ตาข่ายกันตก

ฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตก เหยื่อไฟไหม้พุ่ง 159 ศพ

ฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตกทั้งหมดที่หุ้มอาคารซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุง หลังเกิดเหตุไฟไหม้ใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 159 ศพแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีก 31 ราย

เมื่อวันพุธที่ 3 ธันวาคม 2568 ทางการฮ่องกงได้ออกคำสั่งให้รื้อฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตก ที่ใช้ปิดนั่งร้านออกจากอาคารที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงทั้งหมดภายในวันเสาร์นี้ (6 ธันวาคม) ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้อาคารครั้งร้ายแรงที่สุดในเขตบริหารพิเศษแห่งนี้ในรอบหลายทศวรรษ

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ คำสั่งให้ถอดฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตกออก จะส่งผลกระทบต่ออาคารประมาณ 300 แห่งทั่วเกาะฮ่องกง ในขณะที่ทางการฮ่องกงระบุด้วยว่า จะมีการประกาศแนวทางปฏิบัติใหม่สำหรับการทดสอบวัสดุที่ใช้ในนั่งร้านในสัปดาห์หน้า

เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน โดยไฟได้ลุกไหม้อาคารสูงของโครงการที่พักอาศัย “หว่องฟุกคอร์ต” (Wang Fuk Court) ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงครั้งใหญ่ ถึง 7 ตึกจาก 8 ตึก การสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่า ตาข่ายป้องกันที่ใช้ห่อหุ้มล้อมรอบอาคาร ไม่ได้มาตรฐานการหน่วงไฟ

เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานจนถึงช่วงเช้าวันศุกร์ หรือราว 40 ชั่วโมง จึงจะสามารถดับไฟได้ทั้งหมด ต้องใช้ทีมนักดับเพลิงจำนวนกว่า 2,000 คน ในวันเดียวกัน ตำรวจก็เริ่มเข้าไปเก็บหลักฐานภายในอาคาร ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์

ขณะที่การค้นหาภายในอาคารทั้ง 7 ตึกเสร็จสิ้นแล้ว โดยเจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้แล้ว 159 ศพ แต่ยังมีผู้สูญหายอีก 31 ราย ซึ่งหลังจากนี้พวกเขาจะค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในส่วนอื่น ๆ ของอาคารต่อไป เช่นที่ซากนั่งร้านไม้ไผ่ที่เหลืออยู่

“เรายังทำงานไม่เสร็จสิ้น” ผู้บัญชาการตำรวจ โจ โจว กล่าว “อย่างที่คุณเห็น… ไม้ไผ่จำนวนมากได้ร่วงลงมา เรายังคงต้องทำงานบางอย่าง… เพื่อดูว่ามีร่างผู้เสียชีวิตถูกไม้ไผ่ทับอยู่หรือไม่”

เจ้าหน้าที่โจเสริมด้วยว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิต 159 ศพที่พบจนถึงปัจจุบัน สามารถระบุตัวตนได้แล้ว 140 ราย โดยเป็นชาย 49 ราย และเพศหญิง 91 ราย มีอายุระหว่าง 1 ถึง 97 ปี

ตำรวจยังจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว 15 ราย ในข้อหาต่างๆ รวมถึง ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา และข้อหาทุจริตเกี่ยวกับการปรับปรุงอาคาร โดยบางคนเป็นกรรมการของบริษัทก่อสร้างด้วย

ฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตก

ทำไมฮ่องกงถึงสั่งรื้อตาข่ายกันตกทั้งหมด?

สาเหตุหลักที่ทำให้ทางการฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตกทั้งหมด คือเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่อาคารหว่องฟุกคอร์ต ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก การสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ตาข่ายที่ใช้ห่อหุ้มอาคารไม่ได้มาตรฐานการหน่วงไฟ และอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย และเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน

นอกจากนี้ ทางการฮ่องกงยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบวัสดุที่ใช้ในนั่งร้านอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยจะมีการประกาศแนวทางปฏิบัติใหม่ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุที่ใช้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางการฮ่องกงในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างและปรับปรุงอาคาร

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันอุบัติเหตุและการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เราหวังว่ามาตรการใหม่ที่ทางการฮ่องกงนำมาใช้จะช่วยสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น

ที่มา – ฮ่องกงสั่งรื้อตาข่ายกันตกทั้งหมด เหยื่อไฟไหม้พุ่ง 159 ศพ สูญหายอีก 31 ราย

ฮ่องกงช็อก! ตาข่ายกันตกไฟไหม้ไม่ได้มาตรฐาน

เกิดเหตุสุดสลดในฮ่องกง! ผลการสอบสวนล่าสุดเผยว่า ตาข่ายกันตกไฟไหม้ ที่ใช้ในอาคารคอมเพล็กซ์ซึ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยด้านการทนไฟ สร้างความตกตะลึงให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

ฮ่องกงช็อก! ตาข่ายกันตกไฟไหม้ไม่ได้มาตรฐาน

ทางการฮ่องกงได้ออกมาเปิดเผยผลการสอบสวนที่น่าตกใจว่า ตาข่ายกันตกไฟไหม้ ที่ติดตั้งรอบนั่งร้านของอาคาร 7 แห่งใน Wang Fuk Court ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ไม่ผ่านมาตรฐานการทนไฟที่กำหนดไว้ ผลลัพธ์นี้ขัดแย้งกับผลการตรวจสอบเบื้องต้นที่ระบุว่าตาข่ายเหล่านี้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรก เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงบางพื้นที่เพื่อเก็บตัวอย่างได้เนื่องจากสถานการณ์ไฟไหม้ยังคงรุนแรง

คริส เหลียง รัฐมนตรีความมั่นคงของฮ่องกง กล่าวว่าหลังจากที่ไฟดับลง ทีมสืบสวนสามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเข้าได้ และพบว่า 7 จุดจากหลายจุดที่ตรวจสอบไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย และส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความปลอดภัยของประชาชน

ตำรวจฮ่องกงยืนยันว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 151 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 40 ราย เจ้าหน้าที่หญิงรายหนึ่งถึงกับสะอึกสะอื้นระหว่างการแถลงข่าว โดยระบุว่าร่างของผู้เสียชีวิตบางรายถูกไฟเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ทำให้การค้นหาผู้สูญหายทั้งหมดเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยไฟได้ลุกลามไปยังอาคาร 7 จาก 8 อาคาร ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 4,600 คน ทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นหนึ่งในเหตุเพลิงไหม้อาคารที่รุนแรงที่สุดในฮ่องกงในรอบหลายสิบปี

บรรยากาศโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยผู้คนที่นำดอกไม้ ข้อความไว้อาลัย และตุ๊กตามาวางเพื่อแสดงความเสียใจ ขณะที่ยอดเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพิ่มสูงถึง 900 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาอันรวดเร็ว รัฐบาลฮ่องกงระบุว่าเงินจำนวนนี้รวมถึงเงินตั้งต้นจากภาครัฐอีก 300 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง จะถูกนำไปใช้ในการฟื้นฟูบ้านเรือนและให้การสนับสนุนระยะยาวแก่ผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ยังมีการมอบเงินช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับค่าใช้จ่ายเร่งด่วน เช่น ค่าทำศพและค่าที่พักชั่วคราว

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับเหตุการณ์ ตาข่ายกันตกไฟไหม้ ในฮ่องกง

ข้อมูลล่าสุดจนถึงวันจันทร์ที่ผ่านมามีดังนี้:

  • ผู้ประสบภัย 683 คน ได้เข้าพักในโรงแรมและโฮสเทล
  • 1,144 คน ถูกย้ายไปยังที่พักชั่วคราว
  • มีศูนย์พักพิงฉุกเฉินเปิดให้บริการอีก 2 แห่ง
  • เจ้าหน้าที่กำลังประเมินความปลอดภัยของอาคารที่เหลือ รวมถึงตึกต้นเพลิงที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด

ในขณะเดียวกัน โลกโซเชียลมีเดียของฮ่องกงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและคำถามเกี่ยวกับเหตุผลที่ ตาข่ายกันตกไฟไหม้ ซึ่งควรจะช่วยชีวิต กลับกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตจำนวนมากเรียกร้องให้รัฐบาลมีความโปร่งใสและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ตาข่ายกันตกไฟไหม้ ที่ไม่ได้มาตรฐานกลายเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่าเดิม และจำเป็นต้องมีการตรวจสอบและแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ที่มา – ฮ่องกงช็อก พบ “ตาข่ายกันตก” บนตึกไฟไหม้ครั้งใหญ่ไม่ได้มาตรฐานกันไฟ ตายพุ่ง 151 ราย

Scroll to top