ตึกถล่ม

ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด

ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด เป็นข่าวร้ายที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เมื่ออาคารที่อยู่อาศัยสูง 20 ชั้นในเขตบรองซ์ รัฐนิวยอร์ก เกิดพังถล่มลงมาบางส่วน โดยสาเหตุเบื้องต้นมาจากการระเบิดของแก๊ส แต่โชคดีที่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เรื่องนี้ทำให้หลายคนตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยในอาคารสูง

ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด: รายละเอียดเหตุการณ์

เหตุการณ์ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันพุธที่ 1 ตุลาคม 2568 ตามเวลาท้องถิ่น โดยประมาณ 8.10 น. สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง BBC รายงานว่า ตึกดังกล่าวชื่อ “มิทเชล เฮาส์เซส” (Mitchel Houses) เป็นอาคารสาธารณะที่รัฐบาลนิวยอร์กเป็นเจ้าของ ตั้งอยู่ในเขตบรองซ์ ซึ่งเป็นย่านที่มีประชากรหนาแน่น

ภาพจากโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นว่ามุมหนึ่งของอาคารพังทลายลงทั้งหมด ท่ามกลางควันและฝุ่นฟุ้งกระจาย แต่ทางการท้องถิ่นยืนยันว่า ไม่มีห้องพักอาศัยที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทำให้ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ปลอดภัย สำนักงานดับเพลิงนิวยอร์กกำลังเร่งตรวจสอบและตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ทันที โดยเบื้องต้นคาดว่าเป็นการรั่วไหลของแก๊สที่นำไปสู่การระเบิด

สาเหตุเบื้องต้นของตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน

จากข้อมูลเบื้องต้น ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด อาจเกิดจากการเปิดใช้งานเครื่องทำความร้อนครั้งแรกในฤดูใบไม้ร่วง วันที่ 1 ตุลาคมเป็นวันแรกที่เครื่องต้มน้ำ (boilers) ถูกเปิด เพื่อเตรียมรับมืออากาศหนาวเย็น นายเอริก อดัมส์ นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก กล่าวว่า ผู้อยู่อาศัยจำนวนมากกำลังเปิดสวิตช์เครื่องต้มน้ำของตัวเอง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงหากไม่มีการบำรุงรักษาที่ดี

นอกจากนี้ อาคารยังมีประวัติการละเมิดกฎหมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข 3 รายการ ตามข้อมูลจาก BBC แต่กรรมาธิการกรมอาคารของนครนิวยอร์ก นายเจมส์ อ็อดโด ชี้แจงว่า ข้อละเมิดเหล่านี้เป็นบกพร่องที่ “ไม่เกี่ยวข้อง” กับความปลอดภัยของเครื่องต้มน้ำ และยังไม่ทราบความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นี้ เขาขอให้สังคมอย่าด่วนสรุปสาเหตุ

ผลกระทบและมาตรการป้องกันหลังเหตุตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน

แม้จะไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่เหตุตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด สร้างความกังวลให้กับชุมชนในบรองซ์และทั่วทั้งนิวยอร์ก เจ้าหน้าที่กำลังประเมินสถานการณ์อย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบโครงสร้างอาคารที่เหลือและหาสาเหตุที่แท้จริง นายกเทศมนตรีอดัมส์เรียกร้องให้ผู้อยู่อาศัยในอาคารสูงใช้งานแก๊สและเครื่องทำความร้อนอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนฤดู

  • ตรวจสอบเครื่องต้มน้ำและระบบแก๊สเป็นประจำ เพื่อป้องกันการรั่วไหล
  • หลีกเลี่ยงการเปิดใช้งานอุปกรณ์โดยไม่มีการบำรุงรักษา
  • รายงานความผิดปกติทันทีหากพบกลิ่นแก๊สหรือเสียงแปลกๆ
  • รัฐบาลควรเร่งตรวจสอบอาคารเก่าในย่านหนาแน่น เพื่อลดความเสี่ยง

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาอาคารสูง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่อากาศหนาวเย็นต้องพึ่งพาระบบทำความร้อน หากคุณอาศัยในอพาร์ตเมนต์หรือคอนโด ควรตรวจสอบระบบความปลอดภัยของตัวเองบ้าง

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่ต้องได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องชีวิตผู้อยู่อาศัย คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ

ที่มา – ตึกอพาร์ตเมนต์ 20 ชั้นในนิวยอร์กพังถล่มบางส่วน คาดแก๊สระเบิด

ดับแล้ว 20 ศพ แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ อาคารถล่มหลายจุด

ดับแล้ว 20 ศพ แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ อาคารถล่มหลายจุด เป็นข่าวร้ายที่สะเทือนใจทั่วโลก เมื่อภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนนับสิบ และสร้างความเสียหายมหาศาลในพื้นที่ภาคกลางของประเทศฟิลิปปินส์

เหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.9 แมกนิจูดเกิดขึ้นเมื่อคืนวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 นอกชายฝั่งเกาะเซบู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาควิซายัส (Visayas) สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่าจนถึงขณะนี้ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย และยังมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากที่กำลังได้รับการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานอย่างหนักเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจติดค้างใต้ซากอาคารที่พังถล่ม

ดับแล้ว 20 ศพ แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ อาคารถล่มหลายจุด

จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองกาลาเป จังหวัดโบโฮล ประมาณ 11 กิโลเมตร ลึกจากพื้นผิวโลกเพียง 10 กิโลเมตร ทำให้แรงสั่นสะเทือนรุนแรงและแผ่กระจายไปทั่วพื้นที่ใกล้เคียง สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) ยืนยันข้อมูลนี้ และเตือนถึงอาฟเตอร์ช็อกที่ตามมา โดยครั้งรุนแรงที่สุดมีขนาด 6.0 แมกนิจูด ซึ่งยังคงสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน

ในเมืองเซบูซิตี ซึ่งมีประชากรเกือบหนึ่งล้านคน ได้รับผลกระทบหนักสุด พันตำรวจเอกเอนริโก ฟิกัวโรอา ผู้บัญชาการตำรวจท้องถิ่น เปิดเผยว่าหม้อแปลงไฟฟ้าบนเสาไฟฟ้าระเบิดสนั่นขณะเกิดเหตุ ส่งผลให้ไฟฟ้าดับทั่วเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง ชาวบ้านหลายพันคนต้องอพยพออกจากที่พักอาศัยชั่วคราว ขณะที่ถนนและสะพานหลายแห่งเสียหาย ทำให้การสัญจรลำบาก

ผลกระทบรุนแรงจากแผ่นดินไหวในฟิลิปปินส์

นอกจากดับแล้ว 20 ศพ แผ่นดินไหว 6.9 ยังทำให้อาคารพังถล่มหลายจุด โดยเฉพาะในเขตเมืองวิลลาบา จังหวัดเลย์เต ที่ซึ่งนายเอียน โป ผู้กำกับการตำรวจท้องถิ่น บรรยายว่าแรงสั่นสะเทือนกินเวลาประมาณ 10 วินาที แต่ทำให้สถานีตำรวจสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่ามีทั้งอาคารที่พักอาศัย โรงเรียน และร้านค้าได้รับความเสียหาย โดยบางแห่งถล่มลงมาทั้งหลัง

  • ไฟฟ้าดับหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
  • ถนนแตกร้าวและสะพานพัง ทำให้การขนส่งล่าช้า
  • ผู้บาดเจ็บจำนวนมากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน
  • อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงในการกู้ภัย

สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาแห่งฟิลิปปินส์ (Phivolcs) ยืนยันว่าไม่มีภัยคุกคามจากสึนามิ แต่แนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังกระแสน้ำรุนแรงและการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่ง ฟิลิปปินส์ซึ่งตั้งอยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) มักเผชิญแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง แต่เหตุการณ์นี้ถือว่ารุนแรงกว่าปกติ

จากข้อมูลประวัติศาสตร์ แผ่นดินไหวในฟิลิปปินส์เคยคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก เช่น ในปี 2556 ที่มีขนาด 7.2 สร้างความเสียหายกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น การเตรียมพร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ชาวฟิลิปปินส์หลายคนเล่าว่าพวกเขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้หลุดจากที่นั่ง และรีบวิ่งออกจากอาคารทันที

นอกจากนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเร่งส่งความช่วยเหลือด้านอาหาร ยา และที่พักพิงชั่วคราว องค์กรระหว่างประเทศอย่างกาชาดและสหประชาชาติก็กำลังประเมินความเสียหายเพื่อวางแผนบรรเทาทุกข์

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ แผ่นดินไหวครั้งนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ทนต่อภัยพิบัติ โดยเฉพาะในประเทศที่เสี่ยงสูงอย่างฟิลิปปินส์ หากคุณสนใจข่าวสารภัยพิบัติ ลองติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และอย่าลืมเตรียมแผนรับมือแผ่นดินไหวในชีวิตประจำวันของคุณ

ที่มา – ดับแล้ว 20 ศพ แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ อาคารถล่มหลายจุด

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ ทำตึกถล่มหลายจุด

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ ทำตึกถล่มหลายจุด จนท.เร่งหาผู้สูญหาย

แผ่นดินไหวขนาด 6.9 แมกนิจูดเกิดขึ้นนอกชายฝั่งภาคกลางของฟิลิปปินส์ เมื่อคืนวันที่ 30 กันยายน 2568 ตามเวลาท้องถิ่น สร้างความเสียหายรุนแรงให้กับอาคารพาณิชย์ โรงเรียน และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเกาะเซบู ทำให้ตึกถล่มหลายจุดและเจ้าหน้าที่ต้องเร่งค้นหาผู้สูญหายท่ามกลางความมืดและอาฟเตอร์ช็อกที่ตามมา

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์: รายละเอียดเหตุการณ์

เหตุการณ์แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ เกิดขึ้นเวลา 21:59 น. ทางตอนเหนือของเกาะเซบู ส่งผลกระทบต่อเมืองซาน เรมิฮิโอ และเมืองโบโก โดยสำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) ยืนยันว่าความรุนแรงระดับนี้สามารถก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ นายวิลสัน รามอส เจ้าหน้าที่กู้ภัยท้องถิ่น เปิดเผยว่าอาคารสาธารณะและโรงยิมพังถล่มลงมา ทำให้มีผู้คนอาจติดค้างใต้ซากปรักหักพัง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งปฏิบัติการช่วยเหลือ แต่เผชิญอุปสรรคจากความมืดและอาฟเตอร์ช็อกที่มีถึง 4 ครั้ง โดยแต่ละครั้งมีความรุนแรง 5.0 แมกนิจูดหรือมากกว่า

นอกจากนี้ แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ ยังทำให้เกิดไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ของจังหวัดเซบูและเกาะใกล้เคียง บริษัทโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติกำลังประเมินความเสียหายเพื่อแก้ไขโดยด่วน ขณะที่ถนนในหมู่บ้านหลายแห่งแตกร้าวและใช้งานไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและการช่วยเหลือ

ภาพความเสียหายภายนอก อาสนวิหารอัครสังฆมณฑลซานตา โรซา เด ลิมา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อคืนวันที่ 30 ก.ย. 2568
ภาพความเสียหายภายนอก อาสนวิหารอัครสังฆมณฑลซานตา โรซา เด ลิมา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อคืนวันที่ 30 ก.ย. 2568

ผลกระทบและมาตรการรับมือจากแผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยสำนักงานแผ่นดินไหววิทยาท้องถิ่นเตือนถึงความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลเล็กน้อย จึงเรียกร้องให้ชาวเกาะเลย์เต เซบู และบิลิรัน หลีกเลี่ยงชายหาดและพื้นที่ชายฝั่ง รัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดเซบูรายงานว่าอาคารพาณิชย์และโรงเรียนในเมืองบันตายันพังถล่ม ขณะที่นางปาเมลา บาริคัวโตร ผู้ว่าราชการจังหวัดเซบู ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก กระตุ้นให้ประชาชนตั้งสติ เคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่โล่ง และเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก

ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังประเมินสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น การกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น แม้จะมีความท้าทายมากมาย ฟิลิปปินส์ซึ่งตั้งอยู่ในวงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) มักเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติเช่นนี้บ่อยครั้ง ทำให้ประชาชนและรัฐบาลมีประสบการณ์ในการรับมือ แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ ครั้งนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทนทานต่อแผ่นดินไหว

เพื่อป้องกันความสูญเสียในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงศึกษาวิธีการเตรียมพร้อม เช่น การจัดทำแผนอพยพ การตรวจสอบอาคาร และการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับแผ่นดินไหว นอกจากนี้ รัฐบาลควรลงทุนในระบบเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อลดผลกระทบ

  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้โครงสร้างที่เสียหาย
  • เตรียมเสบียงอาหารและน้ำสำหรับกรณีฉุกเฉิน
  • ฟังประกาศจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของชีวิตต่อภัยธรรมชาติ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้บทเรียนและเตรียมตัวให้พร้อมในอนาคต

ที่มา – แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ ทำตึกถล่มหลายจุด จนท.เร่งหาผู้สูญหาย

Scroll to top