ตํารวจเสียชีวิต

ปูนบำเหน็จ 2 ตำรวจกล้า สภ.ตากใบ เลื่อนยศเป็น พล.ต.ต.

นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความโศกเศร้าให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก เมื่อมีการรายงานเหตุการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ จังหวัดนราธิวาส ที่ต้องสูญเสียบุคลากรผู้กล้าไปในการปฏิบัติงานเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ซึ่งล่าสุดทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาประกาศถึงการ ปูนบำเหน็จ 2 ตำรวจกล้า สภ.ตากใบ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เลื่อนยศเป็น “พล.ต.ต.” เพื่อเป็นการสดุดีในความกล้าหาญและเป็นขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย

ปูนบำเหน็จ 2 ตำรวจกล้า สภ.ตากใบ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เลื่อนยศเป็น “พล.ต.ต.”

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมากล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย ด.ต.วิทยา ชายพรมแก้ว และ จ.ส.ต.อัมราน ฮะ ได้เสียสละชีวิตขณะลงพื้นที่ตรวจค้นเป้าหมายด้วยจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเต็มภาคภูมิ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้ดำเนินการดูแลสิทธิประโยชน์และเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มที่ตามระเบียบราชการ

รายละเอียดการปูนบำเหน็จและสิทธิประโยชน์

สำหรับมาตรการที่ทางหน่วยงานได้ดำเนินการหลังจากเกิดเหตุ ปูนบำเหน็จ 2 ตำรวจกล้า สภ.ตากใบ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เลื่อนยศเป็น “พล.ต.ต.” นั้น ประกอบไปด้วยรายละเอียดดังนี้:

  • การมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวของ ด.ต.วิทยา ชายพรมแก้ว เป็นจำนวนเงิน 3,278,560 บาท
  • การมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวของ จ.ส.ต.อัมราน ฮะ เป็นจำนวนเงิน 3,079,130 บาท
  • การเลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษสูงสุด 10 ขั้น
  • การพิจารณาเลื่อนยศสูงขึ้นเป็น “พล.ต.ต.” เพื่อเชิดชูเกียรติเป็นครั้งสุดท้าย

นอกจากนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ลืมที่จะดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 4 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกัน โดยเน้นย้ำเรื่องการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดและการเยียวยาตามสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนเพื่อให้ข้าราชการตำรวจทุกนายมั่นใจได้ว่าความเสียสละของพวกเขาจะได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ

เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความยากลำบากและอันตรายที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ปฏิบัติงานจริงต้องเผชิญในทุกๆ วัน การที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับ ปูนบำเหน็จ 2 ตำรวจกล้า สภ.ตากใบ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เลื่อนยศเป็น “พล.ต.ต.” จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการเห็นคุณค่าของผู้ที่ทำหน้าที่ปกป้องความสงบสุขของประเทศอย่างแท้จริง ทางทีมงานขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้กล้าทุกท่าน และหวังว่ามาตรการเยียวยานี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความสูญเสียได้บ้างในยามที่ยากลำบากที่สุด

ที่มา – ปูนบำเหน็จ 2 ตำรวจกล้า สภ.ตากใบ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เลื่อนยศเป็น “พล.ต.ต.”

อาลัย 2 ตำรวจกล้า สภ.ตากใบ จ.ส.ต.ฮัมราน – ด.ต.วิทยา

นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความโศกเศร้าให้กับพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก เมื่อมีการรายงานเหตุสลดใจจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส กับการ อาลัย 2 ตำรวจกล้า สภ.ตากใบ จ.ส.ต.ฮัมราน – ด.ต.วิทยา ที่เสียชีวิตขณะเข้าทำภารกิจปราบปรามยาเสพติด เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

อาลัย 2 ตำรวจกล้า สภ.ตากใบ จ.ส.ต.ฮัมราน – ด.ต.วิทยา

เหตุการณ์ความไม่สงบและการต่อสู้กับกลุ่มอิทธิพลมืดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นภารกิจที่เสี่ยงอันตรายอยู่เสมอ สำหรับกรณี อาลัย 2 ตำรวจกล้า สภ.ตากใบ จ.ส.ต.ฮัมราน – ด.ต.วิทยา นั้น เกิดขึ้นระหว่างที่ชุดสืบสวน สภ.ตากใบ ได้เข้าตรวจสอบเป้าหมายคดียาเสพติด ณ บ้านบึงฉลาม ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส แต่คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงสวนกลับมา จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บอีก 4 นาย ซึ่งถือเป็นการสูญเสียบุคลากรผู้กล้าหาญไปอย่างน่าเสียดาย

รายละเอียดเหตุการณ์และความคืบหน้า

หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เปิดเผยรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ดังนี้:

  • จ.ส.ต.ฮัมราน ฮะ (เสียชีวิต)
  • ด.ต.วิทยา ชายพรมแก้ว (เสียชีวิต)
  • ส.ต.ท.ไตรทศ กุลสันถวะศิริ (ได้รับบาดเจ็บ)
  • ด.ต.วรรณุชิต แซ่ค้อ (ได้รับบาดเจ็บ)
  • ร.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีขำ (ได้รับบาดเจ็บ)
  • ด.ต.พรรณกิจ ศรีณะกิจจา (ได้รับบาดเจ็บ)

ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังเร่งดำเนินการปิดล้อมและตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายเพื่อไล่ล่าคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด แม้การ อาลัย 2 ตำรวจกล้า สภ.ตากใบ จ.ส.ต.ฮัมราน – ด.ต.วิทยา จะเป็นสิ่งที่สังคมร่วมแสดงความรู้สึก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความปลอดภัยและการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย

พวกเราทุกคนขอร่วมส่งกำลังใจให้กับครอบครัวของวีรบุรุษผู้กล้า และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 นาย จะหายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว การปฏิบัติหน้าที่เพื่อพิทักษ์สันติราษฎร์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นภารกิจที่เสียสละและยิ่งใหญ่ ควรค่าแก่การยกย่องและเชิดชูเกียรติเป็นอย่างยิ่ง เราขอสดุดีในความกล้าหาญของตำรวจทั้ง 2 นายที่สละชีพเพื่อรักษาความสงบสุขของสังคมไทย

ที่มา – อาลัย 2 ตำรวจกล้า สภ.ตากใบ “จ.ส.ต.ฮัมราน – ด.ต.วิทยา” เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่

มือปืนกราดยิงในมอนทรีออลดับ 2 ศพ ก่อนโดนวิสามัญฆาตกรรม

มือปืนกราดยิงในมอนทรีออลดับ 2 ศพ ก่อนโดนวิสามัญฆาตกรรม

เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นที่แคนาดา เมื่อมีรายงานว่ามือปืนกราดยิงในมอนทรีออลดับ 2 ศพ ก่อนโดนวิสามัญฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวเมืองมอนทรีออลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในย่านโกต-เด-แนฌ ที่กลายเป็นสมรภูมิความรุนแรงในชั่วพริบตา

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เพราะการสูญเสียเจ้าหน้าที่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นเรื่องที่บั่นทอนจิตใจผู้คน โดยผู้บัญชาการตำรวจมอนทรีออลได้ออกมากล่าวด้วยความเศร้าสลดว่า นี่ถือเป็นฝันร้ายที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษที่ตำรวจต้องมาเสียชีวิตในสภาพเช่นนี้

สรุปเหตุการณ์ มือปืนกราดยิงในมอนทรีออลดับ 2 ศพ ก่อนโดนวิสามัญฆาตกรรม

สำหรับลำดับเหตุการณ์ที่มีการรายงานออกมานั้น มีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่โรงแรมฮิลตัน การ์เดน
  • มีผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย ซึ่งประกอบด้วยตำรวจ 1 นาย และพลเรือน 1 ราย
  • มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย แต่ปัจจุบันอาการเริ่มทรงตัว
  • มีการสั่งให้ประชาชนในพื้นที่หลบซ่อนตัวในอาคารเพื่อความปลอดภัย
  • คนร้ายถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุทันที

ทางด้านฝ่ายบริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนายกเทศมนตรีมอนทรีออล ได้ออกมาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และยืนยันว่าการใช้ความรุนแรงลักษณะนี้ไม่ควรมีที่ยืนในสังคมของเรา อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เรายังคงต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับแรงจูงใจที่แน่ชัดว่าเหตุใดคนร้ายจึงเลือกก่อเหตุในช่วงเวลาดังกล่าว

สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความไม่แน่นอนของความปลอดภัยในที่สาธารณะ แม้หน่วยงานจะตรึงกำลังอย่างเต็มที่ แต่เหตุการณ์รุนแรงยังสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เราขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของเจ้าหน้าที่ผู้กล้าหาญที่ต้องจากไปในครั้งนี้ และหวังว่าผู้ได้รับบาดเจ็บจะฟื้นตัวกลับมาได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

ที่มา – มือปืนกราดยิงในมอนทรีออลดับ 2 ศพ ก่อนโดนวิสามัญฆาตกรรม

ส.ต.ท. ผบ.หมู่งานจราจร ปลิดชีพตัวเอง ภายในป้อมแยกปทุมวิไล

ส.ต.ท. ผบ.หมู่งานจราจร ปลิดชีพตัวเอง ภายในป้อมแยกปทุมวิไล

วงการตำรวจต้องพบกับข่าวเศร้าอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่า ส.ต.ท. ผบ.หมู่งานจราจร ปลิดชีพตัวเอง ภายในป้อมแยกปทุมวิไล จ.ปทุมธานี สร้างความตกใจให้กับเพื่อนร่วมงานและครอบครัวเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืด ซึ่งถือเป็นการสูญเสียบุคลากรเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความรับผิดชอบและเป็นที่รักของคนในพื้นที่ไปอย่างน่าเสียดาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ ส.ต.ท.ภควัต แก้วเขียว หรือ หมู่เก่ง อายุ 26 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองปทุมธานี โดยพบร่างไร้วิญญาณภายในตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรแยกปทุมวิไล สภาพศพมีบาดแผลจากการใช้อาวุธปืนประจำกายในการก่อเหตุสลดครั้งนี้

เบื้องหลังความเครียดของ ส.ต.ท. ผบ.หมู่งานจราจร ปลิดชีพตัวเอง ภายในป้อมแยกปทุมวิไล

จากการสอบถามภรรยาผู้เสียชีวิตพบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ต.ท.ภควัต มีความเครียดสะสมจากหลายปัจจัย ซึ่งสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

  • ปัญหาส่วนตัวเกี่ยวกับภาระหนี้สินที่ค่อนข้างมาก
  • เรื่องความขัดแย้งภายในครอบครัวเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดิน
  • การมีอาการเคร่งเครียดให้เห็นอย่างชัดเจนในช่วง 2-3 วันก่อนเกิดเหตุ

ทางด้าน พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี ได้เปิดเผยถึงคุณงามความดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายนี้ว่าเป็นคนขยันและมีความรับผิดชอบสูง มักจะได้รับคำชมเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับเด็กนักเรียนบริเวณโรงเรียนปทุมวิไลอยู่เป็นประจำ การที่ ส.ต.ท. ผบ.หมู่งานจราจร ปลิดชีพตัวเอง ภายในป้อมแยกปทุมวิไล ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการสูญเสียกำลังสำคัญของงานจราจรไปอย่างน่าใจหาย

สุดท้ายนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญมากสำหรับสังคมไทย ในยุคที่ทุกคนต้องแบกรับภาระและแรงกดดัน หากใครกำลังเผชิญกับปัญหารุมเร้าหรือมีความเครียดสะสม การระบายออกหรือขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือเป็นเรื่องจำเป็นมาก อย่าเก็บปัญหาไว้เพียงลำพัง เพราะทุกปัญหามีทางออกเสมอ แม้ในวันที่รู้สึกมืดแปดด้านก็ตาม

ที่มา – “ส.ต.ท.” ผบ.หมู่งานจราจร ปลิดชีพตัวเอง ภายในป้อมแยกปทุมวิไล คาดเครียดหนี้สิน

พบร่าง ตำรวจหนุ่ม สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เสียชีวิตในห้องพัก

เป็นเรื่องราวที่น่าเศร้าและสร้างความตกใจให้กับเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างมาก สำหรับเหตุการณ์ พบร่าง ตำรวจหนุ่ม สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เสียชีวิตในห้องพัก คาดเครียดเรื่องส่วนตัว โดยเหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตจากการใช้อาวุธปืนยิงตัวเองภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง สร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวและผู้ที่รู้จักเป็นอย่างดี

พบร่าง ตำรวจหนุ่ม สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เสียชีวิตในห้องพัก

เหตุการณ์การเสียชีวิตในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุ พบร่าง ตำรวจหนุ่ม สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เสียชีวิตในห้องพัก คาดเครียดเรื่องส่วนตัว บนห้องพักชั้น 3 ของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในตำบลหน้าเมือง จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ ร่างของ จ.ส.ต.สุบิน ยางนอก เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา อยู่ในสภาพเสียชีวิตบนเก้าอี้ พร้อมด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ตกอยู่ข้างกาย

รายละเอียดเบื้องต้นและการสอบสวน

จากการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและทีมแพทย์ ไม่พบร่องรอยของการรื้อค้นทรัพย์สินหรือการต่อสู้ภายในห้องพัก สันนิษฐานว่าเป็นการตัดสินใจจบชีวิตด้วยตนเอง โดยเพื่อนร่วมงานได้ให้เบาะแสสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์ พบร่าง ตำรวจหนุ่ม สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เสียชีวิตในห้องพัก คาดเครียดเรื่องส่วนตัว ไว้ดังนี้:

  • ผู้เสียชีวิตมีปัญหาความเครียดสะสมจากเรื่องส่วนตัวกับแฟนสาวคบหากันมาประมาณ 4 เดือน
  • มีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้ง ซึ่งผู้ตายมักจะนำเรื่องมาปรับทุกข์กับเพื่อนร่วมงานเป็นประจำ
  • เหตุเกิดหลังจากการที่มีปากเสียงกับแฟนสาวในคืนก่อนเกิดเหตุเพียงไม่นาน

ความเครียดเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด สิ่งสำคัญคือคนรอบข้างควรสังเกตสัญญาณบ่งบอกความเครียด เช่น การเงียบขรึมผิดปกติ การเก็บตัว หรือการตัดพ้อเรื่องปัญหาชีวิต การเป็นผู้รับฟังที่ดีและการได้รับกำลังใจจากคนใกล้ชิดอาจช่วยบรรเทาความทุกข์ใจได้บ้าง หากคุณหรือคนรอบข้างกำลังเผชิญกับปัญหารุมเร้า อย่าเก็บไว้คนเดียว การขอความช่วยเหลือจากแพทย์หรือสายด่วนสุขภาพจิตเป็นทางเลือกยอดเยี่ยมที่อาจเปลี่ยนความรู้สึกมืดมนให้มีทางออกได้

ที่มา – พบร่าง ตำรวจหนุ่ม สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เสียชีวิตในห้องพัก คาดเครียดเรื่องส่วนตัว

ครอบครัวสุดเศร้า เตรียมจัดงานบำเพ็ญกุศล “หมู่จ๊อบ”

ข่าวเศร้าที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทย เมื่อครอบครัวสุดเศร้า เตรียมจัดงานบำเพ็ญกุศล “หมู่จ๊อบ” เหยื่อรถบรรทุกฝ่าด่าน ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ กองอุดม หรือที่ทุกคนเรียกติดปากว่า “หมู่จ๊อบ” ผู้กล้าที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดทุ่มเท ไล่ติดตามจับกุมรถบรรทุกที่ฝ่าด่านตรวจ ความเสียใจของครอบครัวและเพื่อนร่วมงานยังคงแผ่ซ่านไปทั่ว วันนี้เราจะพาคุณไปดูรายละเอียดของเหตุการณ์สุดน่าเศร้าครั้งนี้

ครอบครัวสุดเศร้า เตรียมจัดงานบำเพ็ญกุศล “หมู่จ๊อบ” เหยื่อรถบรรทุกฝ่าด่าน

จากกรณีที่ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ กองอุดม ผบ.หมู่ (ป.) สถานีตำรวจภูธรธัญบุรี ซึ่งเสียชีวิตระหว่างไล่ตามรถบรรทุกที่ฝ่าด่านตรวจ ล่าสุดวันที่ 21 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเกิดของหมู่จ๊อบที่บ้านค้อ ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ พบว่าครอบครัวและญาติๆ กำลังช่วยกันเตรียมสถานที่จัดงานบำเพ็ญกุศลอย่างเร่งด่วน โดยมีการจัดเตรียมกัลปพฤกษ์เพื่อโปรยทานในวันพระราชทานเพลิงศพด้วย

การเตรียมรับศพและพิธีบำเพ็ญกุศล

ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้แจ้งว่าจะส่งศพกลับมาบ้านเกิดในเร็วๆ นี้ หลังจากทำพิธียกย่องเชิดชูเกียรติพระราชทานอาบน้ำศพที่ต้นสังกัดเรียบร้อยแล้ว คุณอำนวย ญาติของหมู่จ๊อบ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ พี่สะใภ้ฝันเห็นฟันหลุด ซึ่งเป็นลางร้าย แต่ทุกคนก็ได้แก้เคล็ดไปแล้ว ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเศร้าขนาดนี้ ครอบครัวกำลังรอรับศพเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

คุณอรุณี ญาติทางฝั่งพ่อแม่ของหมู่จ๊อบ เปิดใจด้วยน้ำตาคลอว่า “เราภูมิใจมากที่หลานชายปฏิบัติหน้าที่จนวินาทีสุดท้าย แต่ความเสียใจก็มากที่สุด น้องจ๊อบเพิ่งบวชให้คุณแม่ที่เสียไปเมื่อปีที่แล้ว และเพิ่งฉลองวันเกิดที่สถานีเมื่อ 17 มีนาคม 2569 บอกว่าจะกลับมาเยี่ยมบ้านใน 3-4 วัน แต่ดันเกิดเหตุก่อน”

ความทรงจำและคำพูดสุดซึ้งจากครอบครัว

  • ความทุ่มเท: หมู่จ๊อบรักงานตำรวจมาก ปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ย่อท้อ
  • ลางบอกเหตุ: พี่สะใภ้ฝันฟันหลุด และได้แก้เคล็ด แต่เหตุร้ายก็ยังเกิด
  • คำอยากบอก: “ทุกคนรักและภูมิใจในตัวน้อง ไม่ต้องห่วงทางบ้าน ทำบุญอุทิศให้ส่วนกุศลเถอะ”
  • วันสำคัญ: เพิ่งฉลองวันเกิดและวางแผนกลับบ้าน

เรื่องราวของหมู่จ๊อบสะท้อนให้เห็นถึงความเสียสละของข้าราชการตำรวจไทยที่ต้องเสี่ยงภัยเพื่อความปลอดภัยของประชาชน แม้จะมีครอบครัวรออยู่ แต่ก็เลือกทำหน้าที่ให้สุดความสามารถ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ครอบครัวสูญเสียบุตรชาย แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้สังคมเห็นคุณค่าของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ในมุมมองของผู้เขียน การจากไปของหมู่จ๊อบเป็นอุทาหรณ์ที่เราทุกคนควรตระหนักถึงอันตรายจากการฝ่าด่านตรวจ หากผู้ขับขี่เคารพกฎจราจร บางทีเรื่องเศร้าครั้งนี้ก็อาจไม่เกิดขึ้น ขอให้สังคมไทยหันมาให้เกียรติและสนับสนุนเจ้าหน้าที่มากขึ้น

คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? มาร่วมแสดงความอาลัยและแบ่งปันความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนี้ หรือแชร์บทความนี้เพื่อเผยแพร่ความเสียสละของหมู่จ๊อบให้โลกรู้จักกันเถอะนะครับ ขอให้วิญญาณของ ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ กองอุดม จงไปสู่สุคติ

ที่มา – ครอบครัวสุดเศร้า เตรียมจัดงานบำเพ็ญกุศล “หมู่จ๊อบ” เหยื่อรถบรรทุกฝ่าด่าน

พบแล้ว “รถบรรทุกแหกด่าน” เบียดชน จยย.ตำรวจ “ส.ต.ท.” ดับ

พบแล้ว “รถบรรทุกแหกด่าน” เบียดชน จยย.ตำรวจ “ส.ต.ท.” ดับ เป็นข่าวร้ายที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทย เมื่อตำรวจเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอาชญากรรม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 บริเวณจุดสกัดใต้สะพานข้ามถนนกาญจนาภิเษก ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดตรวจตามแผนป้องกันอาชญากรรม แต่รถบรรทุกหกล้อคันหนึ่งกลับไม่ยอมหยุดตรวจ และเร่งเครื่องหลบหนีเข้าไปในถนนเลียบกาญจนาภิเษก

พบแล้ว “รถบรรทุกแหกด่าน” เบียดชน จยย.ตำรวจ “ส.ต.ท.” ดับ

หลังจากนั้น ด.ต.โกวิทย์ ใจจริง อายุ 40 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ธัญบุรี ได้ขับรถจักรยานยนต์สายตรวจไล่ตาม โดยมี ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ กองอุดม อายุ 25 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ธัญบุรี นั่งซ้อนท้าย รถบรรทุกคันดังกล่าวหักหลบเบียดจนรถจยย.เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ส่งผลให้ ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ เสียชีวิตคาที่ ส่วนด.ต.โกวิทย์ ได้รับบาดเจ็บ รถบรรทุกอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไปได้ทันที

รถบรรทุกแหกด่าน

ความคืบหน้าจากชุดสืบสวน สภ.ธัญบุรี

ความคืบหน้า พบแล้ว “รถบรรทุกแหกด่าน” เบียดชน จยย.ตำรวจ “ส.ต.ท.” ดับ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ธัญบุรี ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด จนพบรถบรรทุกคันก่อเหตุจอดทิ้งไว้ข้างโกดังในบริษัทแห่งหนึ่ง ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 2 กิโลเมตร ผู้ขับขี่คือ นายสุพจน์ ไชโย อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นพนักงานขับรถของบริษัทนั้น และมีห้องพักอยู่ด้านหลัง

เมื่อเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้น ไม่พบตัวนายสุพจน์ แต่พบ นางรินดา อายุ 46 ปี แม่ของผู้ต้องหา แม่เล่าว่าลูกชายติดต่อมาทางแชท ยอมรับว่าขับรถไปเติมน้ำมัน ระหว่างกลับเจอด่านตรวจ ในรถมีเบียร์และบุหรี่หนีภาษี จึงตกใจกลัว เร่งหนี ไม่ได้ตั้งใจเบียดรถตำรวจให้เกิดอุบัติเหตุ หลังจอดรถทิ้งก็หลบหนีไป แม่ยังบอกให้ลูกกลับมามอบตัวสู้คดี แต่จนถึงตอนนี้ นายสุพจน์ ยังหลบหนีอยู่

รถบรรทุกที่พบแล้ว

ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ

  • 20 มี.ค. 2569: ตำรวจตั้งจุดสกัด รถบรรทุกแหกด่านไล่หนี
  • ไล่ล่า: เบียดจยย.ตำรวจชนเสาไฟ ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ เสียชีวิต
  • หลังเกิดเหตุ: ชุดสืบสวนตรวจ CCTV พบรถจอดทิ้งห่าง 2 กม.
  • สอบปากคำแม่: ลูกส่งแชทขอโทษ อ้างกลัวของผิดกฎหมาย
  • ปัจจุบัน: คนขับหลบหนี ตำรวจกำลังไล่ล่า

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาการขับขี่ยานพาหนะหนีด่านตรวจ ซึ่งมักนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรง สถิติจากกรมทางหลวงพบว่าปีละมีอุบัติเหตุจากหนีด่านกว่า 1,000 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก การขนส่งของผิดกฎหมายอย่างเบียร์และบุหรี่หนีภาษี เป็นปัญหาเรื้อรังที่ต้องแก้ไขจากต้นตอ

นอกจากนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดช่วยให้เจ้าหน้าที่ติดตามได้รวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่สำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมบนท้องถนน หากคนขับยอมหยุดตรวจตั้งแต่แรก คงไม่เกิดโศกนาฏกรรมนี้

ความเห็นส่วนตัว: เหตุการณ์พบแล้ว “รถบรรทุกแหกด่าน” เบียดชน จยย.ตำรวจ “ส.ต.ท.” ดับ เตือนใจทุกคนให้เคารพกฎจราจรและเจ้าหน้าที่ อย่าหนีเพราะกลัว เพราะผลที่ตามมาอาจร้ายแรงเกินแก้ ขับขี่ปลอดภัย รักษาชีวิตตัวเองและผู้อื่น หากคุณมีเบาะแสเกี่ยวกับนายสุพจน์ ไชโย โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ สภ.ธัญบุรี ทันที เพื่อความยุติธรรมแก่ ส.ต.ท.ชัยวัฒน์

ที่มา – พบแล้ว “รถบรรทุกแหกด่าน” เบียดชน จยย.ตำรวจ “ส.ต.ท.” ดับ ส่วนคนขับยังหลบหนี

สิ้น ทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ ตำนานมือปราบ

เป็นข่าวเศร้าที่สร้างความเสียใจให้กับวงการตำรวจและประชาชนชาวไทย เมื่อ ทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ อดีตนายตำรวจมือปราบชื่อดังระดับตำนานได้สิ้นลมไปแล้วด้วยวัย 89 ปี การจากไปของท่านไม่เพียงทิ้งไว้เพียงความอาลัย แต่ยังเป็นการปิดฉากตำนานการสืบสวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ตำรวจไทย

ทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ

พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ หรือที่รู้จักในฉายา "สืบเหนือ" ถือเป็นตำนานที่สร้างชื่อเสียงจากการปราบปรามอาชญากรรมด้วยสมองและหลักฐานที่หนักแน่น เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.อ.ทรงพล อภิวัฒนานันท์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งเหตุผู้เสียชีวิตที่บ้านพักในซอยเกษตร ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง

ที่เกิดเหตุในห้องนอน พบศพ พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ อายุ 89 ปี สภาพศพไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย นายธีรวัฒน์ ทิพย์รัตน์ ลูกชายของผู้เสียชีวิตเป็นผู้พบศพและแจ้งเหตุ โดยระบุว่าเป็นการเสียชีวิตจากโรคประจำตัว ญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิต และไม่ขอให้แพทย์ชันสูตรเพิ่มเติม

ประวัติชีวิตและเส้นทางอาชีพของทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ

ทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ เกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2480 จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 16 ท่านเริ่มต้นอาชีพตำรวจด้วยความมุ่งมั่นและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดคือ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ก่อนเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. 2541 ในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้ ท่านได้รับฉายา "สืบเหนือ" จากความสามารถในการสืบสวนคดีที่เหนือชั้น โดยเฉพาะการปราบปรามกลุ่มอาชญากรที่ซุกซ่อนตัวในพื้นที่กรุงเทพฯ

สไตล์การทำงานของท่านเน้น "ทีมเวิร์ก" และการสืบสวนด้วยพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แค่การใช้กำลังหรือความดุร้าย ท่านสร้างทายาทนักสืบมือปราบรุ่นใหม่มากมาย เช่น พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ซึ่งได้รับอิทธิพลโดยตรงจากแนวคิดของท่าน นอกจากนี้ ยังมีลูกศิษย์อีกหลายคนที่กลายเป็นกำลังสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมไทย

  • จบ นรต.รุ่น 16 ปี 2503
  • ตำแหน่งสำคัญ: ผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้
  • เกษียณปี 2541 ในตำแหน่ง ผบช.น.
  • ฉายา "สืบเหนือ" จากผลงานปราบปรามคดีใหญ่
  • เน้นการสืบสวนด้วยหลักฐานและทีมเวิร์ก

ผลงานและมรดกตกทอดของตำนานสืบเหนือ

แม้จะไม่มีรายละเอียดคดีเฉพาะที่เปิดเผยมากนัก แต่ชื่อเสียงของทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ เป็นที่เลื่องลือในหมู่ตำรวจรุ่นเก่า ท่านเคยนำทีมสืบสวนคดีสำคัญหลายคดีที่ทำให้อาชญากรตัวฉกาจต้องยอมจำนน ในยุคที่การสืบสวนยังไม่พึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่มากนัก ท่านใช้วิธีการสังเกตการณ์และรวบรวมพยานบุคคลอย่างชาญฉลาด สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกองบัญชาการตำรวจนครบาล

การจากไปของท่านในวัย 89 ปี ทำให้หลายคนนึกถึงยุคทองของตำรวจไทยที่เน้นสมองมากกว่ากำลัง ท่านเป็นแบบอย่างของนักสืบที่แท้จริง ผลงานของท่านยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ตำรวจรุ่นใหม่ในการต่อสู้กับอาชญากรรมที่ซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน เช่น คดีไซเบอร์หรือมาเฟียข้ามชาติ

ในฐานะที่เป็นแฟนข่าวอาชญากรรม เราคิดว่ามรดกของทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ จะคงอยู่ตลอดไป หากคุณมีเรื่องราวหรือความทรงจำเกี่ยวกับท่าน สามารถแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือติดตามข่าวสารตำรวจและอาชญากรรมจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – สิ้น “ทวี ทิพย์รัตน์” อดีตตำรวจมือปราบชื่อดัง ระดับตำนาน ฉายา “สืบเหนือ”

Scroll to top