ถนนทรุด วันนี้

รฟม. สร้างทางลาด รพ.วชิรพยาบาล เสร็จ พร้อมตรวจทรุด

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งข่าวดี! การก่อสร้างทางลาดชั่วคราวบริเวณโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเสร็จสมบูรณ์แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มารับบริการที่โรงพยาบาล โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก)

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า ผู้รับจ้างงานโยธาได้ดำเนินการก่อสร้างถนนชั่วคราวบริเวณอาคารทีปังกรรัศมีโชติแล้วเสร็จ ทำให้ผู้ที่ต้องการมายังอาคารทีปังกรรัศมีโชติ สามารถใช้เส้นทางฝั่งประตูถนนสุโขทัย เข้ามาทางด้านข้างของโรงพยาบาลได้สะดวกยิ่งขึ้น

รฟม.ก่อสร้างทางลาดชั่วคราว รพ.วชิรพยาบาล เสร็จสมบูรณ์ พร้อมตรวจสอบการทรุดตัว

นอกจากนี้ ในส่วนหน้าอาคารแฟลตตำรวจนครบาลสามเสน ได้มีการก่อสร้างแนววางท่อระบบระบายน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว รฟม. ยังคงดำเนินการเจาะสำรวจดิน ปรับปรุงคุณภาพดินในพื้นที่ และที่สำคัญคือ ตรวจสอบการทรุดตัว รอบบริเวณพื้นที่ รวมถึงตรวจวัดค่าระดับน้ำใต้ดินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน รฟม. ได้หยุดดำเนินการกิจกรรมที่มีเสียงดังทั้งหมดในช่วงเวลากลางคืน และยังคงติดตาม ตรวจสอบการทรุดตัว ของอาคารแฟลตตำรวจและอาคารโดยรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคน

สำหรับการปรับปรุงถนนและการคืนพื้นที่ถนนแบบถาวร จะดำเนินการให้เป็นไปตามรูปแบบและมาตรฐานของสำนักการโยธา กรุงเทพมหานครต่อไป ทางโครงการฯ ยังคงเร่งดำเนินการและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

รฟม.ก่อสร้างทางลาดชั่วคราว รพ.วชิรพยาบาล เสร็จสมบูรณ์ พร้อมตรวจสอบการทรุดตัว

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมจาก รฟม. ได้ที่เว็บไซต์ www.mrta.co.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือติดต่อ Call Center รฟม. โทรศัพท์ 0 2716 4044

รฟม.ก่อสร้างทางลาดชั่วคราว รพ.วชิรพยาบาล เสร็จสมบูรณ์ พร้อมตรวจสอบการทรุดตัว

ความคืบหน้าการก่อสร้างทางลาด และการตรวจสอบการทรุดตัว

ความคืบหน้าล่าสุดของการก่อสร้างทางลาดชั่วคราวที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน การที่ รฟม. ให้ความสำคัญกับการ ตรวจสอบการทรุดตัว และความปลอดภัยโดยรอบโครงการ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความใส่ใจต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนโดยรอบ

โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับการเดินทางของคนกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

โครงการนี้ยังคงเดินหน้าต่อไป และเราหวังว่าจะมีการแจ้งความคืบหน้าอื่นๆ ให้ทราบต่อไปในอนาคต เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

อย่าลืมติดตามข่าวสารจาก รฟม. อย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโครงการต่างๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ที่มา – รฟม.ก่อสร้างทางลาดชั่วคราว รพ.วชิรพยาบาล เสร็จสมบูรณ์ พร้อมตรวจสอบการทรุดตัว

รื้อถอนอาคาร สน.สามเสน คืบหน้า 70% เสร็จ 25 ต.ค.นี้


การรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน คืบหน้าไปมาก! เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมวางระบบท่อระบายน้ำก่อนสร้างทางลาดเชื่อมถนนสุโขทัย คืนให้โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ล่าสุดการรื้อถอนดำเนินไปแล้วกว่า 70% คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครเตรียมวางแผนจัดรถรับ-ส่งนักเรียนเพื่อรองรับการเปิดเทอมในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ด้วย

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 พบว่าเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการรื้อถอนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้รถน้ำดับเพลิงฉีดพ่นเพื่อลดฝุ่นละอองที่เกิดจากการรื้อถอนตลอดเวลา ควบคู่ไปกับการนำท่อระบายน้ำมาเตรียมไว้ในพื้นที่ เพื่อวางระบบระบายน้ำก่อนที่จะดำเนินการสร้างทางลาด (Ramp) ที่เชื่อมกับถนนสุโขทัยคืนให้กับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

นายธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน ว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา การรื้อถอนดำเนินไปแล้วประมาณ 50% โดยมีการขึงผ้าใบเพื่อป้องกันเศษวัสดุตกหล่นไปยังบ้านเรือนประชาชน และใช้รถน้ำดับเพลิงฉีดพ่นเพื่อลดฝุ่นละอองตลอดการดำเนินงาน ผู้รับจ้างได้แจ้งระยะเวลาในการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน ไว้ 20 วัน แต่อย่างไรก็ตาม จากการประเมินความคืบหน้า คาดว่าจะสามารถดำเนินการรื้อถอนจนถึงระดับพื้นดินได้เร็วกว่าที่กำหนดไว้ โดยอาจจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันนับจากนี้ ส่วนเศษซากวัสดุจากการรื้อถอน จะมีการย่อยชิ้นส่วนขนาดใหญ่ให้เล็กลงและขนย้ายออกจากพื้นที่ในช่วงเวลากลางคืน

สำหรับแผนการดำเนินงานหลังจากรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน เสร็จสิ้น จะมีการถมดินใต้อาคารที่เป็นโพรงเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบความแน่นของดินที่ถมว่าเพียงพอหรือไม่ จากนั้นจะมีการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารโดยรอบ รวมถึงบ้านเรือนประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่ไปชั่วคราว หากพบว่ามีความแข็งแรงปลอดภัยเพียงพอแล้ว ก็จะอนุญาตให้ประชาชนสามารถกลับเข้ามาพักอาศัยได้

ส่วนการสร้างทางลาดที่เชื่อมกับถนนสุโขทัยคืนให้กับโรงพยาบาลวชิรพยาบาลนั้น จะสามารถดำเนินการได้ภายหลังจากการวางระบบท่อระบายน้ำเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าขณะนี้จะมีการนำท่อระบายน้ำเข้ามาเตรียมไว้ในพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในทันที เนื่องจากอาจจะรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่กำลังดำเนินการรื้อถอนอาคาร จึงต้องรอให้การรื้อถอนอาคารแล้วเสร็จก่อน นอกจากนี้ จะต้องมีการพูดคุยหารือเรื่องการคืนพื้นผิวจราจรกันอีกครั้งว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรได้เมื่อใด

ด้านนายวัชรพล คงสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ผู้แทนรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แผนการดำเนินงานขณะนี้คือการเร่งรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน โดยจากการตรวจสอบยังไม่พบว่าอาคารโดยรอบพื้นที่มีการเคลื่อนตัวเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เชื่อว่าการถมทรายก่อนหน้านี้ช่วยป้องกันการเคลื่อนตัวของอาคารได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินงานด้วยความระมัดระวังตลอดเวลา รวมถึงมีการตรวจวัดค่าระดับน้ำใต้ดิน และเสถียรภาพดินในพื้นที่ตลอดการดำเนินงาน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและปลอดภัย

ในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน ควบคู่ไปกับการเตรียมพื้นที่เพื่อวางท่อระบายน้ำก่อนดำเนินการสร้างพื้นผิวจราจรคืนให้กับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยในส่วนของการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน ดำเนินการไปแล้วประมาณ 70% รวมทั้งขนย้ายเศษวัสดุออกจากพื้นที่ คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในวันเสาร์นี้ (25 ตุลาคม)

พร้อมยอมรับว่าอาจจะยังไม่สามารถเปิดพื้นผิวการจราจรให้ประชาชนสัญจรได้ในเร็ว ๆ นี้ โดยจะต้องมีการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง เนื่องจากวันจันทร์นี้ (27 ตุลาคม) จะเป็นวันเปิดภาคเรียน โดยอาจมีการพิจารณาเพิ่มรถ Shuttle Bus เพื่อให้บริการรับ-ส่งนักเรียนเพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะเข้ามาหารือเพื่อสรุปเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (24 ตุลาคม) เวลา 13.30 น.

รื้อถอนอาคาร สน.สามเสน

ความคืบหน้าล่าสุดการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน

การรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะเสร็จสิ้นตามกำหนด หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ที่มา – รื้อถอนอาคาร สน.สามเสน คืบหน้าไปแล้วกว่า 70% คาดเสร็จภายใน 25 ต.ค.นี้

คืบหน้า ถนนทรุดหน้า รพ.วชิรฯ ถมทรายแล้ว

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้แจ้งความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับเหตุการณ์ถนนทรุดหน้า รพ.วชิรพยาบาล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) โดยขณะนี้ได้ดำเนินการถมทรายไปแล้วกว่า 8,200 ลูกบาศก์เมตร

อัปเดตล่าสุด ถนนทรุดหน้า รพ.วชิรพยาบาล

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 รฟม. รายงานว่า ผู้รับจ้างงานโยธาของโครงการฯ ได้ทำการปรับปรุงคุณภาพดินบริเวณหลุมยุบ เพื่อเสริมความแข็งแรง และดำเนินการถมทรายไปแล้วเป็นปริมาณมากถึง 8,286 ลูกบาศก์เมตร (ข้อมูลปริมาณทรายถมระหว่างวันที่ 14 – 17 ตุลาคม 2568)

ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาถนนทรุดหน้า รพ.วชิรพยาบาล

สถานการณ์ปัจจุบัน ระดับพื้นผิวบริเวณที่เกิดเหตุการณ์ถนนทรุดหน้า รพ.วชิรพยาบาล อยู่ต่ำกว่าระดับผิวจราจรเดิมประมาณ 85 เซนติเมตร ทางโครงการฯ กำลังเร่งดำเนินการเก็บเศษวัสดุที่กีดขวาง และทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับระดับพื้นที่ด้วยการถมหินคลุกหนาประมาณ 50 เซนติเมตร

เป้าหมายหลักในขณะนี้คือ การเร่งเปิดช่องทางเข้าออกให้กับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการโรงพยาบาล

รฟม. ยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรการความปลอดภัย โดยมีการเฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินสภาพโครงสร้างของอาคารสำคัญที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสน และอาคารแฟลตตำรวจ รวมถึงพื้นที่โดยรอบ ซึ่งจากการตรวจสอบล่าสุด พบว่าไม่มีการเคลื่อนตัวใดๆ ที่มีนัยสำคัญทางวิศวกรรม

มาตรการเหล่านี้มีขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวมีความปลอดภัย และการแก้ไขปัญหาถนนทรุดหน้า รพ.วชิรพยาบาล ดำเนินการอย่างรอบคอบและคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

รฟม. ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ เพื่อให้สามารถคืนสภาพพื้นที่ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และลดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด

สถานการณ์ถนนทรุดหน้า รพ.วชิรพยาบาล เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การดำเนินการแก้ไขของ รฟม. เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง แต่สิ่งสำคัญคือการสื่อสารที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้

ที่มา – อัปเดตความคืบหน้า ถนนทรุดหน้า รพ.วชิรพยาบาล ถมทรายแล้วกว่า 8,200 ลบ.ม.

ปภ.กทม. เผย ซ่อมถนนทรุด-รื้อตึก สน.สามเสน

ถนนสามเสนทรุดตัวและการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสนแห่งใหม่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ล่าสุด ปภ.กทม. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันดินสไลด์ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องบริเวณใกล้เคียง

ผู้อำนวยการกองบริหารงานก่อสร้าง 4 (รฟม.) ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสนว่า มีการปรับแผนให้เหมาะสมกับสถานการณ์หน้างาน พร้อมทั้งเฝ้าระวังอาคาร สน.สามเสนที่อาจได้รับผลกระทบจากการทรุดตัว ในขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร (สปภ.กทม.) ได้แจ้งว่ายังคงพบดินสไลด์บริเวณใกล้เคียงและก้นหลุม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินการ

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ณ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นายปฏิเวช เหระยัง ผอ.กองบริหารงานก่อสร้าง 4 (รฟม.) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสน โดยระบุว่าผู้รับจ้างได้ทำการเจาะสำรวจดิน เพื่อเติมวัสดุเกร้าท์ (Grouting) เสริมความแข็งแรงของดินและทรายถม ปัจจุบันได้ดำเนินการขุดเจาะสำรวจดินไปแล้ว 5 หลุม และเริ่มอัดฉีดวัสดุเพื่อเสริมเสถียรภาพของดินด้วยแรงดันต่ำ (Low Pressure Grout) จำนวน 3 หลุม

นอกจากนี้ ยังมีการเฝ้าระวังอาคาร สน.สามเสน และถนนสามเสนอย่างต่อเนื่อง เพื่อวัดค่าการทรุดตัว ผู้รับจ้างได้สกัดผิวถนนแอสฟัลท์ติกบริเวณใกล้แยกวชิระ และเตรียมนำเครื่องจักรไซเลนท์ไวโบร์เข้าพื้นที่ เพื่อปักชีทไพล์ (sheet pile) ป้องกันดินสไลด์ การติดตามตรวจสอบและประเมินสภาพอาคารแฟลตตำรวจและอาคารโดยรอบยังคงดำเนินต่อไป เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ปภ.กทม. เผย ซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสน

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากปฏิบัติการ พบว่ายังมีดินสไลด์บริเวณใกล้เคียงและก้นหลุม ดังนั้น ผู้รับเหมาและ รฟม. จึงได้ปรับแผนให้เหมาะสมกับหน้างาน มีการเตรียมชีทไพล์ (เหล็กกันดินสไลด์) เพื่อให้รถเครนปักชีทไพล์ลงไป โดยเฉพาะบริเวณใกล้สี่แยกไฟแดงและทางม้าลาย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากยังมีการสไลด์ตัวของดินโดยรอบหลุมยุบ

อุปสรรคในการซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสน

การปรับเสถียรภาพของดินบริเวณก้นหลุมให้มีความแข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ จากนั้นจะมีการนำทรายถมสูงประมาณ 7 เมตร เพื่อให้เท่ากับพื้นผิวจราจรด้านบน เมื่อถนนมีความแข็งแรงแล้ว จะนำรถเครนเข้ามาบริเวณด้านหน้า สน.สามเสน เพื่อให้การรื้อถอนอาคารเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว การใช้โรบอตหรือหุ่นยนต์ในการรื้อถอนอาคารก่อนหน้านี้เป็นไปอย่างล่าช้าและเกิดอุปสรรค ดังนั้นการปรับเปลี่ยนวิธีการจึงมีความจำเป็น แม้ว่าจะมีแผนปฏิบัติงานอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ เนื่องจากหน้างานยังมีปัญหาที่ต้องปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา

การแก้ไขสถานการณ์ซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและท้าทาย ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนทั่วไปควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินการ

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและการจัดการโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่รัดกุม การประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

ที่มา – ปภ.กทม.เผย ซ่อมถนนยุบ-รื้อตึก สน.สามเสน ยังพบดินสไลด์ต่อเนื่อง-เตรียมนำชีทไพล์ป้องกัน

ถมทรายอุดหลุมยุบ ถนนสามเสน เพิ่มเสาเข็มสั้น

ถมทรายอุดหลุมยุบ ถนนสามเสน เพิ่มเสาเข็มสั้น ค้ำยันอาคาร สน.สามเสน

เหตุการณ์ถนนสามเสนยุบตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลกลายเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนในกรุงเทพฯ ติดตามอย่างใกล้ชิด ล่าสุด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ออกมาแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะการถมทรายอุดหลุมยุบ ถนนสามเสน เพิ่มเสาเข็มสั้น ค้ำยันอาคาร สน.สามเสน ซึ่งยังคงดำเนินการตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้ความมั่นใจแก่ประชาชนและผู้ใช้บริการในพื้นที่

ถมทรายอุดหลุมยุบ ถนนสามเสน เพิ่มเสาเข็มสั้น ค้ำยันอาคาร สน.สามเสน

ในวันที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล มีการแถลงข่าวจากนายปฏิเวช เหระยัง ผู้อำนวยการกองบริหารงานก่อสร้าง 4 ของ รฟม. ร่วมกับนางวรัญญา ลีลาบูรณพงศ์ ผู้อำนวยการเขตดุสิต และผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เพื่ออัปเดตสถานการณ์ถนนสามเสนที่ยุบตัวจากงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู นายปฏิเวช ระบุว่าการถมทรายยังเป็นไปตามแผน โดยเมื่อวานนี้ได้ถมทรายเพิ่มอีกประมาณ 1,300 ลูกบาศก์เมตร ทำให้ตอนนี้ถมไปแล้วเกือบ 4,000 ลูกบาศก์เมตร หรือระดับความสูง 5 เมตร ยังต้องถมเพิ่มอีก 4 เมตรเพื่อให้หลุมกลับสู่สภาพปกติ

นอกจากนี้ ทีมงานยังมุ่งเน้นการตรวจสอบโครงสร้างอาคารสถานีตำรวจสามเสน (สน.สามเสน) อย่างละเอียด โดยใช้รถแบ็กโฮถมและเกลี่ยทรายลงในหลุม และดันทรายเข้าไปใต้ฐานอาคารเพื่อเสริมความมั่นคง มาตรการสำคัญคือการเพิ่มเสาเข็มสั้นจำนวน 3 ต้น เพื่อทำหน้าที่ค้ำยันอาคารชั่วคราว หลังจากนั้นก็ตัดเสาเข็มเดิมที่เสียหายออก และติดตั้งกล้องตรวจสอบความเคลื่อนไหวของอาคารเพื่อเฝ้าระวังการสั่นสะเทือนแบบเรียลไทม์ ข่าวดีคือ จนถึงตอนนี้ยังไม่พบการเคลื่อนไหวที่รุนแรง ทุกอย่างยังคงปกติ

การถมทรายอุดหลุมยุบ ถนนสามเสน: ขั้นตอนและความปลอดภัย

การถมทรายอุดหลุมยุบ ถนนสามเสน ไม่ใช่แค่การเททรายลงไปแบบง่ายๆ แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของโครงสร้างโดยรอบ โดยเฉพาะอาคาร สน.สามเสน ที่อยู่ใกล้เคียง รฟม. ได้ร่วมมือกับวิศวกรผู้เชี่ยวชาญในการประเมินความเสี่ยง และใช้เทคโนโลยีทันสมัยอย่างกล้องตรวจจับการสั่นสะเทือน เพื่อให้แน่ใจว่าการก่อสร้างไม่กระทบต่อความมั่นคงของพื้นที่ใกล้เคียง สำหรับแผนต่อไป คือการสั่งให้รถบรรทุกขนทรายเข้ามาเพิ่ม เพื่อเร่งดำเนินการถมทรายให้เสร็จตามกำหนดเวลา

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ จักราวุธ มณีฤทธิ์ กล่าวถึงสถานการณ์ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาลว่าวันนี้มีผู้ป่วยเข้าใช้บริการประมาณ 3,000 คน และผู้ป่วยที่นัดหมายในสัปดาห์หน้าจะยังคงตามกำหนด ไม่มีเลื่อนออก ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ใช้รถสาธารณะเดินทางแทน เพื่อลดความแออัดจราจร ซึ่งปัจจุบันประชาชนให้ความร่วมมือดีมาก ทำให้เส้นทางรอบโรงพยาบาลไหลลื่น ไม่ติดขัด

  • ความคืบหน้าหลัก: ถมทรายแล้ว 4,000 ลบ.ม. สูง 5 เมตร
  • มาตรการเสริม: เพิ่มเสาเข็มสั้น 3 ต้น ค้ำยันอาคาร
  • การเฝ้าระวัง: ติดกล้องตรวจสั่นสะเทือน ไม่พบปัญหา
  • ผลกระทบต่อประชาชน: จราจรปกติ ผู้ป่วยไม่กระทบ

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่ที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก รฟม. ยืนยันว่าจะทำงานอย่างโปร่งใสและรวดเร็ว เพื่อให้ถนนสามเสนกลับมาใช้งานได้ปกติโดยเร็วที่สุด

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเพิ่มเสาเข็มสั้นในกรณีนี้เป็นวิธีที่ชาญฉลาด ช่วยลดความเสี่ยงจากการทรุดตัวเพิ่มเติม และเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับโครงการก่อสร้างอื่นๆ ในอนาคต หากคุณอาศัยหรือเดินทางผ่านพื้นที่นี้ แนะนำให้ติดตามข้อมูลอัปเดตจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อวางแผนการเดินทางให้เหมาะสม

อย่าลืมแบ่งปันบทความนี้หากคุณพบประโยชน์ และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ถมทรายอุดหลุมยุบ ถนนสามเสน เพิ่มเสาเข็มสั้น ค้ำยันอาคาร สน.สามเสน

เข้าสู่วันที่ 8 หลุมยุบถนนสามเสน เร่งถมทรายใกล้เสร็จ

เข้าสู่วันที่ 8 หลุมยุบถนนสามเสน เร่งถมทรายใกล้เสร็จ

เหตุการณ์หลุมยุบขนาดใหญ่บนถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เข้าสู่วันที่ 8 แล้ว เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานยังคงเร่งดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะการถมทรายเพื่ออุดหลุมให้เรียบร้อย ซึ่งล่าสุดมีความคืบหน้าอย่างมาก ใกล้จะสำเร็จแล้ว นี่เป็นตัวอย่างของการทำงานร่วมกันเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในกรุงเทพฯ

เข้าสู่วันที่ 8 เหตุหลุมยุบ ถนนสามเสนทรุด เจ้าหน้าที่เร่งถมทราย ใกล้สำเร็จ

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่จุดเกิดเหตุหลุมยุบขนาดใหญ่บนถนนสามเสน บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งอยู่ใกล้กับโครงการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง ตั้งแต่เกิดเหตุเข้าสู่วันที่ 8 แล้ว การถมทรายดำเนินการต่อเนื่องตลอดทั้งวันและคืน โดยมีทีมจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานเขตดุสิต การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และหน่วยงานอื่นๆ คอยเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและยานพาหนะ

จาการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าหลุมยุบนี้เกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การขุดเจาะสำหรับโครงการรถไฟฟ้าที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นดินใต้ถนน ทำให้ดินทรุดตัวอย่างกะทันหัน สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในเมืองใหญ่ที่มีการก่อสร้างหนักหน่วง แต่ครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจราจรและความปลอดภัยในย่านดุสิต

ความคืบหน้าการถมทรายและการบดอัด

ในส่วนของความคืบหน้า ล่าสุดระดับชั้นทรายที่ถมเข้าไปได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการประเมินด้วยสายตา คาดว่าหลุมเหลือความลึกจากพื้นถนนเดิมประมาณ 3-4 เมตรเท่านั้น เจ้าหน้าที่นำรถบดขนาดใหญ่เข้ามาช่วยเกลี่ยและบดอัดทรายให้แน่นหนา เพื่อให้พื้นผิวมีความมั่นคงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบเศษวัสดุตกค้างในหลุม เช่น เสาไฟฟ้าและสิ่งของอื่นๆ ซึ่งกำลังถูกกำจัดออกอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเพิ่มเติม

วันนี้มีผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมตรวจสอบด้วย โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ วีรศิริ ที่ปรึกษาด้านภัยพิบัติจากสภาวิศวกร นางวรัญญา ลีลาบูรณพงศ์ ผู้อำนวยการเขตดุสิต และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ได้มาร่วมสังเกตการณ์ บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีอุปสรรคใดๆ ที่จะขัดขวางการทำงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของทีมปฏิบัติการ

ผลกระทบและมาตรการป้องกันในอนาคต

เหตุหลุมยุบถนนสามเสนครั้งนี้ ส่งผลให้การจราจรในพื้นที่ติดขัดอย่างหนัก โดยเฉพาะเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อย่านราชวัตรและบางลำพู รถยนต์ต้องเบี่ยงเลี่ยง ทำให้ใช้เวลานานขึ้น นอกจากนี้ ยังสร้างความกังวลให้กับ居民ใกล้เคียง โดยเฉพาะผู้ป่วยและบุคลากรโรงพยาบาลวชิรพยาบาลที่ต้องเดินทางผ่านบริเวณนี้

เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มการตรวจสอบโครงสร้างพื้นดินก่อนเริ่มโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ รวมถึงใช้เทคโนโลยีการสำรวจ เช่น การเจาะสำรวจดินและการตรวจสอบด้วยเรดาร์พื้นดิน (GPR) เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยง นอกจากนี้ การสื่อสารกับประชาชนอย่างโปร่งใสก็สำคัญ เพื่อให้ทุกคนทราบข้อมูลและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

  • การทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัย
  • การบดอัดทรายให้แน่นเพื่อโครงสร้างที่มั่นคง
  • การกำจัดเศษวัสดุตกค้างในหลุม
  • การมีผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจสอบ

จากมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน ในขณะที่กรุงเทพฯ กำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องไม่ละเลยด้านความปลอดภัย หากเจ้าหน้าที่สามารถปิดหลุมได้ภายในไม่กี่วันนี้ จะเป็นข่าวดีสำหรับทุกคน หากคุณอาศัยหรือเดินทางผ่านย่านนี้ แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและหลีกเลี่ยงเส้นทางชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – เข้าสู่วันที่ 8 เหตุหลุมยุบ ถนนสามเสนทรุด เจ้าหน้าที่เร่งถมทราย ใกล้สำเร็จ

รฟม. เร่งถมทรายเพิ่ม เปิดถนนสามเสน 9 ต.ค.

ในสถานการณ์ที่กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญกับปัญหาถนนทรุดตัว รฟม. เร่งถมทรายเพิ่ม ให้ครบ 2 พันคิว เดินหน้าเปิดถนนสามเสน 9 ต.ค. นี้ ตามแผนที่วางไว้ แม้จะมีฝนตกหนักในพื้นที่ แต่ทีมงานยังคงทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อคืนผิวจราจรให้ประชาชนได้ใช้งานโดยเร็วที่สุด

รฟม. เร่งถมทรายเพิ่ม ให้ครบ 2 พันคิว เดินหน้าเปิดถนนสามเสน 9 ต.ค. นี้

จากเหตุการณ์ถนนทรุดหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ รฟม. หรือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ได้เข้าดำเนินการแก้ไขทันที โดยวันนี้ (1 ตุลาคม 2568) เวลา 15.00 น. ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการรฟม. พร้อมด้วยนางวรัญญา ลีลาบูรณพงศ์ ผู้อำนวยการเขตดุสิต และ ผศ.นพ.อนุแสง จิตสมเกษม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ได้แถลงความคืบหน้าของสถานการณ์

นายกิตติกร เปิดเผยว่า เมื่อวานพบช่องว่างบริเวณแนวท่อประปา วันนี้จึงได้อุดช่องว่างดังกล่าวแล้ว โดยใช้คอนกรีตอัดประมาณ 100 คิว ซึ่งปูนเซตตัวแล้วเรียบร้อย นอกจากนี้ ยังมีการเททรายถมลงไปเกือบ 1,300 คิวตลอดทั้งวัน และคาดว่าจะครบ 2,000 คิว ภายในคืนนี้ ความสูงของทรายปัจจุบันอยู่ที่ 2 เมตร รวมกับคอนกรีต 5 เมตร ก่อนหน้านี้ จะได้ความสูงรวม 7 เมตร

แม้จะมีฝนตกหนักในช่วงบ่าย แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน ทีมงานตรวจสอบอุโมงค์และสถานีด้านล่างแล้ว ไม่พบน้ำไหลลงไป ปริมาณฝนตกเพียง 20 กว่ามิลลิเมตร และกรุงเทพมหานครได้นำเครื่องสูบน้ำมาช่วยสูบน้ำฝนออกจากพื้นที่ นายกิตติกรยืนยันว่าการทำงานยังเป็นไปตามแผนเดิม และถนนสามเสนจะเปิดให้จราจรได้ในวันที่ 9 ตุลาคมนี้แน่นอน

สถานการณ์ใต้อาคาร สน.สามเสน และผลกระทบจากฝน

สำหรับพื้นที่ใต้อาคารสถานีตำรวจสามเสน เจ้าหน้าที่ได้ฉีดปูนเพื่อเสริมความแข็งแรงและถมทรายเพิ่ม หลังฝนตกมีน้ำขังมาก แต่กำลังเร่งสูบน้ำออก และยังไม่พบการเคลื่อนตัวของดินใต้สถานี ซึ่งถือเป็นข่าวดี แสดงถึงความมั่นคงของโครงสร้าง

ปัญหาถนนทรุดในกรุงเทพฯ มักเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้า การไหลของน้ำใต้ดิน หรือโครงสร้างพื้นดินที่ไม่มั่นคง รฟม. จึงได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การแก้ไขเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ผศ.นพ.อนุแสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงพยาบาลกลับมาเปิดบริการเต็มรูปแบบแล้ว มีผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการกว่า 5,000 คนต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เปิดใหม่ ส่งผลให้จราจรในพื้นที่หนาแน่น โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกและรถแท็กซี่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทางโรงพยาบาลจึงแนะนำให้ผู้ป่วยใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือวางแผนการเดินทางล่วงหน้า

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่ การที่รฟม. เร่งถมทรายเพิ่ม ให้ครบ 2 พันคิว เดินหน้าเปิดถนนสามเสน 9 ต.ค. นี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หากประชาชนพบความผิดปกติในถนนหรือพื้นที่ใกล้เคียง ควรรายงานทันทีเพื่อความปลอดภัย

ในฐานะที่ปรึกษาด้านการขนส่ง ผมขอแนะนำให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น หากคุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาจราจรในพื้นที่นี้ สามารถแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย

  • ติดตามความคืบหน้าถนนสามเสนได้ที่เว็บไซต์รฟม.
  • ใช้แอปพลิเคชันจราจรเพื่อวางแผนเส้นทาง
  • รายงานปัญหาถนนทรุดได้ที่ hotline 1656

ที่มา – รฟม. เร่งถมทรายเพิ่ม ให้ครบ 2 พันคิว เดินหน้าเปิดถนนสามเสน 9 ต.ค. นี้

เผยความคืบหน้าเหตุถนนทรุดหน้าวชิระพยาบาล

เผยความคืบหน้าเหตุถนนทรุดหน้าวชิระพยาบาล

การเกิดเหตุถนนทรุดหน้าวชิระพยาบาล ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 สร้างความกังวลให้กับประชาชนจำนวนมาก ล่าสุด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้อัปเดตความคืบหน้า โดยยืนยันว่าจะสามารถคืนผิวการจราจรได้ตามกำหนดในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ ทีมงานได้ดำเนินการเทคอนกรีตอุดหลุมเรียบร้อยแล้ว และเตรียมเคลียร์เศษเสาไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ออกจากหลุมในวันพรุ่งนี้

เผยความคืบหน้าเหตุ “ถนนทรุด” หน้าวชิระพยาบาล ยันคืนผิวการจราจรได้ทันตามกำหนด

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 28 กันยายน 2568 ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นายกิตติ เอกวัลลภ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. พร้อมด้วย ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาภัยพิบัติ สภาวิศวกร และ ผศ.นพ.อนุแสง จิตสมเกษม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ร่วมแถลงความคืบหน้าเหตุการณ์หลุมยุบ ซึ่งเข้าสู่วันที่ 4 แล้ว

นายกิตติ กล่าวว่า หลังจากเมื่อวานได้ทำช็อตกรีตหรือฉีดคอนกรีตใต้พื้นรากใกล้สถานีตำรวจสามเสน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพดินไม่ให้เกิดโพรงหรือรูรั่ว สำนักการระบายน้ำได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 20 นิ้ว สามารถระบายน้ำได้ 0.25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากเกิดฝนตก มีการวางกระสอบทรายรอบบ่อ และเทคอนกรีตทั้งหมด 1,225 ลูกบาศก์เมตร จากพื้นดินลบ 10 เมตร ช่วงเช้ามีการทำช็อตกรีตเพิ่มเติม

ขั้นตอนต่อไปในการแก้ไขเหตุถนนทรุดหน้าวชิระพยาบาล

ส่วนขั้นตอนวันพรุ่งนี้ จะเคลียร์วัสดุ เศษอุปกรณ์ เช่น สายไฟ เสาไฟฟ้า ท่อประปา และหม้อแปลง โดยใช้เครน 200 ตัน จากนั้นวันอังคารจะถมดินกลบหลุม ใช้ทรายผสมปูนซิเมนต์ทีละชั้น ชั้นละ 1 เมตร คาดถมสูงขึ้น 5 เมตร เมื่อถึงระดับลบ 5 เมตรจนถึงผิวดิน จะใช้ทรายถม อุปสรรคคือฝนตกหนักที่อาจทำให้ล่าช้า และต้องระวังการถมใต้สถานีตำรวจสามเสนไม่ให้กระทบโครงสร้างอาคาร

ช่วงเช้า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาตรวจเยี่ยมและเน้นย้ำความปลอดภัยทั้งเจ้าหน้าที่และโดยรวม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการปรับแผนงานแต่ละวัน

อาคารโดยรอบสถานีตำรวจสามเสนและข้างเคียงมีการตรวจวัดตลอดเวลา ยังไม่พบการเคลื่อนตัว อยู่ในสภาวะมีเสถียรภาพ จะคืนพื้นผิวจราจร 2 ช่องภายใน 8 ตุลาคม 2568 และคืนเต็มใน 9 ตุลาคม

เมื่อถามถึงสาเหตุ นายกิตติ ระบุว่ากระทรวงคมนาคมตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว จะเก็บตัวอย่างดินตรวจสอบ จนถึงตอนนี้ยังชี้ชัดไม่ได้ว่าเป็นเพราะสภาพดินหรือไม่ สำหรับการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้า เสร็จมานานกว่า 3 เดือน และยืนยันว่าทุกขั้นตอนมีวิศวกรตรวจสอบอย่างละเอียด ทีมงานยังสงสัยสาเหตุเช่นกัน รอผลตรวจสอบ

การกลับเข้าที่พักของผู้ที่อพยพ คาดหลังเปิดถนน 1-2 วัน แต่จะประเมินความปลอดภัยละเอียดก่อน ส่วนการช่วยเหลือ กรุงเทพมหานครโดยเขตดุสิตรับผิดชอบ

ภาพเหตุถนนทรุดหน้าวชิระพยาบาล

ผศ.ดร.ธเนศ กล่าวว่า ทีมงานตรวจสอบทุกขั้นตอน ทั้งการเอียงอาคารและสั่นสะเทือน นับแต่เทปูน 2 วัน ไม่พบตึกเอียง คาดว่าการถมดินจะไม่กระทบ และก่อนเปิดจราจรจะตรวจละเอียด ขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัย

สภาพอาคารสถานีตำรวจสามเสนหลังใหม่ แม้เสาเข็มขาด แต่โครงสร้างถ่ายน้ำหนักไปเสาเข็มอื่น ไม่มีปัญหา เมื่อถมถึงลึก 2 เมตร จะติดตั้งเสาเข็มใหม่ คาด 3-4 วัน ทดสอบน้ำหนักและทรุดตัว ไม่พบรอยร้าวเพิ่ม โครงสร้างคานเสาไม่เสียหาย มีรอยแยกแรกแต่ไม่ขยาย จะทดสอบน้ำหนักอีกครั้งหลังถม

ผศ.นพ.อนุแสง กล่าวว่า โรงพยาบาลเปิดบริการ 100% ทุกแผนก 3 วันแล้ว ประชาชนมาใช้บริการต่อเนื่อง อาคารทีปังกรรัศมีโชติเปิดเต็ม

แต่กังวลวันจันทร์ 29 กันยายน มีนัด 3,470 ราย ที่จอดรถเพียง 200 คัน ขอใช้ขนส่งสาธารณะ จัดรถรับ-ส่งจากราชวิถี สะพานกรุงธน แยกบางพลัด ประสานตร.เปิดถนนสวนอ้อยซอยกลางเชื่อมถนนนครราชสีมาเป็นช่องทางพิเศษ

คาดผู้ป่วยมานัด 50% หรือ 1,500-1,600 คน จากสถิติวันศุกร์ 2,500 นัดแต่มาประมาณ 1,500 โทรเลื่อนนัดบางราย กระจายยาไปสาธารณสุขท้องที่

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการภัยพิบัติในเมืองใหญ่ การทำงานของทีมวิศวกรที่รวดเร็วและรอบคอบช่วยลดผลกระทบได้มาก ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมแผนสำรองสำหรับการเดินทาง หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ที่มา – เผยความคืบหน้าเหตุ “ถนนทรุด” หน้าวชิระพยาบาล ยันคืนผิวการจราจรได้ทันตามกำหนด

ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ถนนทรุด เตรียมรับมือฝน

ในช่วงฤดูฝนที่กำลังมาเยือน กรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมและถนนทรุดตัว ซึ่งเป็นภัยที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนจำนวนมาก ล่าสุด ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่จุด “ถนนทรุด” เตรียมเครื่องปั๊มน้ำ – ปิดกั้นท่อ 4 จุด รับมือฝน โดยเฉพาะบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่ถนนสามเสนทรุดตัวลง สร้างความตื่นตัวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่จุด “ถนนทรุด” เตรียมเครื่องปั๊มน้ำ – ปิดกั้นท่อ 4 จุด รับมือฝน

วันที่ 28 กันยายน 2566 เวลาประมาณ 12:00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ถนนทรุดบริเวณถนนสามเสน หน้าวชิรพยาบาล โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันสำรวจและวางแผนรับมือ การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่ประมาทของผู้บริหารเมืองหลวง ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า ได้มีการปิดกั้นท่อระบายน้ำรอบจุดถนนทรุดแล้วทั้ง 4 จุด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลลงหลุมเพิ่ม หากฝนตกหนักเกิน 100 มิลลิเมตร ระดับน้ำในหลุมอาจสูงขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตร แต่ไม่น่ากังวลเพราะมีเครื่องปั๊มน้ำพร้อมใช้งานทันที นอกจากนี้ ยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของประชาชน

มาตรการเตรียมความพร้อมหลังสถานการณ์คลี่คลาย

เมื่อสถานการณ์ถนนทรุดเริ่มดีขึ้น เจ้าหน้าที่จะคืนพื้นผิวถนนให้ใช้งานได้ตามปกติ โดยมีการสำรวจท่อระบายน้ำทั้งหมดที่ปิดกั้น เพื่อนำสิ่งกีดขวางออกและตรวจสอบโครงสร้าง นอกจากนี้ ยังวางแผนติดตั้งท่อประปาใหม่ในอนาคต เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอย ซึ่งถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่ช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว

สำหรับวันจันทร์ที่กำลังจะมาถึง คาดว่ามีประชาชนและผู้ป่วยเดินทางมารับบริการที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาลกว่า 3,000 คน เจ้าหน้าที่ได้เตรียมแผนรับมือจราจร โดยประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงและแนะนำให้ใช้รถสาธารณะ อย่างไรก็ตาม อาจมีผู้ป่วยเดินทางมาลดลงเนื่องจากปัญหาการจราจร

  • ปิดกั้นท่อระบายน้ำ 4 จุด เพื่อควบคุมน้ำฝน
  • เตรียมเครื่องปั๊มน้ำสูบน้ำออกจากหลุมทันที
  • สำรวจและกำจัดสิ่งกีดขวางในท่อระบายน้ำ
  • วางแผนซ่อมแซมถาวร รวมถึงท่อประปาใหม่

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ยังขออภัยล่วงหน้าต่อประชาชน หากในวันพรุ่งนี้และวันถัดไป จะมีรถบรรทุกขนวัสดุ เช่น ทรายและซีเมนต์ เข้ามากว่า 400 คัน เพื่อเร่งรัดการซ่อมแซม ซึ่งอาจทำให้จราจรติดขัดในบางช่วง แต่เป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด

ปัญหาถนนทรุดในกรุงเทพฯ มักเกิดจากดินทรุดตัวและระบบระบายน้ำที่ล้าสมัย การที่ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่จุด “ถนนทรุด” เตรียมเครื่องปั๊มน้ำ – ปิดกั้นท่อ 4 จุด รับมือฝน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ ประชาชนควรติดตามประกาศจากทางการและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก

ในฐานะที่เป็นปัญหาครั้งใหญ่ของเมืองใหญ่ การรับมือกับถนนทรุดไม่ใช่แค่ซ่อมแซมชั่วคราว แต่ต้องมีการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว เช่น การปรับปรุงระบบระบายน้ำและตรวจสอบดินใต้ดินอย่างสม่ำเสมอ ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้เน้นย้ำถึงการทำงานแบบไม่ประมาท ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับหน่วยงานท้องถิ่นอื่น ๆ ทั่วประเทศ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ปัญหานี้จะลดลงได้อย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และเตรียมตัวรับมือฤดูฝนด้วยการตรวจสอบเส้นทางและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง หากคุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาถนนทรุด แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันนะครับ

ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ถนนทรุด

มาตรการรับมือฝนถนนทรุด

ที่มา – ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่จุด “ถนนทรุด” เตรียมเครื่องปั๊มน้ำ – ปิดกั้นท่อ 4 จุด รับมือฝน

Scroll to top