ซุกซ่อนยาเสพติด

รวบหนุ่มวัย 50 เจ้าของบัญชีว่าจ้างสาวหิ้วไอซ์ ซุกกระปุกมะขามเปียกไปญี่ปุ่น

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการจ้างวานหิ้วของไปต่างประเทศเป็นประจำ แต่ล่าสุดมีเหตุการณ์ที่น่าตกใจเกิดขึ้น เมื่อตำรวจได้ทำการ รวบหนุ่มวัย 50 เจ้าของบัญชีว่าจ้างสาวหิ้วไอซ์ ซุกกระปุกมะขามเปียกไปญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีสำหรับคนที่รับจ้างหิ้วของข้ามประเทศโดยไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนรับงาน

รวบหนุ่มวัย 50 เจ้าของบัญชีว่าจ้างสาวหิ้วไอซ์ ซุกกระปุกมะขามเปียกไปญี่ปุ่น

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่หญิงสาววัย 43 ปี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน หลังจากที่เธอได้รับจ้างหิ้วสินค้าไปประเทศญี่ปุ่นตามปกติ แต่กลับพบความผิดปกติของพัสดุที่ได้รับว่าจ้างจากบุคคลในเฟซบุ๊กชื่อ “Chayamin Pai” ซึ่งสินค้าดังกล่าวมีน้ำหนักเกินผิดปกติ โดยเฉพาะกระปุกมะขามเปียก 6 กระปุก เมื่อเปิดสำรวจดูก็พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในจำนวนมหาศาล

เบื้องหลังการจับกุมและการขยายผลคดี

หลังจากที่หญิงสาวรายนี้ตั้งสติได้และรีบนำของกลางไปแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ได้เข้าสืบสวนจนทราบว่ามีการใช้บัญชีธนาคารของนายสมพงษ์ ชาว จ.ปทุมธานี เป็นช่องทางในการทำธุรกรรม นำไปสู่การดำเนินการ รวบหนุ่มวัย 50 เจ้าของบัญชีว่าจ้างสาวหิ้วไอซ์ ซุกกระปุกมะขามเปียกไปญี่ปุ่น ได้สำเร็จที่บ้านพักในจังหวัดนครนายก

นายสมพงษ์ ได้ให้การอ้างว่าบัญชีดังกล่าวเป็นของตนจริง แต่เคยให้แฟนสาวชาวเวียดนามหยิบยืมไปใช้ ซึ่งในขณะนี้แฟนสาวของเขาได้เดินทางกลับเวียดนามไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อและกำลังเร่งขยายผลเพื่อติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

  • ผลกระทบต่อผู้รับจ้าง: การรับจ้างหิ้วของโดยไม่ทราบที่มาที่ไปของสินค้าอาจทำให้คุณกลายเป็นผู้สมคบคิดในคดียาเสพติดโดยไม่รู้ตัว
  • ความระมัดระวังเป็นสิ่งสำคัญ: ไม่ควรรับสินค้าจากบุคคลที่ไม่รู้จัก หรือตรวจสอบสินค้าไม่ละเอียดก่อนยอมรับงานขนส่ง
  • บทลงโทษทางกฎหมาย: คดีที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดข้ามชาติมีอัตราโทษที่รุนแรงมาก ซึ่งผู้ที่หลงเชื่ออาจต้องได้รับผลกระทบหนักเกินกว่าที่คิดไว้

จากกรณี รวบหนุ่มวัย 50 เจ้าของบัญชีว่าจ้างสาวหิ้วไอซ์ ซุกกระปุกมะขามเปียกไปญี่ปุ่น นี้ ขอให้เป็นบทเรียนสำคัญให้กับเหล่านักรับหิ้วของว่า เงินค่าจ้างเพียงไม่กี่ร้อยบาทอาจแลกมาด้วยอิสรภาพที่หายไปตลอดชีวิต การตรวจสอบพัสดุให้ถี่ถ้วนก่อนรับทุกครั้งจึงเป็นเรื่องที่ห้ามละเลยเด็ดขาดครับ อย่าปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวคุณเพียงเพราะความประมาทเลินเล่อเพียงนิดเดียว

ที่มา – รวบหนุ่มวัย 50 เจ้าของบัญชีว่าจ้างสาวหิ้วไอซ์ ซุกกระปุกมะขามเปียกไปญี่ปุ่น

ยึดเฮโรอีน 6 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไทย จ้างหนุ่มหิ้ว ออกไปออสเตรเลีย

ยึดเฮโรอีน 6 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไทย จ้างหนุ่มหิ้ว ออกไปออสเตรเลีย เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในแวดวงข่าวอาชญากรรมเมื่อไม่นานมานี้ ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานภูเก็ตได้ทำการตรวจสอบพัสดุต้องสงสัยที่ส่งมาจากจังหวัดเลยไปยังภูเก็ต พบยาเสพติดเฮโรอีนจำนวนมหาศาลซ่อนอยู่ในชุดผ้าไทยสำเร็จรูปถึง 48 ชุด วิธีการที่แยบยลนี้เกือบหลุดรอดไปได้ ถ้าไม่ใช่เพราะความสงสัยของผู้รับจ้างหิ้ว

ยึดเฮโรอีน 6 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไทย จ้างหนุ่มหิ้ว ออกไปออสเตรเลีย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 4 ร่วมกับ สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งว่ามีพัสดุต้องสงสัยส่งมาจากพื้นที่หมู่ 5 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย ปลายทางคือบ้านพักใน ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พัสดุจำนวน 2 กระสอบถูกส่งโดยบริษัทขนส่งเอกชน พนักงานส่งวางไว้หน้าบ้านโดยไม่มีใครมารับ เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวตรวจสอบเบื้องต้น

ภายในกระสอบพบชุดผ้าไทยจำนวนมาก แต่ยังไม่มีพิรุธชัดเจน ต่อมาวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายอัฐพล ผู้รับพัสดุซึ่งทำงานในสายการบินแห่งหนึ่ง ติดต่อเจ้าหน้าที่เอง เพราะได้รับการจ้างทาง Facebook Messenger ให้หิ้วชุดผ้าไทยไปส่งที่ออสเตรเลีย เขาสงสัยว่าอาจมีของผิดกฎหมายซ่อนอยู่ จึงนำกระสอบมามอบให้ตำรวจตรวจสอบอย่างละเอียด

การตรวจพบเฮโรอีนในชุดผ้าไทย

ผลการตรวจสอบช็อกทุกคน! พบเฮโรอีนน้ำหนักรวม 6.198 กก. ซุกซ่อนในซับในของชุดผ้าไทยทั้ง 48 ชุด การทดสอบด้วยชุดตรวจสารเสพติด Marquis Reagent ให้ผลสีม่วง ยืนยันว่าเป็นเฮโรอีนประเภท 1 ซึ่งผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุม สภ.วิชิต พ.ต.อ.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผกก.สภ.วิชิต พร้อม พฐ.ภูเก็ต ตรวจหลักฐานเพื่อเก็บลายนิ้วมือแฝง ก่อนเสนอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.สมศักดิ์ เปิดเผยว่า ขบวนการนี้แยบยลมาก ใช้ชุดผ้าไทยซึ่งดูปกติเป็นวัตถุปกปิดยาเสพติด จ้างคนรับหิ้วผ่านโซเชียลที่ไม่รู้ตัว ครั้งนี้จับได้ก่อนออกนอกประเทศ แต่พบว่ามีการส่งสำเร็จไปออสเตรเลียแล้ว 3 ครั้ง เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลหาต้นทางจาก จ.เลย และเครือข่ายทั้งหมด

อันตรายของเฮโรอีนและวิธีการลักลอบ

เฮโรอีนเป็นยาเสพติดอันตรายที่สุดชนิดหนึ่ง สูบฉีดหรือกินทำให้เสพติดรวดเร็ว เกิดอาการหายใจล้มเหลว ตายเฉียบพลัน ขบวนการค้ายาเสพติดสมัยใหม่ใช้เทคนิคซ่อนในสินค้าทั่วไปอย่างชุดผ้าไทย ผลไม้แห้ง หรือของที่ระลึก เพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจ โดยเฉพาะเส้นทางไปออสเตรเลียซึ่งเข้มงวดเรื่องยาเสพติด

  • วิธีซ่อน: ซุกในซับในชุด สินค้าที่ดูไทยแท้
  • ผู้รับจ้าง: มักเป็นคนทั่วไปที่โพสต์รับหิ้ว ไม่รู้ตัว
  • ผลกระทบ: ถ้าสำเร็จจะกระจายสู่ตลาดมืดต่างประเทศ

กรณี ยึดเฮโรอีน 6 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไทย จ้างหนุ่มหิ้ว ออกไปออสเตรเลีย นี้แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดไทย ที่ร่วมมือกันตั้งด่านเฝ้าระวังพัสดุต้องสงสัย

สำหรับประชาชนที่รับจ้างหิ้วของต่างประเทศ ควรตรวจสอบให้แน่ใจ อย่ารับงานจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาโดยไม่รู้ตัว ครั้งนี้ นายอัฐพลทำถูกที่แจ้งความทันที ทำให้ช่วยตัดวงจรได้ทัน

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านตื่นตัวกับภัยยาเสพติด รายงานเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบ หากพบสิ่งผิดปกติ สามารถแจ้งสายด่วน ปส. 1599 เพื่อช่วยกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

ที่มา – ยึดเฮโรอีน 6 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไทย จ้างหนุ่มหิ้ว ออกไปออสเตรเลีย

ทลายโกดังเชียงราย ซุกยาบ้า 10 ล้านเม็ด!

ปฏิบัติการทลายโกดังเชียงราย! เจ้าหน้าที่บุกจับแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ กลางเมืองเชียงราย ยึดยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ด ซุกซ่อนในโซฟาจำนวนมาก เตรียมส่งเข้าพื้นที่ตอนในของประเทศ

ทลายโกดังเชียงราย ซุกยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ดในโซฟา เตรียมส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการขยายผลการจับกุมยาบ้าล็อตใหญ่ก่อนหน้านี้ โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 สั่งการให้ขยายผลจนนำไปสู่การจับกุมครั้งนี้ ซึ่งมีการบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงาน ทั้ง ภ.5, บก.สส.ภ.5, สำนักงาน ป.ป.ส. และ ภ.จว.เชียงราย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 66 กระสอบ รวมประมาณ 10 ล้านเม็ด รถยนต์ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ที่โกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย

จุดเริ่มต้นของการทลายแก๊งค้ายาครั้งนี้ มาจากการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาบ้าประมาณ 10 ล้านเม็ด ซุกซ่อนในตู้ลำโพง ที่ด่านตรวจห้วยไร่ จ.แพร่ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 68 จากนั้นได้มีการขยายผลจนออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม และพบว่ามีนายกฤชร์ณชัย ชาว อ.เทิง จ.เชียงราย เป็นผู้ควบคุมสั่งการนำยาเสพติดเข้าประเทศ นอกจากนี้ยังพบว่า นายวิเทน แซ่ย่าง ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาบ้า 10 ล้านเม็ดของ สภ.ห้วยไร่ เป็นผู้ดำเนินการเช่าโกดังในพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อซุกซ่อนยาเสพติด

การสืบสวนนำไปสู่การทลายโกดังเชียงราย

ชุดขยายผลยาเสพติด ภ.5 ร่วมกับ บก.สส.ภ.5 และ ภ.จว.เชียงราย ได้บูรณาการร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ส. ในการสืบสวนขยายผล จนกระทั่งทราบว่า กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว ได้เช่าโกดังบริเวณถนนระหว่างสี่แยกห้วยปลากั้ง-บ้านน้ำลัด เพื่อซุกซ่อนยาเสพติด โดยลำเลียงเข้าไปกับโซฟา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความพยายามในการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง

จากการเฝ้าสังเกตการณ์ พบว่ามีรถยนต์บรรทุกเข้าออกโกดัง และมีบุคคลเข้าออกบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 10 พ.ย. 68 เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในโซฟา เพื่อเตรียมการลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงทำการปิดล้อมจับกุม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 ราย คือ นายชุมพร แซ่ว่าง, นายพินิจ แซ่เฮ่อ, นายวรพล แซ่เฮ่อ, นายพัฒนากร แซ่ย่าง และนายวิเทน แซ่ย่าง

เมื่อเข้าทำการตรวจค้นภายในโกดัง พบยาบ้าจำนวน 66 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ในโซฟา 34 ตัว โดยแต่ละตัวมี 1-3 กระสอบ เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การทลายโกดังเชียงรายครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ

ที่น่าสนใจคือ นายวิเทน แซ่ย่าง ผู้ต้องหาที่ 5 เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาบ้า 10 ล้านเม็ด ของ สภ.ห้วยไร่ ซึ่งขณะนี้ได้อายัดตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

การขยายผลและ ทลายโกดังเชียงราย ที่ซุกซ่อนยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ดในโซฟาครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง และยังเป็นการตัดวงจรเครือข่ายค้ายาเสพติดที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ตอนในของประเทศอีกด้วย

ทลายโกดังเชียงราย ครั้งนี้ อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหา แต่ก็เป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับยาเสพติดอย่างไม่ย่อท้อ หวังว่าการจับกุมครั้งนี้ จะเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่คิดจะเข้าสู่วงจรยาเสพติด และเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน

สำหรับผู้ที่ต้องการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา – ทลายโกดังเชียงราย ซุกยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ดในโซฟา เตรียมส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน

Scroll to top