ซีพีเอฟ

ไบโอไทยขึ้นศาล “คดีใช้ภาพเท็จปลาหมอคางดำ”

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ (CPF) ได้เข้าร่วมการพิจารณาคดีนัดแรกต่อศาลจังหวัดนนทบุรี สืบเนื่องมาจากการเผยแพร่ภาพและข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับประเด็นการระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือขององค์กรอย่างมาก

จากรายงานของผู้สื่อข่าว ศาลจังหวัดนนทบุรีได้พิจารณาคดีที่อัยการยื่นฟ้อง นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) ในคดีอาญาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา อันเนื่องมาจากการเผยแพร่ภาพเท็จและข้อมูลเท็จที่กล่าวหา CPF เกี่ยวกับประเด็นการระบาดของปลาหมอคางดำ โดยศาลได้กำหนดวันขึ้นศาลนัดแรก ซึ่งเป็นนัดคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย และเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องต่อจำเลยเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายที่เกิดขึ้น

ในการพิจารณาคดีนัดแรกนี้ จำเลยได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ในขณะที่ผู้เสียหายได้ยื่นขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดี ศาลจึงได้นัดหมายให้มีการตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 1 ธันวาคม 2568

อัยการได้มีคำสั่งฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา สืบเนื่องจากกรณีการนำภาพและข้อมูลเท็จไปเผยแพร่ในเวทีสาธารณะ พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดสดออนไลน์ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 การกระทำดังกล่าวได้สร้างความเข้าใจผิดในวงกว้างและส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของบริษัทในเชิงลบอย่างร้ายแรง ตัวอย่างของภาพเท็จและข้อมูลเท็จที่ถูกนำมาเผยแพร่ ได้แก่:

  1. ภาพที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นสภาพบ่อดินของฟาร์มยี่สาร แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่สถานที่ของฟาร์มยี่สาร
  2. ภาพที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นการคัดเลือกไข่ปลาหมอคางดำ ซึ่งไม่ตรงกับกระบวนการคัดเลือกไข่ปลาตามวิธีปฏิบัติของบริษัท
  3. ภาพถ่ายทางอากาศในบริเวณฟาร์ม ที่ถูกอ้างว่าเป็นบ่อเลี้ยงปลา แต่ในความเป็นจริงคือบ่อเลี้ยงกุ้ง

ไบโอไทยขึ้นศาล “คดีใช้ภาพเท็จปลาหมอคางดำ”

ประเด็นสำคัญของคดีนี้อยู่ที่การพิสูจน์ว่าภาพและข้อมูลที่ BIOTHAI เผยแพร่นั้นเป็นความจริงหรือไม่ และการเผยแพร่ดังกล่าวมีเจตนาที่จะทำให้ CPF เสียหายหรือไม่ คดีนี้จึงเป็นที่จับตามองของหลายฝ่าย เนื่องจากเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ผลกระทบจากคดี “ใช้ภาพเท็จปลาหมอคางดำ”

คดีนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของ CPF เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่ออุตสาหกรรมการเกษตรและการประมงของไทยอีกด้วย หาก BIOTHAI มีความผิดจริง ก็จะส่งผลให้องค์กรและบุคคลอื่น ๆ ต้องระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นมากขึ้น

คดีปลาหมอคางดำนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นความจริงสามารถสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้ ไม่ว่าจะเป็นต่อบุคคล องค์กร หรือสังคมโดยรวม การตรวจสอบข้อมูลและความถูกต้องก่อนที่จะเผยแพร่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

ผลของคดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด แต่ที่แน่ ๆ คือคดีนี้ได้จุดประกายให้สังคมหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องความถูกต้องของข้อมูลและการแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเผยแพร่ข้อมูลนั้น ๆ

ที่มา – ไบโอไทยขึ้นศาลนัดแรก “คดีใช้ภาพเท็จปลาหมอคางดำ” หลังอัยการสั่งฟ้อง

ซีพีเอฟลุยอวกาศ นำมาตรฐานอาหารระดับ NASA โชว์ความร่วมมือไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี

ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารคุณภาพสูงและปลอดภัยมากขึ้น เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จึงไม่พลาดที่จะนำเสนอนวัตกรรมสุดล้ำสมัย ล่าสุดในงาน Thailand-China Cooperation Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน CPF ได้โชว์ศักยภาพด้วยแนวคิด “Quality through Sustainovation” ที่ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคผ่านอาหารที่ยั่งยืนและนวัตกรรมชั้นนำ

ซีพีเอฟลุยอวกาศ นำมาตรฐานอาหารระดับ NASA โชว์ความร่วมมือไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี

งานนี้ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญมากมาย เช่น พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วยนายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หลังพิธีเปิด คณะผู้นำได้เยี่ยมชมบูธ CPF โดยมีนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF และนางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานคณะผู้บริหารทรัพยากรบุคคล เครือ CP และ CPF ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ไฮไลต์ที่ทำให้ทุกคนตื่นเต้นคือการจัดแสดงโครงการ “ไก่ไทยไปอวกาศ” ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกที่อาหารไทยได้ร่วมภารกิจ Axiom Mission 4 สู่ห้วงอวกาศ พิสูจน์มาตรฐานความปลอดภัยของอาหารไทยที่เทียบเท่า NASA สำหรับนักบินอวกาศ ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงด้วยการถ่ายรูปกับ Giant Astronaut ขนาดยักษ์สูงเท่าตึก 2 ชั้น และเดินผ่านอุโมงค์อวกาศจำลองบรรยากาศจักรวาล นอกจากนี้ยังมีสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ CP เช่น เกี๊ยวกุ้งจักรพรรดิ สเต็กสันคอหมูดำ CP Kurobuta ในราคาพิเศษ และโซน Dining Zone จาก Chester’s, Five Star, Star Coffee

บูธ CPF ในงาน expo

นวัตกรรมอาหาร CPF ในงาน Thailand-China Cooperation Expo

นอกจากนวัตกรรมอวกาศแล้ว เครือ CP และ CPF ยังสนับสนุนโซน Job Fair เปิดรับสมัครงานกว่า 1,000 อัตรา ร่วมกับบริษัทชั้นนำไทย-จีนกว่า 50 แห่ง ครอบคลุมทุกสาขา ช่วยสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยและจีน งาน expo ครั้งนี้จัดโดยหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย-จีน และสมาคมการค้าวิสาหกิจจีนในไทย ระหว่าง 26-28 กันยายน 2567 ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่ 10.00-18.00 น.

งานนี้เป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมบริษัทชั้นนำจากไทยและจีน เพื่อเจรจาธุรกิจ จับคู่พันธมิตร และลงนาม MOU ผลักดันไทยสู่ Global Supply Chain Hub ในอุตสาหกรรมอนาคต เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล EV พลังงานสะอาด เกษตรยั่งยืน และโลจิสติกส์ รวมถึง Education Fair และ Job Fair เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

คณะผู้นำเยี่ยมบูธ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ 5 มิติความร่วมมือไทย-จีน: 1. เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เช่น EEC และรถไฟความเร็วสูง 2. เศรษฐกิจสีเขียว EV และพลังงานสะอาด แผน 5 ปี (2568-2572) 3. เทคโนโลยีดิจิทัล AI และการค้าข้ามพรมแดน 4. ความมั่นคงทางอาหารและเกษตร 5. การแลกเปลี่ยนประชาชนผ่านท่องเที่ยว การศึกษา และวัฒนธรรม

  • โครงสร้างพื้นฐาน: สร้างเส้นทางการค้าเชื่อมอาเซียน
  • เศรษฐกิจสีเขียว: ไทยเป็นฐาน EV กับจีน
  • ดิจิทัล: แพลตฟอร์มสำหรับ SME และสตาร์ทอัพ
  • อาหาร: เสริมความร่วมมือ CPF เป็นตัวอย่าง
  • ประชาชน: สร้างมิตรภาพยั่งยืน

รัฐบาลไทยจะลดอุปสรรค สนับสนุนภาคเอกชนให้เติบโต CPF ลุยอวกาศ แสดงให้เห็นว่าอาหารไทยมาตรฐานโลก สามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ การร่วมมือไทย-จีนไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ แต่เป็นการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

อุโมงค์อวกาศ

หากคุณสนใจนวัตกรรมอาหารและโอกาสธุรกิจ อย่าพลาดมาร่วมงาน Thailand-China Cooperation Expo 2025 รับรองได้ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เหมือนใคร และอาจพบโอกาสในอาชีพในอนาคต

ที่มา – ซีพีเอฟลุยอวกาศ นำมาตรฐานอาหารระดับ NASA โชว์ความร่วมมือไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี

ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้: ซีพีเอฟช่วยเหลือสังคม

ซีพีเอฟ จัดกิจกรรมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ สนับสนุนศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง รพ.เทพรัตน์นครราชสีมา

จากมื้ออาหาร…สู่กำลังใจ เพื่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตอกย้ำเจตนารมณ์ “เคียงข้างสังคมไทยในทุกวิกฤต” ภายใต้หลักปรัชญา 3 ประโยชน์ จัดกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” นำอาหารคุณภาพมาตรฐานสากล สะอาด ปลอดภัย และรสชาติอร่อย ในราคาพิเศษมาจัดจำหน่ายภายในงาน เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่ ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา

กิจกรรมจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กันยายน 2568 เวลา 08.00–15.00 น. ณ โรงอาหาร โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ ร่วมส่งต่อ “พลังแห่งการให้” เพื่อสนับสนุนภารกิจสำคัญของทีมแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ นายแพทย์ชวศักดิ์ กนกกันฑพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา ร่วมเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารและจิตอาสาซีพีเอฟ

นายแพทย์ชวศักดิ์ กนกกันฑพงษ์ กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตและความพิการให้ผู้ป่วยจำนวนมาก จำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อการรักษาอย่างทันท่วงที ความร่วมแรงร่วมใจในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการรักษาและลดการสูญเสียได้จริง

“กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับชุมชนท้องถิ่น ที่ช่วยเสริมสร้างระบบสาธารณสุขให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในนามจังหวัดขอชื่นชมและขอบคุณซีพีเอฟ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่” รองผู้ว่าฯ นครราชสีมา กล่าว

ที่ผ่านมา ซีพีเอฟ ส่งต่อความห่วงใยผ่านกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” อย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนโรงพยาบาลรามาธิบดีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ การช่วยเหลือโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าหลังเหตุแผ่นดินไหว รวมถึงการซ่อมแซมโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดน สะท้อนถึง “หัวใจแห่งการแบ่งปัน” ของซีพีเอฟ ที่พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน

“เพราะทุกมื้อที่คุณซื้อ…คือทุกชีวิตที่เราได้ช่วยเติมความหวัง”

ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้

ซีพีเอฟ มุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรม ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” ได้อย่างไร?

ง่ายๆ เพียงแค่เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ซีพีเอฟที่ร่วมรายการ ก็เท่ากับว่าคุณได้ร่วมสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ แล้วค่ะ ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้ จริงๆ

กิจกรรม ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ CPF ในการช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง การซื้อสินค้า CPF ไม่เพียงแต่เป็นการบริโภค แต่เป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีให้กับชีวิตของผู้คนอีกด้วย

ที่มา – “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้”

ซีพีเอฟ คว้า PM Award ผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน


บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ (CPF) ได้รับรางวัล Prime Minister’s Export Award (PM Award) ประเภทรางวัลผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน ปี 2568 (Best Green & Sustainable Exporter) จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นับเป็นการสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ CPF ที่ตั้งเป้าหมายการเป็น “ครัวของโลก (Kitchen of the World)” เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารแก่ผู้บริโภคทั่วโลก พร้อมสร้างธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายเอกปิยะ เอื้อวุฒิเกริก กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ซีพีเอฟ รับรางวัลจากนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

การบรรลุเป้าหมายการเป็นครัวของโลกนี้ ดำเนินการโดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ด้วยวิสัยทัศน์การเป็นครัวของโลกดังนี้ ซีพีเอฟได้มีการลงทุนและร่วมลงทุนใน 17 ประเทศ ครอบคลุม 5 ทวีปทั่วโลก จำหน่ายสินค้าส่งออกมากกว่า 50 ประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานภายใต้หลักการปรัชญา 3 ประโยชน์ คือ

1. ประโยชน์ของประเทศ

2. ประชาชน

3. บริษัท

จากหลักปรัชญาทั้ง 3 ประโยชน์นี้ ก็เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย รสชาติอร่อย มีโภชนาการที่ดีต่อร่างกายและจิตใจ ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยแนวคิด Sustainovation ที่มีเป้าหมายคือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ภายในปี 2050 ซึ่งสอดคล้องตามเป้าหมายความตกลงปารีส (Paris Agreement)

ความตกลงปารีส (Paris Agreement) นับเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ที่ได้รับการรับรองจาก 195 ภาคี ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP21) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2558 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการจำกัดภาวะโลกร้อนให้อยู่ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส หรือดีกว่านั้นคือ 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม โดยกำหนดให้ทุกประเทศภาคีต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและทำงานร่วมกันเพื่อปรับตัวต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากนี้ซีพีเอฟ ยังเป็นบริษัทผลิตอาหารรายแรกในโลกที่ได้รับการรับรองเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จาก the Science Based Targets initiative (SBTi) อีกด้วย

ที่ผ่านมา ซีพีเอฟ ทุ่มเททำการตลาดอย่างรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมขยายช่องทางการจำหน่ายเพื่อให้ผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่นสามารถเข้าถึงได้ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยั่งยืน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะการใช้วัตถุดิบที่มาจากแหล่งที่ไม่ตัดไม้ทำลายป่า อาทิ

  • ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่แปรรูปสำหรับการส่งออก เลี้ยงด้วยข้าวโพดที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า
  • ใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Forest Stewardship Council (FSC) วัสดุมาจากป่าที่ได้รับการจัดการอย่างยั่งยืน
  • การใช้บรรจุภัณฑ์ Mono Material Packaging ที่ผลิตจากวัสดุชนิดเดียวทำให้รีไซเคิลได้ง่าย
  • ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป Kitchen Joy ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่มีวางจำหน่ายและได้รับความนิยมในหลายประเทศในทวีปยุโรป อังกฤษและเอเชีย
  • ผลิตภัณฑ์ MEAT ZERO โปรตีนทางเลือกจากพืช ที่ตอบโจทย์กระแสการบริโภคอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา

ดังนั้นการรับรางวัล ผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน (Best Green & Sustainable Exporter) ไม่เพียงแค่สะท้อนถึงความสำเร็จที่ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญที่ซีพีเอฟมีส่วนในการส่งเสริมการพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้นำเข้าและผู้ซื้อจากต่างประเทศ ที่ช่วยผลักดันการส่งออกสินค้าและบริการของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ซีพีเอฟกับการเป็นผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน

รางวัลผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืนนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของซีพีเอฟในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ซีพีเอฟ: รางวัลผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน

สำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่ได้รับรางวัลผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืนอย่างซีพีเอฟ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการร่วมสร้างโลกที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

ที่มา – ซีพีเอฟ รับรางวัล PM Award ผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน จาก DITP ตอกย้ำวิสัยทัศน์ครัวของโลก

ซีพีเอฟช่วยฟื้นฟู รพ.ชายแดน กับ “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้”

ซีพีเอฟ ย้ำจุดยืนการอยู่เคียงข้างสังคมไทย ตามหลักปรัชญา 3 ประโยชน์ของเครือซีพี ล่าสุดจัดกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” เพื่อร่วมสมทบทุนฟื้นฟูโรงพยาบาลใน 7 จังหวัด ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังมีการเจรจาตกลงหยุดยิงกันแล้วพบว่า หลายพื้นที่เกิดความเสียหายจากการปะทะกัน ทั้งบ้านเรือนประชาชน รวมไปถึงโรงพยาบาลที่ต้องให้บริการประชาชน จนกระทั่งหน่วยงานต่างๆ พร้อมระดมความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนพื้นที่กันอย่างเต็มที่

ล่าสุดบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ (CPF) ย้ำแนวทางการเดินหน้าสานต่อพันธกิจเพื่อสังคม ได้จัดกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายร่วมสมทบทุนซ่อมแซมอาคารโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาดังกล่าว

ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้

กิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” ล่าสุดนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2568 เวลา 08.00–18.00 น. ณ โถงชั้น 1 และหน้าอาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ สีลม โดยภายในพื้นที่จัดกิจกรรม ได้เชิญชวนประชาชนมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพมาตรฐานสากลที่กลุ่มซีพีเอฟได้นำมาให้เลือกสรรอย่างหลากหลาย

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวย้ำว่า ซีพีเอฟ ยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ตามหลักปรัชญา 3 ประโยชน์ของเครือซีพี คือทำอะไรให้คิดถึงเรื่องของประเทศชาติมาลำดับแรก ตามมาด้วยประชาชน และสุดท้ายคือองค์กร

“เราขอร่วมเป็นพลังสนับสนุนการฟื้นฟูโรงพยาบาลชายแดน เชื่อมั่นว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้โรงพยาบาลกลับมาให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มกำลังอีกครั้ง” นายประสิทธิ์ กล่าว

นอกจากซีพีเอฟ เดินหน้าจัดกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์เคียงข้างสังคมไทยแล้ว ยังพร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโดยตรง เพื่อเติมพลังใจและเสริมศักยภาพให้โรงพยาบาลกลับมาเปิดให้บริการได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด

ก่อนหน้านี้ ซีพีเอฟ ได้สานต่อกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” ด้วยการมอบเงินสนับสนุนแก่โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อฟื้นฟูอาคารที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ และช่วยเหลือโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว

ซีพีเอฟ ตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ว่า ทุกการให้ คือพลังที่ยิ่งใหญ่ จึงขอเชิญชวนคนไทยทุกท่านร่วมแรงร่วมใจ ส่งต่อ “พลังแห่งการให้” เคียงข้างโรงพยาบาลชายแดน เพื่อก้าวผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

ซีพีเอฟและกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้”

ซีพีเอฟได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนในการนำปรัชญา 3 ประโยชน์มาปฏิบัติจริง การสนับสนุนโรงพยาบาลชายแดนไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกลอีกด้วย

การที่ซีพีเอฟเชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาคโดยตรง ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น ความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวผ่านทุกวิกฤติไปด้วยกัน และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทย

ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโรงพยาบาลชายแดนและกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของซีพีเอฟ เพราะทุกการให้ของคุณมีความหมายและสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง

ที่มา – ซีพีเอฟ อยู่เคียงข้างสังคมไทย จัดกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” ร่วมฟื้นฟูโรงพยาบาลชายแดน

Scroll to top