ด่านอรัญประเทศ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วดำเนินคดีผู้เผยแพร่ข่าวเท็จ กุข่าวเปิดชายแดน

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว การรับข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงของประเทศจำเป็นต้องใช้วิจารณญาณให้มาก ล่าสุดเกิดประเด็นร้อนในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้ปล่อยข่าวลือเรื่องการเปิดด่านอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จนทำให้ภาครัฐต้องออกมาจัดการอย่างเร่งด่วน โดยทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วดำเนินคดีผู้เผยแพร่ข่าวเท็จ กุข่าวเปิดชายแดน เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้เกิดความสับสนในวงกว้าง

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วดำเนินคดีผู้เผยแพร่ข่าวเท็จ กุข่าวเปิดชายแดน ชี้เป็นเรื่องกระทบความมั่นคง

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นจากกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์ที่ระบุว่า มีการอนุญาตให้ด่านอรัญประเทศเปิดทำการเพื่อให้กลุ่มนักเรียนจากประเทศกัมพูชาเข้ามาเรียนหนังสือได้ ข้อมูลดังกล่าวถูกแชร์ต่อกันไปอย่างกว้างขวาง จนเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยตามชายแดนของไทย ซึ่งในความเป็นจริงนั้น รัฐบาลได้ย้ำเสมอว่าทุกการตัดสินใจเรื่องชายแดนต้องผ่านการกลั่นกรองและคำนึงถึงความมั่นคงเป็นหลักสูงสุด

มาตรการเด็ดขาดจากภาครัฐต่อผู้เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน

เมื่อทราบเรื่องดังกล่าว ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบด่านคลองลึกทันที เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าไม่มีการเปิดด่านแต่อย่างใด และในท้ายที่สุด ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วดำเนินคดีผู้เผยแพร่ข่าวเท็จ กุข่าวเปิดชายแดน ตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) เพื่อเอาผิดผู้ที่จงใจสร้างความปั่นป่วน

สิ่งที่เราควรเรียนรู้จากกรณีนี้มีดังนี้:

  • ตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวก่อนแชร์ทุกครั้ง โดยเฉพาะข้อมูลจากหน่วยงานราชการที่ต้องมีประกาศอย่างเป็นทางการ
  • ข่าวปลอมหรือข่าวลือที่เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน ไม่ใช่แค่เรื่องสนุกแต่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • การแชร์ข่าวปลอมมีความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษทางอาญาที่รุนแรง

รัฐบาลยืนยันว่าการดำเนินงานเกี่ยวกับชายแดนไทย-กัมพูชา จะยึดถือข้อเท็จจริงและความมั่นคงของชาติเป็นที่ตั้ง ไม่มีการดำเนินงานภายใต้ข่าวลือออนไลน์อย่างแน่นอน ดังนั้นขอให้ประชาชนมั่นใจในข้อมูลจากช่องทางหลักของรัฐบาลมากกว่าการเชื่อกระแสโซเชียลที่ขาดหลักฐานยืนยัน การหยุดแชร์ข่าวปลอมถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้สังคมไทยน่าอยู่และปลอดภัยจากความขัดแย้งที่ไม่จำเป็นครับ

ที่มา – ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วดำเนินคดีผู้เผยแพร่ข่าวเท็จ กุข่าวเปิดชายแดน

กัมพูชาปล่อยคนไทยลอต 2 กลับครบ 635 ราย

ข่าวดีสำหรับคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา! กัมพูชาปล่อย “คนไทย” ลอต 2 กลับประเทศแล้ว ครบ 635 ราย เร่งคัดกรองตามกระบวนการ หลังจากทางการกัมพูชากวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมออนไลน์ ทำให้คนไทยจำนวนมากถูกจับกุมและส่งตัวกลับบ้านเกิดอย่างปลอดภัย

กัมพูชาปล่อย “คนไทย” ลอต 2 กลับประเทศแล้ว ครบ 635 ราย เร่งคัดกรองตามกระบวนการ

วันที่ 30 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าที่ทุกคนเฝ้ารอ เมื่อทางการกัมพูชาดำเนินการปล่อยตัวคนไทยล็อตที่ 2 จำนวน 285 คน เวลา 18.20 น. ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ส่งผลให้ยอดรวมทั้งหมดครบ 635 รายตามที่ประสานงานกันไว้ ก่อนหน้านี้ล็อตแรก 350 คนก็ได้รับการปล่อยตัวในช่วงเย็นแล้ว

ภาพคนไทยเดินทางกลับจากกัมพูชา

บรรยากาศที่ด่านคลองลึกคึกคักสุดๆ มีทั้งความโกลาหลและน้ำตาแห่งความยินดี ญาติๆ มารอรับตั้งแต่เช้า ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว พอเจอหน้าลูกหลานก็กอดกันร้องไห้สะอึกสะอื้น บางคนหอบกระเป๋าเสื้อผ้าทรัพย์สินติดตัวมาเพียบ เจ้าหน้าที่ไทยปิดประตูเล็กทันทีเพื่อควบคุมพื้นที่ แล้วนำทุกคนเข้าสู่กระบวนการคัดกรองที่เตรียมไว้อย่างดี

กระบวนการคัดกรองหลังกัมพูชาปล่อยคนไทยลอต 2 กลับประเทศ

หลังจาก กัมพูชาปล่อย “คนไทย” ลอต 2 กลับประเทศแล้ว ครบ 635 ราย เจ้าหน้าที่ไทยเร่งดำเนินการทันที โดยมีจุดคัดกรองหลายแห่ง ตรวจสอบเอกสาร ซักประวัติ แยกกลุ่มบุคคล และตรวจสุขภาพเบื้องต้น ทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานสากลและกลไก NRM (National Referral Mechanism) เพื่อปกป้องสิทธิผู้เสียหาย

  • ตรวจเอกสารและตัวตน: ยืนยันข้อมูลเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ
  • ซักประวัติ: ถามถึงการถูกหลอกลวงหรือบังคับทำงานสแกม
  • แยกกลุ่ม: แบ่งเหยื่อ ปรับปรุง และผู้กระทำผิด
  • ดูแลสุขภาพ: ตรวจโรคและให้คำปรึกษาเบื้องต้น
  • อำนวยความสะดวก: จัดรถกลับบ้านและช่วยเหลือเพิ่มเติม
ภาพการคัดกรองคนไทยที่ด่านคลองลึก

การดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นความร่วมมืออันดีระหว่างไทย-กัมพูชา แม้จะมีความล่าช้าบ้าง แต่สุดท้ายก็สำเร็จครบถ้วน กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย แรงงาน และพัฒนาสังคมฯ บูรณาการกันเต็มที่ เพื่อดูแลพี่น้องชาวไทยให้ปลอดภัย

ปัญหาสแกมเมอร์ข้ามชาติยังรุนแรง คนไทยจำนวนมากหลงกลงานดีเงินเดือนสูงในกัมพูชา จนกลายเป็นทาสสแกม ถูกยึดパスปอร์ต บังคับโทรหลอกคนไทยด้วยกัน รัฐบาลไทยจึงต้องเข้มงวดทั้งปราบปรามและป้องกัน อบรมประชาชนไม่หลงเชื่อโฆษณ้างานออนไลน์ต้องเช็คให้ดี

นอกจากนี้ ยังเป็นบทเรียนให้ทุกคนระวังภัยออนไลน์ อย่าโอนเงินให้คนไม่รู้จัก ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ การกลับมาครบ 635 รายนี้คือชัยชนะของความร่วมมือระหว่างประเทศ

ในมุมมองของเรา การที่กัมพูชาปล่อยคนไทยลอต 2 กลับประเทศแล้ว ครบ 635 ราย เร่งคัดกรองตามกระบวนการ แสดงถึงความก้าวหน้าในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ แต่เรายังต้องเฝ้าระวังต่อไป เพื่อไม่ให้มีพี่น้องไทยต้องเดือดร้อนอีก ติดตามข่าวสารและแชร์เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ!

ที่มา – กัมพูชาปล่อย “คนไทย” ลอต 2 กลับประเทศแล้ว ครบ 635 ราย เร่งคัดกรองตามกระบวนการ

กัมพูชาเปิดด่าน ทยอยปล่อยคนไทยลอตแรก 350 คน กลับประเทศแล้ว

กัมพูชาเปิดด่าน ทยอยปล่อยคนไทยลอตแรก 350 คน กลับประเทศแล้ว เป็นข่าวดีที่หลายคนเฝ้ารอคอย โดยเฉพาะญาติพี่น้องที่มารอรับตั้งแต่เช้าที่ด่านชายแดนอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ท่ามกลางความร่วมมือระหว่างไทยและกัมพูชาในการส่งตัวคนไทยทั้งหมด 635 คนกลับบ้าน

กัมพูชาเปิดด่าน ทยอยปล่อยคนไทยลอตแรก 350 คน กลับประเทศแล้ว

การดำเนินการครั้งนี้มาจากกลไกการทูต การทหาร และความมั่นคงที่บูรณาการร่วมกัน พลตรีวรเวช วนมงคล ผู้อำนวยการสำนักนิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหารบก ระบุว่า วัตถุประสงค์หลักคือฟื้นฟูสถานการณ์ให้ปกติและเสริมสร้างความมั่นคงชายแดน โดยมีกองทัพบก ตำรวจ และหน่วยงานอื่นๆ เข้าร่วมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกอย่างโปร่งใสและถูกกฎหมายระหว่างประเทศ

กระบวนการคัดกรองคนไทยที่ถูกส่งตัวกลับ

หลังจากกัมพูชาเปิดด่าน ฝั่งไทยได้เร่งคัดกรองคนไทยทุกคนอย่างละเอียด พล.ต.ต.ฐิติวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 อธิบายว่า ใช้ทีมสหวิชาชีพจากกระทรวงพัฒนาสังคม กระทรวงแรงงาน และหน่วยความมั่นคง แบบสอบถามกว่า 70 ข้อ ตรวจสอบพฤติกรรมการเดินทาง ลักษณะงาน เครือข่าย และอาชญากรรม เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนัน สแกมเมอร์ และค้ามนุษย์

  • หากเป็นเหยื่อที่ถูกหลอกลวง จะได้รับการคุ้มครองและช่วยเหลือทันที
  • หากมีเจตนากระทำผิด จะดำเนินคดีเต็มรูปแบบ
  • พบข้อมูลบางรายมีหมายจับ และกลุ่มเฝ้าระวัง

เบื้องต้น ลอตแรก 350 คน ข้ามแดนมาเมื่อ 16.50 น. ด้วยรถบัสเล็กคันละ 15 คน ใช้เวลานานเพราะจุดควบคุมห่างด่าน 1 กม. คนที่เหลือ 285 คน คาดทยอยกลับภายในคืนนั้นถึงเที่ยงคืน

สภาพคนไทยที่กลับมามีอาการอิดโรยจากอากาศร้อนและรอคอยนาน แต่ทุกคนโล่งใจได้กลับแผ่นดินไทย เจ้าหน้าที่จัดจุดคัดกรองแยกตามอาคารที่เคยถูกควบคุม เพื่อตรวจสอบข้อมูลรวดเร็ว

บทเรียนและคำเตือนจากเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์กัมพูชาเปิดด่าน ทยอยปล่อยคนไทยลอตแรก 350 คน กลับประเทศแล้ว สะท้อนปัญหาการหลอกลวงงานต่างประเทศที่ยังรุนแรง คนไทยจำนวนมากตกเป็นเหยื่อแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ฝากเตือน หากตกเป็นเหยื่อรีบติดต่อสถานทูตหรือหน่วยงานช่วยเหลือ แต่ผู้จงใจทำผิดจะถูกดำเนินคดีเข้มงวด

นอกจากนี้ ยังมีคนไทยตกค้างอีกจำนวนหนึ่ง อยู่ระหว่างประสานงานส่งกลับต่อไป การร่วมมือไทย-กัมพูชาครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการแก้ปัญหาชายแดน

สำหรับผู้อ่านที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ข่าวชั้นนำ เพื่อไม่พลาดอัปเดตสถานการณ์ล่าสุด

ที่มา – กัมพูชาเปิดด่าน ทยอยปล่อยคนไทยลอตแรก 350 คน กลับประเทศแล้ว

ด่วน! ด่านอรัญประเทศ-ปอยเปต: กัมพูชาไม่ยอมปล่อยคนไทย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ด่านอรัญประเทศ-ปอยเปตตึงเครียดอย่างมาก เมื่อทางการกัมพูชายังไม่อนุญาตให้คนไทยเดินทางกลับประเทศ ทำให้มีคนไทยตกค้างอยู่บริเวณชายแดนเป็นจำนวนมาก รายงานล่าสุดระบุว่ามีคนไทยไม่ต่ำกว่า 3,000 คนที่รอข้ามแดนกลับประเทศไทย

ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย นายอำเภออรัญประเทศ และผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว จะได้พยายามประสานงานกับ pihak Kamboja เพื่อให้เกิดความชัดเจนและอำนวยความสะดวกให้แรงงานชาวกัมพูชาเดินทางกลับประเทศแล้วก็ตาม สถานการณ์ กัมพูชาไม่ยอมปล่อยคนไทยกลับเข้าประเทศ ยังคงไม่คลี่คลาย

กัมพูชาไม่ยอมปล่อยคนไทยกลับเข้าประเทศ

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่ด่านอรัญประเทศยังคงชุลมุนวุ่นวาย เนื่องจากมีชาวกัมพูชาจำนวนมากเดินทางมารวมตัวกันเพื่อรอข้ามแดนกลับประเทศ ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ไทย ฝ่ายไทยได้จัดระเบียบพื้นที่และอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่เพื่อให้การเดินทางกลับประเทศของชาวกัมพูชาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่น่ากังวลคือ กัมพูชาไม่ยอมปล่อยคนไทยกลับเข้าประเทศ ตามกำหนดการเดิมที่วางไว้ ณ เวลา 10.00 น. แม้จะมีการนัดหมายและประสานงานล่วงหน้าแล้วก็ตาม แหล่งข่าวในพื้นที่รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชามีความพยายามเรียกเก็บเงินจากคนไทยบางคนที่ต้องการเดินทางกลับ ทำให้เกิดความล่าช้าและความตึงเครียดเพิ่มขึ้น

หลังจากได้รับรายงานเรื่องการเรียกเก็บเงิน เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยและนายอำเภออรัญประเทศได้เข้าประสานงานกับเจ้าหน้าที่กัมพูชาเพื่อขอความชัดเจน และยืนยันว่าคนไทยต้องได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ต้องจ่ายเงินใดๆ ทั้งสิ้น

ความคืบหน้าล่าสุด: สถานการณ์ กัมพูชาไม่ยอมปล่อยคนไทยกลับเข้าประเทศ

แหล่งข่าวยืนยันว่าการเจรจามีความคืบหน้า โดยเจ้าหน้าที่กัมพูชายอมปล่อยตัวคนไทยทั้งหมดและจะไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมการส่งตัวกลับมายังฝั่งไทย

เมื่อคนไทยเดินทางกลับมาถึงฝั่งไทยแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามมาตรการที่กำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล การซักถามความปลอดภัย เพื่อคัดแยกกลุ่มต่างๆ ให้ชัดเจน หลังจากผ่านขั้นตอนทั้งหมดแล้ว เจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนาต่อไป

สถานการณ์โดยรวมยังคงต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณผู้รอเดินทางทั้งสองฝ่ายยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ชายแดนที่เกิดขึ้น

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่กัมพูชายังคงกักตัวคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับเข้าประเทศไทยไว้บริเวณฝั่งกัมพูชา และบางส่วนถูกไล่กลับไปยังอาคารสำนักงานในฝั่งปอยเปต คาดว่ามีจำนวนประมาณ 3,000 คน ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด แม้ว่าผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้วจะเข้าไปเจรจาแล้วก็ตาม สถานการณ์ กัมพูชาไม่ยอมปล่อยคนไทยกลับเข้าประเทศ ยังไม่คลี่คลาย

สถานการณ์ที่ด่านอรัญประเทศยังคงเป็นจุดที่หลายฝ่ายจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งขั้นตอนการปล่อยตัวคนไทยจากฝั่งกัมพูชา ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงต่อไป

การที่ กัมพูชาไม่ยอมปล่อยคนไทยกลับเข้าประเทศ ในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อคนไทยจำนวนมากที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างเร่งด่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งของไทยและกัมพูชาควรเร่งแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกให้คนไทยเดินทางกลับประเทศได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว

ที่มา – ด่วน ด่านอรัญประเทศ-ปอยเปต ตึงเครียด “กัมพูชา” ไม่ยอมปล่อยคนไทยกลับเข้าประเทศ

ตม.สระแก้วยัน! ด่านอรัญประเทศยังปิดตาย 100%

หลายคนอาจจะยังสงสัยเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ด่านอรัญประเทศ วันนี้เรามีข่าวอัพเดทล่าสุดจาก ตม.สระแก้ว มาแจ้งให้ทราบกันค่ะ ว่า ด่านอรัญประเทศยังปิดตาย 100% นะคะ ไม่มีการเปิดช่องทางพิเศษหรือผ่อนผันใดๆ ทั้งสิ้น ข่าวลือก่อนหน้านี้อาจจะเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนค่ะ

ก่อนหน้านี้มีการอนุโลมให้คนไทยและกัมพูชาที่ตกค้างเดินทางกลับประเทศได้ แต่มาตรการนั้นสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมาค่ะ ตอนนี้การเข้าออกผ่านด่านอรัญประเทศยังปิดตาย 100% จริงๆ ค่ะ

ตม.สระแก้ว ยันด่านอรัญประเทศยังปิดตาย 100%

เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังด่าน ตม.อรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่า จะมีการเปิดช่องทางผ่อนผันให้คนกัมพูชาที่ตกค้างในไทย และคนไทยที่ตกค้างในกัมพูชา สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้เฉพาะวันพุธและวันอาทิตย์

ด่านอรัญประเทศ

จากการตรวจสอบพบว่า ประตูเหล็กบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ทั้งฝั่งไทยและกัมพูชายังคงปิดสนิท และมีการคล้องโซ่ล็อคไว้อย่างแน่นหนา รวมถึงประตูเล็กที่เคยเปิดเป็นช่องทางผ่อนผันชั่วคราวก็ถูกปิดตายเช่นกัน

พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ด่านอรัญประเทศยังปิดตาย 100% และไม่มีคำสั่งให้เปิดช่องทางผ่อนผันใดๆ ในขณะนี้ การอนุโลมให้เดินทางกลับประเทศได้เป็นการชั่วคราวสิ้นสุดไปแล้วเมื่อสิ้นเดือนสิงหาคม

ด่านอรัญประเทศปิด

ทำไมถึงต้องติดตามข่าวสารจากกองทัพภาคที่ 1 หรือกองกำลังบูรพา?

เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก อำนาจการเปิดปิดด่านจึงอยู่ที่ฝ่ายความมั่นคง ไม่ใช่ ตม.จว.สระแก้ว ดังนั้นข่าวสารที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียอาจไม่ถูกต้องเสมอไป ควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ผกก.ตม.จว.สระแก้ว เน้นย้ำว่า ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารเกี่ยวกับด่านพรมแดนจากกองทัพภาคที่ 1 หรือกองกำลังบูรพาเท่านั้น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและข่าวลือที่ไม่ถูกต้อง

ดังนั้น สรุปอีกครั้งนะคะ ด่านอรัญประเทศยังปิดตาย 100% ยังไม่มีการเปิดให้มีการเดินทางเข้าออกตามปกติ หรือมีช่องทางพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะมีการแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการต่อไปค่ะ

สำหรับใครที่มีแผนเดินทางข้ามแดนไปยังกัมพูชา หรือเดินทางกลับประเทศไทยผ่านด่านอรัญประเทศในช่วงนี้ ขอให้ตรวจสอบข้อมูลและเตรียมความพร้อมให้ดีก่อนนะคะ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

และที่สำคัญ อย่าหลงเชื่อข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่ไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการนะคะ การเดินทางข้ามแดนในช่วงสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านนะคะ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงค่ะ

ที่มา – ตม.สระแก้ว ยันด่านอรัญประเทศยังปิดตาย 100% ไม่มีคำสั่งเปิดช่องผ่อนผันอนุโลมใดๆ

Scroll to top