ตรีนุช เทียนทอง

ตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง นางสาวตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดยตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทินอย่างไม่มีเงื่อนไข รอเพียงการรับรองผลจาก กกต. เท่านั้น ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่นักการเมืองและประชาชนจับตามองอย่างใกล้ชิด

ตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 (ย่อจาก 2569 ในข่าว) นางสาวตรีนุช เทียนทอง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยยืนยันว่าตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน ซึ่งเป็นจุดยืนที่พรรคยึดถือมาตั้งแต่แรก เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนมากที่สุด จึงสมควรเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

ตรีนุช เน้นย้ำว่ายังไม่มีการกำหนดเงื่อนไขใดๆ ในการเจรจา และต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งก่อน จึงจะเข้าสู่การหารือเรื่องการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ แม้พรรคพลังประชารัฐจะมี ส.ส. เพียง 5 เสียง แต่ก็พร้อมสนับสนุน โดยเรื่องจำนวนเก้าอี้จะขึ้นอยู่กับพรรคใหญ่

บริบทการประชุมพรรคพลังประชารัฐ

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคครบกำหนด 60 วันตามกฎหมาย พรรคจึงต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมใหญ่สามัญในเดือนหน้า ตรีนุช ชี้แจงถึงกระแสวิจารณ์จากผู้สมัคร ส.ส. บางส่วนที่เรียกร้องให้บิ๊กป้อมกลับมา ว่า พรรคมีนโยบายและอุดมการณ์ชัดเจน แม้ช่วงเปลี่ยนผ่านจะไม่ลงพื้นที่ทั่วถึง แต่ทุกคนที่ร่วมงานตกลงใจกันแล้ว

จุดยืนต่อกระแสตั้งรัฐบาลแข่ง

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวการตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย ตรีนุช ปัดตอบและย้ำให้เกียรติพรรคที่ได้คะแนนสูงสุดก่อน โดยตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทินเต็มที่ โดยฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก ไม่ปิดประตูเจรจากับพรรคอื่นแบบสิ้นเชิง แต่ขณะนี้โฟกัสที่พรรคแกนนำ

  • ไม่มีเงื่อนไขชัดเจน: เจรจาเบื้องต้นแล้ว แต่รอ กกต. รับรอง
  • ยึดผลเลือกตั้ง: ภูมิใจไทยได้คะแนนสูงสุด สมควรนำ
  • จำนวน ส.ส. จำกัด: 5 เสียง แต่พร้อมต่อรองเก้าอี้
  • เตรียมประชุมใหญ่: หลังประวิตรลาเก้าอี้ 60 วัน
  • ตอบโต้กระแส: ไม่ปิดประตูพรรคอื่น แต่ให้เกียรติก่อน

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของพรรคพลังประชารัฐในการเคารพผลการเลือกตั้ง หาก กกต. รับรองผลเร็ว รัฐบาลใหม่น่าจะเกิดขึ้นโดยเร็ว สร้างเสถียรภาพให้ประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน การยืนยันจุดยืนของตรีนุชนี้เป็นสัญญาณดีต่อการเมืองไทยที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง หลีกเลี่ยงความขัดแย้งไม่จำเป็น คุณคิดอย่างไรกับการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – “ตรีนุช” ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน ยังไม่มีเงื่อนไข รอคุยเก้าอี้หลัง กกต. รับรองผล

ตรีนุช เตรียมมอบรางวัล 33 สตรีทำงานดีเด่น 2569

วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับสตรีไทยทุกคนเลยนะคะ! ตรีนุช เตรียมมอบรางวัล 33 สตรีทำงานดีเด่น 2569 เพื่อเชิดชูเกียรติสตรีที่ทำงานเก่ง มีผลงานโดดเด่นในหลากหลายสาขา และสร้างแรงบันดาลใจให้กับพี่น้องสตรีทั่วประเทศ โดยพิธีมอบรางวัลจะจัดขึ้นในวันที่ 6 มีนาคม 2569 นี้เอง มาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

ตรีนุช เตรียมมอบรางวัล 33 สตรีทำงานดีเด่น 2569

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดตัวรายชื่อ 33 สตรีทำงานดีเด่น เนื่องในวันสตรีสากลประจำปี 2569 สตรีเหล่านี้มาจากหลากหลายอาชีพ ทั้งภาครัฐ เอกชน ศิลปิน สื่อมวลชน และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นตัวอย่างของผู้หญิงไทยที่ประสบความสำเร็จ มีศักยภาพสูง และมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม

ตัวอย่างสตรีที่ได้รับเลือก เช่น นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง ในสาขาสตรีผู้บริหารรัฐวิสาหกิจดีเด่น, นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี สตรีผู้บริหารภาคราชการดีเด่น, มาลีวัลย์ เจมีน่า ศิลปินสตรีดีเด่น, นางสาวสมปรารถนา นาวงษ์ เจ้าของเพจอีจัน สื่อมวลชนสตรีดีเด่น, นางสาวณัฏฐ์กัญญา แสงโพธิ์ สตรีผู้บริหารภาคเอกชนดีเด่น และนางสาวนารี สมรัตนกุล สตรีผู้ปฏิบัติการภาคเอกชนดีเด่น เป็นต้นค่ะ

ประเภทรางวัลทั้ง 11 ประเภทในปี 2569

  • สตรีนักบริหารดีเด่น
  • สตรีผู้ปฏิบัติการดีเด่น
  • สตรีเครือข่ายด้านแรงงานดีเด่น
  • สตรีผู้ประกอบอาชีพอิสระดีเด่น
  • สตรีผู้นำองค์กรแรงงานภาคเอกชนดีเด่น
  • ศิลปินสตรีดีเด่น
  • สื่อมวลชนสตรีดีเด่น
  • สตรีองค์กรพัฒนาเอกชนดีเด่น
  • สตรีนักวิชาการด้านแรงงานดีเด่น
  • สตรีดีเด่นด้านการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม
  • สตรีดีเด่นด้านส่งเสริมการพัฒนาชุมชน

พิธีมอบรางวัลจัดภายใต้แนวคิด “พลังสตรี วิถีทันสมัย พัฒนาเศรษฐกิจแรงงานไทย ก้าวไปอย่างยั่งยืน” ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ในวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 ค่ะ

นโยบายสนับสนุนสตรีจากกระทรวงแรงงาน

กระทรวงแรงงานภายใต้การนำของตรีนุช ให้ความสำคัญกับแรงงานสตรีเป็นอย่างมาก โดยมุ่งสร้างงานที่มีคุณค่า มั่นคง และมีศักดิ์ศรี โดยเฉพาะการยกระดับทักษะผ่าน Upskill, Reskill, New Skill ในสาขาดิจิทัล เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ คุ้มครองสิทธิแรงงานหญิงอย่างเป็นธรรม ขยายความคุ้มครองทางสังคม และส่งเสริม Work-Life Balance เช่น เพิ่มสิทธิลาคลอดจาก 98 วันเป็น 120 วัน เพื่อให้สตรีได้ดูแลครอบครัวและกลับมาทำงานอย่างมีคุณภาพ

“ดิฉันเชื่อมั่นเสมอว่าผู้หญิงไม่ได้เป็นเพียงแรงงานที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นผู้วางรากฐานคุณภาพของครอบครัวและสังคม กระทรวงแรงงานจึงมุ่งสนับสนุนให้สตรีทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ และก้าวไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิ” นางสาวตรีนุช กล่าว

เรือเอกสาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 补充ว่าการคัดเลือกในปีนี้ครอบคลุมทุกภาคส่วน เพื่อเป็นแบบอย่างให้สตรีรุ่นใหม่

ความสำคัญของรางวัลสตรีทำงานดีเด่น

รางวัลนี้ไม่ใช่แค่การมอบเกียรติยศ แต่เป็นการจุดประกายแรงบันดาลใจให้สตรีไทยทุกคน ในยุคที่ผู้หญิงต้องเผชิญความท้าทายมากมาย เช่น ความเหลื่อมล้ำทางเพศ การเลี้ยงลูกควบคู่การทำงาน หรือการแข่งขันในตลาดแรงงาน รางวัล ตรีนุช เตรียมมอบรางวัล 33 สตรีทำงานดีเด่น 2569 ช่วยย้ำว่านโยบายรัฐบาลสนับสนุนสตรีอย่างจริงจัง สร้างโอกาส平等 และพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน

ในมุมมองของผู้เขียน รางวัลนี้เป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงพลังสตรีไทยที่กำลังเติบโต หากสตรีทุกคนได้รับการสนับสนุนที่ดี ประเทศไทยจะก้าวหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด สตรีไทยลองมองหาตัวอย่างจาก 33 ท่านนี้ แล้วนำมาปรับใช้ในชีวิตการทำงานของคุณดูนะคะ

อย่าพลาด! ติดตามพิธีมอบรางวัลสดๆ ทางช่องทางกระทรวงแรงงาน หรือแชร์โพสต์นี้เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้สตรีคนอื่นๆ มาคอมเมนต์กันค่ะว่าสตรีต้นแบบในใจคุณคือใคร?

ที่มา – “ตรีนุช” เตรียมมอบรางวัล “33 สตรีทำงานดีเด่น 2569” เชิดชูเกียรติ-สร้างแรงบันดาลใจ

พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมากจาก พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยเฉพาะเรื่อง พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ซึ่งเป็นข่าวร้อนที่ทุกคนกำลังจับตามอง

พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ว่าที่ ส.ส.สระแก้ว และรักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ประกาศเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมพรรคพลังประชารัฐ

วาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือ การขอมติสนับสนุนจาก 5 ว่าที่ ส.ส. ของพรรค เพื่อให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย

背景และเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนระอุ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องวินัยร้ายแรงต่อนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดช่องว่างในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ พรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคขนาดกลางที่มีบทบาทสำคัญในการเจรจารัฐบาล จึงเลือกทางสายกลางในการสนับสนุนนายอนุทิน ผู้มีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเมืองและเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายสมัย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าในวันที่ 7 มีนาคม 2567 พรรคพลังประชารัฐจะจัดการประชุมใหญ่สามัญของพรรค เพื่อขอมติแต่งตั้ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการวางหมากเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเลือกตั้งครั้งหน้า

ผลกระทบต่อการเมืองไทย

  • เสริมสร้างเสถียรภาพรัฐบาล: การสนับสนุนนายอนุทิน จะช่วยให้พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงข้างมากที่มั่นคงมากขึ้น
  • เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้นำ: น.ส.ตรีนุช ในฐานะหัวหน้าพรรคคนใหม่ จะนำภาพลักษณ์สดชื่นมาสู่พรรคพลังประชารัฐ
  • การเจรจาพรรคร่วม: คาดว่าจะมีผลต่อการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีในคณะใหม่

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า การตัดสินใจของพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของพรรคในระยะยาว โดยเฉพาะในประเด็นเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณสุขที่นายอนุทินมีความเชี่ยวชาญ

อย่างไรก็ตาม การประชุม กก.บห. ครั้งนี้ยังคงเป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้น คาดว่าผลการลงมติจะส่งผลโดยตรงต่อทิศทางของรัฐบาลชุดใหม่

ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ

ดร.สมชาย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง กล่าวว่า “พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคงยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องติดตามการเจรจาระหว่างพรรคร่วมด้วย”

สำหรับประชาชนทั่วไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หมายถึงนโยบายใหม่ๆ ที่อาจช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน และสาธารณสุขให้ดีขึ้น หากนายอนุทินได้นั่งเก้าอี้นายกฯ จริง

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมแสดงความเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง คุณคิดว่าการสนับสนุนนี้จะสำเร็จหรือไม่? แชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

ตรีนุช ย้ำ พลังประชารัฐหนุน อนุทิน เป็นนายกฯ

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลใหม่กำลังเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตา ล่าสุด ตรีนุช ย้ำ พลังประชารัฐหนุน อนุทิน เป็นนายกฯ อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการรวมพรรคร่วมรัฐบาล บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกข่าวนี้ พร้อมวิเคราะห์บริบทและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ตรีนุช ย้ำ พลังประชารัฐหนุน อนุทิน เป็นนายกฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตนเองและว่าที่ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามหลักการของพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 จากการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ น.ส.ตรีนุช ยังระบุว่ายังไม่มีการหารือเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐหรือของตัวเอง แต่ย้ำว่าทำงานร่วมกับนายอนุทิน ด้วยดีมาโดยตลอด แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำพรรคร่วม

ตรีนุช ย้ำ พลังประชารัฐหนุน อนุทิน เป็นนายกฯ ตามหลักพรรคใหญ่

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐที่ได้ที่นั่งส.ส.มากที่สุดตามผลเลือกตั้ง จึงมีสิทธิ์เสนอชื่อนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ การที่ตรีนุชเลือกหนุนอนุทิน ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่ได้ที่นั่งรองลงมา ถือเป็นกลยุทธ์เพื่อรวมเสียงพรรคเล็กพรรคใหญ่ให้มั่นคงยิ่งขึ้น

บริบทการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง

หลังการเลือกตั้งส.ส.เมื่อไม่นานมานี้ พรรคพลังประชารัฐกวาดที่นั่งได้มากกว่า 140 ที่นั่ง ทำให้กลายเป็นพรรคใหญ่สุด ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้ราว 70 ที่นั่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีประสบการณ์ยาวนานในฐานะรองนายกฯ และรัฐมนตรีสาธารณสุขในรัฐบาลก่อนหน้า ทำให้ได้รับการยอมรับจากหลายฝ่าย

ตรีนุช เทียนทอง เองก็เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เคยสังกัดพรรคพลังประชารัฐมาตั้งแต่ยุคแรกๆ ปัจจุบันรับผิดชอบกระทรวงแรงงานและเป็นหัวหน้าพรรค ทำให้มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์

จุดเด่นของการสนับสนุนนี้

  • ความสามัคคี: แสดงถึงการรวมพรรคร่วมที่มั่นคง ไม่มีสะดุดเรื่องผู้สมัครนายกฯ
  • ประสบการณ์: อนุทิน มีความชำนาญด้านนโยบายสาธารณสุขและเศรษฐกิจ ซึ่งตอบโจทย์สถานการณ์โควิดหลังโควิด
  • ยังไม่ล็อคตำแหน่ง: เปิดช่องให้เจรจาต่อรองอย่างยืดหยุ่น
  • ความสัมพันธ์ดี: ตรีนุช ย้ำว่าร่วมงานด้วยดี สร้างความเชื่อมั่น

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ช่วยลดกระแสข่าวลือเรื่องแตกหักในพรรคร่วม และเร่งให้การจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นก่อนกำหนด

ผลกระทบต่อนโยบายรัฐบาลใหม่

หากอนุทินได้เป็นนายกฯ คาดว่านโยบายหลักจะเน้นเศรษฐกิจฟื้นตัว แรงงาน และสาธารณสุข โดยพรรคพลังประชารัฐน่าจะได้กระทรวงสำคัญ เช่น กลาโหม การคลัง หรือมหาดไทย ตรีนุช อาจต่อยอดบทบาทในกระทรวงแรงงานเพื่อผลักดันนโยบายสร้างงาน

อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคจากพรรคฝ่ายค้านและการตรวจสอบจากศาลรัฐธรรมนูญที่อาจเข้ามาแทรกแซง

จากประสบการณ์การเมืองไทยที่ผ่านมา การรวมพรรคใหญ่เช่นนี้มักนำไปสู่รัฐบาลที่มั่นคง แต่ก็ต้องจับตาการแบ่งเก้าอี้ที่อาจจุดชนวนขัดแย้ง

ความเห็นส่วนตัว: การที่ตรีนุช ย้ำ พลังประชารัฐหนุน อนุทิน เป็นนายกฯ ถือเป็นก้าวเชิงยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาด ช่วยสร้างภาพลักษณ์พรรคใหญ่ที่เปิดกว้าง แต่ประชาชนต้องเฝ้าระวังว่านโยบายจะตอบโจทย์ชีวิตจริงหรือไม่

คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้? คิดว่าอนุทินเหมาะสมเป็นนายกฯ หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “ตรีนุช” ย้ำ พลังประชารัฐหนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ รับยังไม่คุยตำแหน่งรัฐมนตรี

รมว.แรงงานเสียใจเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งช่วยเหลือ

รมว.แรงงาน เสียใจเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งตรวจสอบผู้ประกันตน

จากเหตุการณ์สุดสลดใจ เครนถล่มทับรถไฟที่จังหวัดนครราชสีมา นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนตามกฎหมาย

เหตุการณ์ รมว.แรงงาน เสียใจเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งตรวจสอบผู้ประกันตน ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ณ โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง บริเวณถนนบ้านคด ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ปั้นจั่นที่ใช้ยกซีเมนต์ของรถไฟความเร็วสูงได้หล่นลงทับโบกี้รถไฟ ทำให้เกิดเพลิงไหม้และมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

การดำเนินการของกระทรวงแรงงาน

หลังทราบข่าว รมว.แรงงาน เสียใจเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งตรวจสอบผู้ประกันตน นางสาวตรีนุช ได้สั่งการให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 3 ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เพื่อประเมินสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังได้เร่งตรวจสอบสถานะของผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยลูกจ้างที่เสียชีวิตจะได้รับเงินจากกองทุนเงินทดแทน เป็นค่าทำศพ ค่าทดแทนกรณีตายรายเดือน ส่วนลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะ และค่าทดแทนกรณีหยุดงาน

นางสาวตรีนุช กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ญาติของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บมั่นใจได้ว่า กระทรวงแรงงานจะให้การคุ้มครอง ดูแล และเร่งให้การช่วยเหลือสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับตามกฎหมายโดยด่วนที่สุด พร้อมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด

สำหรับญาติของลูกจ้างที่เสียชีวิต สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือโทรสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 1 สำนักงานประกันสังคม เพื่อขอรับคำแนะนำและความช่วยเหลือ

เหตุการณ์ รมว.แรงงาน เสียใจเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งตรวจสอบผู้ประกันตน ถือเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ และเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการทำงานมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความสำคัญของการตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีกในอนาคต

ที่มา – รมว.แรงงาน เสียใจเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งตรวจสอบผู้ประกันตน ดูแลสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย

พปชร.เอาฤกษ์เอาชัย ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคล


โอกาสใหม่ – พปชร. เอาฤกษ์เอาชัย ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคลก่อนเลือกตั้ง เพื่อความเป็นสิริมงคล “จตุพร” ควง “กนกนุช” ผู้สมัคร สส.กทม.เขตดอนเมือง ไหว้พระ สวดมนต์ข้ามปีวัดไผ่เขียว ด้าน “ตรีนุช” วางศิลาฤกษ์ วัดถวายเฉลิมพระเกียรติ จ.สระแก้ว

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 พรรคโอกาสใหม่ นำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคลำดับที่ 1 พร้อม น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะแกนนำดูแลการเลือกตั้ง สส.กทม.ของพรรค พร้อมนางกนกนุช กลิ่นสังข์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขตดอนเมือง พรรคโอกาสใหม่ กราบไหว้พระ ขอพรให้คนไทยพบกับสิ่งดีๆ โอกาสดีๆ โอกาสใหม่ๆ ในชีวิตตลอดปี 2569 ที่วัดเวฬุวนาราม หรือวัดไผ่เขียว เขตดอนเมือง กทม. พร้อมเข้าชมถ้ำนาคาที่มีรูปปั้นสลักลายสวยงามของพญาอนันตนาคราช รวมถึงสวดมนต์ข้ามปีเพื่อความเป็นสิริมงคล

ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ได้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคลเช่นกัน เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2569 วันที่ 1 มกราคม 2569 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เลขาธิการพรรค พปชร. แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 ผู้สมัคร สส.สระแก้ว เขต 2 หมายเลข 6 โพสต์ภาพร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ วัดถวายเฉลิมพระเกียรติ เพื่อความเป็นสิริมงคล ร่วมกับพี่น้องชาว ต.วังทอง อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว พร้อมขออนุโมทนาบุญในกุศลจิตของทุกท่านให้มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป

โอกาสใหม่ – พปชร. เอาฤกษ์เอาชัย ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคลก่อนเลือกตั้ง

การทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคล ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างวันขึ้นปีใหม่ ผู้คนมักจะเดินทางไปวัดทำบุญ ตักบาตร ไหว้พระ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว การทำบุญยังเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ผ่องใส และเป็นการสร้างกุศลให้กับตนเองอีกด้วย

ทำไมต้องทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคล?

  • เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว
  • เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ผ่องใส
  • เพื่อสร้างกุศลให้กับตนเอง อันจะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
  • เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต
  • เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย

การทำบุญในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญตักบาตร การบริจาคเงิน การช่วยเหลือผู้อื่น หรือการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ล้วนเป็นการสร้างกุศลและความดีงาม ซึ่งจะส่งผลให้ชีวิตมีความสุข ความเจริญ และประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา

นอกจากนี้ การทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคลก่อนเลือกตั้ง ยังเป็นการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์และการขอพรให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม และได้คนดี มีความสามารถ เข้ามาบริหารประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า

ดังนั้น การ ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคล จึงเป็นกิจกรรมที่ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต สังคม และประเทศชาติ

สำหรับพรรคการเมือง การทำบุญในช่วงเทศกาลสำคัญยังถือเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจในวัฒนธรรมและประเพณีของไทย รวมถึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนอีกด้วย

ที่มา – โอกาสใหม่-พปชร. เอาฤกษ์เอาชัย ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคลก่อนเลือกตั้ง

ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน ข่าวลุงป้อมรอฟัง

“ตรีนุช” สยบข่าวถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. ยันยังอยู่กับ พปชร. ยังไม่ไปไหน ชี้ข่าวลือ “ลุงป้อม” วางมือให้รอฟังจากปาก ลั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พปชร. ต้องมูฟออน แย้มบ่ายนี้ชัดเจนทุกเรื่อง

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 24 ธ.ค. 2568 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกระแสข่าว อาจถอนตัวจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐว่า ยืนยันว่ายังไม่ออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค รวมถึงยังไม่มีการถอนตัวจากแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค และยืนยันว่า ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค จะทำให้ไม่มีเวลาหาเสียงหรือไม่ ตามที่มีข่าวออกมา น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า ความจริงข่าวออกมาตนก็ยังงง ๆ อยู่ ยังไม่มีการถอนใด ๆ ซึ่งกรรมการบริหารพรรคคงจะมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ ณ วันนี้ยังไม่มีการขยับใด ๆ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค จะวางมือทางการเมือง จะมีผลหรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ก็ยอมรับว่ามีผลกระทบ แต่ทุกอย่างต้องมูฟออน เพราะจริง ๆ แล้ว พรรคหรือทางพล.อ.ประวิตร เองพยายามทำให้พรรคพปชร.ยั่งยืน แต่ถึงแม้ว่าพล.อ.ประวิตร จะไม่อยู่ในตำแหน่ง ร่างกายท่านอาจจะไม่เหมือนเดิม ตนก็คิดว่าประสบการณ์และความคิดของท่านที่ผ่านอะไรมาเยอะ เป็นประโยชน์กับพรรคมาก

อย่างไรก็ตาม คิดว่าหลักการที่พรรคจะเดินต่อไปก็คงยังเดินต่อไปเหมือนเดิม คงจะต้องรอความชัดเจนจากทางพล.อ.ประวิตร อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่าวันนี้ทั้งพล.อ.ประวิตร และน.ส.ตรีนุช น่าจะชัดเจนได้หรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ค่ะ จะมีความชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม เดี๋ยวคงต้องรอผลการประชุมกรรมการบริหารพรรควันนี้ ว่าจะเป็นอย่างไร จะได้มีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง

ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มีข่าวลือออกมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับอนาคตของแกนนำคนสำคัญ รวมถึงท่าทีของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เลขาธิการพรรค

ล่าสุด น.ส.ตรีนุช ได้ออกมาสยบข่าวลือต่างๆ ด้วยตนเอง โดยยืนยันว่า ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน ทั้งยังคงดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคและยังไม่มีการถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคแต่อย่างใด

รอฟังความชัดเจนเรื่อง “ลุงป้อม”

นอกจากนี้ น.ส.ตรีนุช ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการวางมือทางการเมืองของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค โดยยอมรับว่าอาจมีผลกระทบต่อพรรค แต่ทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อไป พร้อมทั้งย้ำว่าพรรคยังคงต้องรอความชัดเจนจาก พล.อ.ประวิตร อีกครั้งหนึ่ง

โดยในช่วงบ่ายของวันนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ มากยิ่งขึ้น หลังจากมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค ซึ่งจะมีการพูดคุยและหารือกันถึงแนวทางในการดำเนินงานของพรรคต่อไป

อนาคตของพรรคพลังประชารัฐจะเป็นอย่างไร จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหรือไม่ และใครจะเป็นผู้ที่เข้ามานำทัพพรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูกันอย่างใกล้ชิด แต่ที่แน่ๆ คือ ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน อย่างแน่นอน

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ คือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และรอฟังความชัดเจนจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่แท้จริง และสามารถวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ที่มา – “ตรีนุช” ยันยังอยู่กับ พปชร. ยังไม่ไปไหน ข่าว “ลุงป้อม” วางมือ รอฟังบ่ายนี้

จับตา! “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

ข่าวสะพัดว่า “ตรีนุช เทียนทอง” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. เตรียมที่จะขอถอนตัวออกจากการเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐในวันนี้ โดยให้เหตุผลว่าต้องการทุ่มเทกับการลงพื้นที่หาเสียงอย่างเต็มที่ ทำให้หลายฝ่ายต้อง จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ท่ามกลางกระแสข่าว พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะวางมือทางการเมือง ก่อนที่แกนนำพรรค พปชร. จะออกมาปฏิเสธ โดยระบุว่ายังไม่ได้รับสัญญาณดังกล่าว ในขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ที่มีรายงานข่าวว่ามีชื่อของ พล.อ.ประวิตร และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค และยังมีชื่อของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. ที่เป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคด้วยนั้น

ล่าสุด มีรายงานข่าวว่า น.ส.ตรีนุช เตรียมที่จะขอถอนตัวออกจากการเป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยให้เหตุผลว่าต้องการทุ่มเทในการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง เนื่องจากจะลงสมัคร สส.แบบแบ่งเขต จังหวัดสระแก้ว ซึ่งต้องจับตาดูความชัดเจนในวันที่ 24 ธันวาคม ซึ่งจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค พปชร.

จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

การตัดสินใจของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ในครั้งนี้ สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองเป็นอย่างมาก หลายฝ่ายต่างวิเคราะห์ถึงเหตุผลเบื้องหลังของการตัดสินใจดังกล่าว บางส่วนมองว่าการถอนตัวครั้งนี้ อาจเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อเปิดทางให้แคนดิเดตนายกฯ คนอื่น ๆ ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ในขณะที่บางส่วนเชื่อว่า น.ส.ตรีนุช ต้องการมุ่งเน้นไปที่การสร้างฐานเสียงในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อรักษาเก้าอี้ สส. ของตนเองไว้

อย่างไรก็ตาม การ จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. ยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้ อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ และภูมิทัศน์ทางการเมืองโดยรวมของประเทศได้

เหตุผลที่ต้องจับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

  • ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคพลังประชารัฐ
  • ความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค
  • ผลกระทบต่อการแข่งขันในการเลือกตั้งที่จะมาถึง
  • อนาคตทางการเมืองของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง

การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ ถือเป็นสนามแข่งขันที่สำคัญสำหรับทุกพรรคการเมือง การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลต่อโอกาสและความท้าทายของแต่ละพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การตัดสินใจของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะตามมา

การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การ จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ดังนั้น ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ทางการเมือง และสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. รอความชัดเจน กก.บห. ถกวันนี้

ตรีนุช เทียนทอง: เปิดประวัติแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

เจาะลึกประวัติ “ตรีนุช เทียนทอง” ผู้มีชื่อเสียงในวงการการเมืองไทย หลานสาวของ “เสนาะ เทียนทอง” ที่ถูกเสนอชื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เส้นทางการเมืองของเธอเป็นอย่างไร? ติดตามได้ในบทความนี้

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 พรรคพลังประชารัฐได้เปิดเผยรายชื่อผู้ที่จะถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงในปี 2569 โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งในวันที่ 27-28 ธันวาคม 2568 และกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคพลังประชารัฐยืนยันว่าจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 3 คน ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

ประวัติ “ตรีนุช เทียนทอง”

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง หรือ “เหน่ง” เกิดเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2515 ปัจจุบัน (ปี 2568) อายุ 53 ปี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เธอเป็นบุตรีของนายพิเชษฐ์ และนางขวัญเรือน เทียนทอง และเป็นหลานสาวของนายเสนาะ เทียนทอง นอกจากนี้ เธอยังมีพี่น้อง ได้แก่ นายฐานิสร์ เทียนทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว, นายอนุรักษ์ เทียนทอง และนายบดี เทียนทอง ในด้านชีวิตส่วนตัว น.ส.ตรีนุช สมรสกับ ศ.คลินิก นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิการวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ในด้านการศึกษา น.ส.ตรีนุช จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รุ่น 18 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี 2 สาขา จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในปี 2535 และสาขาการเงินการลงทุน จาก Western Illinois University ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2538 และปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเดียวกันในปี 2540

เส้นทางการเมืองของ ตรีนุช เทียนทอง

น.ส.ตรีนุช ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สระแก้ว เป็นครั้งแรกในปี 2544 และครั้งที่ 2 ในปี 2548 โดยสังกัดพรรคไทยรักไทย ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2550 เธอได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 3 ภายใต้สังกัดพรรคประชาราช และในปี 2554 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 ในสังกัดพรรคเพื่อไทย จนกระทั่งในปี 2561 เธอได้ย้ายมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ และในการเลือกตั้งปี 2562 น.ส.ตรีนุช ก็ได้รับเลือกตั้งอีกครั้งเป็นสมัยที่ 5

ในวันที่ 22 มีนาคม 2564 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ น.ส.ตรีนุช ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งถือเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว และในปี 2566 เธอยังได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สมัยที่ 6 และในเดือนกันยายน 2568 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 และในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จนกระทั่งล่าสุดในวันที่ 16 ธันวาคม 2568 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของพรรคพลังประชารัฐ

การก้าวขึ้นมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของผู้หญิงในเวทีการเมืองไทยที่เพิ่มมากขึ้น เส้นทางการเมืองของเธอจะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไปในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – ประวัติ “ตรีนุช เทียนทอง” แคนดิเดตนายกฯ หญิงหนึ่งเดียวของพรรคพลังประชารัฐ

Scroll to top