ต่างชาติ

คนไทย-ต่างชาติ ซัดกันนัว เก๋งเข้าเกียร์อาร์ ถอยทับสาวติดใต้ท้องรถ

เหตุการณ์ระทึก คนไทย-ต่างชาติ ซัดกันนัว เก๋งเข้าเกียร์อาร์ ถอยทับสาวติดใต้ท้องรถ

กลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นโซเชียล เมื่อมีคลิปวิดีโอเหตุการณ์ คนไทย-ต่างชาติ ซัดกันนัว เก๋งเข้าเกียร์อาร์ ถอยทับสาวติดใต้ท้องรถ บริเวณใกล้ท่าเรือแหลมบาลีฮาย จ.ชลบุรี สร้างความตกใจให้กับผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเต็มไปด้วยความชุลมุนวุ่นวายและอันตรายถึงชีวิต

สรุปเหตุการณ์ คนไทย-ต่างชาติ ซัดกันนัว เก๋งเข้าเกียร์อาร์ ถอยทับสาวติดใต้ท้องรถ

จากภาพเหตุการณ์ นายวรายุทธ พลเมืองดีที่อยู่ในที่เกิดเหตุเล่าว่า ในขณะที่กำลังกลับบ้านหลังจากไปตกหมึก ได้เห็นกลุ่มชาวต่างชาติและหญิงไทยทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง มีการไล่ต่อยและฉุดกระชากกัน จนกระทั่งเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อรถเก๋งคันหนึ่งเข้าเกียร์ถอยหลังทับร่างหญิงสาวคนหนึ่งจนมุดเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถ เหล่าพลเมืองดีนับสิบคนต้องรีบเข้าไปช่วยกันยกรถเพื่อนำร่างคนเจ็บออกมา โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 04.59 น. ใกล้ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย
  • กลุ่มคู่กรณีเป็นชาวต่างชาติและหญิงไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นแฟนกัน
  • ผู้บาดเจ็บคือ น.ส.พิมภิมล อายุ 20 ปี ได้รับบาดเจ็บกระดูกสะโพกหัก
  • หลังเกิดเหตุ คนขับรถได้รีบนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา

กล้องวงจรปิดเผยให้เห็นนาทีรถเก๋งคันก่อเหตุขับย้อนศรมาจอดเทียบ ก่อนจะเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างกลุ่มชายต่างชาติและผู้หญิงในที่เกิดเหตุ ซึ่งเหตุการณ์ คนไทย-ต่างชาติ ซัดกันนัว เก๋งเข้าเกียร์อาร์ ถอยทับสาวติดใต้ท้องรถ ในครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เรื่องการควบคุมอารมณ์ในที่สาธารณะได้เป็นอย่างดี แม้ว่าในเบื้องต้นจะยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี แต่ภาพที่ปรากฏออกมาแสดงให้เห็นถึงความสูญเสียที่อาจหลีกเลี่ยงได้หากทุกฝ่ายใช้สติในการแก้ไขปัญหามากกว่าการใช้ความรุนแรง

เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จะดำเนินการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพิ่มเติมอย่างไร เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และหวังว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของไทย

ที่มา – คนไทย-ต่างชาติ ซัดกันนัว เก๋งเข้าเกียร์อาร์ ถอยทับสาวติดใต้ท้องรถ

ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ นักเดินป่าดับ 3 สูญหายอีก 10

ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ สร้างความสะเทือนใจให้กับนักเดินป่าและนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และสูญหายอีก 10 คน เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนให้ความสนใจ

ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ นักเดินป่าดับ 3 สูญหายอีก 10

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา ภูเขาไฟดุโกโน ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดนอร์ทฮาลมาเฮรา ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย ได้ปะทุอย่างรุนแรง พ่นกลุ่มควันและเถ้าถ่านสูงขึ้นไปกว่า 10 กิโลเมตร พร้อมกับเสียงระเบิดดังสนั่น สร้างความตื่นตระหนกให้กับพื้นที่ใกล้เคียง

รายละเอียดผู้เสียชีวิตและสูญหาย

ตามรายงานของตำรวจจังหวัด ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน ประกอบด้วยชาวต่างชาติ 2 คน และชาวอินโดนีเซียจากเมืองเทอร์นาเต 1 คน ขณะที่นักเดินป่าสูญหายอีก 10 คน โดยก่อนหน้านี้มีรายงานสูญหายถึง 20 คน ในนั้นมีชาวสิงคโปร์ถึง 9 คน สื่อท้องถิ่นคาดว่าผู้เสียชีวิต 2 รายอาจเป็นชาวสิงคโปร์ แต่ยังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ภูเขาไฟดุโกโนปะทุ

สำนักงานธรณีวิทยาอินโดนีเซียเตือนว่ากลุ่มควันเถ้าถ่านอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ระบบทางเดินหายใจ และการเดินทางทางอากาศ แม้ตอนนี้ยังไม่มีเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบ แต่เจ้าหน้าที่ได้ระดมทีมกู้ภัย ตำรวจ และหน่วยค้นหาหลายสิบชีวิต เข้าพื้นที่ทันที

ประวัติและความอันตรายของภูเขาไฟดุโกโน

ภูเขาไฟดุโกโน เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ปะทุต่อเนื่องยาวนานที่สุดในอินโดนีเซีย ตั้งแต่ปี 1933 มันพ่นเถ้าถ่านและก๊าซซัลเฟอร์ออกมาอยู่เสมอ ระดับเตือนภัยปัจจุบันอยู่ที่ 3 จาก 4 ซึ่งถือว่าสูงมาก พื้นที่รอบปล่องถูกสั่งปิดตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน หลังตรวจพบกิจกรรมภูเขาไฟเพิ่มขึ้น แต่ยังมีนักเดินป่าลักลอบเข้าไป

เส้นทางเดินป่าไปยังดุโกโนนั้นยากลำบาก ต้องใช้เครื่องบิน เรือ รถยนต์ และเดินเท้าผ่านป่าทึบ สู่พื้นที่เถ้าถ่านและกำมะถันอันตราย

  • ปะทุเวลา 07.41 น. ตามเวลาท้องถิ่น
  • พ่นเถ้าถ่านสูง 10 กม.
  • สูญหายส่วนใหญ่เป็นชาวสิงคโปร์
  • ระดับเตือนภัยสูงสุดเกือบสุด
  • ห้ามเข้าใกล้พื้นที่รอบปล่อง

เหตุการณ์ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ นักเดินป่าดับ 3 สูญหายอีก 10 นี้ สร้างความสะเทือนใจให้ชาวอินโดนีเซียและสิงคโปร์ ครอบครัวผู้สูญหายกำลังเฝ้ารอข่าว ขณะที่ภารกิจกู้ภัยดำเนินต่อไปท่ามกลางความเสี่ยงสูง

จากประสบการณ์นี้ เราควรตระหนักถึงความสำคัญของการเดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาไฟ ควรติดตามประกาศจากทางการเสมอ และเตรียมอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อม หากคุณชื่นชอบการผจญภัย อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศและระดับเตือนภัยก่อนออกเดินทาง

ติดตามข่าวอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ และแบ่งปันเพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ

ที่มา – ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ นักเดินป่าดับ 3 สูญหายอีก 10

รวบยกแก๊งหนุ่มรัสเซียเซ็กซ์ท้ายกระบะ

เหตุการณ์ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียเมื่อไม่กี่วันก่อน ได้สร้างความฮือฮาและความไม่พอใจให้กับประชาชนจำนวนมาก หลังจากที่มีคลิปวิดีโอแพร่กระจายภาพชายชาวต่างชาติและหญิงชาวไทยกำลังมีเพศสัมพันธ์อย่างโจ่งแจ้งท้ายรถกระบะสีดำ บนถนนสายหลักในจังหวัดภูเก็ต โดยไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบข้าง ล่าสุด ตำรวจสามารถ รวบยกแก๊ง หนุ่มรัสเซียสร้างคอนเทนต์ “เซ็กซ์ท้ายกระบะ” พร้อมยึดรถสีดำของกลาง ได้แล้ว ทำให้ชาวเน็ตหลายคนโล่งใจที่เจ้าหน้าที่ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบง่ายๆ

รวบยกแก๊ง หนุ่มรัสเซียสร้างคอนเทนต์ “เซ็กซ์ท้ายกระบะ” พร้อมยึดรถสีดำของกลาง

จากรายงานของสื่อท้องถิ่น เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 คลิปดังกล่าวถูกแชร์อย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดีย แสดงภาพชายชาวรัสเซียวัย 23 ปี และหญิงไทยวัย 42 ปี ที่กำลังเปลือยกายและมีเพศสัมพันธ์กันท้ายรถกระบะฟอร์ดสีดำ บนถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (บายพาส) ขาออกนอกเมือง ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรที่พลุกพล่าน ผู้คนจำนวนมากที่ขับขี่ผ่านไปมาต่างตกตะลึงกับพฤติกรรมดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ควรเป็นเวลาพักผ่อน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูเก็ต ร่วมกับนักท่องเที่ยวและตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต ได้เข้าตรวจสอบและสืบสวนทันที หลังจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ พวกเขาติดตามเบาะแสจนพบว่าชายคนดังกล่าวคือพลเมืองรัสเซียชื่ออายุ 23 ปี ที่กำลังพยายามหลบหนีออกนอกประเทศ โดยมีแผนจะบินไปยังเวียนนามผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ตำรวจจึงควบคุมตัวเขากลับมาที่ภูเก็ตทันที และดำเนินคดีในข้อหากระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล รวมถึง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าข้อมูลลามกอนาจาร ส่วนหญิงชาวไทยถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันตามกฎหมายไทย

ความคืบหน้าของการจับกุมและยึดทรัพย์

ความคืบหน้าที่น่าติดตามยิ่งขึ้นเกิดขึ้นในวันที่ 26 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 13.40 น. ณ บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูเก็ต พ.ต.ต.กันต์ อักษรทอง รองสารวัตรสืบสวน ได้รับการมอบตัวจากนายอเล็กซ์ ชาวรัสเซียวัย 25 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊งที่เกี่ยวข้อง โดยนายอเล็กซ์นำรถกระบะฟอร์ดสีดำคันที่ใช้ในการก่อเหตุมาร่วมด้วย นายอเล็กซ์ให้การว่าตนรู้จักกับหนุ่มรัสเซียวัย 23 ปี เพียง 4 วันเท่านั้น และถูกชักชวนให้เอารถมาร่วมถ่ายคอนเทนต์ดังกล่าว โดยอ้างว่าไม่ได้ค่าจ้าง แต่สัญญาว่าจะมาช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อคำให้การดังกล่าว และแจ้งข้อกล่าวหานายอเล็กซ์ในหลายกระทง ได้แก่ สนับสนุนการกระทำอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยการเปลือยกายหรือกระทำลามก ขับขี่ยานพาหนะโดยประมาทหวาดเสียวไม่คำนึงถึงความปลอดปลอดของผู้อื่น และสนับสนุนการนำเข้าข้อมูลลามกอนาจารตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รถกระบะสีดำคันดังกล่าวถูกยึดเป็นของกลางทันที เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสอบสวนต่อไป

  • ชายรัสเซียวัย 23 ปี: กระทำอนาจารและนำเข้าข้อมูลลามก
  • หญิงไทยวัย 42 ปี: กระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล
  • นายอเล็กซ์วัย 25 ปี: สนับสนุนการกระทำและขับรถประมาท

การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วและเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยในการรับมือกับอาชญากรรมที่กระทบต่อศีลธรรม จริยธรรม และภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่อย่างภูเก็ตที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของโลก พฤติกรรมดังกล่าวไม่เพียงทำให้ผู้เห็นรู้สึกอึดอัด แต่ยังอาจนำไปสู่อันตรายต่อสาธารณะ เช่น อุบัติเหตุจากการขับขี่ที่ถูกรบกวน

จากเหตุการณ์นี้ เราสามารถเรียนรู้ได้ว่าการสร้างคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ โดยเฉพาะการใช้เพศสัมพันธ์เป็นจุดขาย สามารถนำไปสู่ผลทางกฎหมายที่รุนแรง นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียคิดให้รอบคอบก่อนแชร์เนื้อหาที่อาจละเมิดกฎหมาย หากคุณพบเห็นพฤติกรรมคล้ายคลึงนี้ อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม

ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงทำลายภาพลักษณ์ของไทยในสายตานักท่องเที่ยว แต่ยังส่งผลกระทบต่อเยาวชนที่อาจเลียนแบบ หากเราร่วมมือกันในการเฝ้าระวังและรายงาน จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยได้

ที่มา – รวบยกแก๊ง หนุ่มรัสเซียสร้างคอนเทนต์ “เซ็กซ์ท้ายกระบะ” พร้อมยึดรถสีดำของกลาง

รวบแล้ว! ต่างชาติถ่ายคลิปเซ็กซ์ท้ายกระบะ จ่อแบล็กลิสต์

กลายเป็นข่าวใหญ่โต เมื่อมีชาวต่างชาติถ่ายคลิปเซ็กซ์ท้ายกระบะที่ภูเก็ต ล่าสุดตำรวจรวบตัวได้แล้ว เตรียมเพิกถอนวีซ่าและขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศ

จากกรณีที่มีการแชร์คลิปวิดีโอในโลกออนไลน์ เป็นภาพชาวต่างชาติมีเพศสัมพันธ์กันบนท้ายรถกระบะที่กำลังวิ่งอยู่บนถนนในจังหวัดภูเก็ต โดยมีรถอีกคันขับตามประกบเพื่อถ่ายคลิป สร้างความไม่พอใจให้กับชาวเน็ตและส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว

จับแล้ว! ต่างชาติถ่ายคลิปเซ็กซ์ท้ายกระบะ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เวลา 15.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ทำการจับกุมตัวชายสัญชาติรัสเซีย อายุ 23 ปี ขณะกำลังเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศรัสเซีย หลังจากได้รับการประสานงานจาก พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ให้เฝ้าระวังบุคคลตามภาพที่ปรากฏในคลิป

ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวไปสอบสวน ก่อนจะถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองภูเก็ต ในข้อหากระทำการอนาจารในที่สาธารณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 388 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เสนอเรื่องไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อพิจารณาเพิกถอนวีซ่า และขึ้นบัญชีดำ ห้ามชายคนดังกล่าวเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยอีก

ข้อหาหลักและบทลงโทษกรณีถ่ายคลิปเซ็กซ์ท้ายกระบะ

การกระทำของชายชาวรัสเซียนี้ ถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายไทยหลายข้อหาด้วยกัน หลักๆ คือ

  • กระทำการอนาจารในที่สาธารณะ: มีโทษปรับตามที่กฎหมายกำหนด
  • สร้างความเดือดร้อนรำคาญ: อาจมีโทษปรับเพิ่มเติม
  • หากมีการเผยแพร่คลิป: อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

นอกจากนี้ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเสนอให้เพิกถอนวีซ่าและขึ้นบัญชีดำ ก็ถือเป็นการลงโทษทางปกครอง เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลดังกล่าวกลับมากระทำผิดซ้ำอีก

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

เหตุการณ์ถ่ายคลิปเซ็กซ์ท้ายกระบะนี้ สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและขัดต่อศีลธรรมอันดีงามของสังคมไทย

ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับความสวยงามและเอกลักษณ์ของไทยอย่างแท้จริง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ต้องเคารพกฎหมายและวัฒนธรรมประเพณีของไทย หากฝ่าฝืนก็จะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังแสดงถึงการไม่เคารพต่อวัฒนธรรมและประเพณีไทย การท่องเที่ยวควรเป็นการสัมผัสประสบการณ์ที่ดีและสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ใช่การกระทำที่สร้างความเสื่อมเสียและทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ

ที่มา – จับแล้ว ต่างชาติถ่ายคลิปเซ็กซ์ท้ายกระบะ จ่อเพิกถอนวีซ่า-แบล็กลิสต์ห้ามเข้าไทย

ฉาว! **ต่างชาติถ่ายคลิปมีเซ็กซ์ท้ายกระบะ** ที่ภูเก็ต

ภาพจากแฟ้ม

วิจารณ์สนั่น! คลิป**ต่างชาติถ่ายคลิปมีเซ็กซ์ท้ายกระบะ** วิ่งไปตามถนนที่ภูเก็ต ว่อนโซเชียล คนชาติเดียวกันแจ้งเบาะแส ตำรวจเร่งตามตัวดำเนินคดี หลังทำลายภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 ก.ย.68 โซเชียลมีเดียใน จ.ภูเก็ต เช่น เพจภูเก็ตไทม์ เพจศูนย์ข้อมูลภูเก็ต หรือ เพจแฉยับภูเก็ต ฯลฯ ได้โพสต์ภาพนิ่งที่แคปมาจากคลิป โดยเป็นภาพรถกระบะแบบสองตอนสีดำ ไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน กำลังแล่นอยู่บนท้องถนน แต่ที่ท้ายกระบะ มีชายหญิง 2 คน กำลังมีเซ็กส์กันอย่างโจ๋งครึ่ม ไม่อายฟ้าดิน ซึ่งจะมีรถอีกคันขับประกบข้างเพื่อถ่ายคลิป โดยมีความยาวของคลิปราว 18 วินาที ซึ่งเหตุเกิดในช่วงกลางคืน ยังไม่ทราบวัน เวลาเกิดเหตุที่แน่ชัด ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ตเป็นอย่างมาก

ล่าสุด พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต เผยว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดแนวถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หรือถนนบายพาส ต.รัษฎาต่อเนื่อง ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต อย่างเร่งด่วนแล้ว ซึ่งคาดว่าชายชาวต่างชาติคนดังกล่าว อาจเป็นชาวรัสเซียที่พำนักอยู่ใน จ.ภูเก็ต ส่วนผู้หญิงคาดว่าเป็นหญิงไทย โดยชายชาวต่างชาติคนดังกล่าว มักจะชอบถ่ายคลิปการมีเซ็กส์ตามสถานที่ต่างๆ แล้วนำไปโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีกลุ่มคนชาติเดียวกันที่เห็นคลิปดังกล่าวแล้วไม่สบายใจ แจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน

**ต่างชาติถ่ายคลิปมีเซ็กซ์ท้ายกระบะ**

กรณีคลิปฉาวที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในขณะนี้ คือคลิปของ**ต่างชาติถ่ายคลิปมีเซ็กซ์ท้ายกระบะ** ซึ่งเกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศไทย เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับชาวเน็ตจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งดำเนินการสืบสวนเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด โดยมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่คาดว่าจะเกิดเหตุ และได้รับเบาะแสจากพลเมืองดีที่เป็นชาวต่างชาติด้วยกัน

ผลกระทบต่อการท่องเที่ยว

เหตุการณ์**ต่างชาติถ่ายคลิปมีเซ็กซ์ท้ายกระบะ** นี้ไม่ใช่เพียงแค่การกระทำที่ไม่เหมาะสม แต่ยังส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยโดยรวม การกระทำดังกล่าวอาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมองภาพลักษณ์ของประเทศไทยในแง่ลบ และส่งผลต่อการตัดสินใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวในอนาคต

นอกจากนี้ ยังเป็นการทำลายความรู้สึกของคนไทยที่ต้องการจะอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาติ การกระทำที่ไม่เคารพต่อสถานที่และวัฒนธรรมท้องถิ่นย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับคนในพื้นที่

ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่สนับสนุนการกระทำที่ไม่เหมาะสม และให้ความสำคัญกับการรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยว

สิ่งที่ควรพิจารณา:

  • การเคารพวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญ
  • การกระทำที่ไม่เหมาะสมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเป็นสิ่งจำเป็น

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น การกระทำใดๆ ที่ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ ควรถูกประณามและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวไทยให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต

ที่มา – ​ต่างชาติถ่ายคลิปมีเซ็กซ์ท้ายกระบะ วิ่งไปตามถนนที่ภูเก็ต ตร.เร่งตามตัวดำเนินคดี

รวบแก๊งต่างชาติชิงนาฬิกา 2 ล้าน! ทนายอเมริกันผวา

ภูเก็ตระทึก! ตำรวจรวบแก๊งชาวต่างชาติสุดอุกอาจ ก่อเหตุขับรถเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของทนายความชาวอเมริกัน ก่อนที่จะลงมือชิงนาฬิกาหรูมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทได้อย่างรวดเร็ว เหยื่อขอบคุณตำรวจไทยที่ทำงานฉับไว

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 09.45 น. ที่ สภ.เชิงทะเล ชุดสืบสวน สภ.เชิงทะเล พร้อมด้วยชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ได้ทำการควบคุมตัวกลุ่มชายชาวต่างชาติ จำนวน 4 คน สัญชาติอังกฤษ ผู้ต้องสงสัยในคดีร่วมกันปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน และนาฬิกายี่ห้อปาเต๊ะของผู้เสียหาย มูลค่ากว่า 2.3 ล้านบาท โดยสามารถจับกุมได้ที่วิลล่าหรูแห่งหนึ่งใน ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อกลางดึกของวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา

พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสน์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้ร่วมกันสอบปากคำผู้ต้องหา โดยมีการแยกสอบเพื่อขยายผลเพิ่มเติม

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 18 กันยายน 2568 เมื่อกลุ่มชายชาวต่างชาติไม่ทราบจำนวน ใช้รถยนต์สีฟ้าเป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ โดยขับรถเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ที่มีชายชาวต่างชาติเป็นผู้ขับขี่ ในซอยลายัน 7 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จากนั้นได้ใช้อาวุธมีดและปืนข่มขู่ปล้นนาฬิกายี่ห้อปาเต๊ะเรือนทอง ราคากว่า 2.3 ล้านบาท ที่ผู้เสียหายสวมใส่อยู่ที่ข้อมือแล้วหลบหนีไป กลุ่มคนร้ายได้ขับรถติดตามผู้เสียหายมา โดยมีหลักฐานจากกล้องหน้ารถของพลเมืองดีที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ขณะก่อเหตุได้อย่างชัดเจน พลเมืองดียังได้ให้การช่วยเหลือผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บจากรถจักรยานยนต์ล้ม และนำส่งโรงพยาบาลถลาง ก่อนที่จะพาไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เชิงทะเล ในวันเดียวกัน

ต่อมา สภ.สาคู ได้ประสานมายัง สภ.เชิงทะเล ว่าพบรถต้องสงสัยที่อาจใช้ในการก่อเหตุจอดทิ้งอยู่ในป่าละเมาะในพื้นที่ ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จึงแจ้ง พฐ.ภูเก็ต เข้าเก็บวัตถุพยานหลักฐานต่างๆ พร้อมนำรถเอสยูวีสีฟ้าที่คนร้ายนำไปจอดทิ้งไว้กลับมายัง สภ.เชิงทะเล

ชุดสืบสวนได้เริ่มต้นแกะรอยจากกล้องหน้ารถของพลเมืองดี และขยายผลตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง จนทราบว่ายังมีรถอีก 2 คัน ที่เชื่อว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ คือ รถเอสยูวีสีบรอนซ์เทา 1 คัน และรถเอสยูวีสีขาว 1 คัน ซึ่งจอดอยู่ที่วิลล่าภายในซอยบางเทา 1 หลังที่ทำการ อบต.เชิงทะเล ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 4 คน พร้อมรถของกลางมาขยายผลและสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เชิงทะเล

นายจอห์น (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ทนายความชาวอเมริกัน ที่ทำงานอยู่ในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และเดินทางมาท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการวางแผนล่วงหน้า โดยคนร้ายอาศัยความมีน้ำใจของคนไทยเป็นช่องทางก่อเหตุ เพื่อโจมตีนักท่องเที่ยวและทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ เขาเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายมีประสบการณ์ในการก่อเหตุลักษณะนี้มาก่อน และได้เฝ้าติดตามตนเองจนกระทั่งได้จังหวะและเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการลงมือ

“ตนเดินทางมาเยือนไทยมากกว่า 60 ครั้ง และถือว่าไทยเป็นบ้านหลังที่ 2 เหตุการณ์นี้ไม่ทำให้ความรู้สึกที่ดีที่มีต่อประเทศไทยเปลี่ยนไป แต่กลับประทับใจในความเป็นมืออาชีพและการตอบสนองอย่างทันท่วงทีของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยมากยิ่งขึ้น” นายจอห์นกล่าว

พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวภายหลังการสอบปากคำผู้ต้องหาว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา เบื้องต้นเป็นการชิงทรัพย์ นาฬิกามีมูลค่าราว 2 ล้านบาท ทางตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน และกำลังรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไปของเหตุการณ์ และขยายผลว่ายังมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหรือไม่

ส่วนการตรวจสอบประวัติอาชญากรของผู้ต้องหาทั้ง 4 คนนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยผู้ต้องหาแต่ละคนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยไม่พร้อมกัน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2568 โดยเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย วีซ่ายังไม่หมดอายุ เป็นการมาท่องเที่ยว ซึ่งจะมีการแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รวบแก๊งต่างชาติ ขับรถเฉี่ยว จยย. ทนายอเมริกัน ชิงนาฬิกาหรูค่ากว่า 2 ล้าน

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดี รวบแก๊งต่างชาติชิงนาฬิกา

คดี รวบแก๊งต่างชาติ ขับรถเฉี่ยว จยย. ทนายอเมริกัน ชิงนาฬิกาหรูค่ากว่า 2 ล้าน บาทนี้ สร้างความตกใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก การทำงานอย่างรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย

การ รวบแก๊งต่างชาติ ขับรถเฉี่ยว จยย. ทนายอเมริกัน ชิงนาฬิกาหรูค่ากว่า 2 ล้าน บาทนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นต่อนักท่องเที่ยว และสร้างความมั่นใจให้กับทุกคนที่เดินทางมายังประเทศไทย

การจับกุม รวบแก๊งต่างชาติ ขับรถเฉี่ยว จยย. ทนายอเมริกัน ชิงนาฬิกาหรูค่ากว่า 2 ล้าน ครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าอาชญากรรมสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ การตระหนักถึงความปลอดภัยและการระมัดระวังตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน

ที่มา – รวบแก๊งต่างชาติ ขับรถเฉี่ยว จยย. ทนายอเมริกัน ชิงนาฬิกาหรูค่ากว่า 2 ล้าน

Scroll to top