ตรวจสอบคุณสมบัติ

สภาผู้บริโภคร้องตรวจสอบบอร์ด-เลขาฯ กสทช. ปล่อย “นพ.สรณ” ร่วมประชุมทั้งที่ขาดคุณสมบัติ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อสภาองค์กรของผู้บริโภคได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ด้วยการยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ เพื่อให้เร่งตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของบอร์ดและเลขาธิการ กสทช. กรณีปล่อยให้ สภาผู้บริโภคร้องตรวจสอบบอร์ด-เลขาฯ กสทช. ปล่อย “นพ.สรณ” ร่วมประชุมทั้งที่ขาดคุณสมบัติ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่ชอบมาพากลในการบริหารงานองค์กรอิสระแห่งนี้

สภาผู้บริโภคร้องตรวจสอบบอร์ด-เลขาฯ กสทช. ปล่อย “นพ.สรณ” ร่วมประชุมทั้งที่ขาดคุณสมบัติ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นหลังจากคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเอกฉันท์ชี้ขาดว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญไชยพฤกษ์ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. แต่ทว่าทางสำนักงาน กสทช. กลับยังคงปล่อยให้เข้าร่วมประชุมบอร์ดหลายครั้ง สร้างความกังขาให้กับประชาชนว่าเหตุใดจึงไม่มีการยับยั้งตามกฎหมาย

เปิด 4 ประเด็นเดือดที่ต้องตรวจสอบ

ทางสภาผู้บริโภคได้นำเสนอ 4 ประเด็นหลักที่ต้องการให้ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เข้าไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ได้แก่:

  • ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการและเจ้าหน้าที่ว่าเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 หรือไม่
  • การตรวจสอบการแจ้งข้อมูลต่อวุฒิสภาว่ามีความเป็นเท็จหรือไม่ เกี่ยวกับสถานะการรับค่าตอบแทนในโรงพยาบาลรัฐ
  • ตรวจสอบการขัดกันแห่งผลประโยชน์จากการรับเงินเดือนสองทาง
  • การตรวจสอบบทบาทของนายกรัฐมนตรีในการกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การที่ สภาผู้บริโภคร้องตรวจสอบบอร์ด-เลขาฯ กสทช. ปล่อย “นพ.สรณ” ร่วมประชุมทั้งที่ขาดคุณสมบัติ นั้น อาจมีปมเบื้องหลังมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะประเด็นงบประมาณกองทุน USO ที่มีมูลค่าสูงถึง 5,600 ล้านบาท ซึ่งมีความพยายามจะเร่งอนุมัติโครงการก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ประเด็นนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของคุณสมบัติบุคคล แต่ยังรวมไปถึงความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณของรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคทุกคน การที่หน่วยงานตรวจสอบภาคประชาชนอย่างสภาผู้บริโภคต้องออกมาเคลื่อนไหว สะท้อนให้เห็นว่าระบบกลไกการตรวจสอบภายในองค์กรอาจมีปัญหาอย่างร้ายแรง ถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแสดงความรับผิดชอบและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

ที่มา – สภาผู้บริโภคร้องตรวจสอบบอร์ด-เลขาฯ กสทช. ปล่อย “นพ.สรณ” ร่วมประชุมทั้งที่ขาดคุณสมบัติ

มติครม. ตั้ง “ไตรศุลี” เลขาฯ นายกฯ “ลลิดา” รองโฆษก

วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันกับ มติครม. ตั้ง “ไตรศุลี” เลขาฯ นายกฯ “ลลิดา” นั่งรองโฆษกรัฐบาลอีกสมัย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในสำนักนายกรัฐมนตรี ที่สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างทีมงานของรัฐบาลเพื่อความมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มติครม. ตั้ง “ไตรศุลี” เลขาฯ นายกฯ “ลลิดา” นั่งรองโฆษกรัฐบาลอีกสมัย

วันที่ 11 เมษายน 2567 (ตามข้อมูลข่าว) คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมืองตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ซึ่งเดิมเป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อจากพรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อมารับตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตำแหน่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการประสานงานระหว่างนายกรัฐมนตรีกับหน่วยงานต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา ให้ดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกสมัย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจจากฝ่ายรัฐบาลในความสามารถของเธอที่เคยปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว สำหรับบุคคลอื่นๆ อย่างนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ และร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อเตรียมเสนอชื่อในตำแหน่งรองโฆษกอีกสองตำแหน่ง

รายละเอียดมติครม. ตั้ง “ไตรศุลี” เลขาฯ นายกฯ “ลลิดา” นั่งรองโฆษกรัฐบาลอีกสมัย

การประชุมครม. ครั้งที่ 1/2567 เมื่อเวลา 10.42 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงอย่างเป็นทางการ โดยมติครม. อนุมัติ 2 ตำแหน่งหลัก ได้แก่

  • นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
  • นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา ดำรงตำแหน่ง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ทั้งสองตำแหน่งมีผลตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2567 เป็นต้นไป นี่คือก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมทีมงานให้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลกำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจและการเมือง

มาทำความรู้จักบุคคลเหล่านี้กันสักหน่อย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่จากพรรคภูมิใจไทย มีประสบการณ์ในการทำงานด้านสื่อสารมวลชนมาก่อน ทำให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่ต้องประสานงานหลากหลาย ส่วนนางสาวลลิดา มีความชำนาญในการสื่อสารนโยบายรัฐบาลสู่ประชาชน ทำให้ได้รับการต่อยอดในตำแหน่งเดิม

ความสำคัญของการแต่งตั้งนี้ต่อรัฐบาล

มติครม. ตั้ง “ไตรศุลี” เลขาฯ นายกฯ “ลลิดา” นั่งรองโฆษกรัฐบาลอีกสมัย ไม่ใช่แค่การย้ายคน แต่เป็นกลยุทธ์ในการเสริมศักยภาพการสื่อสารและการบริหารของรัฐบาล โดยเฉพาะเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่ต้องรับผิดชอบเรื่องสำคัญ เช่น การร่างนโยบาย การประชุมครม. และการติดตามผลงาน รองโฆษกก็มีบทบาทสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจนโยบายชัดเจน

ในบริบทการเมืองปัจจุบันที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาล การดึง ส.ส. จากพรรคมาเสริมทีมนี้ ช่วยสร้างความสมดุลระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับการทำงาน หากพลอยทะเลและภัทร์ดารัสมิ์ผ่านการตรวจสอบ ก็จะยิ่งทำให้ทีมโฆษกครบถ้วนสมบูรณ์

จากมุมมองผู้วิเคราะห์ การแต่งตั้งนี้คาดว่าจะช่วยให้รัฐบาลสื่อสารได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ข่าวสารแพร่กระจายไว ช่วยลดช่องว่างระหว่างรัฐบาลกับประชาชน

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่าการปรับทีมนี้จะส่งผลต่อนโยบายหลัก เช่น เศรษฐกิจดิจิทัลหรือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างไรบ้าง

สรุปแล้ว มติครม. ตั้ง “ไตรศุลี” เลขาฯ นายกฯ “ลลิดา” นั่งรองโฆษกรัฐบาลอีกสมัย เป็นสัญญาณบวกของรัฐบาลที่มุ่งมั่นปรับตัวเพื่อประชาชน หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ติดตามบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – มติครม. ตั้ง “ไตรศุลี” เลขาฯ นายกฯ “ลลิดา” นั่งรองโฆษกรัฐบาลอีกสมัย

“ประเสริฐ” ยันผ่านตรวจคุณสมบัติ รมต. ไม่เกี่ยว MOU ป.ป.ช.

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ เมื่อ“ประเสริฐ” ยันผ่านการตรวจคุณสมบัติ รมต. อย่างดีแล้ว ไม่เกี่ยวทั้ง MOU และ ป.ป.ช. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ขึ้นชี้แจงอย่างชัดเจนในรัฐสภา หลังจากถูก ส.ส.ฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับ MOU สแกนม่านตาในสมัยเป็นรัฐมนตรีดีอี และเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก เพราะสะท้อนถึงความโปร่งใสของผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล

“ประเสริฐ” ยันผ่านการตรวจคุณสมบัติ รมต. อย่างดีแล้ว ไม่เกี่ยวทั้ง MOU และ ป.ป.ช.

เมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 10 เมษายน 2567 ที่รัฐสภา นายประเสริฐได้ให้ข้อมูลอย่างละเอียด โดยยืนยันว่าตนเองผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างรอบคอบจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี จึงไม่มีปัญหาใดๆ ในการดำรงตำแหน่ง นอกจากนี้ยังปัดข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับ MOU สแกนม่านตาที่เชื่อมโยงกับนายเบน สมิธ ผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมข้ามชาติจากแก๊งสแกมเมอร์ โดยชี้แจงว่า MOU ดังกล่าวเป็นความร่วมมือทางดิจิทัลเพื่อขยายเศรษฐกิจดิจิทัลเท่านั้น และการสแกนม่านตาเกิดขึ้นหลังลงนาม MOU แล้ว ตนไม่เคยมีส่วนรู้เห็นหรือรับผลประโยชน์ใดๆ

MOU นี้ผ่านการตรวจสอบจากสำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา อัยการสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศ และฝ่ายกฎหมายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) อย่างครบถ้วน ไม่มีการผูกมัดให้ราชการเสียหาย ปัจจุบัน MOU ถูกยกเลิกไปแล้ว นายประเสริฐยังย้ำว่าไม่รู้จักกลุ่มบริษัทที่ลงนาม และการเข้าพบ DSI เป็นเพียงในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหา

ชี้แจงกรณี MOU สแกนม่านตาและ ป.ป.ช. อย่างละเอียด

สำหรับประเด็นที่ ส.ส. รังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วง โดยชี้ว่ามีข่าวส่งเรื่อง ป.ป.ช. แล้ว และสงสัยว่าทำไมนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดีอีคนปัจจุบันถึงยกเลิก MOU และสแกนม่านตาไปพร้อมกัน นายประเสริฐตอบว่า ตนไม่เคยถูก ป.ป.ช. กล่าวหาในชั้นใดๆ และเรื่องที่นายไชยชนกตัดสินใจนั้น ต้องไปถามนายไชยชนกเอง ตนไม่สามารถตอบแทนได้ การชี้แจงนี้ช่วยคลายข้อกังขาได้มาก

  • ผ่านการสกรีนคุณสมบัติครบถ้วน: จากหลายหน่วยงานรัฐ
  • ไม่เกี่ยวข้องกับสแกนม่านตา: เกิดหลัง MOU และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของข้อตกลง
  • MOU ถูกยกเลิกแล้ว: ไม่มีผลผูกพัน
  • ไม่รับผลประโยชน์: ไม่รู้จักคู่สัญญา
  • สถานะกับ DSI: พยานไม่ใช่ผู้ต้องหา

ประเด็นเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐมนตรีประเสริฐเตรียมข้อมูลมาดี และตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองที่โปร่งใส คำถามสำคัญคือ ในระบบการเมืองไทย ป.ป.ช. มีบทบาทอย่างไรในการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช. คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินและพฤติกรรมของนักการเมือง หากมีมูลก็จะชี้มูลความผิด แต่ในกรณีนี้ยังไม่มีข้อกล่าวหาชัดเจน

นอกจากนี้ MOU สแกนม่านตายังเชื่อมโยงกับปัญหาสแกมออนไลน์ที่กำลังรุนแรงในไทย การร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อใช้เทคโนโลยีไบโอเมตริกอย่างสแกนม่านตาเพื่อยืนยันตัวตน เป็นแนวทางที่หลายประเทศใช้ป้องกันอาชญากรรม แต่กรณีนี้ถูกตั้งคำถามเพราะคู่กรณีมีประวัติไม่ดี สุดท้ายการยกเลิก MOU ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

มุมมองต่อเหตุการณ์นี้

“ประเสริฐ” ยันผ่านการตรวจคุณสมบัติ รมต. อย่างดีแล้ว ไม่เกี่ยวทั้ง MOU และ ป.ป.ช. เป็นการชี้แจงที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์รัฐบาลใหม่ให้ดูมั่นคงยิ่งขึ้น ในยุคที่ประชาชนเรียกร้องความโปร่งใสสูง การตอบคำถามในสภาแบบนี้เป็นสิ่งที่ควรชื่นชม หากฝ่ายค้านมีข้อมูลเพิ่มเติม ก็ควรนำเสนออย่างสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

คุณคิดอย่างไรกับการชี้แจงครั้งนี้? มันคลายกังวลได้หรือยัง? มาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!

ที่มา – “ประเสริฐ” ยันผ่านการตรวจคุณสมบัติ รมต. อย่างดีแล้ว ไม่เกี่ยวทั้ง MOU และ ป.ป.ช.

รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ถึงมือ 8 หน่วยตรวจแล้ว

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ เกี่ยวกับ รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลคึกคักมาก เมื่อทีมงานของว่าที่รัฐมนตรีหลายคนตบเท้าส่งเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติกันอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะวันที่ 23 มี.ค. 2567 ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มีผู้คนพลุกพล่านตลอดทั้งวัน

รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ถึงมือ 8 หน่วยตรวจคุณสมบัติแล้ว

รายชื่อรัฐมนตรีทั้งหมดของ ครม.อนุทิน 2 ได้ถูกส่งไปยัง 8 หน่วยงานสำคัญเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่ามีชื่อของน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยรวมอยู่ด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญก่อนที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ทุกคนต่างรอคอยผลการตรวจสอบที่ต้องโปร่งใสและรวดเร็ว โดยสลค.ตั้งเป้าจะเสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์

ความคืบหน้าการยื่นเอกสารของพรรคต่างๆ

ฝั่งพรรคเพื่อไทยส่งเอกสารครบทีมแล้ว รวมถึงน.ส.สุดาวรรณ ที่คาดว่าจะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย ในโผรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ส.ส.กาญจนบุรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็ไม่น้อยหน้า นายวัชระพล ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี ส่งเอกสารเพื่อนั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ เวลา 13.15 น. ตามด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เวลาต่อมา นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ยังมีรายชื่ออื่นๆ ที่ส่งทีมงานมาแล้ว เช่น นายสรรเพชญ บุญญามณี ส.ส.สงขลา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

8 หน่วยงานหลักที่ตรวจสอบคุณสมบัติ

เพื่อให้มั่นใจในคุณสมบัติของรัฐมนตรีทุกคน สลค.ได้ส่ง รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ไปยังหน่วยงานตรวจสอบทั้ง 8 แห่ง ดังนี้

  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) – ตรวจประวัติอาชญากรรม
  • สำนักงานศาลยุติธรรม – ตรวจคดีความในศาล
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) – ตรวจทุจริต
  • สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ – ตรวจด้านรัฐธรรมนูญ
  • กรมบังคับคดี – ตรวจหนี้สิน
  • คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) – ตรวจคุณสมบัติการเลือกตั้ง
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) – ตรวจผลประโยชน์ทับซ้อน
  • สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) – ตรวจคดีอาญา

หากมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น สลค.จะสอบถามความเห็นจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทันที นี่เป็นกระบวนการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ทำให้ประชาชนมั่นใจในรัฐบาลชุดใหม่

ครม.อนุทิน 2 นี้มาจากการเจรจาของพรรคการเมืองหลักอย่างพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ การจัดสรรโควตารัฐมนตรีสะท้อนถึงพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ช่วยให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการแก้ปัญหาสังคม

ในมุมมองของผม การตรวจสอบคุณสมบัติที่รวดเร็วแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการทำงานโปร่งใส หวังว่ารัฐมนตรีทุกท่านจะผ่านฉลุยและเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที คุณคิดอย่างไรกับโผครม.ชุดนี้? คอมเมนต์มาบอกกันได้เลยนะครับ ติดตามอัปเดตข่าวการเมืองเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ถึงมือ 8 หน่วยตรวจคุณสมบัติแล้ว ยันมีชื่อ “สุดาวรรณ” ด้วย

“อนุทิน” คาดตรวจสอบคุณสมบัติ ครม. 1 สัปดาห์ ไม่ช้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมือง! วันนี้เรามีข่าวอัปเดตสุดร้อนจากวงในรัฐบาลเลยนะครับ “อนุทิน” คาด ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรี ใช้เวลา 1 สัปดาห์ ยืนยันไม่ช้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี พูดแบบนี้หลังรับรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยมาแล้ว สัญญาว่าจะเร่งตรวจสอบให้เสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์แน่นอน มาฟังรายละเอียดกันเลยครับ

“อนุทิน” คาด ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรี ใช้เวลา 1 สัปดาห์

วันที่ 20 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่ง แต่เชื่อว่าเป็น 2567 นะครับ) นายอนุทิน กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ได้รับรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้ว และมอบให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติทันที โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพราะต้องผ่านการพิจารณาจาก 18 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ช., กรมบังคับคดี, สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และอื่นๆ อีกมากมาย

นายอนุทิน ย้ำชัดว่า “อยากให้เร็วที่สุด” และถามกลับนักข่าวว่า “วันนี้ 20 มีนาคมใช่ไหม?” เพื่อยืนยันว่าการตรวจสอบจะเสร็จทันกำหนด ไม่เกินก่อนวันสงกรานต์ 13 เมษายนนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลชุดใหม่ในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุด เพื่อเดินหน้าทำนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน

กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรีเป็นอย่างไร?

สำหรับคนที่สงสัยว่าการตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรีทำอะไรบ้าง ลองมาดูขั้นตอนแบบสรุปกันครับ โดยทั่วไปต้องตรวจประวัติ ไม่มีคดีติดตัว ไม่ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน นี่คือหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง:

  • สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) – ประสานงานหลัก
  • คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) – ตรวจทรัพย์สิน
  • กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) – ตรวจคดีอาญา
  • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา – ตรวจด้านกฎหมาย
  • สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) – ตรวจการเงิน
  • และอีก 12 หน่วยงาน เช่น กระทรวงมหาดไทย, ป.ป.ท. เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ต้องส่งผลกลับมาให้ สลค. ก่อนสรุปส่งนายกรัฐมนตรี เพื่อทูลเกล้าฯ ถ้าผ่านหมด ก็พร้อมประกาศใช้ทันทีครับ

ปัดตอบกรณี “สุดาวรรณ” ถูก DSI ออกหมายเรียก รุกที่ดินหาดสวนยา

อีกประเด็นที่สื่อถามเยอะคือชื่อนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่ติดโผว่าที่รัฐมนตรี แต่ DSI ออกหมายเรียกคดีรุกที่ดินหาดสวนยา นายอนุทิน ตอบสั้นๆ ว่า “ยังไม่ทราบ” และย้ำว่าต้องรอพระราชโปรดเกล้าฯ ก่อนถึงจะเปิดเผยได้ ยืนยันว่ามีแนวทางชัดเจนตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หากใครมีปัญหาจะไม่ดำเนินการต่อ

ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายโจมตีเรื่องคดีเก่าๆ นายอนุทิน ก็ไม่ตอบ แต่เปลี่ยนไปย้ำเรื่องเร่งทูลเกล้าฯ สิ้นเดือนนี้ ถ้าไม่มีปัญหาแม้แต่คนเดียว

ข่าวนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังเร่งเครื่องเต็มที่ เพื่อให้ครม.ชุดใหม่上路เร็วๆ ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ประชาชนรอคอยกันมานาน คุณคิดว่าครม.ชุดนี้จะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีกไหม? จากที่เห็น รายชื่อสำรองก็ส่งตรวจไปด้วยนะครับ (นายกฯ หัวเราะเบาๆ)

สรุปแล้ว “อนุทิน” คาด ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรี ใช้เวลา 1 สัปดาห์ ยืนยันไม่ช้า จริงๆ ด้วย ถ้าทุกอย่างราบรื่น เราจะได้เห็นครม.ใหม่ทำงานก่อนสงกรานต์แน่นอน ในมุมมองผม การเร่งแบบนี้ดีมาก เพราะประเทศต้องการผู้นำที่พร้อมลุยทันที ไม่รอช้า ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้เลยครับ หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคาดหวังนโยบายอะไรจากครม.ชุดใหม่บ้าง!

ที่มา – “อนุทิน” คาด ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรี ใช้เวลา 1 สัปดาห์ ยืนยันไม่ช้า

อนุทินอึ้ง! สันติคุณสมบัติไม่ผ่าน ส่งลูกชายแทน

“นายกฯ อนุทิน” ยันตรวจคุณสมบัติใครไม่ผ่านก็ไม่ได้ ลือหึ่ง “สันติ” ไม่พร้อมแล้ว หลังขาดคุณสมบัตินั่งรัฐมนตรี ดัน “พัฒนา” ลูกชาย นั่ง รมว.สาธารณสุขแทน

วันที่ 9 ก.ย. 2568 เมื่อเวลา 17.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงกระแสข่าวที่นายสันติ คุณสมบัติไม่ผ่าน พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี นายอนุทิน ถึงกับร้องหึ้ย ตนยังไม่ทราบ ท่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะแจ้งมา หากใครมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ และชัดเจนว่าหากใครมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ก็จะนำเสนอขึ้นทูลเกล้าฯ ไม่ได้ ไม่ต้องกังวล เพราะนี่คือเหตุผลที่เสนอรายชื่อไปเกิน 36 รายชื่อ เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าว นายวรภัค ธันยาวงษ์ ที่ถูกวางตัวให้เป็นรมว.คลัง ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหาจะมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติว่า เราส่งรายชื่อทุกคนที่จะได้รับการแต่งตั้งไปตรวจสอบ เราต้องเชื่อการตรวจสอบ เราด่วนสรุปก่อนหรือไปฟังหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้

อนุทินอึ้ง! สันติคุณสมบัติไม่ผ่าน ส่งลูกชายแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะลงตัวแล้ว แต่ล่าสุดรายงานว่า ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ ติดอยู่ในโผ แต่จากการตรวจสอบประวัติ นายสันติ พบว่าสันติ คุณสมบัติไม่ผ่านรัฐมนตรี

ทั้งนี้ นายสันติ จะส่งนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ลูกชายมานั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแทน นี่คือประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่จับตามองในวงการการเมือง

เกิดอะไรขึ้นกับคุณสมบัติของสันติ?

การที่นายสันติ คุณสมบัติไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น สร้างความตกตะลึงให้กับหลายฝ่าย คำถามคืออะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณสมบัติของนายสันติไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ การตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีเป็นกระบวนการที่สำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งมีความเหมาะสม โปร่งใส และมีความซื่อสัตย์

แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า ปัญหาอาจเกิดจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีความในอดีต หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ หากคุณสมบัติของนายสันติไม่ผ่านจริง การเสนอชื่อลูกชาย คือนายพัฒนามารับตำแหน่งแทน ก็อาจเป็นทางออกเพื่อรักษาเก้าอี้ของพรรค

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในนาทีสุดท้ายเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล การสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายสันติเป็นเครื่องเตือนใจว่า การตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวดเป็นสิ่งจำเป็น และควรมีกระบวนการที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมที่สุดมารับใช้ประเทศชาติ

การตัดสินใจครั้งนี้ของนายสันติที่จะส่งลูกชายเข้ามารับตำแหน่งแทน สร้างความสนใจและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการทำงานของรัฐบาลอย่างไร

การเมืองไทยมักเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์ การเปลี่ยนแปลงในโผ ครม. ครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนจริงๆ ต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร และใครจะได้รับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลชุดใหม่

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่จะเข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่เข้ามาบริหารประเทศนั้นเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมและโปร่งใสอย่างแท้จริง

สุดท้ายนี้ พวกเราต้องร่วมกันจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และติดตามข่าวสารอย่างรอบด้าน เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นไปของการเมืองไทย และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเพื่ออนาคตของประเทศของเรา

ที่มา – “อนุทิน” ร้องหึ้ย หลังได้ยิน “สันติ” คุณสมบัติไม่ผ่าน- เจ้าตัวส่ง “พัฒนา” ลูกชายนั่งแทน

Scroll to top