ แต่เพิ่งมาบอกแม่ตอนเพื่อนบ้านเตือน ไม่เห็นใครเอามาวาง แต่สังเกตเห็นของเหลวไหล มีหนอนและกลิ่นคล้ายซากสัตว์ตายนานแล้ว ชาวบ้านกลัวเลยแจ้งนิติบุคคลและตำรวจทันที

  • นางลำไย อดแน้น อายุ 77 ปี: เห็นตั้งแต่เช้า 05.30 น. ตอนออกเก็บขวดไปใส่บาตร คิดว่าเป็นกระเป๋าธรรมดา มีน้ำซึมแต่ไม่ได้บอกใคร
  • น.ส.หนิง ชาวเวียดนาม: พ่อเก็บกระเป๋าจากถังขยะตลาดตอน 05.00 น. นำมาวางบ้าน กลิ่นเหม็นแต่เปิดไม่ได้ เลยช่วยกันยกไปทิ้งหน้าบ้าน รอพ่อกลับมาคืนตลาด

บทวิเคราะห์: ทำไมถึงเกิดกระเป๋าปริศนาถูกทิ้งกลางซอย?

จากคำให้การ ดูเหมือนกระเป๋านี้มาจากถังขยะตลาดใกล้เคียง พ่อของน.ส.หนิงน่าจะคิดว่าเป็นของมีค่า แต่กลิ่นแรงเกินไปจนกลัว สุดท้ายทิ้งต่อให้ชาวบ้านเดือดร้อน เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในไทย มักเกิดจากการทิ้งสัตว์เลี้ยงที่ตายแบบไม่รับผิดชอบ หรือบางทีอาจเป็นการทิ้งขยะผิดวิธี สะท้อนปัญหาการจัดการซากสัตว์ในชุมชนที่ยังล้าหลัง ชาวบ้านหลายคนบอกว่าน่าขนลุกมาก คิดถึงหนังสยองขวัญ แต่โชคดีที่ไม่ใช่ของอันตรายจริงจัง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นกฎหมายด้วยนะครับ การทิ้งซากสัตว์ในที่สาธารณะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.สาธารณสุข หรือสัตว์ป้องกันครuelty หากเจ้าของพบ อาจโดนปรับหรือติดคุกได้ เพื่อนๆ ลองคิดดู ถ้าเป็นลูกหมาเหล่านี้ คงน่าสงสารมาก ใครเลี้ยงแล้วไม่ดูแล ควรหาที่ฝังหรือแจ้งหน่วยงานสัตว์ ไม่ใช่ทิ้งแบบนี้

ข้อคิดจากเหตุกระเป๋าปริศนาถูกทิ้งกลางซอย

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ชั้นดี ถ้าพบของน่าสงสัยอย่างกระเป๋าปริศนา อย่าเพิ่งเข้าไปยุ่งเอง รีบแจ้งตำรวจหรือ 191 ทันที เพื่อความปลอดภัยของทุกคน นอกจากนี้ ยังเตือนเรื่องการรับเลี้ยงสัตว์ ต้องรับผิดชอบจนวินาทีสุดท้าย ถ้าตายแล้วจัดการให้ถูกวิธี เช่น ฝังดินลึกหรือเผา

คุณล่ะครับ เคยเจอเหตุการณ์แปลกๆ แบบนี้บ้างไหม? มาแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างกันเลย หรือถ้าอยากอัปเดตข่าวท้องถิ่นแบบนี้ สมัครรับข่าวสารจากบล็อกเราได้นะ จะไม่พลาดเรื่องฮือฮา!

ที่มา – ผวา กระเป๋าปริศนาถูกทิ้งกลางซอย ส่งกลิ่นเหม็น หนอนยั้วเยี้ย เปิดได้ถึงกับวงแตก

อึ้ง! สิงคโปร์ยึดนอแรด 35.7 กก. ที่ชางงี

(ภาพจาก AFP PHOTO / NATIONAL PARKS BOARD OF SINGAPORE)

สิงคโปร์ยึดนอแรดน้ำหนักมากถึง 35.7 กก. ได้ที่สนามบินชางงี มากที่สุดเป็นสถิติของประเทศ นอกจากนั้นยังยึดชิ้นส่วนสัตว์อื่นๆ ได้อีกกว่า 150 กก.

เมื่อวันอังคารที่ 18 พ.ย. 2568 คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ (NParks) และ SATS บริษัทผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศของสิงคโปร์ ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบ นอแรด 20 อัน ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 1.13 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ พร้อมกับชิ้นส่วนสัตว์อื่น ๆ น้ำหนักรวม 150 กก. ในลังสินค้า 4 กล่องที่ท่าอากาศยานนานาชาติชางงี โดยถูกส่งมาจากแอฟริกาใต้ และกำลังจะถูกส่งไปกรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว

การจับกุมครั้งนี้นับเป็นการยึดนอแรดครั้งใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์จนถึงปัจจุบัน โดยทำลายสถิติเดิมที่ 34.7 กิโลกรัม ซึ่งเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2565

การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ SATS ที่สนามบินชางงีเปิดเผยว่า เนื้อหาของสินค้าไม่ตรงกับฉลากที่ระบุว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับเฟอร์นิเจอร์ นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่รับสินค้าของ SATS ยังได้กลิ่นรุนแรงออกมาจากลังบรรจุสินค้าระหว่างการตรวจสอบ เขาจึงแจ้งผู้จัดการเวรของตน ซึ่งต่อมาได้สั่งให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของ SATS ทำการตรวจสอบการขนส่งโดยละเอียด

เจ้าหน้าที่เปิดลังสินค้ากล่องหนึ่งและพบสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นชิ้นส่วนสัตว์ ก่อนจะทำการเอ็กซ์เรย์ลังสินค้าที่เหลือ และพบสิ่งของลักษณะคล้ายกัน

จากการสอบสวนพบว่า นอแรดทั้ง 20 อันมีต้นกำเนิดจากแอฟริกาใต้ และมาจากสายพันธุ์แรดขาว ในขณะที่การระบุชนิดของชิ้นส่วนสัตว์อื่น ๆ กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ

ทั้งนี้ แรดเป็นสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) และการค้านอแรดระหว่างประเทศเป็นสิ่งต้องห้าม

NParks และ SATS กล่าวว่า สิงคโปร์ยึดมั่นในนโยบายไม่ยอมให้มีการค้าสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ที่ผิดกฎหมาย รวมถึงชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์เหล่านั้น พร้อมเสริมว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่ลงนามในอนุสัญญา CITES และมุ่งมั่นที่จะให้ความร่วมมือในความพยายามระดับนานาชาติเพื่อควบคุมการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์เหล่านี้จะอยู่รอดในระยะยาว

นอแรดที่ยึดได้จะถูกนำไปกำจัดตามแนวทางของ CITES เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง ซึ่งเป็นการทำลายห่วงโซ่อุปทานของนอแรดที่ถูกลักลอบค้าอย่างผิดกฎหมายทั่วโลก

การลักลอบค้านอแรดเป็นปัญหาที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อประชากรแรดทั่วโลก การที่สิงคโปร์สามารถยึดนอแรดจำนวนมากได้ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย และความสำคัญของการร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

อึ้ง! สิงคโปร์ยึดนอแรด 35.7 กก. คาสนามบินชางงี ลอบขนจากแอฟริกาใต้

การจับกุมครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของสิงคโปร์ในการเป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าและการต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก

ทำไมการลักลอบค้านอแรดถึงเป็นปัญหาใหญ่?

  • แรดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์: การลักลอบล่าแรดเพื่อเอานอทำให้ประชากรแรดลดลงอย่างมาก จนหลายสายพันธุ์อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์
  • ผลกระทบต่อระบบนิเวศ: แรดมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ การลดลงของประชากรแรดส่งผลกระทบต่อสมดุลของระบบนิเวศ
  • สนับสนุนอาชญากรรม: การลักลอบค้านอแรดเป็นแหล่งเงินทุนของกลุ่มอาชญากร

การที่สิงคโปร์สามารถยึดนอแรดจำนวนมากได้ในครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ดีว่าความพยายามในการต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายกำลังได้ผล อย่างไรก็ตาม ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อให้แน่ใจว่าแรดและสัตว์ป่าอื่น ๆ จะได้รับการปกป้องและสามารถอยู่รอดต่อไปได้

เราทุกคนมีส่วนร่วมในการปกป้องสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ได้ เริ่มต้นจากการสนับสนุนองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่า การไม่ซื้อผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย และการให้ความรู้แก่ผู้อื่นเกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่า

ที่มา – อึ้ง สิงคโปร์ยึดนอแรด 35.7 กก. คาสนามบินชางงี ลอบขนจากแอฟริกาใต้

Scroll to top