ตํารวจชลบุรี

ปกครอง-ตร. ผนึกกำลังปราบอาชญากรรมในชลบุรี ยึดปืนเถื่อน 71 กระบอก

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวความเคลื่อนไหวในพื้นที่จังหวัดชลบุรีกันมาบ้างแล้ว กับปฏิบัติการครั้งสำคัญที่เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต่างเร่งมือกันอย่างหนัก เพื่อคืนความสงบสุขให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวครับ สำหรับหัวข้อหลักที่ต้องพูดถึงวันนี้คือ ปกครอง-ตร. ผนึกกำลังปราบอาชญากรรมในชลบุรี ยึดปืนเถื่อน 71 กระบอก กระสุนเพียบ ซึ่งถือเป็นมาตรการเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาลที่เน้นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นที่ตั้ง

ปกครอง-ตร. ผนึกกำลังปราบอาชญากรรมในชลบุรี ยึดปืนเถื่อน 71 กระบอก กระสุนเพียบ

เหตุการณ์ความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืนในช่วงที่ผ่านมาสร้างความกังวลให้กับสังคมเป็นอย่างมากครับ ทำให้นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมกับพล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และเหล่าเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ประกาศเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมทุกรูปแบบ โดยเน้นหนักในเรื่องของอาวุธปืนเถื่อนที่ไม่มีทะเบียน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของความรุนแรงต่างๆ

ผลงานความสำเร็จจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน

จากปฏิบัติการอย่างเข้มข้นระหว่างเดือนมิถุนายนจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถสร้างผลงานที่น่าประทับใจ ดังนี้:

  • ตรวจยึดอาวุธปืนรวม 88 กระบอก โดยเป็นปืนเถื่อนถึง 71 กระบอก
  • ยึดเครื่องกระสุนปืนได้มากกว่า 209 นัด
  • ดำเนินคดีด้านยาเสพติดไปแล้วกว่า 1,231 คดี
  • ตรวจยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดมูลค่ารวมกว่า 204 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในประเด็น ปกครอง-ตร. ผนึกกำลังปราบอาชญากรรมในชลบุรี ยึดปืนเถื่อน 71 กระบอก กระสุนเพียบ ทางเจ้าหน้าที่ยังขยายผลไปถึงการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การจัดการกับบัญชีม้า ไปจนถึงการตรวจเข้มบริษัทนอมินีที่กระทำผิดกฎหมายอีกด้วยครับ ถือเป็นการทำงานที่ครอบคลุมทุกมิติเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่

การที่หน่วยงานรัฐบาลและตำรวจทำงานประสานกันอย่างเป็นเนื้อเดียวกันแบบนี้ เป็นสัญญาณที่ดีมากครับว่า จังหวัดชลบุรีจะมีความปลอดภัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้นอกระบบ หรืออิทธิพลมืดที่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ก็ได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง สำหรับพี่น้องประชาชนหากพบเห็นเบาะแสการกระทำผิด ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้สังคมน่าอยู่ครับ

ในฐานะประชาชน ผมมองว่าความเข้มงวดเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งครับ แม้การปราบปรามจะทำได้ดีเพียงใด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันอย่างยั่งยืน การมีโครงการตำรวจชุมชนสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นนั้นช่วยให้ประชาชนเข้าถึงเจ้าหน้าที่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การลดปัญหาอาชญากรรมตั้งแต่ต้นตอ ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อความปลอดภัยของพวกเราทุกคนครับ

ที่มา – ปกครอง-ตร. ผนึกกำลังปราบอาชญากรรมในชลบุรี ยึดปืนเถื่อน 71 กระบอก กระสุนเพียบ

ชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิด

เชื่อเลยว่าใครที่ชอบของเก่าหรือของมือสองคงต้องเคยมีโมเมนต์ที่หวังจะเจอสมบัติล้ำค่ากันบ้าง แต่วันนี้มีเหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี เมื่อชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ถือเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีว่าของที่ดูไม่มีค่าในกองขยะ อาจซ่อนอันตรายร้ายแรงที่เราคาดไม่ถึงเอาไว้ครับ

เหตุการณ์ระทึกเมื่อชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในชุมชนสัมพันธ์นำชัย จ.ชลบุรี ขณะที่ชาวบ้านกำลังใช้ชีวิตตามปกติ นายสมชาย อายุ 52 ปี ได้สังเกตเห็นรถกระบะคันหนึ่งนำของมากองทิ้งไว้ข้างถังขยะ ด้วยความหวังดีหรืออาจจะด้วยความโชคชะตา นายสมชายจึงเข้าไปสำรวจดูว่ามีของอะไรที่พอจะเก็บไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง จนกระทั่งไปเจอพระเครื่องและเหรียญเก่าเข้า เลยคิดว่าอาจจะมีทองคำซ่อนอยู่ข้างใน แต่สิ่งที่เขาหยิบขึ้นมากลับทำให้ต้องขนลุก

จุดเริ่มต้นของการค้นหาที่เปลี่ยนเป็นความกลัว

หลังจากที่เขาพยายามรื้อค้นห่อผ้า เขาก็ไปพบกับวัตถุรูปร่างลักษณะคล้ายระเบิดสีดำสนิท ในตอนนั้นเองที่ชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิดเข้าจังๆ โชคดีที่ไหวพริบดี รีบเอาไปวางที่เดิมและรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทันที หากวินาทีนั้นระเบิดเกิดทำงานขึ้นมา รัศมีการทำลายล้าง 50 เมตรรอบจุดเกิดเหตุอาจสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล

  • ระเบิดแสวงเครื่อง: เป็นวัตถุที่ดัดแปลงขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • อันตรายที่มองไม่เห็น: ระเบิดประเภทนี้มีทั้งแสงวาบและเสียงดังที่อันตรายต่อดวงตาและระบบการได้ยิน
  • หลักปฏิบัติเมื่อพบวัตถุต้องสงสัย: ห้ามสัมผัส รีบถอยห่าง และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ทางเจ้าหน้าที่ชุด EOD ยืนยันว่านี่ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่มันคือระเบิดแสวงเครื่องที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง การที่นายสมชายรอดมาได้ถือว่าโชคดีสุดๆ ต่อไปนี้เวลาเห็นถุงขยะหรือกองของทิ้งไว้ อย่าชะล่าใจหยิบมาค้นสุ่มสี่สุ่มห้านะครับ เพราะบางครั้ง “ทอง” ที่เราตามหา อาจกลายเป็น “ระเบิด” ที่พรากชีวิตเราไปได้ง่ายๆ

ที่มา – ชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิด รีบวิ่งหนีตายโทรแจ้งตำรวจ

บุกค้นบ้านหนุ่มจีนรถคว่ำ เจอคลังแสง GPT วินาศกรรม

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีเรื่องราวสุดช็อกที่เกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรี เรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสฮอตเลยทีเดียว นั่นคือ บุกค้นบ้านหนุ่มจีนรถคว่ำ เจอคลังแสงขนาดย่อม พบแชต GPT ปรึกษาแนวทางก่อวินาศกรรม ครับ ผมว่ามันน่าตกใจมาก เพราะไม่ใช่แค่เจออาวุธเพียบ แต่ยังมีหลักฐานการวางแผนร้ายด้วย AI สุดล้ำอย่าง ChatGPT อีก!

บุกค้นบ้านหนุ่มจีนรถคว่ำ เจอคลังแสงขนาดย่อม พบแชต GPT ปรึกษาแนวทางก่อวินาศกรรม

เรื่องเริ่มต้นจากวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ตำรวจชลบุรี นำโดย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้การจังหวัดชลบุรี ร่วมกับทีมสืบสวน ตม.3 และ สภ.นาจอมเทียน สภ.ห้วยใหญ่ ได้บุกเข้าไปตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้าน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สาเหตุมาจากรถเก๋งของชายชาวจีนคันหนึ่งพลิกคว่ำบริเวณนาจอมเทียน

ผู้ขับคือ นายหมิงเฉิน อายุ 31 ปี สัญชาติจีน มีบัตรประจำตัวสีชมพู และมีผู้หญิงสัญชาติไต้หวันอายุ 33 ปี อยู่ด้วย เมื่อตรวจรถพบอาวุธสงคราม ตำรวจเลยสอบสวนและตามไปค้นบ้านทันที พอเปิดประตูเข้าไป ทุกคนตะลึง! เจอคลังแสงขนาดย่อมแบบเต็มๆ ครับ

อาวุธที่พบในบ้านหนุ่มจีนรายนี้

สิ่งที่เจ้าหน้าที่เจอมีเพียบเลย ลิสต์ให้ดูชัดๆ นะครับ:

  • ระเบิด C4 จำนวน 4 ก้อน ก้อนละ 2 ปอนด์ (ราว 1 กก.) พลังทำลายล้างสูงในรัศมีหลายร้อยเมตร
  • ปืน M4 สงคราม 2 กระบอก
  • กระสุน 5.56 มม. หลายสิบนัด รวม M193 จากโรงงานกระสุนทบ.
  • ระเบิดมือสังหาร K75 ดัดแปลง 1 ลูก
  • ระเบิด M4 และระเบิดกับดักแบบฝักข้าวโพด 4 ลูก
  • เชื้อปะทุระเบิด 3 อัน
  • ดินระเบิด C4 อีกหลายชิ้น รวม 10 ลูกระเบิดมือ
  • ตัวจุดชนวนรีโมท

น่ากลัวกว่านั้น เจอเสื้อเกราะกันกระสุนที่ติดตั้ง C4 ไว้ด้านใน พร้อมระบบพร้อมใช้งาน คล้าย “ระเบิดพลีชีพ” สุดๆ จนต้องอพยพชาวบ้านรอบๆ 100 เมตร และเรียก EOD มาดูแลทันที!

หลักฐานสุดสะพรึงจากมือถือ: แชต GPT และคลิปฝึกซ้อม

ในโทรศัพท์ของนายหมิงเฉิน พบแชตกับ ChatGPT ถามถึง แนวทางก่อวินาศกรรม ในสถานที่สำคัญ อานุภาพ C4 ทำลายล้างยังไง รวมถึงคลิปวิดีโอฝึกยิงปืนและปาระเบิดกับทหารกัมพูชาที่ค่ายรบพิเศษ 911 หรือ BHQ ค่ายฝึกองครักษ์ฮุนเซน นอกจากนี้ยังมีกับดักระเบิด ลวดขึงโยงสลักระเบิดใกล้ถังน้ำมัน 20 ลิตร 4 ถัง เหมือนในหนังแอ็กชั่นเลยครับ

นายหมิงเฉินให้การว่า เดิมเปิดร้านสุรากัมพูชา ย้ายมาประเทศไทยเพราะปัญหาชายแดน อาวุธซื้อจากกลุ่ม LINE ในจังหวัดระยอง หวังใช้ระเบิดพลีชีพเพราะซึมเศร้า แต่หลักฐานชี้ชัดว่ามีแผนร้ายจริงๆ พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.ชลบุรี ลงพื้นที่ควบคุมเอง กั้นพื้นที่รอพิสูจน์หลักฐาน

เรื่องนี้ทำให้เราต้องคิดถึงความมั่นคงของประเทศนะครับ ชาวต่างชาติต้องตรวจสอบให้ดี AI อย่าง GPT ก็ถูกใช้ในทางมิชอบได้ ดีที่ตำรวจชลบุรีทำงานเร็ว จับได้ทันก่อนเกิดหายนะใหญ่หลวง โชคดีจริงๆ!

เพื่อนๆ คิดยังไงกับเหตุการณ์นี้ ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยนะครับ ถ้าชอบข่าวแบบนี้ อย่าลืมแชร์และกดติดตามเพจด้วยนะ จะได้อัปเดตข่าวร้อนๆ แบบนี้ต่อไป!

ที่มา – บุกค้นบ้านหนุ่มจีนรถคว่ำ เจอคลังแสงขนาดย่อม พบแชต GPT ปรึกษาแนวทางก่อวินาศกรรม

ตำรวจบุกทลายแหล่งผลิตเหล้าเถื่อนรายใหญ่ชลบุรี

เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในจังหวัดชลบุรี เมื่อตำรวจบุกทลายแหล่งผลิต “เหล้าเถื่อน” รายใหญ่ จ.ชลบุรี หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่รำคาญกลิ่นและน้ำเสียมานาน การปฏิบัติการครั้งนี้ไม่เพียงทลายแหล่งผลิตผิดกฎหมาย แต่ยังยึดของกลางเพียบเลยทีเดียว มาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ตำรวจบุกทลายแหล่งผลิต “เหล้าเถื่อน” รายใหญ่ จ.ชลบุรี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 มีนาคม 2569 โดย พ.ต.ท.สมัย ขันสุวรรณา สวป.สภ.เมืองชลบุรี นำทีมร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิต นายปิยวัชร์ วรรณใส หัวหน้าฝ่ายปราบปรามสรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 1 ปลัดอำเภอเมืองชลบุรี กำนันและผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.หนองข้างคอก บุกตรวจค้นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่กว่า 200 ตารางวา ในหมู่ 6 ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี

ที่มาของการบุกครั้งนี้คือการร้องเรียนจากชาวบ้านที่บ่นเรื่องกลิ่นเหม็นจากโรงหมักและน้ำเสียไหลลงคลองสาธารณะ แม้ก่อนหน้านี้ อบต.หนองข้างคอกเคยมาตรวจแต่เจ้าของบ้านไม่ยอมเปิดประตู คราวนี้จึงรวมกำลังทุกฝ่ายบุกเข้าไปเต็มตัว

ของกลางที่พบจำนวนมหาศาล

จากการตรวจค้น พบโรงหมักเหล้าข้างบ้านและเครื่องกลั่นคุณภาพดี 3 เครื่อง กำลังผลิตเหล้าจากน้ำตาลผสมยีสต์ หมักนาน 14 วัน แล้วกลั่นเป็นเหล้าขาว 30 ดีกรี นอกจากนี้ยังยึดของกลางได้เพียบ ดังนี้

  • ยาดองขนาด 300 มล. จำนวน 72 ขวด
  • ยาดองขนาด 700 มล. จำนวน 32 ขวด
  • สุราขาวแกลลอน 30 ลิตร จำนวน 22 แกลลอน
  • สุราขาวแกลลอน 5 ลิตร จำนวน 11 แกลลอน
  • เครื่องกลั่นเหล้าและถังหมักจำนวนมาก

เจ้าของบ้านคือ นางขนิษฐา อายุ 63 ปี มีลูกจ้างชาวลาว 1 คน ถูกตั้งข้อหาผลิตสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษปรับสูงสุด 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

คำให้การจากเจ้าหน้าที่และกำนัน

นายขวัญชัย เดชชีวะ กำนัน ต.หนองข้างคอก เผยว่าชาวบ้านร้องเรียนมานานเพราะกลิ่นรบกวนและน้ำเสีย พ.ต.ท.สมัย ขันสุวรรณา ยืนยันว่าประสานทุกฝ่ายเพื่อตรวจสอบ ส่วนนายปิยวัชร์ วรรณใส จากสรรพสามิต ชี้ว่าผิด พ.ร.บ.สรรพสามิตหลายข้อหา เช่น มีเครื่องกลั่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ขายสุราเถื่อน โทษปรับ 50,000 บาท น้ำหมักที่ยังไม่กลั่นจะนำไปทำน้ำหมักชีวภาพใช้ประโยชน์ได้

เหล้าเถื่อนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ มันอาจปนเปื้อนสารพิษ ทำให้เมาแบบผิดปกติ ตาบอด หรือถึงตายได้ ชาวบ้านในพื้นที่โล่งใจมากที่แหล่งนี้ถูกทลาย แต่ยังมีเหล้าเถื่อนซ่อนตัวอีกเยอะ การผลิตแบบนี้ไม่เพียงผิดกฎหมาย แต่ยังทำลายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

จากข่าวตำรวจบุกทลายแหล่งผลิต “เหล้าเถื่อน” รายใหญ่ จ.ชลบุรี ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายเข้มงวด หากคุณเจอแหล่งผลิตผิดกฎหมายหรือสงสัยอะไร แจ้งได้ที่สายด่วนกรมสรรพสามิต 1713 เลยครับ ช่วยกันปราบปรามเพื่อสังคมที่ปลอดภัยกว่าเดิม

ส่วนตัวผมคิดว่า การดื่มเหล้าเถื่อนเสี่ยงเกินไป ควรเลือกของถูกกฎหมายและมีคุณภาพดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง สนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ทำงานหนักทุกท่านด้วยนะครับ

ที่มา – ตำรวจบุกทลายแหล่งผลิต “เหล้าเถื่อน” รายใหญ่ จ.ชลบุรี พบของกลางจำนวนมาก

Scroll to top