ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช

“ณณัฏฐ์” ลงพื้นที่จ.ระนอง คุยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ช่วยลดต้นทุน

เชื่อว่าเพื่อนๆ พี่น้องเกษตรกรหลายคนคงกำลังจับตามองสถานการณ์เศรษฐกิจภาคการเกษตรกันอยู่ใช่ไหมครับ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาของชาวบ้านด้วยตัวเองในประเด็น “ณณัฏฐ์” ลงพื้นที่จ.ระนอง คุยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง หามาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิต เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นครับ

“ณณัฏฐ์” ลงพื้นที่จ.ระนอง คุยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง หามาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิต

นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่จ.ระนอง เพื่อติดตามสถานการณ์การนำเข้าสัตว์น้ำและปัญหาของผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเป้าหมายหลักคือการรวบรวมข้อมูลปัญหาจริง เพื่อนำเสนอต่อผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ในการวางมาตรการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เกษตรกรทั่วประเทศต่างเรียกร้องให้มีการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมครับ

สถานการณ์การประมงและการนำเข้าสัตว์น้ำ

จากการตรวจเยี่ยมด่านตรวจประมงระนอง พบว่าแม้การนำเข้าสัตว์น้ำจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาจะยังมีมูลค่าสูง แต่การลักลอบนำเข้ากลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ “ณณัฏฐ์” ลงพื้นที่จ.ระนอง คุยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง หามาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิต ได้รับฟังมานั้น คือความผันผวนของราคาขายที่สวนทางกับค่าอาหารและค่าปัจจัยการผลิตที่แพงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรบางรายต้องแบกภาระหนัก

  • เร่งตรวจสอบต้นทุนการผลิตจริงเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน
  • เน้นพัฒนาช่องทางการตลาดใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน
  • เข้มงวดการนำเข้าสัตว์น้ำเถื่อนเพื่อป้องกันผลกระทบต่อราคาในตลาดภายใน

นอกเหนือจากประเด็นเรื่องกุ้งแล้ว ยังมีการผลักดันความมั่นคงทางอาหารผ่านการลงนาม MOU กับส.ป.ก. เพื่อส่งเสริมสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สินค้าในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับพี่น้องเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างครบวงจร ซึ่งการที่ “ณณัฏฐ์” ลงพื้นที่จ.ระนอง คุยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง หามาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิต ในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ของการทำงานเชิงรุกที่น่าจับตามองครับ

บทสรุปของเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า การลงพื้นที่จริงเพื่อฟังเสียงจากเกษตรกรนั้นสำคัญมาก เพราะปัญหาแต่ละพื้นที่ย่อมมีความเฉพาะตัว การมีมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุดจะช่วยรักษาอาชีพเกษตรกรรมไทยให้ยั่งยืนต่อไปได้ สำหรับเพื่อนๆ ที่เป็นเกษตรกร อย่าลืมติดตามนโยบายจากกระทรวงฯ อย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะเชื่อว่ามาตรการเยียวยาต่างๆ กำลังจะตามมาเพื่อช่วยเหลือพวกเราให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตต้นทุนไปได้แน่นอน

ที่มา – “ณณัฏฐ์” ลงพื้นที่จ.ระนอง คุยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง หามาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิต

“ณณัฏฐ์” ยก 2 มือหนุนแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงกีฬา

วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับประเด็นร้อนในวงการกีฬาไทย ที่นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และอดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาพูดถึงอย่างชัดเจน นั่นคือการยกสองมือสนับสนุนให้แยกกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงกีฬา เพราะถึงเวลาแล้วที่วงการกีฬาไทยจะได้เป็นฟันเฟืองหลักในการสร้างชาติ สร้างคนไทยให้มีวินัยและศักดิ์ศรีบนเวทีโลก

แยกกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงกีฬา: ทางออกสำหรับวงการกีฬาไทย

ในฐานะคนที่คลุกคลีกับวงการกีฬามาทั้งชีวิต ณณัฏฐ์บอกเลยว่าการมัดรวมกีฬากับท่องเที่ยวมานาน มันทำให้กีฬากลายเป็นแค่ตัวประกอบ ดึงดูดนักท่องเที่ยวผ่านอีเวนต์ใหญ่ๆ แต่รากฐานอย่างเยาวชนและกีฬาชุมชนกลับถูกละเลย ทรัพยากรส่วนใหญ่ไหลไปที่งานใหญ่ แต่ฐานล่างๆ เปราะบางสุดๆ การแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงกีฬา จะช่วยให้โฟกัสพัฒนากีฬาได้เต็มที่ ไม่ใช่แค่เสริมการท่องเที่ยวอีกต่อไป

เหตุผลหลักที่ต้องแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงกีฬาออกมาเป็นสามัคคี

ทำไมต้องแยก? เพราะกีฬาคือการลงทุนสร้างคนที่ดีที่สุดของชาติเลยครับ ถ้าแยกกระทรวงชัดเจน เราจะสร้าง “พีระมิดกีฬาไทย” ได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ฐานล่างสุดไปถึงยอด ช่วยลดภาระสาธารณสุขระยะยาว เพราะคนไทยแข็งแรงขึ้น ลดค่าใช้จ่ายรักษาโรค ลองนึกภาพคนไทยทุกวัยออกกำลังกาย สุขภาพดี มีวินัย นั่นแหละฟันเฟืองหลักของชาติ!

แผนพีระมิดกีฬาไทยหลังการแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงกีฬา

ณณัฏฐ์เสนอแผนชัดเจน ดังนี้

  • ระดับหมู่บ้าน-ตำบล: ไม่ใช่แข่งปีละครั้ง แต่ต้องมี “ลานกีฬา 24 ชม.” พร้อมอาสาสมัครผู้นำกีฬา คอยดูแลเยาวชนและชาวบ้านให้เล่นอย่างปลอดภัย สร้างฐานกีฬาชุมชนที่แข็งแกร่ง
  • ระดับอำเภอ: สร้าง “ศูนย์ฝึกช้างเผือก” มีโค้ชมาตรฐาน อุปกรณ์ครบ ระบบคัดกรองนักกีฬาที่มีคุณภาพ ไม่ต้องรอโชคช่วย
  • ระดับจังหวัด: ยกระดับ “โรงเรียนกีฬา” เป็นศูนย์ High Performance มีลีกแข่งขันต่อเนื่องทั้งปี สร้างอาชีพให้โค้ช นักกีฬา และอุตสาหกรรมกีฬาทั้งระบบ
  • ระดับประเทศ: ใช้ “วิทยาศาสตร์การกีฬา” ขั้นสูง ผลักดัน “อุตสาหกรรมกีฬา” (Sport Industry) ให้สร้างรายได้มหาศาล เหมือนญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จ กีฬาไม่ใช่แค่แข่ง แต่เป็นเศรษฐกิจด้วย

เห็นภาพมั้ยครับ? การแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงกีฬา ไม่ใช่เพิ่มงบสูญเปล่า แต่เป็นการ “คืนลมหายใจ” ให้จิตวิญญาณนักกีฬาไทย วงการกีฬาจะได้เลิกเป็นตัวประกอบ กลายเป็นฟันเฟืองหลัก สร้างศักดิ์ศรีไทยบนเวทีโลก ลองดูตัวอย่างชาติอื่นๆ ที่แยกกระทรวงกีฬาแล้วประสบความสำเร็จ เช่น ออสเตรเลียหรือญี่ปุ่น ที่กีฬากลายเป็น soft power และสร้างรายได้มหาศาล

นอกจากนี้ ยังช่วยพัฒนาเยาวชนไทยให้มีวินัย สุขภาพดี ลดปัญหาสังคมอย่างยาเสพติดหรือโรคเรื้อรัง การลงทุนในกีฬาชุมชนจะทำให้ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจท้องถิ่นคึกคักจากลีกกีฬา ถ้าเราทำได้ กีฬาไทยจะไม่ใช่แค่เหรียญทองโอลิมปิก แต่เป็นเครื่องมือสร้างชาติอย่างแท้จริง

ในมุมส่วนตัว ผมเห็นด้วยสุดๆ กับณณัฏฐ์ ถึงเวลาที่เราต้องชูสองมือสนับสนุนการแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงกีฬา เพื่ออนาคตนักกีฬาและเยาวชนไทย คุณล่ะคิดยังไง? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ร่วมผลักดันไอเดียดีๆ นี้กันเถอะ!

ที่มา – “ณณัฏฐ์” ยก 2 มือหนุนแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงกีฬา ถึงเวลาเป็นฟันเฟืองหลัก

“อนุทิน” ขู่! สายการบินขึ้นค่าตั๋ว กทม.-หาดใหญ่

“อนุทิน” เดือด บอกจะวัดกันก็ลองดู ลั่นไม่ประนีประนอม ขู่เพิกถอนใบอนุญาต หลังสายการบินอัปราคาตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ พุ่งเหยียบหลักหมื่น อย่าไม่มีจรรยาบรรณเอาเปรียบประชาชนยามยาก

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และสายการบินต่างๆ พิจารณาปรับลดราคาค่าโดยสาร เส้นทางกรุงเทพมหานครสู่ภาคใต้ โดยเฉพาะดอนเมือง-หาดใหญ่ ช่วงสัปดาห์แรกเดือนธันวาคมนี้ ได้รับการร้องเรียนว่าตั๋วเครื่องบินมีราคาสูงผิดปกติช่วงวันที่ 1-5 ธันวาคม จากการตรวจสอบบางเที่ยวบินสูงถึง 4,000-6,000 บาทต่อเที่ยว เป็นราคาที่สูงมาก

นายณณัฏฐ์ เผยต่อไปว่า เวลานี้ชาวใต้โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ และจังหวัดใกล้เคียงเผชิญอุทกภัยครั้งใหญ่ ทุกข์ยากแสนสาหัสอยู่แล้ว การที่ค่าเดินทางพุ่งสูงเหมือนซ้ำเติมผู้ประสบภัย ญาติพี่น้องที่ต้องการลงไปเยี่ยม ส่งของช่วยเหลือทำได้ยากลำบาก หรือผู้ต้องการนำความช่วยเหลือลงไปในพื้นที่หลายทีมมีงบประมาณจำกัด ต้องมาแบกรับค่าตั๋วแพง ทำให้งบฯ ที่จะไปซื้อข้าวของบริจาคน้อยลง ขอให้สายการบินเพิ่มเที่ยวบินพิเศษหรือล็อกราคาช่วยเหลือ

“ในยามวิกฤตภัยพิบัติ ความรับผิดชอบต่อสังคมและมนุษยธรรมต้องมาก่อนกำไร ฝากกระทรวงคมนาคมและผู้มีอำนาจ ประสานแก้ไขเร่งด่วน อย่าให้ค่าตั๋วเครื่องบินเป็นกำแพงกั้นความช่วยเหลือที่จะส่งไปถึงมือประชาชน”

ทางด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่มีสายการบินฉวยโอกาสขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ โดยมีราคาพุ่งสูงถึงหลักหมื่นบาท ว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทราบเรื่องแล้วได้เร่งดำเนินการ ซึ่งทราบว่าได้มีการยกเลิกการจองและเพิ่มราคาตั๋วขึ้นมา ตอนนี้พอทราบรายชื่อสายการบินแล้ว ซึ่งต้องขอตรวจสอบ

นายกรัฐมนตรี ย้ำด้วยว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็เพิกถอนใบอนุญาต ผมไม่มีอย่างอื่น ผมไม่ประนีประนอม ถ้าเอาเปรียบประชาชนในยามยาก ถ้าจะวัดกับผมก็ลองดู ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว พูดดีก็แล้ว อะไรก็แล้ว ตอนนี้ถ้าเอาความเดือดร้อนของประชาชนและคนเหล่านี้ถ้าเค้าไปไหนไม่ได้เค้าก็ต้องอยู่ที่สนามบิน กลับบ้านก็ไม่ได้ ความเครียดก็เกิดขึ้น ถ้าผู้ประกอบการไม่มีจรรยาบรรณ เช่นนี้ก็ไม่ต้องประกอบการ เพิกถอนใบอนุญาตไม่ยากเลย”

สถานการณ์ค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่หลายพื้นที่ในภาคใต้กำลังเผชิญกับอุทกภัย ทำให้การเดินทางเพื่อช่วยเหลือหรือกลับภูมิลำเนาเป็นเรื่องยากลำบากยิ่งขึ้น การที่สายการบินบางแห่งฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน ถือเป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมและจริยธรรม

“อนุทิน” ขู่! สายการบินขึ้นค่าตั๋ว กทม.-หาดใหญ่

อนุทินเอาจริง ขู่เพิกถอนใบอนุญาตสายการบินขึ้นค่าตั๋ว กทม.-หาดใหญ่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อกรณีดังกล่าว และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าสายการบินใดมีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาด รวมถึงการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

การขึ้นค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และสร้างความเป็นธรรมในการเดินทาง

ปัญหา ค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ที่พุ่งสูงขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลและควบคุมราคาค่าโดยสารของสายการบินอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน

การที่นายอนุทินออกมาขู่จะเพิกถอนใบอนุญาตสายการบินที่ขึ้น ค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ นั้น ถือเป็นการแสดงออกถึงความเด็ดขาดและความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหา แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

นอกจากนี้ ผู้บริโภคเองก็ควรมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและร้องเรียน หากพบเห็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม เพื่อให้สายการบินตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้บริโภค

การแก้ไขปัญหา ค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ที่พุ่งสูงขึ้นนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล สายการบิน และผู้บริโภค เพื่อสร้างความเป็นธรรมและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “อนุทิน” เดือด ขู่เพิกถอนใบอนุญาตสายการบิน อัปค่าตั๋ว กทม.-หาดใหญ่ พุ่งหลักหมื่น

Scroll to top