ถนนทรุดสามเสน

ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ถนนทรุด เตรียมรับมือฝน

ในช่วงฤดูฝนที่กำลังมาเยือน กรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมและถนนทรุดตัว ซึ่งเป็นภัยที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนจำนวนมาก ล่าสุด ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่จุด “ถนนทรุด” เตรียมเครื่องปั๊มน้ำ – ปิดกั้นท่อ 4 จุด รับมือฝน โดยเฉพาะบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่ถนนสามเสนทรุดตัวลง สร้างความตื่นตัวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่จุด “ถนนทรุด” เตรียมเครื่องปั๊มน้ำ – ปิดกั้นท่อ 4 จุด รับมือฝน

วันที่ 28 กันยายน 2566 เวลาประมาณ 12:00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ถนนทรุดบริเวณถนนสามเสน หน้าวชิรพยาบาล โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันสำรวจและวางแผนรับมือ การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่ประมาทของผู้บริหารเมืองหลวง ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า ได้มีการปิดกั้นท่อระบายน้ำรอบจุดถนนทรุดแล้วทั้ง 4 จุด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลลงหลุมเพิ่ม หากฝนตกหนักเกิน 100 มิลลิเมตร ระดับน้ำในหลุมอาจสูงขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตร แต่ไม่น่ากังวลเพราะมีเครื่องปั๊มน้ำพร้อมใช้งานทันที นอกจากนี้ ยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของประชาชน

มาตรการเตรียมความพร้อมหลังสถานการณ์คลี่คลาย

เมื่อสถานการณ์ถนนทรุดเริ่มดีขึ้น เจ้าหน้าที่จะคืนพื้นผิวถนนให้ใช้งานได้ตามปกติ โดยมีการสำรวจท่อระบายน้ำทั้งหมดที่ปิดกั้น เพื่อนำสิ่งกีดขวางออกและตรวจสอบโครงสร้าง นอกจากนี้ ยังวางแผนติดตั้งท่อประปาใหม่ในอนาคต เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอย ซึ่งถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่ช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว

สำหรับวันจันทร์ที่กำลังจะมาถึง คาดว่ามีประชาชนและผู้ป่วยเดินทางมารับบริการที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาลกว่า 3,000 คน เจ้าหน้าที่ได้เตรียมแผนรับมือจราจร โดยประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงและแนะนำให้ใช้รถสาธารณะ อย่างไรก็ตาม อาจมีผู้ป่วยเดินทางมาลดลงเนื่องจากปัญหาการจราจร

  • ปิดกั้นท่อระบายน้ำ 4 จุด เพื่อควบคุมน้ำฝน
  • เตรียมเครื่องปั๊มน้ำสูบน้ำออกจากหลุมทันที
  • สำรวจและกำจัดสิ่งกีดขวางในท่อระบายน้ำ
  • วางแผนซ่อมแซมถาวร รวมถึงท่อประปาใหม่

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ยังขออภัยล่วงหน้าต่อประชาชน หากในวันพรุ่งนี้และวันถัดไป จะมีรถบรรทุกขนวัสดุ เช่น ทรายและซีเมนต์ เข้ามากว่า 400 คัน เพื่อเร่งรัดการซ่อมแซม ซึ่งอาจทำให้จราจรติดขัดในบางช่วง แต่เป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด

ปัญหาถนนทรุดในกรุงเทพฯ มักเกิดจากดินทรุดตัวและระบบระบายน้ำที่ล้าสมัย การที่ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่จุด “ถนนทรุด” เตรียมเครื่องปั๊มน้ำ – ปิดกั้นท่อ 4 จุด รับมือฝน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ ประชาชนควรติดตามประกาศจากทางการและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก

ในฐานะที่เป็นปัญหาครั้งใหญ่ของเมืองใหญ่ การรับมือกับถนนทรุดไม่ใช่แค่ซ่อมแซมชั่วคราว แต่ต้องมีการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว เช่น การปรับปรุงระบบระบายน้ำและตรวจสอบดินใต้ดินอย่างสม่ำเสมอ ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้เน้นย้ำถึงการทำงานแบบไม่ประมาท ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับหน่วยงานท้องถิ่นอื่น ๆ ทั่วประเทศ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ปัญหานี้จะลดลงได้อย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และเตรียมตัวรับมือฤดูฝนด้วยการตรวจสอบเส้นทางและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง หากคุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาถนนทรุด แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันนะครับ

ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ถนนทรุด

มาตรการรับมือฝนถนนทรุด

ที่มา – ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่จุด “ถนนทรุด” เตรียมเครื่องปั๊มน้ำ – ปิดกั้นท่อ 4 จุด รับมือฝน

“พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด คืนจราจร 8 ต.ค.

“พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด เทปูนแล้ว 1,200 คิว หากไม่มีอุปสรรคคืนผิวจราจร 8 ต.ค.

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณถนนสามเสน หน้าที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่อง “พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด เทปูนแล้ว 1,200 คิว หากไม่มีอุปสรรคคืนผิวจราจร 8 ต.ค. เป็นข่าวดีที่หลายคนเฝ้ารอ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อติดตามความคืบหน้าและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างหนัก

“พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด เทปูนแล้ว 1,200 คิว หากไม่มีอุปสรรคคืนผิวจราจร 8 ต.ค.

จากข้อมูลล่าสุด นายพิพัฒน์ยืนยันว่าการซ่อมแซมกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยไม่พบอุปสรรคใหญ่ที่อาจชะลอความคืบหน้า ปัจจุบันมีการเทปูนคอนกรีตแล้วกว่า 1,200 คิว ซึ่งมีระดับความสูงประมาณ 5 เมตร และกำลังรอให้วัสดุเซ็ตตัวอย่างสมบูรณ์ หากไม่มีฝนตกหนักหรือปัญหาอื่นๆ คาดว่าจะสามารถคืนพื้นผิวการจราจรให้ประชาชนได้ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 นี้ อย่างไรก็ตาม อาจมีการเลื่อนออกไป 1-2 วันหากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย

นายพิพัฒน์ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ทั้งสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานและประชาชนรอบพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของอาคารใกล้เคียงกว่า 10 จุด รวมถึงฝั่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาลและสถานีตำรวจนครบาลสามเสน จากการตรวจสอบพบว่าอาคารสถานีตำรวจมีการเคลื่อนตัวเล็กน้อย แต่ไม่กระทบต่อโครงสร้างโดยรวม ทำให้สถานการณ์โดยรวมยังคงนิ่ง

ขั้นตอนการซ่อมแซมและป้องกันดินสไลด์

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าทีมงานมีการทบทวนแผนการดำเนินงานทุกวัน และปรับเปลี่ยนขั้นตอนตามสถานการณ์จริง โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเคลื่อนย้ายวัสดุที่ตกค้างในหลุมออกมา คาดว่าจะใช้เวลา 4-5 วันสำหรับการถมทรายซีเมนต์ ควบคู่ไปกับการพ่นปูนหนา 10 เซนติเมตร เพื่อเสริมความแข็งแรงด้านข้างของอาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสน ป้องกันการสไลด์ของดินที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาภัยพิบัติสภาวิศวกร กล่าวเพิ่มเติมว่าสถานการณ์ในพื้นที่คงที่มาประมาณ 2 วัน หากยังคงนิ่งแบบนี้และไม่มีฝน ก็จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการ โดยจะมีการเสริมเสาเข็มที่ขาดหายไปจากเหตุถนนทรุด จากนั้นจึงถมพื้นที่กลับสู่สภาพเดิม การพ่นปูนใต้ฐานอาคารยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความแข็งแรงของผนังดินอีกด้วย

ในวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ใช้เครนขนาดใหญ่ 3 ตัวในการทำงาน โดยแบ่งหน้าที่ชัดเจน เครนตัวแรกติดตั้งกระเช้าสำหรับพ่นปูนใต้ฐานอาคาร ขณะที่อีก 2 ตัวใช้ตัดสายสื่อสารและเสาไฟฟ้าที่ล้ม รวมถึงเคลื่อนย้ายวัสดุหนักขึ้นมา การทำงานแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและการประสานงานที่แน่นหนา

  • เทปูนคอนกรีตกว่า 1,200 คิว รอเซ็ตตัว
  • ถมทรายซีเมนต์และพ่นปูนป้องกันดินสไลด์
  • ติดตั้งกล้องตรวจจับการเคลื่อนไหว
  • เสริมเสาเข็มและคืนพื้นผิวถนน

เหตุการณ์ถนนทรุดครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นบททดสอบสำหรับหน่วยงานรัฐ แต่ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่ การลงพื้นที่ของนายพิพัฒน์ช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและถาวร

ในฐานะที่ติดตามข่าวสารด้านโครงสร้างพื้นฐานมาโดยตรง ผมเชื่อว่าการซ่อมแซมครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการจัดการภัยพิบัติในอนาคต หากคุณอาศัยใกล้เคียงพื้นที่ แนะนำให้ติดตามประกาศจากหน่วยงานอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – “พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด เทปูนแล้ว 1,200 คิว หากไม่มีอุปสรรคคืนผิวจราจร 8 ต.ค.

อัปเดตถนนทรุดตัว ชัชชาติ เผยพ่นคอนกรีตใต้ สน.สามเสน

เหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลกลายเป็นประเด็นร้อนที่คนกรุงเทพฯ ติดตามอย่างใกล้ชิด ล่าสุดมี อัปเดตถนนทรุดตัว “ชัชชาติ” เผยพ่นคอนกรีตเสริมแรงให้ดินใต้ สน.สามเสน ยันแผนเป็นไปตามเป้า ซึ่งเป็นข่าวดีที่แสดงถึงความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ออกมาให้ข้อมูลล่าสุดหลังจากประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ทำให้ประชาชนมั่นใจมากขึ้นในแผนการคืนถนนให้ใช้งานปกติ

อัปเดตถนนทรุดตัว “ชัชชาติ” เผยพ่นคอนกรีตเสริมแรงให้ดินใต้ สน.สามเสน ยันแผนเป็นไปตามเป้า

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ถนนสามเสนบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลทรุดตัวลงเนื่องจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ส่งผลกระทบต่อการจราจรและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เขตดุสิต แต่ทีมเจ้าหน้าที่จากกรุงเทพมหานคร รฟม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งมือแก้ไขอย่างเต็มที่ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 ได้มีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้า

นายเทียนชัย วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการเขตดุสิต ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เปิดเผยว่า มีการวางแผนรับมือฝนที่อาจตกหนัก โดยร่วมกับ รฟม. และสำนักระบายน้ำ ใช้กระสอบทรายกั้นน้ำและเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก รวมถึงเครื่องสูบขนาดใหญ่ที่สูบได้ 0.25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อระบายน้ำออกจากบ่อไปยังถนนสังคโลก นอกจากนี้ ยังมีรถสูบสำรองพร้อมปรับระดับความสูงได้ สำหรับผู้ประสบภัย มีศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ศูนย์พัฒนาการชุมชนสวนอ้อย มีผู้พัก 6 คน และทีม รฟม. ดูแลผู้ที่พักโรงแรม จุดเสี่ยงอื่นๆ ยังห้ามเข้า

ภาพอัปเดตถนนทรุด

ความคืบหน้าการเทคอนกรีตและมาตรการป้องกัน

นายวัชรพล คงสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ รายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 26 กันยายน ได้เทคอนกรีตเพิ่ม 100 คิว รวมแล้วกว่า 900 คิว และเช้าวันที่ 27 เทเพิ่มอีก 100 คิว จนถึงปัจจุบันเกิน 1,000 คิว โดยดินและน้ำหยุดไหลเข้าสถานีและอุโมงค์แล้ว ระหว่างรอคอนกรีตเซ็ตตัว จะใช้เทคนิค Shotcrete หรือพ่นคอนกรีตเพื่อเสริมแรงดินใต้สถานีสามเสน ป้องกันการสไลด์ของดิน

สำหรับแผนวันถัดไป (28 กันยายน) จะใช้เครนขนาดใหญ่เคลียร์อุปสรรคอย่างท่อประปาและเสาไฟฟ้า แล้วนำเครื่องจักรขนาดเล็กถมทราย ด้านโครงสร้างสถานีสามเสน จะวิเคราะห์และเสริมความแข็งแรง จากการตรวจสอบ พบการเคลื่อนตัวเล็กน้อยไม่นัยสำคัญที่อาคารแฟลตหลังสถานี แต่เสาเข็มที่หักยังไม่เสียหายเพิ่ม และได้ปิดกั้นน้ำฝนทุกช่องทางแล้ว คาดว่าการเทคอนกรีตจะเสร็จวันพรุ่งนี้ โดยระดับความสูง 5 เมตรจากอุโมงค์ชั้นบน (ลึก 15-17 เมตร) แล้วถมทรายอีก 10 กว่ามเมตรเพื่อทำพื้นถนน

  • ปัจจัยเสี่ยงหลัก: ฝนตกหนักเกิน 100 มม. อาจต้องปรับแผน
  • มาตรการรับมือ: เครื่องสูบน้ำและเบี่ยงทางน้ำจากใต้สถานี
  • ภาพรวม: ไม่มีเหตุไม่คาดคิด สถานการณ์ควบคุมได้
ภาพการก่อสร้าง

นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวว่า โรงพยาบาลเปิดบริการเต็ม 100% เมื่อวานรับผู้ป่วยกว่า 2,000 คน รวมนัดหมายและ walk-in จอดรถจำกัดที่ 300 คันเพื่อความปลอดภัย สาธารณูปโภคปกติ สามารถทำผ่าตัดและรับผู้ป่วยใน-นอกได้ สำหรับวันนี้รับคลินิกพิเศษและฉุกเฉิน คาดวันจันทร์ผู้ป่วยนัด 2,500 คน ขอแนะนำใช้รถสาธารณะหรือเส้นทางเลี่ยงอย่างถนนสังคโลกหรือสวนอ้อย

ภาพโรงพยาบาล

ด้านผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยืนยัน อัปเดตถนนทรุดตัว ว่าการเทคอนกรีตเสร็จตอนตี 2 อีก 110 คิว รวม 1,105 คิว แล้วหยุดเท ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเรียบร้อย สูบได้ 0.25 ลบ.ม./วินาที เมื่อคืนฝนตก 7 มม. พรุ่งนี้ฝนหนักแต่พร้อมรับมือ เสริมแรงใต้สถานีด้วย Shotcrete สเปรย์คอนกรีตให้ดินมั่นคง แล้วถมทรายและหินคลุก ยืนยันแผนตามกำหนด คืนพื้นถนน 8 ตุลาคม กำลังคุยเรื่องเชื่อมต่อท่อประปา ระบายน้ำ สายสื่อสาร และ CCTV สำหรับตำรวจ ขอบคุณ รฟม. ผู้รับเหมา และผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่ใช้วิธีปลอดภัยระยะยาว ขอบคุณนายกฯ ที่มาให้กำลังใจและสั่งตรวจสอบสถานีอื่นๆ ในสายสีม่วงใต้และส้มตะวันตก

ภาพชัชชาติ

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่ การทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบภัยพิบัติกรุงเทพฯ หากไม่มีฝนหนักกว่านี้ คาดว่าทุกอย่างจะคลี่คลายเร็วๆ นี้

ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเพื่อข้อมูลที่ถูกต้อง และใช้เส้นทางเลี่ยงเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด

ที่มา – อัปเดตถนนทรุดตัว “ชัชชาติ” เผยพ่นคอนกรีตเสริมแรงให้ดินใต้ สน.สามเสน ยันแผนเป็นไปตามเป้า

“อนุทิน” ยัน 2 สัปดาห์คืนถนนสามเสน-รับพบโดรนสอดแนมชายแดนไทยกัมพูชา

ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาหลายด้าน ทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติและความตึงเครียดทางการเมือง “อนุทิน” ยัน 2 สัปดาห์คืนถนนสามเสน-รับพบโดรนสอดแนมชายแดนไทยกัมพูชา คือข่าวสำคัญที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าด้วยตนเอง แม้จะเป็นเวลากลางคืน เพื่อให้ความมั่นใจแก่ประชาชน

“อนุทิน” ยัน 2 สัปดาห์คืนถนนสามเสน-รับพบโดรนสอดแนมชายแดนไทยกัมพูชา

เหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ทำให้พื้นผิวถนนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ ส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างหนัก นายกรัฐมนตรีอนุทินได้ลงพื้นที่เมื่อเวลา 23:00 น. ของวันที่ 26 กันยายน 2568 ร่วมกับคณะรัฐมนตรีคนอื่นๆ เช่น นายภราดร ปริศนานันทกุล และน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เพื่อติดตามการซ่อมแซม

นายอนุทิน เปิดเผยว่าความคืบหน้าในการซ่อมแซมมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ได้เทคอนกรีตเพื่อป้องกันการถล่มและดินสไลด์ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการรักษาความปลอดภัย เขายืนยันว่าไม่มีอันตรายต่อชีวิตประชาชน เนื่องจากได้อพยพผู้คนออกจากพื้นที่เสี่ยงทั้งหมดแล้ว การทำงานดำเนินไปอย่างต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถคืนพื้นผิวจราจรได้ภายใน 2 สัปดาห์ หรือประมาณวันที่ 7-8 ตุลาคม 2568

ความกังวลต่อการซ่อมแซมถนนสามเสนและบทเรียนที่ได้

แม้ปัญหาชีวิตและทรัพย์สินจะได้รับการจัดการแล้ว แต่ยังมีความกังวลในขั้นตอนการซ่อมแซมที่ซับซ้อน โดยเฉพาะการเชื่อมต่ออุโมงค์ใหม่ที่เสียหายยาวกว่า 10 เมตร นายอนุทินระบุว่าการซ่อมแซมจะต้องใช้เวลา และจะมีการตรวจสอบความรับผิดชอบตามสัญญาเพื่อให้เกิดความโปร่งใส บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองหลวงให้ดีขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดซ้ำในอนาคต ประชาชนในพื้นที่สามเสนต่างชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง แสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน

นอกจากปัญหาภายในประเทศแล้ว “อนุทิน” ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังตึงเครียด ได้รับรายงานว่ามีกองกำลังกัมพูชาเคลื่อนย้ายและสับเปลี่ยนกำลังพลประชิดแนวชายแดน รวมถึงการพบโดรนสอดแนมหรืออากาศยานไร้คนขับบินในพื้นที่ใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรียืนยันว่าโดรนเหล่านี้ไม่ได้รุกล้ำเข้ามาในดินแดนไทย และหน่วยงานความมั่นคงของไทยได้เตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่

การประสานงานกับพลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกิดขึ้นเพื่อตัดสินใจในกรอบหน้าที่ของกองทัพ ซึ่งช่วยให้สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม สิ่งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องอธิปไตยของชาติ แม้จะมีแรงกดดันจากเพื่อนบ้าน

โดรนสอดแนมชายแดนและมาตรการรับมือของไทย

การปรากฏของโดรนสอดแนมชายแดนไทยกัมพูชาเป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากเทคโนโลยีนี้สามารถใช้ในการสำรวจและเก็บข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว รัฐบาลไทยได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง เช่น การติดตั้งระบบตรวจจับโดรนและการลาดตะเวนชายแดนให้เข้มข้นขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแนะนำว่าการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันของไทยจะช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต

โดยรวมแล้ว การจัดการทั้งสองประเด็นนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตหลากหลายรูปแบบ ถนนสามเสนที่กำลังซ่อมแซมจะเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่สถานการณ์ชายแดนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทูตและความมั่นคง

ในฐานะประชาชน เราควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล หากคุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาจราจรหรือความกังวลเรื่องชายแดน สามารถแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์

ที่มา – “อนุทิน” ยัน 2 สัปดาห์คืนถนนสามเสน-รับพบโดรนสอดแนมชายแดนไทยกัมพูชา

คาดเสร็จวันนี้เทคอนกรีต-ตัดสายไฟถนนทรุดหน้า สน.สามเสน

คาดเสร็จวันนี้ “เทคอนกรีต-ตัดสายไฟ” เหตุถนนทรุด หน้า สน.สามเสน แห่งใหม่

เหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้า สน.สามเสน แห่งใหม่ สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจุดที่เกิดจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้ ช่วงสัญญาที่ 1 ใกล้โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ล่าสุด ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ โดยคาดว่าในวันนี้ (26 กันยายน 2568) จะสามารถดำเนินการเทคอนกรีตและตัดสายไฟได้เสร็จสิ้น เพื่อฟื้นฟูความมั่นคงของพื้นที่

คาดเสร็จวันนี้ “เทคอนกรีต-ตัดสายไฟ” เหตุถนนทรุด หน้า สน.สามเสน แห่งใหม่

ตั้งแต่เช้าวันนี้ เวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เริ่มทยอยเทคอนกรีตลงไปในหลุมขนาดใหญ่ที่เกิดจากการทรุดตัวของดิน โดยใช้ปริมาณคอนกรีตกว่า 1,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อปรับระดับพื้นให้สูงขึ้นประมาณ 2 เมตร ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างฐานรากที่มั่นคง ก่อนหน้านี้ในวันวานได้มีการเทคอนกรีตอุดรูรั่วในหลุมเพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของดิน และแม้ว่าคอนกรีตบางส่วนจะไหลเข้าไปในช่องอุโมงค์ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะช่วยบล็อกน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปในอุโมงค์ได้

การทำงานของทีมเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและตามแผนที่วางไว้ โดยคาดว่าจะสามารถเทคอนกรีตให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ จากนั้นจะรอให้คอนกรีตแห้งประมาณ 30 นาที แล้วจึงวางกระสอบทรายและถมดินให้สูงใกล้เคียงกับระดับดินใต้ท้องอาคาร สน.สามเสน แห่งใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับตัวอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การสนับสนุนเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาถนนทรุดหน้า สน.สามเสน

นอกจากการเทคอนกรีตแล้ว ยังมีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาช่วยในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องวัดความลาดเอียงของตัวอาคารจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่นำเครื่อง 3D Scan ซึ่งเป็นเครื่องเก็บรายละเอียดภูมิประเทศด้วยแสงเลเซอร์แบบอัตโนมัติ ความละเอียดสูง มาติดตั้งในพื้นที่ ทำให้สามารถเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ชัดเจน รวมถึงตรวจสอบความลาดเอียงและการทรุดตัวของอาคารได้อย่างแม่นยำ

ส่วนประเด็นที่น่ากังวลคือฝนที่อาจจะตกในกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ได้เตรียมมาตรการป้องกันไว้แล้ว โดยใช้กระสอบทรายวางเบี่ยงทางน้ำให้ไหลไปทิศทางอื่น ไม่ให้ไหลเข้าหลุม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำฝนที่อาจทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น

อีกหนึ่งความท้าทายคือการตัดสายไฟที่ยาวประมาณ 12-15 เมตร ซึ่งดึงรั้งตัวอาคาร สน.สามเสน ไว้ทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณรอยร้าวที่ฐานราก เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เทคนิคพิเศษในการทำให้สายไฟหย่อนก่อน แล้วค่อยตัดออก เพื่อป้องกันแรงดีดที่อาจกระทบต่อโครงสร้างอาคาร โดยจะต้องดึงรั้งสายไฟไว้ก่อนตัดทั้งชุด เพื่อหลีกเลี่ยงการสะบัด และรีบดำเนินการก่อนฝนจะตก

  • เทคอนกรีต 1,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อปรับระดับฐาน
  • วางกระสอบทรายและถมดินให้สูงใกล้เคียงระดับอาคาร
  • ใช้เครื่อง 3D Scan ตรวจสอบความลาดเอียง
  • ป้องกันน้ำฝนด้วยกระสอบทรายเบี่ยงทาง
  • ตัดสายไฟอย่างปลอดภัยด้วยเทคนิคพิเศษ

ปัญหาถนนทรุดตัวเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินหลายสาย หากไม่มีการวางแผนและแก้ไขอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและโครงสร้างอาคารใกล้เคียงได้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ผมเชื่อว่าการติดตามข่าวสารล่าสุดและข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้ประชาชนตระหนักและเตรียมตัวได้ดีขึ้น หากคุณอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง แนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวชั่วคราว จนกว่าการซ่อมแซมจะเสร็จสิ้น เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – คาดเสร็จวันนี้ “เทคอนกรีต-ตัดสายไฟ” เหตุถนนทรุด หน้า สน.สามเสน แห่งใหม่

รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่ 26 ก.ย. แนะวางแผนการเดินทาง

รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่ 26 ก.ย. แนะวางแผนการเดินทาง

หลังจากเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัวเมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปยังโรงพยาบาลวชิรพยาบาล (รพ.วชิรพยาบาล) ทำให้หลายคนกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและการให้บริการ ล่าสุดมีข่าวดีสำหรับผู้ป่วยและญาติ เมื่อ รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่ 26 ก.ย. แล้ว หลังจากทีมงานตรวจสอบโครงสร้างอาคารและระบบการรักษาพยาบาลอย่างละเอียด พบว่าทุกอย่างปลอดภัยและพร้อมรับผู้ป่วยทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยนอก คลินิกปฐมภูมิเขตเมืองวชิรพยาบาล หรือคลินิกพิเศษวชิรพยาบาล

การตรวจสอบนี้เกิดขึ้นทันทีหลังเหตุการณ์ถนนทรุด โดยคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลได้นำทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญมาประเมินความแข็งแรงของอาคาร รวมถึงระบบไฟฟ้า ประปา และเครื่องมือแพทย์ทั้งหมด ผลการตรวจยืนยันว่าอาคารของโรงพยาบาลยังคงมั่นคง ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2568 เป็นต้นไป ผู้ป่วยที่เลื่อนนัดมาก่อนหน้านี้สามารถกลับมาติดต่อรับบริการได้ทันที

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม เพื่อความสะดวกและลดความแออัด โรงพยาบาลขอความร่วมมือจากผู้ป่วยที่ไม่มีอาการรุนแรงหรือมียาเดิมเพียงพอ ให้ติดต่อเลื่อนนัดหมายผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุในใบนัดได้ หากเป็นผู้ป่วยที่มีอาการคงที่และต้องการรับยาต่อเนื่อง สามารถใช้บริการทางไปรษณีย์ได้ โดยเพิ่มเพื่อนทาง Line Official @v681 เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือโทรติดต่อที่ 0-2244-3000 สำหรับข้อมูลอื่นๆ นอกจากนี้ ผู้ป่วยฉุกเฉินยังคงสามารถเข้ามาที่โรงพยาบาลได้ตามปกติ โดยมีทีมแพทย์พร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง

เหตุการณ์ถนนทรุดครั้งนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อการจราจรในย่านสามเสนเท่านั้น แต่ยังทำให้เส้นทางหลักไปโรงพยาบาลติดขัด ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมาควรศึกษาข้อมูลล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้า โดยเฉพาะในช่วง高峰จราจร แนะนำให้ใช้แอปพลิเคชันนำทางอย่าง Google Maps หรือ Waze เพื่ออัปเดตสถานการณ์แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังคงเปิดที่จอดรถชั้นใต้ดินที่อาคารทีปังกรรัศมีโชติตามปกติ สำหรับผู้ที่ขับขี่รถยนต์ส่วนตัว

เส้นทางแนะนำสำหรับการเดินทางไป รพ.วชิรพยาบาล

เพื่อช่วยเหลือผู้เดินทาง โรงพยาบาลได้จัดทำผังเส้นทาง替代ไว้ ดังนี้:

มาจากฝั่งธนบุรี

  • ใช้สะพานกรุงธน (ซังฮี้) → เลี้ยวซ้ายเข้าถนนขาว → เลี้ยวขวาเข้าถนนสังคโลก (เปิดเป็นเดินรถสวนทาง) → เข้า รพ. ประตูสังคโลก

มาจากถนนสามเสน

  • เลี้ยวซ้ายที่แยกวชิระ → เลี้ยวขวาเข้าซอยสุโขทัย 13 → เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสวนอ้อยซอยกลาง → เลี้ยวขวาเข้าถนนสังคโลก → เข้า รพ. ประตูสังคโลก 1

มาจากถนนสุโขทัย

  • เข้าซอยสุโขทัย 13 → เลี้ยวขวาเข้าถนนสวนอ้อยซอยกลาง → เข้าถนนสังคโลก → เข้า รพ. ประตูสังคโลก 1

มาจากถนนนครราชสีมา

  • เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสวนอ้อยซอยกลาง → ตรงเข้าถนนสังคโลก → เลี้ยวขวาเข้า รพ. ประตูสังคโลก 1

เส้นทางเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงจุดที่ถนนทรุด โดยประตูสังคโลกและประตูสังคโลก 1 จะเป็นทางเข้าหลักในช่วงนี้ ผู้ใช้ขนส่งสาธารณะสามารถใช้รถเมล์สายที่ผ่านย่านใกล้เคียง เช่น สาย 2, 3, 53 หรือ BTS สถานีสนามไชย แล้วต่อแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพื่อความรวดเร็ว

ในมุมมองของผู้เขียน การที่ รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่ 26 ก.ย. นี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงความมุ่งมั่นของทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยท่ามกลางอุปสรรคจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หากคุณเป็นผู้ป่วยหรือญาติที่กำลังกังวล อย่าลังเลที่จะติดต่อโรงพยาบาลเพื่อขอคำปรึกษาเพิ่มเติม การวางแผนการเดินทางล่วงหน้าจะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องเผชิญความเครียดจากจราจร

นอกจากนี้ แนะนำให้ผู้ป่วยติดตามข่าวสารจากช่องทาง官方ของโรงพยาบาล เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด หากมีเหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นในอนาคต การเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดผลกระทบได้มาก สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง และเดินทางปลอดภัย หากมีประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้บริการ รพ.วชิรพยาบาล สามารถแชร์ในคอมเมนต์ได้นะครับ

ที่มา – รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่ 26 ก.ย. แนะวางแผนการเดินทาง

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก คาดซ่อม 2 สัปดาห์

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก คาดคืนพื้นผิวการจราจรใน 2 สัปดาห์

เมื่อเวลา 23.20 น. วันที่ 25 ก.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าถนนสามเสนที่ทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พลตำรวจโทสยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์นี้

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ถนนทรุด

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก เพื่อติดตามการซ่อมแซม

นายอนุทินได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดและรับฟังรายงานจากตัวแทนบริษัทรับเหมาที่รับผิดชอบพื้นที่ โดยเผยว่าการก่อสร้างกำลังเร่งคืนพื้นผิวจราจรให้เร็วที่สุด หลังจากสถานการณ์เริ่มคงที่ ก็ได้เทคอนกรีตเสริมหลายร้อยคิวเพื่ออุดรอยรั่ว ป้องกันไม่ให้ดินสไลด์หรือน้ำไหลเข้าไปในอุโมงค์อีก ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการหยุดยั้งการทรุดตัวเพิ่มเติม

หากอุดรอยรั่วได้สมบูรณ์ อุโมงค์ใต้ดินก็จะไม่ทรุดลงอีก ทำให้ลดผลกระทบอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น คาดว่าในคืนนั้น หากคอนกรีตเซ็ตตัวเสร็จและอุดรอยรั่วครบถ้วน จะนำหินคลุกทรายมาถมส่วนที่ยุบตัว เพื่อคืนพื้นผิวจราจรให้ประชาชนสัญจรได้ปกติภายใน 2 สัปดาห์

มาตรการซ่อมแซมและความปลอดภัยจากนายกฯ อนุทิน

สำหรับการซ่อมแซมส่วนล่างของถนนนั้น จะใช้วิธีการก่อสร้างตามเทคนิคเดิมที่เคยใช้สร้างถนนเส้นนี้ ซึ่งช่วยให้รถสัญจรได้โดยไม่มีปัญหา นายอนุทินเน้นย้ำว่าความกังวลหลักคือความปลอดภัยของประชาชน โดยกำชับให้แก้ไขทุกจุดที่มีความเสี่ยง แม้เพียง 1% ก็ต้องทำให้เป็น 0% เพราะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตผู้สัญจร

  • เทคอนกรีตอุดรอยรั่วเพื่อป้องกันดินสไลด์
  • ถมหินคลุกทรายคืนพื้นผิวถนน
  • ตรวจสอบอุโมงค์ใต้ดินให้มั่นคง
  • ทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อเร่งคืนการจราจร
การซ่อมถนนสามเสน

เหตุการณ์นี้ถือว่าโชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ต้องตื่นตัวมากขึ้นเพื่อป้องกันในอนาคต โดยเฉพาะส่วนนอกกำแพงกันดินที่อาจเสี่ยง นายอนุทินขอบคุณนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ วิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่อธิบายสถานการณ์ชัดเจน พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกว้าง 30×30 เมตร ลึก 20 เมตร ปริมาณดินถมไม่เกิน 15,000 คิว ซึ่งไม่มาก และผู้รับเหมาจะเร่งทำงาน

จากผู้จัดการโครงการยืนยันว่าการคืนพื้นผิวจะไม่เกิน 2 สัปดาห์ โดยไม่กังวลฝนตกเพราะคอนกรีตเซ็ตตัวแล้ว ป้องกันความเสี่ยงได้ดี นี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก แสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน สถานการณ์นี้เตือนใจให้ภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันดูแลโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หากคุณอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง แนะนำให้ติดตามข่าวสารและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่กำลังซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก คาดคืนพื้นผิวการจราจรใน 2 สัปดาห์

เดินเครื่อง! เทปูนปิดรอยรั่วอุโมงค์ถนนสามเสน



สถานการณ์ถนนสามเสนทรุดยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ล่าสุด ปภ. เร่งดำเนินการเดินเครื่องเทปูน 1.2 พันตัน ปิดรอยรั่วอุโมงค์ ถนนสามเสนทรุดอย่างต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน เพื่อให้สามารถคืนพื้นผิวจราจรให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 14 วัน พร้อมกันนี้ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดฝนตกในพื้นที่

เดินเครื่องเทปูน 1.2 พันตัน ปิดรอยรั่วอุโมงค์ ถนนสามเสนทรุด

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเดินเครื่องเทปูน 1.2 พันตัน ปิดรอยรั่วอุโมงค์ ถนนสามเสนทรุดอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเทปูนซีเมนต์ลงไปทับกระสอบทรายที่อยู่ด้านล่าง เพื่อทำการอุดรอยรั่วของอุโมงค์ ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้ปูนซีเมนต์มากกว่า 500 คิว หรือประมาณ 1.2 พันตัน

ขั้นตอนการดำเนินการแก้ไขปัญหาถนนสามเสนทรุด

หลังจากที่ปูนซีเมนต์ที่เทลงไปเริ่มเซ็ตตัวแล้ว จะกลายเป็นฐานที่แข็งแรง จากนั้นก็จะมีการนำดินและทรายเข้ามาเติมให้เต็มพื้นที่ที่ทรุดตัวลงไป และอาจจะมีการเทปูนทับในชั้นบนสุดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทำเป็นผิวถนนสำหรับใช้สัญจรเป็นการชั่วคราว โดยคาดว่าขั้นตอนทั้งหมดนี้จะใช้เวลาประมาณ 14 วัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะมีการปรับแผนการทำงานอยู่เป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหน้างาน

  • ขั้นตอนที่ 1: เทปูนซีเมนต์ 1.2 พันตันเพื่ออุดรอยรั่วของอุโมงค์
  • ขั้นตอนที่ 2: รอให้ปูนเซ็ตตัวและกลายเป็นฐานที่แข็งแรง
  • ขั้นตอนที่ 3: เติมดินและทรายให้เต็มพื้นที่
  • ขั้นตอนที่ 4: เทปูนทับด้านบนเพื่อทำผิวถนนชั่วคราว

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ว่า ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 5 ตัว โดยรอบบริเวณพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หากมีฝนตกลงมาจริง เครื่องสูบน้ำจะทำงานทันทีเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง

การแก้ไขปัญหานี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะถนนสามเสนเป็นเส้นทางสัญจรหลัก หากการเดินเครื่องเทปูน 1.2 พันตัน ปิดรอยรั่วอุโมงค์ ถนนสามเสนทรุด สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จะช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนที่ต้องใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางได้อย่างมาก และจะช่วยให้การจราจรในบริเวณดังกล่าวกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ถึงแม้ว่าการแก้ไขปัญหาถนนทรุดจะมีความคืบหน้าไปมาก แต่ก็ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามคำแนะนำ เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปอย่างราบรื่น

ที่มา – เดินเครื่องเทปูน 1.2 พันตัน ปิดรอยรั่วอุโมงค์ ถนนสามเสนทรุด ตั้งเครื่องสูบน้ำรอ

“พิพัฒน์” สั่ง เร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุด

“รองนายกฯ พิพัฒน์” ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุถนนทรุดหน้า รพ.วชิรพยาบาล สั่งรฟม. และผู้รับจ้างเร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุดภายใน 14 วัน และดูแลประชาชนรอบพื้นที่กว่า 100 ครัวเรือน

วันที่ 25 กันยายน 2568 เมื่อเวลา 16.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัว บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ และที่ปรึกษาควบคุมงาน เข้าร่วมให้ข้อมูลและรายงานความคืบหน้าการแก้ไขสถานการณ์

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ รฟม. และผู้รับจ้าง เร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุดให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านการจราจรและความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรอบ พร้อมกำชับให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างสถานีและอุโมงค์รถไฟฟ้าอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าอื่น ๆ ของ รฟม. ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าโครงการมีความปลอดภัย

“สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน โดยอพยพและดูแลครัวเรือนกว่า 100 ครัวเรือนที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุให้เข้าสู่สถานที่ปลอดภัยเรียบร้อย หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย หรือสามารถเร่งงานได้เร็วกว่ากำหนด ก็ต้องทำให้เร็วขึ้น แต่จะต้องตรวจสอบความปลอดภัยจนมั่นใจก่อนเปิดใช้งานถนนอีกครั้ง” นายพิพัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ รฟม. และผู้รับจ้างได้เร่งปิดรอยรั่วของดินและน้ำเข้าสถานีรถไฟฟ้า ป้องกันการทรุดตัวเพิ่มเติม และจะเริ่มซ่อมแซมผิวถนนทันทีที่โครงสร้างมีความมั่นคง โดยการคืนสภาพถนนและสาธารณูปโภคจะดำเนินการภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

นายพิพัฒน์ย้ำว่า กระทรวงคมนาคมจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะได้รับการแก้ไขอย่างเด็ดขาดและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคต

“พิพัฒน์” สั่ง เร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุดกลางกรุง ภายใน 14 วัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วน

ความคืบหน้าล่าสุดในการเร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุด

จากเหตุการณ์ถนนทรุดดังกล่าว นายพิพัฒน์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยสั่งการให้ รฟม. และผู้รับจ้างดำเนินการเร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุดให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและชีวิตประจำวันของประชาชน

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังได้กำชับให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างสถานีและอุโมงค์รถไฟฟ้าอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกในอนาคต รวมถึงตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าอื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในเรื่องความปลอดภัย

มาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์

จากเหตุการณ์ถนนทรุด ทำให้ประชาชนกว่า 100 ครัวเรือนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบ นายพิพัฒน์จึงได้สั่งการให้ดูแลและอพยพประชาชนไปยังสถานที่ปลอดภัย พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่

การแก้ไขปัญหาเร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุดในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ เพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ววัน

เหตุการณ์ถนนทรุดครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นอีกในอนาคต การแก้ไขปัญหารวดเร็วและมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ แต่การป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตั้งแต่แรกนั้นสำคัญยิ่งกว่า

ที่มา – “พิพัฒน์” สั่ง เร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุดกลางกรุง ภายใน 14 วัน

Scroll to top