ดินสไลด์

ดินสไลด์ทับคนงานชาวเมียนมา ดับ 1 ศพ ขณะก่อสร้างเสาตอม่อ

ดินสไลด์ทับคนงานชาวเมียนมา ดับ 1 ศพ ขณะก่อสร้างเสาตอม่อ คนไทยเจ็บ 1 ราย

เกิดเหตุสลดใจในพื้นที่ จ.ชลบุรี เมื่อได้รับรายงานว่ามีเหตุ ดินสไลด์ทับคนงานชาวเมียนมา ดับ 1 ศพ ขณะก่อสร้างเสาตอม่อ คนไทยเจ็บ 1 ราย โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นริมถนน 331 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา สร้างความตื่นตระหนกให้กับเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์ระทึกขวัญ ดินสไลด์ทับคนงานชาวเมียนมา ดับ 1 ศพ ขณะก่อสร้างเสาตอม่อ คนไทยเจ็บ 1 ราย

เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อวิน ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินท่ามกลางความโศกเศร้า เมื่อพนักงานก่อสร้างรายหนึ่งต้องมาจบชีวิตลงจากการทำงาน โดยเหตุ ดินสไลด์ทับคนงานชาวเมียนมา ดับ 1 ศพ ขณะก่อสร้างเสาตอม่อ คนไทยเจ็บ 1 ราย ครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่พวกเขาลงไปปฏิบัติหน้าที่ในบ่อเพื่อวัดระยะพื้นที่ก่อสร้าง

ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นเพื่อนคนงานเล่าว่า ในจังหวะที่นาย NAY ZAR KYAW อายุ 28 ปี กำลังทำงานอยู่นั้น ดินบริเวณปากบ่อได้เกิดพังทลายลงมาอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสัญญาณเตือน แม้เพื่อนคนงานจะพยายามเข้าช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ แต่ก็สามารถดึงคนงานชาวไทยออกมาได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนนาย NAY ZAR KYAW ถูกดินทับจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

  • รายละเอียดผู้เสียชีวิต: นาย NAY ZAR KYAW อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมา
  • รายละเอียดผู้บาดเจ็บ: นายอุรุพงษ์ อายุ 43 ปี มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย
  • สถานที่เกิดเหตุ: โครงการก่อสร้างริมถนน 331 ต.บ่อวิน จ.ชลบุรี

สำหรับการดำเนินการในขั้นต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งรัดตรวจสอบความปลอดภัยในจุดก่อสร้าง และรวบรวมหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากความประมาทหรือข้อผิดพลาดทางเทคนิค เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ข้อคิดจากเหตุการณ์นี้: ความปลอดภัยในการทำงานถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับงานดินและฐานราก การมีมาตรการป้องกันที่รัดกุมและการตรวจสอบสภาพหน้างานอย่างละเอียดก่อนเริ่มปฏิบัติงานทุกครั้ง คือสิ่งที่ไม่ควรละเลย เพื่อปกป้องชีวิตของแรงงานทุกคนให้ปลอดภัยในทุกขั้นตอน

ที่มา – ดินสไลด์ทับคนงานชาวเมียนมา ดับ 1 ศพ ขณะก่อสร้างเสาตอม่อ คนไทยเจ็บ 1 ราย

แจ้งปิดทางชั่วคราว ระหว่างสถานีขุนตาน-แม่ตานน้อย หลังฝนตก ดินสไลด์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีสถานการณ์สำคัญเกี่ยวกับการเดินทางด้วยรถไฟมาอัปเดตให้ทราบกันครับ โดยล่าสุดเกิดเหตุการณ์ แจ้งปิดทางชั่วคราว ระหว่างสถานีขุนตาน-แม่ตานน้อย หลังฝนตก ดินสไลด์ ส่งผลให้การเดินรถไฟในเส้นทางภาคเหนือต้องหยุดชะงักชั่วคราวครับ

เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ ส่งผลให้ดินบนภูเขาเกิดการสไลด์ตัวลงมาปิดทับบริเวณปากอุโมงค์ขุนตานด้านทิศเหนือ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องประกาศ แจ้งปิดทางชั่วคราว ระหว่างสถานีขุนตาน-แม่ตานน้อย หลังฝนตก ดินสไลด์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและตัวขบวนรถไฟครับ

แจ้งปิดทางชั่วคราว ระหว่างสถานีขุนตาน-แม่ตานน้อย หลังฝนตก ดินสไลด์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.10 น. โดยเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟขุนตานได้รับแจ้งเหตุพร้อมเร่งประสานฝ่ายช่างโยธาเข้าดำเนินการแก้ไขทันทีครับ แม้ว่าจะมีการ แจ้งปิดทางชั่วคราว ระหว่างสถานีขุนตาน-แม่ตานน้อย หลังฝนตก ดินสไลด์ ไปในช่วงแรก แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและเร่งเคลียร์พื้นที่อย่างเต็มที่เพื่อให้รถไฟกลับมาวิ่งได้ตามปกติโดยเร็วที่สุดครับ

ผลกระทบและขบวนรถที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเพื่อนๆ ที่วางแผนเดินทางในเส้นทางนี้ อาจได้รับผลกระทบจากความล่าช้า โดยมีขบวนรถด่วนพิเศษที่ได้รับผลกระทบดังนี้ครับ:

  • รถด่วนพิเศษ ขบวน 14
  • รถด่วนพิเศษ ขบวน 10

ในขณะนี้ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 14 ได้จอดรอเปิดทางอยู่ที่สถานีลำพูน และขบวนรถด่วนพิเศษที่ 10 จอดรออยู่ที่สถานีเชียงใหม่ครับ ความคืบหน้าล่าสุดการดำเนินงานเคลียร์เส้นทางผ่านไปแล้วกว่า 80% และคาดว่าจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติในไม่ช้าครับ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: สำหรับใครที่จะเดินทางด้วยรถไฟในช่วงนี้ แนะนำให้เช็กสถานะการเดินรถกับเพจเฟซบุ๊กของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือโทรสอบถามที่สายด่วน 1690 ก่อนออกเดินทางเพื่อป้องกันความสับสนและวางแผนการเดินทางได้ดียิ่งขึ้นครับ การเดินทางในช่วงฤดูฝนแบบนี้ต้องเผื่อเวลากันสักนิดนะครับ ขอให้ทุกคนเดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัยครับ

ที่มา – แจ้งปิดทางชั่วคราว ระหว่างสถานีขุนตาน-แม่ตานน้อย หลังฝนตก ดินสไลด์

ด่วน! ภูเขาดินทิ้ง เหมืองแม่เมาะ ถล่มออฟฟิศ

เกิดเหตุระทึกขวัญ! ภูเขาดินทิ้ง เหมืองแม่เมาะ เกิดสไลด์ตัวถล่มทับออฟฟิศและบ้านพักคนงานของผู้รับเหมา ทำให้ทรัพย์สินเสียหายหลายหลังคาเรือน ล่าสุดทางเหมืองได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์

เมื่อเวลา 04.10 น. ของวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อภูเขาดินทิ้ง เหมืองแม่เมาะ ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่ที่ 6 ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เกิดการสไลด์ตัวอย่างรุนแรง ดินจำนวนมหาศาลได้ไหลทะลักลงมา ทำให้สำนักงานของบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นผู้รับเหมาในการเปิดหน้าดินของเหมือง ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

หลังเกิดเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ได้เร่งทำการอพยพพนักงานและรถยนต์ออกจากพื้นที่โดยด่วน พร้อมทั้งปิดกั้นเส้นทางเข้าออกภายในเหมือง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

ภูเขาดินทิ้ง เหมืองแม่เมาะ ถล่มออฟฟิศและบ้านพักคนงาน

นายเลอสันต์ วงศ์เปี้ย นายก อบต.บ้านดง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อบต. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายในเบื้องต้น พบว่า ดินจากกองดินทิ้งขนาดใหญ่ ซึ่งมีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 500 เมตร ได้สไลด์ตัวลงมา ทำให้ดินจำนวนมากไหลและดันลงมายังบริเวณออฟฟิศของบริษัทผู้รับเหมา จนได้รับความเสียหายหลายหลัง นอกจากนี้ ดินยังได้ไหลลงสู่คลองส่งน้ำภายในเหมืองอีกด้วย และยังคงมีการเคลื่อนตัวอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ ภูเขาดินทิ้ง เหมืองแม่เมาะ สไลด์เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณตีสี่ที่ผ่านมา แรงสไลด์ของดินทำให้ไฟฟ้าในเหมืองดับ หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด และเกิดเพลิงไหม้ถึง 3 จุด แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างมาก และทำให้ทางเหมืองต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน

ความเสียหายจากเหตุการณ์ภูเขาดินทิ้ง เหมืองแม่เมาะ สไลด์ตัว

ภูเขาดินทิ้ง เหมืองแม่เมาะ สไลด์ถล่ม: สาเหตุและผลกระทบ

สาเหตุของการสไลด์ตัวของ ภูเขาดินทิ้ง เหมืองแม่เมาะ ในครั้งนี้ คาดว่าเกิดจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้ดินอุ้มน้ำไว้เป็นจำนวนมากจนเกิดความไม่สมดุลและสไลด์ตัวลงมา

เหตุการณ์ ภูเขาดินทิ้ง เหมืองแม่เมาะ เคยเกิดมาก่อน

เหตุการณ์ดินสไลด์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อปี 2561 ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตจากการถูกดินฝัง 1 ราย อย่างไรก็ตาม การสไลด์ตัวของดินในครั้งนี้มีความรุนแรงมากกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด

  • ผลกระทบเบื้องต้นคือความเสียหายต่ออาคารสำนักงานและบ้านพักคนงาน
  • การหยุดชะงักของกระบวนการทำงานภายในเหมือง
  • ความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง

เหตุการณ์ ภูเขาดินทิ้ง เหมืองแม่เมาะ สไลด์ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงความสำคัญของการจัดการและดูแลพื้นที่กองดินทิ้งอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง และวางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ที่มา – ภูเขาดินทิ้ง เหมืองแม่เมาะ สไลด์ลงมาถล่มออฟฟิศ-บ้านพัก พังเสียหายหลายหลัง

ปภ.กทม. เผย ซ่อมถนนทรุด-รื้อตึก สน.สามเสน

ถนนสามเสนทรุดตัวและการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสนแห่งใหม่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ล่าสุด ปภ.กทม. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันดินสไลด์ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องบริเวณใกล้เคียง

ผู้อำนวยการกองบริหารงานก่อสร้าง 4 (รฟม.) ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสนว่า มีการปรับแผนให้เหมาะสมกับสถานการณ์หน้างาน พร้อมทั้งเฝ้าระวังอาคาร สน.สามเสนที่อาจได้รับผลกระทบจากการทรุดตัว ในขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร (สปภ.กทม.) ได้แจ้งว่ายังคงพบดินสไลด์บริเวณใกล้เคียงและก้นหลุม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินการ

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ณ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นายปฏิเวช เหระยัง ผอ.กองบริหารงานก่อสร้าง 4 (รฟม.) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสน โดยระบุว่าผู้รับจ้างได้ทำการเจาะสำรวจดิน เพื่อเติมวัสดุเกร้าท์ (Grouting) เสริมความแข็งแรงของดินและทรายถม ปัจจุบันได้ดำเนินการขุดเจาะสำรวจดินไปแล้ว 5 หลุม และเริ่มอัดฉีดวัสดุเพื่อเสริมเสถียรภาพของดินด้วยแรงดันต่ำ (Low Pressure Grout) จำนวน 3 หลุม

นอกจากนี้ ยังมีการเฝ้าระวังอาคาร สน.สามเสน และถนนสามเสนอย่างต่อเนื่อง เพื่อวัดค่าการทรุดตัว ผู้รับจ้างได้สกัดผิวถนนแอสฟัลท์ติกบริเวณใกล้แยกวชิระ และเตรียมนำเครื่องจักรไซเลนท์ไวโบร์เข้าพื้นที่ เพื่อปักชีทไพล์ (sheet pile) ป้องกันดินสไลด์ การติดตามตรวจสอบและประเมินสภาพอาคารแฟลตตำรวจและอาคารโดยรอบยังคงดำเนินต่อไป เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ปภ.กทม. เผย ซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสน

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากปฏิบัติการ พบว่ายังมีดินสไลด์บริเวณใกล้เคียงและก้นหลุม ดังนั้น ผู้รับเหมาและ รฟม. จึงได้ปรับแผนให้เหมาะสมกับหน้างาน มีการเตรียมชีทไพล์ (เหล็กกันดินสไลด์) เพื่อให้รถเครนปักชีทไพล์ลงไป โดยเฉพาะบริเวณใกล้สี่แยกไฟแดงและทางม้าลาย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากยังมีการสไลด์ตัวของดินโดยรอบหลุมยุบ

อุปสรรคในการซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสน

การปรับเสถียรภาพของดินบริเวณก้นหลุมให้มีความแข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ จากนั้นจะมีการนำทรายถมสูงประมาณ 7 เมตร เพื่อให้เท่ากับพื้นผิวจราจรด้านบน เมื่อถนนมีความแข็งแรงแล้ว จะนำรถเครนเข้ามาบริเวณด้านหน้า สน.สามเสน เพื่อให้การรื้อถอนอาคารเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว การใช้โรบอตหรือหุ่นยนต์ในการรื้อถอนอาคารก่อนหน้านี้เป็นไปอย่างล่าช้าและเกิดอุปสรรค ดังนั้นการปรับเปลี่ยนวิธีการจึงมีความจำเป็น แม้ว่าจะมีแผนปฏิบัติงานอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ เนื่องจากหน้างานยังมีปัญหาที่ต้องปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา

การแก้ไขสถานการณ์ซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและท้าทาย ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนทั่วไปควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินการ

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและการจัดการโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่รัดกุม การประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

ที่มา – ปภ.กทม.เผย ซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสน ยังพบดินสไลด์ต่อเนื่อง-เตรียมนำชีทไพล์ป้องกัน

นายกฯ ตรวจถนนทรุด เผย อีก 1-2 วัน สร้างผิวจราจรคืนให้ถนนสามเสน

นายกฯ ตรวจถนนทรุด เผย อีก 1-2 วัน สร้างผิวจราจรคืนให้ถนนสามเสน

ในค่ำคืนวันที่ 28 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการซ่อมแซมถนนสามเสนที่เกิดเหตุทรุดตัวบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไม่ใช่ รพ.วชิรพยาบาล ตามที่เข้าใจผิด นายกฯ ตรวจถนนทรุด เผย อีก 1-2 วัน สร้างผิวจราจรคืนให้ถนนสามเสน เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการจราจรในกรุงเทพมหานคร

เหตุการณ์ถนนทรุดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นจากปัญหาดินสไลด์และโครงสร้างพื้นฐานที่ชำรุด โดยจุดเกิดเหตุตั้งอยู่บนถนนสามเสน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อหลายย่านในเมืองหลวง การทรุดตัวของถนนทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก ส่งผลให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ ชาวบ้านและผู้ใช้รถใช้ถนนต่างกังวลกับความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินทาง นายอนุทินได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบและรับฟังรายงานจากวิศวกรควบคุมงาน เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)

ความคืบหน้าการซ่อมแซมถนนสามเสน

จากที่ นายกฯ ตรวจถนนทรุด พบว่าการป้องกันการสไลด์ของดินมีความมั่นใจมากขึ้น โดยขณะนี้ทีมงานได้เสร็จสิ้นขั้นตอนการเทคอนกรีตพื้นฐานแล้ว และกำลังดำเนินการพ่นคอนกรีตแบบพิเศษเพื่อเสริมความแข็งแรง คาดว่าจะใช้เวลาเพียงอีก 1-2 วัน ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการสร้างพื้นผิวการจราจร ซึ่งจะนำทรายหินคลุกมาเทเพื่อปรับระดับ จากนั้นจึงใช้ยางมะตอยเทเกลี่ยให้เรียบ เพื่อให้ถนนพร้อมเปิดใช้งานตามปกติ

แม้ว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงนี้ แต่ กทม. ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำไว้รับมือแล้ว เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังที่อาจชะลอความคืบหน้า นอกจากนี้ นายอนุทินยังย้ำว่าทุกฝ่ายกำลังเร่งรัดงานให้รวดเร็วแต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เจ้าของโครงการซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักจะต้องดูแลเยียวยาให้ครบถ้วน

สาเหตุและมาตรการป้องกันถนนทรุดในอนาคต

สำหรับสาเหตุเบื้องต้นของเหตุการณ์ นายกฯ ตรวจถนนทรุด เผย อีก 1-2 วัน สร้างผิวจราจรคืนให้ถนนสามเสน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เร่งตรวจสอบและหาสาเหตุที่แท้จริง โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากปัญหาหลักฐานโครงสร้างที่เสื่อมสภาพ การขุดเจาะในบริเวณใกล้เคียง หรือปริมาณน้ำฝนที่มากเกินไป

เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต รัฐบาลได้วางแผนเพิ่มงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะถนนหลักๆ ที่มีปริมาณจราจรหนาแน่น นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสหากพบรอยร้าวหรือจุดเสี่ยงบนถนน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที

  • มาตรการเร่งด่วน: ติดตั้งระบบตรวจจับการสไลด์ดินแบบเรียลไทม์
  • การบำรุงรักษา: ตรวจสอบโครงสร้างถนนทุก 6 เดือน
  • การมีส่วนร่วมของประชาชน: สร้างแอปพลิเคชันแจ้งเหตุเพื่อรายงานปัญหา
  • ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน: กทม. และกรมโยธาฯ ร่วมมือกับเอกชน

เหตุการณ์ถนนทรุดครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อยู่อาศัยในย่านสามเสนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองใหญ่ที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง นายกฯ ตรวจถนนทรุด เผย อีก 1-2 วัน สร้างผิวจราจรคืนให้ถนนสามเสน เป็นสัญญาณที่ดีว่าการแก้ไขกำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว แต่เราทุกคนควรตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และบำรุงรักษาสิ่งสาธารณะ

ในมุมมองของผู้เขียน การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีแสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม โดยรวมแล้ว คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า ถนนสามเสนจะกลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดปัญหาการจราจรติดขัดที่เกิดขึ้น หากคุณกำลังเดินทางผ่านย่านนี้ ควรติดตามประกาศจาก กทม. อย่างใกล้ชิด

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเทพฯ ผ่านเว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้การเดินทางของคุณปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – นายกฯ ตรวจถนนทรุด เผย อีก 1-2 วัน สร้างผิวจราจรคืนให้ถนนสามเสน

ดินภูเขาสไลด์ปิดเนินพิศวง แม่สอด-ตาก เร่งเคลียร์

สถานการณ์ล่าสุดบนเส้นทางแม่สอด-ตากยังคงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง หลังเกิดเหตุดินภูเขาสไลด์ปิดเนินพิศวง เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อให้การสัญจรกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานสถานการณ์ความคืบหน้าล่าสุดว่า แขวงทางหลวงตากที่ 2 ได้นำเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่เพื่อเคลียร์เส้นทางหลวงหมายเลข 12 หรือเส้นทางแม่สอด-ตาก บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 18 ซึ่งเป็นช่วงเนินพิศวง ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก สืบเนื่องจากเหตุการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ ทำให้ดินภูเขาอุ้มน้ำไว้เป็นจำนวนมาก จนเกิดการสไลด์ตัวลงมาปิดทับเส้นทางการจราจรทั้งขาขึ้นและขาล่อง ส่งผลให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ในส่วนของการแก้ไขปัญหา ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถเปิดช่องทางจราจรขาออกจากอำเภอแม่สอดไปยังตัวเมืองตากได้แล้ว ทำให้รถยนต์สามารถสัญจรผ่านไปมาได้บ้าง แต่สำหรับช่องทางขาเข้า ยังคงมีดินและหินจำนวนมากปิดทับเส้นทางอยู่ เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งนำเครื่องจักรกลหนักเข้าดำเนินการเปิดเส้นทางอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากดินยังคงมีการสไลด์ตัวลงมาเป็นระยะๆ ดังนั้น ผู้ที่จำเป็นต้องสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ดินภูเขาสไลด์ปิดเนินพิศวง

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดช่องทางจราจรอีกฝั่งหนึ่งเพื่อให้รถยนต์สามารถสัญจรผ่านไปมาได้เป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งเร่งดำเนินการเคลียร์เส้นทางในจุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการเคลียร์เส้นทางทั้งหมดให้กลับสู่สภาพปกติ เนื่องจากปริมาณดินที่สไลด์ลงมามีจำนวนมาก

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดินภูเขาสไลด์ปิดเนินพิศวง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสัญจรเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย เนื่องจากเส้นทางแม่สอด-ตาก เป็นเส้นทางหลักที่ใช้ในการขนส่งสินค้าและการเดินทางระหว่างจังหวัด การปิดเส้นทางดังกล่าวจึงส่งผลให้การขนส่งสินค้าล่าช้าและมีต้นทุนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมายังแม่สอดก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้เส้นทาง

  • ตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง
  • ขับรถด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
  • ลดความเร็วและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า
  • เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตกหนัก

เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน

เหตุการณ์ดินภูเขาสไลด์ปิดเนินพิศวงในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการวางผังเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเคลียร์เส้นทาง ผู้ใช้รถใช้ถนนควรติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ การมีน้ำใจและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนร่วมทาง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปด้วยกันได้

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น เราทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น

ที่มา – ดินภูเขาสไลด์ปิดเนินพิศวง เส้นทางแม่สอด-ตาก เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์เส้นทาง

เร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง เสียชีวิต 6 ศพ

สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง! เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง จังหวัดเชียงใหม่ อย่างต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 6 ศพ และยังคงมีผู้สูญหายอีก 3 ราย

จากเหตุการณ์ดินโคลนสไลด์ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 02.50 น. ในพื้นที่หมู่บ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือและเร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋งอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้มีการรายงานยอดผู้เสียชีวิต 4 ศพ และผู้สูญหาย 5 ราย พร้อมทั้งมีการอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มซ้ำ

เร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง

ล่าสุด วันที่ 28 สิงหาคม 2568 สถานการณ์ยังคงตึงเครียด เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติการเร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง ในอำเภอแม่แจ่มอย่างไม่ย่อท้อ จากการค้นหาล่าสุด พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย เป็นชายและหญิง เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายศพออกจากพื้นที่เกิดเหตุเพื่อทำการชันสูตรตามกระบวนการทางกฎหมาย ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในบ้านปางอุ๋งเพิ่มขึ้นเป็น 6 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีก 3 รายที่ยังคงต้องเร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋งกันต่อไป

สภาพของหมู่บ้านปางอุ๋งในขณะนี้ เต็มไปด้วยความเสียหาย บ้านเรือนประชาชนจำนวนนับร้อยหลังได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 300 คนอย่างต่อเนื่อง นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยและว่าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจชาวบ้าน พร้อมทั้งกำชับให้เร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาไฟฟ้าในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยมีการใช้รถปั่นไฟเพื่อให้มีกระแสไฟฟ้าใช้ชั่วคราว ซึ่งจะช่วยให้การสื่อสารเป็นไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานเพื่อจัดหาอาหารให้แก่ผู้ประสบภัยทั้ง 3 มื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าชาวบ้านจะไม่ขาดแคลนอาหาร

ความช่วยเหลือเร่งด่วนจากทุกภาคส่วน

การสำรวจความเสียหายและการฟื้นฟูพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นถนนและบ้านเรือน จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ทำงานทันที พร้อมทั้งทำงานตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่บ้านปางอุ๋งที่เกิดเหตุน้ำป่าดินโคลนถล่มนั้น ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ราย สูญหาย 3 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 24 ราย นอกจากนี้ ยังมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบจำนวน 57 หลังคาเรือน

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนให้เราตระหนักถึงภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมรับมือและมีสติอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทุกท่าน และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้

ที่มา – เร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเป็น 6 ศพ

ปางอุ๋งฝนถล่มดินสไลด์: ดับ 2 สูญหาย 5 เร่งช่วยเหลือ

สถานการณ์น่าเศร้าที่หมู่บ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เมื่อเกิดเหตุดินสไลด์และน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน พัดร่างชาวบ้านเสียชีวิต 2 ราย และสูญหายอีก 5 ราย ขณะที่ชาวบ้านริมน้ำแจ่มได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำเซาะตลิ่งและพืชผลทางการเกษตรเสียหายในพริบตา

พ.ต.อ.สถิตชัย นิตยวัน ผกก.สภ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ทับบ้านเรือนชาวบ้านบริเวณบ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมและพังเสียหายประมาณ 10 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย และเด็กหญิงอายุ 12 ปี ยังคงสูญหาย

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือ เนื่องจากยังมีฝนตกต่อเนื่อง ในตัวอำเภอแม่แจ่มเองก็เกิดน้ำท่วม ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก หากฝนยังไม่หยุดตก อาจเกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง จึงแจ้งเตือนให้ชาวบ้านอพยพขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย

หมู่บ้านปางอุ๋งฝนถล่มดินสไลด์

สถานการณ์ล่าสุด (27 ส.ค. 68 เวลา 02.50 น.) รายงานจากเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าหมู่บ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม เกิดเหตุดินสไลด์ บ้านเรือนเสียหายหนักอย่างน้อย 7 หลัง มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 10 ราย ถูกนำส่ง รพ.ขุนยวม และ รพ.แม่แจ่ม มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย คือ นางจู ตระกูลบุญอนันต์ อายุ 47 ปี และมีผู้สูญหาย 5 คน ได้แก่ ด.ญ.สีดา แซ่เห่อ อายุ 8 ปี และชาวไทยใหญ่อีก 4 คนที่ยังไม่ทราบชื่อ

รายชื่อผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 12 ราย:

  • นายชัยชัว (บาดเจ็บสาหัส ใส่ท่อช่วยหายใจ ส่งต่อ ร.พ. จอมทอง)
  • นางอำไพพรรณ (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บสาหัส ใส่ท่อช่วยหายใจ ส่งต่อ ร.พ. จอมทอง)
  • นายวิเชียร (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • นายเปา แซ่จาง (บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • ด.ญ.ชุติมา (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • นายณรงค์ แซ่เจ่า (บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • นายวุฒิชัย (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • น.ส.วัลรี (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • นายรุ่งเรือง (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • นางไมล์ (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • ยุวดี (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • นายยิ่งยอ (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)

สถานการณ์ปัจจุบันที่หมู่บ้านปางอุ๋ง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อำเภอแม่แจ่ม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.แม่ศึก มูลนิธิ อาสาสมัคร อสม. กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือ ผู้ป่วยถูกนำส่งโรงพยาบาลเทพรัตน์เวชชานุกูล และโรงพยาบาลจอมทอง

รพ.สต.ปางอุ๋ง จัดตั้งทีมแพทย์พยาบาลเพื่อดูแลผู้ป่วยที่หน้าสถานการณ์ เพื่อรองรับผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนยังคงตกต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำแม่แจ่มเพิ่มสูงขึ้น ชาวบ้านต้องนำกระสอบทรายไปปิดกั้นจุดที่ต่ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม

นอกจากนี้ ที่บ้านท่าเรือ หมู่ 9 ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดลำน้ำแม่แจ่ม ได้รับผลกระทบหนัก ที่ดินทำกินถูกน้ำกัดเซาะเสียหาย ชาวบ้านเสียใจเนื่องจากพืชผลทางการเกษตรถูกน้ำท่วม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปเยียวยาและแก้ไขปัญหา

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ แจ้งเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคเหนือ และแจ้งข้อมูลการเคลื่อนที่ของกลุ่มฝนด้วยเรดาร์ตรวจอากาศไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยเมื่อเวลา 03.00 น. (27 ส.ค. 68) เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องใน อ.แม่แจ่ม ทำให้ดินสไลด์ที่หมู่บ้านปางอุ๋ง และเวลา 06.42 น. เกิดน้ำท่วมฉับพลันบริเวณสามแยกหน้าที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม

เหตุการณ์หมู่บ้านปางอุ๋งฝนถล่มดินสไลด์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การเตรียมพร้อมรับมือ การวางแผนป้องกัน และการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทุกท่าน และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เสียสละกำลังกายและกำลังใจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้

หมู่บ้านปางอุ๋งจะกลับมาสวยงามอีกครั้งด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน

ที่มา – หมู่บ้านปางอุ๋ง ฝนถล่มดินสไลด์ ดับแล้ว 2 ศพ สูญหาย 5 ราย เร่งให้ความช่วยเหลือ

Scroll to top