ดุลการค้า

สหรัฐฯ คืนภาษีทรัมป์ 8.1 หมื่นล้าน หลังศาลชี้ผิดกฎหมาย

เป็นประเด็นที่นักธุรกิจและผู้ติดตามข่าวเศรษฐกิจโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อล่าสุดมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้เร่งดำเนินการคืนเงินภาษีศุลกากรแก่บริษัทต่างๆ เป็นมูลค่ามหาศาลถึง 8.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องโดยตรงมาจากมาตรการที่เรียกว่า สหรัฐฯ คืน “ภาษีทรัมป์” แล้ว 8.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังศาลตัดสินว่าผิดกฎหมาย ในช่วงที่ผ่านมา

วิเคราะห์การบังคับใช้มาตรการ สหรัฐฯ คืน “ภาษีทรัมป์” แล้ว 8.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังศาลตัดสินว่าผิดกฎหมาย

การคืนเงินจำนวนมหาศาลนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า การจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมภายใต้มาตรการ “ภาษีต่างตอบแทน” ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ นั้นเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ส่งผลให้รัฐบาลต้องรับภาระคืนเงินภาษีให้แก่บริษัทนำเข้าสินค้าจำนวนมากที่ได้ชำระไปก่อนหน้านี้

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกรณี สหรัฐฯ คืน “ภาษีทรัมป์” แล้ว 8.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังศาลตัดสินว่าผิดกฎหมาย

ตัวเลขการคืนภาษีที่สูงถึง 8.1 หมื่นล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท) ในปีงบประมาณนี้ ถือเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดในเชิงนโยบายเศรษฐกิจที่หวังจะใช้ภาษีศุลกากรเป็นยาครอบจักรวาลในการแก้ไขปัญหาการขาดดุล

ผลกระทบที่ตามมามีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • งบประมาณขาดดุลที่เพิ่มสูงขึ้นแตะระดับ 1.367 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 9 เดือนแรก
  • ภาระด้านดอกเบี้ยเงินกู้ของรัฐบาลพุ่งสูงขึ้นถึง 14%
  • ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับคู่ค้าสำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น และประเทศในยุโรป

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการคืนเงินไปแล้ว แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเตรียมเดินหน้าใช้มาตรการภาษีระลอกใหม่ในอัตรา 10% ถึง 12.5% โดยอ้างประเด็นการบังคับใช้แรงงานและกำลังการผลิตล้นเกิน ซึ่งอาจกลายเป็นปมร้อนรอบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับมุมมองในเรื่องนี้ การพยายามผลักดันภาษีศุลกากรโดยละเลยข้อจำกัดด้านกฎหมายอาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของเอกชนในระยะยาว การที่รัฐบาลต้องหาทางออกใหม่ๆ เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำเนียบขาวต้องเร่งแก้ไขก่อนที่ความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางการค้าจะบอบช้ำไปมากกว่านี้

ที่มา – สหรัฐฯ คืน “ภาษีทรัมป์” แล้ว 8.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังศาลตัดสินว่าผิดกฎหมาย

ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ 9 แสนล้านบาท

ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ ต่อเนื่อง ล่าสุด 7 เดือนแรก กว่า 9 แสนล้าน

พาณิชย์ เผย ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ ต่อเนื่อง ล่าสุด 7 เดือนแรก ได้ดุลสูงถึงกว่า 9 แสนล้านบาท หลังเร่งส่งออกหนีภาษีตอบโต้ ขณะที่ สคต.แอลเอ ระบุ “ทรัมป์” ยื่นศาลสูงพิจารณาคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ ที่ชี้ ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจเก็บภาษีตอบโต้คู่ค้า ถ้าตัดสินให้แพ้ รัฐบาลเตรียมจ่ายเงินภาษีคืนคู่ค้า 7.5 แสนล้านถึง 1 ล้านล้านเหรียญฯ แต่เตรียมแผน 2 ดิ้นเดินหน้าเก็บภาษีนำเข้าต่อแล้ว

พาณิชย์ เผย ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ ต่อเนื่อง ล่าสุด 7 เดือนแรก กว่า 9 แสนล้าน

ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-กรกฎาคม) ไทยยังคงรักษาสมดุลการค้า surplus กับสหรัฐอเมริกาได้อย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าดุลการค้าบวกสูงถึง 904,987 ล้านบาท หรือประมาณ 27,374 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากตัวเลขการส่งออกรวม 1.321 ล้านล้านบาท หรือ 39,708 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 30.07% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษีตอบโต้ ในขณะที่การนำเข้าอยู่ที่ 415,823 ล้านบาท หรือ 12,333 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเพียง 8.30% เท่านั้น

เฉพาะเดือนกรกฎาคม 2568 ไทยได้ดุลการค้า 146,985 ล้านบาท หรือ 4,547 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการส่งออกพุ่งสูงถึง 204,492 ล้านบาท หรือ 6,296 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 31.36% แต่การนำเข้าลดลงเหลือ 57,507 ล้านบาท หรือ 1,749 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 7.459% สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การส่งออกที่แข็งแกร่งของไทยท่ามกลางความท้าทายทางการค้า

สินค้าส่งออกหลักที่ขับเคลื่อนดุลการค้าไทย-สหรัฐ

สินค้าที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรกในช่วง 7 เดือน ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มูลค่า 10,295 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 81.33% ตามด้วยผลิตภัณฑ์ยาง 2,783 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 11.83% เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ และอุปกรณ์ส่วนประกอบ 2,724 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 9.06% หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ 1,499 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 31.27% และอัญมณี เครื่องประดับ 1,498 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 35.87% สินค้าเหล่านี้เป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ช่วยให้ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ ต่อเนื่อง

  • เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ: เติบโตสูงสุดจากความต้องการเทคโนโลยี
  • ผลิตภัณฑ์ยาง: สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐ
  • อุปกรณ์โทรคมนาคม: การขยาย 5G และสมาร์ทโฟน
  • หม้อแปลงไฟฟ้า: เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
  • อัญมณีและเครื่องประดับ: ความนิยมในตลาดผู้บริโภคสหรัฐ

ด้านการนำเข้า สินค้าหลัก 5 อันดับ ได้แก่ น้ำมันดิบ 2,828 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 26.06% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 1,184 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลด 2.66% ก๊าซธรรมชาติ 748 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 10.90% เคมีภัณฑ์ 712 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลด 7.18% และเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 582 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 7.51% แสดงให้เห็นว่าการนำเข้าส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบและเครื่องจักรที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมไทย

ผลกระทบจากภาษีตอบโต้และสถานการณ์ทางการเมืองสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม หลังจากสหรัฐประกาศอัตราภาษีตอบโต้ไทยที่ 19% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2568 คาดว่าการนำเข้าจากไทยอาจชะลอตัวลง แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสินค้าไทยยังคงแข่งขันได้ เนื่องจากคู่แข่งอย่างเวียดนาม (20%) มาเลเซีย (19%) และฟิลิปปินส์ (19%) ถูกเก็บภาษีใกล้เคียงกัน ทำให้ไทยไม่เสียเปรียบมากนัก

นอกจากนี้ กรณีศาลอุทธรณ์สหรัฐตัดสินเมื่อ 3 กันยายน 2568 ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีอำนาจภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในการเก็บภาษีตอบโต้ ล่าสุดทรัมป์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสหรัฐแล้ว หากศาลสูงตัดสินว่าสหรัฐแพ้ รัฐบาลอาจต้องคืนเงินภาษีนำเข้าถึง 750,000-1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเป็นภาระหนัก แต่ทรัมป์เตรียมแผนสำรอง เช่น ให้รัฐสภาออกกฎหมายภาษี ใช้มาตรา 232 หรือ 301 เพื่อเดินหน้าภาษีต่อไป

สหรัฐเริ่มเก็บภาษีนำเข้า baseline 10% ตั้งแต่ 5 เมษายน 2568 และ reciprocal tariffs 7 สิงหาคม 2568 โดยในเดือนกรกฎาคม 2568 เก็บได้ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 242% จากปีก่อน สถานการณ์นี้ทำให้การค้าทวิภาคีซับซ้อน แต่ไทยยังคงได้ดุลการค้าสหรัฐฯ ต่อเนื่อง

พาณิชย์ เผย ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ ต่อเนื่อง ล่าสุด 7 เดือนแรก กว่า 9 แสนล้านบาท แสดงถึงศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในการรับมือความท้าทาย ผู้ประกอบการไทยควรติดตามพัฒนาการภาษีสหรัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ส่งออกให้เหมาะสม หากคุณกำลังวางแผนธุรกิจส่งออก ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อคว้าโอกาสในตลาดสหรัฐที่ยังคงเติบโต

ที่มา – พาณิชย์ เผย ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ ต่อเนื่อง ล่าสุด 7 เดือนแรก กว่า 9 แสนล้าน

Scroll to top