ตํารวจสอบสวนกลาง

พร้อมพงศ์ จี้ อนุทิน ล้างโกงสอบท้องถิ่น อย่าจบแค่ปลายแถว

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีความไม่โปร่งใสในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคลากรท้องถิ่น เมื่อนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยเร่งตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการออกมา พร้อมพงศ์ จี้ อนุทิน ล้างโกงสอบท้องถิ่น อย่าจบแค่ปลายแถว สาวให้ถึงตัวการใหญ่ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับลูกหลานคนไทยที่ตั้งใจอ่านหนังสือสอบด้วยความสามารถตนเอง

พร้อมพงศ์ จี้ อนุทิน ล้างโกงสอบท้องถิ่น อย่าจบแค่ปลายแถว สาวให้ถึงตัวการใหญ่

จากกรณีที่พบผู้มีคะแนนสอบผิดปกติกว่า 5,925 ราย นายพร้อมพงศ์เน้นย้ำว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นเรื่องของศรัทธาต่อระบบราชการไทย การที่กระทรวงมหาดไทยดำเนินการตรวจสอบถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่หากจะให้ประชาชนไว้วางใจ ต้องไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปเฉยๆ หรือจบลงเพียงแค่การตัดรายชื่อคนผิดระดับปลายแถวเท่านั้น แต่ต้องขยายผลไปถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการนี้ด้วย

แนวทางการแก้ปัญหาและคืนความเป็นธรรม

เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในระยะยาว นายพร้อมพงศ์ได้เสนอแนวทางที่กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลควรเร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้:

  • การคืนโอกาสให้คนสุจริต: เร่งจัดการบัญชีผู้สอบผ่านที่ถูกต้องและเป็นธรรมโดยเร็ว เพื่อไม่ให้คนที่ตั้งใจจริงต้องเสียอนาคต
  • สาวให้ครบ 3 เส้นทาง: ต้องตรวจสอบทั้งระบบที่เปิดช่องโหว่, เส้นทางการเงินที่น่าสงสัย และตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะมีตำแหน่งสูงเพียงใดก็ตาม
  • ปิดช่องโหว่ถาวร: ปรับปรุงระบบการสอบให้เป็นมาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต

การที่ พร้อมพงศ์ จี้ อนุทิน ล้างโกงสอบท้องถิ่น อย่าจบแค่ปลายแถว ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเรียกร้องความยุติธรรมให้ผู้เข้าสอบ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้มีอำนาจว่า ระบบการคัดเลือกคนเข้าทำงานภาครัฐต้องวัดกันที่สมองและความสามารถ ไม่ใช่เส้นสายหรือกำลังเงิน

ท้ายที่สุดแล้ว ความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องแสดงความเด็ดขาดในการล้างโกง หากหลักฐานสาวไปถึงใครต้องจัดการอย่างไม่ละเว้น เพื่อให้ระบบการสอบท้องถิ่นกลับมาเป็นความหวังของเยาวชนไทยอย่างแท้จริง เพราะความสุจริตต้องชนะ และคนที่ใช้ความพยายามต้องมีที่ยืนในสังคมไทยอย่างภาคภูมิใจ

ที่มา – “พร้อมพงศ์” จี้ “อนุทิน” ล้างโกงสอบท้องถิ่น อย่าจบแค่ปลายแถว สาวให้ถึงตัวการใหญ่

กมธ.กฎหมาย ร่อนหนังสือเชิญ อนุทิน-ทองเจือ แจงสอบข้าราชการท้องถิ่น

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียวครับ สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดจากสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะเมื่อ กมธ.กฎหมาย ร่อนหนังสือเชิญ “อนุทิน-ทองเจือ”พร้อมเลขา ป.ป.ช.แจงสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นประจำปี 2567-2569 ที่ผ่านมา

กมธ.กฎหมาย ร่อนหนังสือเชิญ “อนุทิน-ทองเจือ”พร้อมเลขา ป.ป.ช.แจงสอบข้าราชการท้องถิ่น

การประชุมในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อขอความกระจ่างเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีข้อกังวลในหลายประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นพิเศษ

รายละเอียดการเชิญบุคคลสำคัญเข้าให้ข้อมูล

สำหรับการเรียกบุคคลเข้าให้ข้อมูลครั้งนี้ ทางกรรมาธิการได้ส่งหนังสือเชิญไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องหลายท่าน เพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับประเด็น กมธ.กฎหมาย ร่อนหนังสือเชิญ “อนุทิน-ทองเจือ”พร้อมเลขา ป.ป.ช.แจงสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยรายชื่อที่ถูกเชิญมานั้นมีทั้งรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูง และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้:

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล
  • นายทรงศักดิ์ ทองศรี
  • นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ
  • เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
  • ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
  • อธิการบดีจากมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่งที่ร่วมดำเนินการสรรหา

ความน่าสนใจของกรณี กมธ.กฎหมาย ร่อนหนังสือเชิญ “อนุทิน-ทองเจือ”พร้อมเลขา ป.ป.ช.แจงสอบข้าราชการท้องถิ่น อยู่ที่การตั้งคำถามถึงมาตรฐานความโปร่งใสและหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกบุคลากรเข้ารับราชการ ซึ่งเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงและเป็นที่ใฝ่ฝันของใครหลายคน การที่มีหน่วยงานตรวจสอบอย่างกรรมาธิการเข้ามาดูแล จึงเป็นเรื่องที่ดีที่อาจทำให้กระบวนการสรรหามีความยุติธรรมและตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้นครับ

เราต้องมาติดตามกันต่อครับว่า ผลสรุปจากการประชุมในวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ อาคารรัฐสภา จะออกมาเป็นอย่างไร จะมีประเด็นอะไรที่สังคมต้องร้องว้าว หรือมีการแก้ไขปรับปรุงระบบอย่างไรให้ดีขึ้น ในฐานะประชาชนคนไทย เราทุกคนมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่โปร่งใสแบบนี้ เพื่อสร้างสังคมที่ยุติธรรมต่อไปครับ หากมีอัปเดตเพิ่มเติม ผมจะรีบนำมาสรุปให้อ่านกันอีกแน่นอน!

ที่มา – กมธ.กฎหมาย ร่อนหนังสือเชิญ “อนุทิน-ทองเจือ”พร้อมเลขา ป.ป.ช.แจงสอบข้าราชการท้องถิ่น

นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นสาย ลั่นหากถึงใครก็คนนั้น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์และสังคมไทย หลังจากที่มีกระแสข่าวการทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดทาง นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นสาย อย่างเด็ดขาด โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการแอบอ้างชื่อนักการเมืองท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทุจริต

นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นสาย เดินหน้าล้างบางทุจริต

เหตุการณ์เริ่มต้นจากเพจชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย ได้มีการเปิดเผยแชตข้อความที่อ้างว่ามี สจ.จังหวัดสตูล เข้ามาเป็นนายหน้าในการทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันหนักแน่นว่า นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นสาย และจะดำเนินการตรวจสอบทุกขั้นตอนโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยขณะนี้ได้มีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานหลักเพื่อคลี่คลายคดีนี้

หน่วยงานที่ร่วมตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส

เพื่อให้เกิดความกระจ่างและโปร่งใสที่สุด นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่ามีหน่วยงานที่กำลังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ดังนี้:

  • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.): เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.): ดำเนินการตรวจสอบในแง่ของกฎหมายทุจริตประพฤติมิชอบ
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: ร่วมมือในการสอบสวนขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐาน

การทำงานร่วมกันของทั้งสามหน่วยงานนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าภาครัฐเอาจริงกับเรื่องนี้ โดยนายกฯ ได้ย้ำอีกครั้งว่า นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นสาย และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพลหรือนักการเมืองระดับไหนก็ตาม หากตรวจสอบพบความผิดจริงต้องถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุด

นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้มีการพูดถึงเรื่อง “เพดาน” ในการตรวจสอบหรือการปกป้องผู้กระทำความผิด ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่มีเพดานเหล่านั้นในรัฐบาลนี้ ใครทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม เพราะการสอบคัดเลือกต้องเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมเพื่อคนรุ่นหลัง

ในมุมมองของประชาชนทั่วไป การที่ผู้นำออกมาประกาศจุดยืนที่ชัดเจนเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีและน่าชื่นชม เพราะเป็นการเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับระบบราชการไทย อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคำพูดคือผลลัพธ์ของการตรวจสอบที่ต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้มีใครต้องถูกเอาเปรียบในการสอบเข้าทำงานอีกต่อไป

ที่มา – นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นสาย ชี้ ปปง. – ป.ป.ช. – ตร. กำลังตรวจสอบ ลั่นหากถึงใครก็คนนั้น

ลิซ่า ตั้งคำถามผลสอบโกงสอบท้องถิ่น อย่าตัดตอนความผิด

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงราชการไทย เมื่อมีการเปิดเผยถึงกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ซึ่งสร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความโปร่งใสในกระบวนการสรรหาบุคลากรที่ควรจะเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

ลิซ่า ตั้งคำถามผลสอบโกงสอบท้องถิ่น อย่าตัดตอนความผิด

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ หรือ “ลิซ่า” สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างดุเดือดเกี่ยวกับกรณี ลิซ่า ตั้งคำถามผลสอบโกงสอบท้องถิ่น อย่าตัดตอนความผิด โดยเธอมองว่าท่าทีของภาครัฐในขณะนี้ดูเหมือนเป็นการพยายาม “ตุ๋น” มากกว่าการ “ต้มคนดู” ด้วยการพุ่งเป้าไปที่การลงโทษแค่ข้าราชการระดับปฏิบัติการ แต่กลับปล่อยให้ฝ่ายการเมืองที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นลอยนวล

เปิดปมร้อน: ใครคือผู้บงการเบื้องหลังการทุจริต?

นอกจากประเด็นเรื่องคะแนนที่ผิดปกติกว่า 5,924 รายชื่อแล้ว ลิซ่ายังชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในหลายขั้นตอน ตั้งแต่:

  • การกำหนด TOR ที่เอื้อประโยชน์ให้มีการจัดจ้างใหม่
  • กระบวนการโยกย้ายบุคลากรภายในกระทรวงมหาดไทยเพื่อเข้ามาคุมการสอบ
  • คำถามถึง “ที่มา” ของผู้ร้องเรียนมหาวิทยาลัยบูรพาที่เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการล้มสัญญา

จากข้อสังเกตดังกล่าว สิ่งที่สังคมกำลังเฝ้าจับตาคือการที่หน่วยงานรัฐกำลังพยายามตัดตอนความผิดเหลือแค่ข้าราชการและผู้เข้าสอบหรือไม่ ในขณะที่ ลิซ่า ตั้งคำถามผลสอบโกงสอบท้องถิ่น อย่าตัดตอนความผิด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจจริงในฝ่ายการเมืองจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วย ไม่ใช่แค่การหา “แพะ” มารับผิดแทน

หากเราต้องการเห็นระบบราชการที่สะอาด การตรวจสอบต้องครอบคลุมถึง “ตอ” ใหญ่ ไม่ใช่แค่การเคลียร์บัญชีรายชื่อให้ดูเหมือนเรียบร้อย แต่ต้องคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้เข้าสอบที่ตั้งใจจริงทุกคน นี่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการทุจริต แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นในธรรมาภิบาลของประเทศที่เราทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา

ที่มา – “ลิซ่า” ตั้งคำถามผลสอบโกงสอบท้องถิ่น ชี้อย่าตัดตอนความผิดเหลือแค่ข้าราชการ-ผู้สอบ

มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ

มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการราชการไทย เมื่อนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในการจัดการผู้เกี่ยวข้องกับกรณี มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ โดยเน้นย้ำว่านี่คือภารกิจสำคัญเพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นให้แก่ระบบการสอบแข่งขันของภาครัฐให้กลับมาศักดิ์สิทธิ์และโปร่งใสอีกครั้ง

เปิดเบื้องลึกการตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น

การดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 5,925 ราย ไม่ได้เป็นเพียงการลงโทษรายบุคคลเท่านั้น แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังขบวนการทุจริตว่า ทางกระทรวงมหาดไทยเอาจริง การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การเอาผิดย้อนหลัง แต่ต้องการสาวไปถึงต้นตอของขบวนการโกงทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าคนที่ตั้งใจสอบด้วยความรู้ความสามารถจริงจะไม่เสียโอกาสไปเพราะการกระทำของคนกลุ่มนี้

นายวรศิษฎ์กล่าวเน้นย้ำว่า มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ โดยต้องแยกแยะระหว่างคนสุจริตและคนทุจริตอย่างเด็ดขาด ระบบราชการไทยต้องไม่มีที่ยืนให้กับคนที่ใช้ทางลัดในการเข้าสู่ตำแหน่ง หากตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่รัฐหรือใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลัง จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ละเว้น

  • เร่งตรวจสอบหลักฐานและข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
  • แยกผู้ทุจริตและผู้สุจริตออกจากกันเพื่อคุ้มครองสิทธิ์
  • กวาดล้างขบวนการต้นตอการโกงแบบขุดรากถอนโคน
  • ปรับปรุงกลไกการสอบให้ปลอดภัยและโปร่งใส

ในมุมมองของความยั่งยืน การแก้ปัญหาทุจริตนี้ต้องมองครอบคลุมทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การควบคุมข้อสอบ การรักษาความลับ ไปจนถึงการจัดระเบียบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีมาตรฐานใหม่ที่ประชาชนไว้วางใจได้ เมื่อมีการจัดการอย่างจริงจังในกรณี มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ ย่อมเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่แสดงให้เห็นว่า การโกงไม่ใช่เครื่องมือที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จในชีวิตราชการได้อีกต่อไป

ท้ายที่สุดแล้ว ความเป็นธรรมคือหัวใจสำคัญของการรับราชการ หากปล่อยให้การทุจริตกัดกินระบบไปเรื่อยๆ คนเก่งคนดีก็จะหมดกำลังใจในการสอบแข่งขัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการเด็ดขาดจากกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้สังคมไทยมั่นใจในความยุติธรรมของการสอบแข่งขันภาครัฐได้อีกครั้ง

ที่มา – มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ ลั่นต้องสาวถึงต้นตอขบวนการโกง

โฆษกรัฐบาลแจง คดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขยายผลสาวถึงขบวนการ

โฆษกรัฐบาลแจง คดีทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่จบแค่ถอดถอนผู้สอบ เร่งสาวถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีการโฆษกรัฐบาลแจง คดีทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่จบแค่ถอดถอนผู้สอบ เร่งสาวถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด โดยรัฐบาลยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดและครอบคลุมทุกมิติ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้ที่ตั้งใจสอบอย่างสุจริต

ล่าสุด นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากกว่าการถอดถอนรายชื่อผู้สอบ 5,925 รายที่พบว่ามีความผิดปกติออกไปเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการขยายผลเพื่อหาตัวผู้ร่วมขบวนการทุจริตทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมาย

มาตรการเด็ดขาดเพื่อความโปร่งใส

สำหรับการดำเนินการในกรณี โฆษกรัฐบาลแจง คดีทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่จบแค่ถอดถอนผู้สอบ เร่งสาวถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด นั้น แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้:

  • การจัดการรายชื่อผู้ทุจริต: กระทรวงมหาดไทยได้ถอดถอนรายชื่อผู้สอบที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจำนวน 5,295 รายเรียบร้อยแล้ว โดยทาง กสถ. กำลังหารือถึงแนวทางเพื่อเยียวยาตำแหน่งที่ว่างลง ทั้งการเรียกบัญชีสำรองหรือการประกาศบัญชีใหม่
  • การดำเนินคดีอาญา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาในหลายกลุ่มความผิด ตั้งแต่ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไปจนถึงการปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยมีอดีตข้าราชการระดับสูงและผู้เกี่ยวข้องรวมอยู่ด้วย ซึ่งคาดว่าจะสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช. ได้ภายในเร็ววันนี้
  • การตรวจสอบเส้นทางการเงิน: ปปง. กำลังเร่งติดตามเส้นทางการเงินของกลุ่มเป้าหมายกว่า 200 ราย เพื่อสาวถึงต้นตอของขบวนการโกงสอบทั้งหมด

นอกจากนี้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังได้เร่งสรุปรายงานเพื่อเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการทั้งทางแพ่ง อาญา และวินัยอย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ใครทำผิดต้องได้รับโทษโดยไม่มีข้อยกเว้น การดำเนินการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการลงโทษผู้กระทำผิด แต่ยังเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบสอบเข้ารับราชการให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้โอกาสคนเก่งที่มีความสามารถได้เข้ามาทำงานเพื่อพัฒนาท้องถิ่นอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – โฆษกรัฐบาลแจง คดีทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่จบแค่ถอดถอนผู้สอบ เร่งสาวถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

“ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567–2569 เมื่อล่าสุดมีการเคลื่อนไหวจากฝั่งการเมือง โดยคุณ ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เร่งออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีที่มีการยกเลิกสัญญาและเปลี่ยนผู้จัดสอบอย่างมีเงื่อนงำ

“ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มหาวิทยาลัยบูรพาได้รับเลือกเป็นผู้ชนะการประมูลจัดสอบในเบื้องต้น แต่กลับถูกยกเลิกสัญญาโดย สถ. ในภายหลัง โดยอ้างเหตุผลเรื่องความไม่รัดกุมของ TOR ซึ่งคุณภคมนตั้งข้อสังเกตว่า “ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง โดยมองว่าในฐานะผู้ว่าจ้าง สถ. มีหน้าที่กำหนด TOR ให้มีความเป็นธรรมและโปร่งใส หาก TOR มีปัญหาจริง นั่นย่อมเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการจากฝั่ง สถ. เอง ไม่ใช่เหตุผลที่จะนำมาโยนความผิดให้ผู้รับจ้างหรือใช้เป็นข้ออ้างในการเปลี่ยนตัวผู้รับจ้างโดยไม่มีธรรมาภิบาล

เปิดเบื้องลึกทำไมต้องตรวจสอบระบบการจัดสอบ

การตั้งคำถามของ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ มุ่งเน้นไปที่การหาคำตอบว่าการเปลี่ยนกติกาหรือ TOR ในหลายจุดพร้อมกันนั้น เอื้อประโยชน์ให้กับใครหรือไม่ และทำไมต้องมีการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยจากบูรพาเป็นศรีนครินทรวิโรฒ ทั้งที่กระบวนการควรเป็นไปตามมาตรฐานการประกวดราคาอย่างเคร่งครัด สิ่งที่คุณภคมนพยายามย้ำคือ “ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง เพราะถ้าเราไม่จัดการที่ต้นตอของระบบโกง ปัญหานี้ก็จะกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกๆ ปี

  • ความไม่โปร่งใสในการยกเลิกสัญญาจัดสอบท้องถิ่น
  • ข้อสงสัยเรื่องการกำหนด TOR ที่เอื้อผู้ชนะบางราย
  • ความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้ายที่สุดแล้ว การทำงานของ กมธ. ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสืบหาตัวผู้กระทำความผิดในระดับปฏิบัติการเท่านั้น แต่เป็นการตั้งคำถามไปถึงผู้มีอำนาจที่อนุญาตให้ระบบการโกงนี้เกิดขึ้นได้ ประชาชนที่เฝ้ารอการสอบท้องถิ่นด้วยความหวังต้องการความโปร่งใส และจำเป็นต้องได้รับคำตอบว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมในครั้งนี้ เราจะจับตาดูความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่าสังคมเองก็จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปอย่างแน่นอน

ที่มา – “ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง

วรศิษฎ์ ลั่น ส.ค. ถอดถอนพวกทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นตำแหน่ง

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองประเด็นร้อนแรงในแวดวงราชการไทย เมื่อ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาประกาศกร้าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบการทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ กับประเด็นที่ว่า วรศิษฎ์ ลั่น ส.ค. ถอดถอนพวกทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นตำแหน่ง ให้สังคมได้รับทราบอย่างเป็นทางการ

วรศิษฎ์ ลั่น ส.ค. ถอดถอนพวกทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นตำแหน่ง

จากการเปิดเผยล่าสุด นายวรศิษฎ์ระบุว่า ทางกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสในการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผู้เกี่ยวข้องนับหมื่นคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ทุจริตจำนวน 5,925 คนที่อยู่ในบัญชีตรวจสอบ ทางกระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังเร่งรัดกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับคืนสู่ผู้ที่สอบด้วยความสามารถจริงๆ

ความคืบหน้ากระบวนการถอดถอนพวกทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นตำแหน่ง

กระบวนการทำงานหลังจากนี้จะเข้มข้นขึ้น โดยมีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนดังนี้:

  • ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อสรุปผล
  • ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) พิจารณา
  • ประสานงานกับ ก จังหวัด เพื่อดำเนินการถอดถอนผู้ทุจริตออกจากตำแหน่งทันที
  • การจัดการบริหารบัญชีผู้สอบแข่งขัน เพื่อเลื่อนลำดับผู้ที่มีความสามารถขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งที่ว่างลง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยย้ำชัดว่า การที่ วรศิษฎ์ ลั่น ส.ค. ถอดถอนพวกทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นตำแหน่ง นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การให้ออก แต่ยังรวมไปถึงการดำเนินคดีทางอาญาอย่างเด็ดขาด เพราะการกระทำดังกล่าวถือเป็นการบ่อนทำลายระบบราชการและทำลายโอกาสของคนตั้งใจจริง เงินเดือนที่ผ่านมาก็ไม่ควรได้รับตั้งแต่ต้น เนื่องจากสถานะการเป็นข้าราชการนั้นได้มาโดยมิชอบ

ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการกวาดล้างคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่น เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การดำเนินการครั้งนี้จะช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับการสอบราชการไทยมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากน้อยเพียงใด หากใครที่กำลังรอคอยความยุติธรรมอยู่ เชื่อว่าสถานการณ์นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นครับ

ที่มา – “วรศิษฎ์” ลั่น ส.ค. ได้เห็นถอดถอนพวกทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นตำแหน่ง

อนุทิน ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. พร้อมเอาผิดไอลอว์

อนุทิน ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. พร้อมเอาผิดไอลอว์

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านและพรรคประชาชนเตรียมเปิดหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีการฮั้ว สว. ภาคพิเศษ โดยนายอนุทินได้ย้ำชัดว่า อนุทิน ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. เพราะไม่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศหลังจากกระบวนการคัดเลือก สว. สิ้นสุดลงไปแล้ว

นายอนุทินกล่าวว่า ในฐานะฝ่ายบริหาร รัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบในการทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาคอยชี้แจงประเด็นการเมืองที่ตนเองไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย และในส่วนที่มีการกล่าวหาโดยองค์กรหรือบุคคลต่างๆ นั้น ทางทนายความส่วนตัวอย่าง นายศุภชัย ใจสมุทร ได้ดำเนินการทางกฎหมายกับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เรียบร้อยแล้ว เพื่อรักษาสิทธิและแสดงความบริสุทธิ์ใจ

มุมมองต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

สำหรับกระแสข่าวการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนสิงหาคมนี้ นายอนุทินมองว่าเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตยที่ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งตนเองก็ไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด หากรัฐบาลทำงานด้วยความโปร่งใสและไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องกลัว โดยมองว่านี่คือการทำหน้าที่ปกติของฝ่ายค้านที่ประชาชนคาดหวัง

นอกเหนือจากประเด็นการเมืองแล้ว นายอนุทินยังได้ชี้แจงถึงการทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาก โดยระบุว่า:

  • มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
  • สั่งยกเลิกการสอบทันทีที่มีหลักฐานทุจริต
  • ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด
  • ไม่มีการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน

นายอนุทินเชื่อมั่นว่าในประเด็นการทุจริตสอบท้องถิ่นนั้นรัฐบาลได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่และมีความโปร่งใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้สำหรับประเด็นที่ว่า อนุทิน ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. เพราะไม่เกี่ยวข้อง นั้น ถือเป็นการยืนยันจุดยืนของรัฐบาลที่ต้องการมุ่งเน้นการบริหารประเทศมากกว่าการโต้ตอบประเด็นทางการเมืองที่ไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน

ท้ายที่สุด การที่นายอนุทินมั่นใจในผลงานของรัฐบาลและการจัดการปัญหาการทุจริตอย่างเด็ดขาด เป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง การตรวจสอบเป็นสิ่งที่รัฐบาลพร้อมรับฟังเสมอ แต่ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและอยู่ในขอบเขตของการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่การเมืองที่มุ่งเน้นแต่การกล่าวหาเพื่อทำลายชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว

ที่มา – “อนุทิน” ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. เพราะไม่เกี่ยวข้อง ยันเอาผิด “ยิ่งชีพ ไอลอว์” กล่าวหา

Scroll to top