ณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์

ครม. แต่งตั้ง “โชคชัย” นั่งปลัด พม. ต่ออายุ “เลขาฯ ครม. – เลขาฯ BOI” อีก 1 ปี

เรียกได้ว่าเป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในวงการข้าราชการไทยเลยทีเดียว เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีมติสำคัญหลายประการ โดยไฮไลท์ที่หลายคนจับตามองคือ ครม. แต่งตั้ง “โชคชัย” นั่งปลัด พม. ต่ออายุ “เลขาฯ ครม. – เลขาฯ BOI” อีก 1 ปี เพื่อขับเคลื่อนงานภาครัฐให้ต่อเนื่องและราบรื่นในช่วงรอยต่อสำคัญนี้

สรุปการโยกย้ายตำแหน่งสำคัญและการอนุมัติของ ครม. แต่งตั้ง “โชคชัย” นั่งปลัด พม. ต่ออายุ “เลขาฯ ครม. – เลขาฯ BOI” อีก 1 ปี

ในที่ประชุม ครม. รอบล่าสุด นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเผยรายละเอียดการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง โดยประเด็นหลักที่น่าสนใจคือการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในกระทรวงสำคัญ ดังนี้:

  • นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ: จากเดิมอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ ได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
  • นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล: ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่างลงจากการเกษียณอายุราชการ

นอกจากนี้ ในส่วนของการบริหารจัดการองค์กรสำคัญของประเทศ ครม. ยังได้เห็นชอบให้มีการต่ออายุการดำรงตำแหน่งของข้าราชการระดับสูงที่มีผลงานโดดเด่น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานรัฐบาล

รายละเอียดการต่ออายุการดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง

นอกจากข่าว ครม. แต่งตั้ง “โชคชัย” นั่งปลัด พม. ต่ออายุ “เลขาฯ ครม. – เลขาฯ BOI” อีก 1 ปี แล้วนั้น ยังมีการอนุมัติต่อเวลาข้าราชการสำคัญ ดังนี้:

  • นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์: เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้รับการต่ออายุการดำรงตำแหน่งอีก 1 ปี (ครั้งที่ 2) ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570
  • นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์: เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้รับการต่ออายุอีก 1 ปี เพื่อประโยชน์ของทางราชการในการดึงดูดการลงทุนต่อเนื่อง

ในฝั่งของงานด้านความมั่นคงไซเบอร์ ครม. ยังได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติจำนวน 7 ท่าน ครอบคลุมทั้งด้านปัญญาประดิษฐ์ กฎหมาย การเงิน และสาธารณสุข เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์โลกยุคดิจิทัล

การตัดสินใจของ ครม. ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการจัดทัพข้าราชการที่มุ่งเน้นทั้งความต่อเนื่องของโครงการเดิมและการเปิดโอกาสให้คนใหม่ๆ เข้ามาขับเคลื่อนนโยบายสังคมและเศรษฐกิจ การที่ ครม. แต่งตั้ง “โชคชัย” นั่งปลัด พม. ต่ออายุ “เลขาฯ ครม. – เลขาฯ BOI” อีก 1 ปี น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนเชิงบวกที่ทำให้การทำงานของกระทรวงต่างๆ มีความมั่นคงและชัดเจนมากขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้และปีหน้าครับ

ที่มา – ครม. แต่งตั้ง “โชคชัย” นั่งปลัด พม. ต่ออายุ “เลขาฯ ครม. – เลขาฯ BOI” อีก 1 ปี

เลขาฯ ครม. ชี้ “ภูมิธรรม” พิจารณาปมยุบสภา

เลขาฯ ครม. บอกเป็นอำนาจ “ภูมิธรรม” ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ พิจารณา หากมีหนังสือลงมาจริงปมยุบสภา

วันที่ 3 กันยายน 2568 นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี บอกว่าได้ยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภาไปแล้วเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา เพียงสั้นๆ ว่า ตนยังไม่สามารถตอบได้ หากมีหนังสือมาจริง เป็นอำนาจของนายภูมิธรรม ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีจะพิจารณารายละเอียดและตัดสินใจอย่างไร.

ประเด็นเรื่องการยุบสภากลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังจากมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการตัดสินใจทางการเมืองที่อาจส่งผลต่ออนาคตของรัฐบาลชุดปัจจุบัน การออกมาให้สัมภาษณ์ของเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ ยิ่งทำให้สถานการณ์ดูคลุมเครือมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่านเลขาธิการฯ ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า อำนาจในการพิจารณาเรื่องนี้อยู่ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี

การตัดสินใจยุบสภาถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองต่างๆ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงประชาชนชาวไทยทุกคน ดังนั้น การพิจารณาเรื่องนี้จึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติเป็นสำคัญ

เลขาฯ ครม. ชี้อำนาจ “ภูมิธรรม” พิจารณาปมยุบสภา

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การตัดสินใจทางการเมืองที่สำคัญ เช่น การยุบสภา จึงต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน เพื่อให้การตัดสินใจนั้นเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการพิจารณาเรื่องยุบสภา:

  • เสถียรภาพของรัฐบาล
  • ความขัดแย้งทางการเมือง
  • ความนิยมของรัฐบาล
  • ความพร้อมของพรรคการเมือง
  • สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม

การที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีออกมาให้ข้อมูลว่าอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่นายภูมิธรรมนั้น เป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญในการตัดสินใจของผู้นำประเทศในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ การตัดสินใจใดๆ จะต้องมีความโปร่งใส และสามารถอธิบายต่อสาธารณชนได้อย่างชัดเจน

อนาคตของการเมืองไทยหลังการพิจารณาเรื่องยุบสภา

หากมีการตัดสินใจยุบสภาจริง สิ่งที่ตามมาคือการจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ประชาชนชาวไทยได้แสดงออกถึงเจตจำนงทางการเมืองของตนเอง และเลือกผู้แทนที่ตนเองไว้วางใจเข้ามาบริหารประเทศ การเลือกตั้งครั้งใหม่นี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย

การที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และเคารพผลการเลือกตั้งที่ออกมา จะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

เรื่องราวการยุบสภายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ความชัดเจนและการตัดสินใจที่โปร่งใสจะเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากผู้มีอำนาจในขณะนี้

การติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน จะช่วยให้เราเข้าใจถึงความเป็นไปของประเทศ และมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีกว่าเดิมได้

ที่มา – เลขาฯ ครม. บอกเป็นอำนาจ “ภูมิธรรม” พิจารณา หากมีหนังสือลงมาจริงปมยุบสภา

Scroll to top