ทวี สอดส่อง

ศาล รธน. สั่งแจงเพิ่ม คดี “ภูมิธรรม-ทวี” ยุ่งเลือก สว.

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พยานบุคคลชี้แจงเพิ่มเติมภายใน 15 วัน พร้อมเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายภูมิธรรม เวชยชัย และพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ว่าจะต้องสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ จากประเด็นความขัดแย้งในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.). เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างมาก และประชาชนต่างจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไร

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งมา เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ประเด็นสำคัญของคดีนี้คือ ผู้ถูกร้องทั้งสองมีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง (2) ซึ่งถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ

ฝ่ายที่ยื่นคำร้องมองว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรม จึงถือได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ศาล รธน. สั่งแจงเพิ่ม คดี “ภูมิธรรม-ทวี” ยุ่งเลือก สว.

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การวินิจฉัยเป็นไปอย่างรอบคอบและถูกต้อง จึงให้เรียกพยานบุคคลและพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณา โดยกำหนดให้พยานบุคคลที่เกี่ยวข้องเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด และจัดส่งข้อมูลพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับรองความถูกต้อง ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในคดี “ภูมิธรรม-ทวี” ยุ่งเลือก สว.

คดี ศาล รธน. สั่งแจงเพิ่ม คดี “ภูมิธรรม-ทวี” ยุ่งเลือก สว. นี้ มีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดหลายประการดังนี้:

  • ความเป็นไปได้ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองท่านสิ้นสุดลง
  • ผลกระทบทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นหากทั้งสองท่านต้องพ้นจากตำแหน่ง
  • ความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาในอนาคต
  • ผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

ศาล รธน. สั่งแจงเพิ่ม คดี “ภูมิธรรม-ทวี” ยุ่งเลือก สว. ถือเป็นคดีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเมืองไทย และมีผลกระทบต่อหลายภาคส่วน การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรม เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย

การที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้มีการชี้แจงเพิ่มเติมและเรียกพยานเอกสารนั้น แสดงให้เห็นว่าศาลต้องการพิจารณาคดีนี้อย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องที่สุดก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยออกมา

ประชาชนและนักวิเคราะห์ทางการเมืองต่างก็กำลังจับตามองความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด และคาดการณ์ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศไทยอย่างแน่นอน

คดีนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญของระบบยุติธรรมของไทย และเป็นโอกาสที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่ากฎหมายสามารถบังคับใช้ได้อย่างเท่าเทียมกัน และกระบวนการยุติธรรมมีความโปร่งใสและเป็นธรรม

ท้ายที่สุดแล้ว ผลการตัดสินของ ศาล รธน. สั่งแจงเพิ่ม คดี “ภูมิธรรม-ทวี” ยุ่งเลือก สว. จะเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอติดตามอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่แน่นอนคือคดีนี้จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และจะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองและผู้ที่มีอำนาจในการปกครองประเทศ

ที่มา – ศาล รธน. สั่งแจงเพิ่มใน 15 วัน คดี “ภูมิธรรม-ทวี” ยุ่งฮั้วเลือก สว.

2 รมต. มอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัยอุบลฯ

“ภูมิธรรม” มอบ “ทวี-ธีรรัตน์” ลงพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี มอบบ้านน็อกดาวน์เพื่อคนไทย ช่วยผู้ประสบภัยหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เพื่อดำเนินการมอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัย

การมอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัยครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยจากความขัดแย้งและการปะทะกันรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้บ้านพักได้รับความเสียหายจากเหตุยิงระเบิด จำนวน 4 ครอบครัว และเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด โดยมีการมอบบ้านเพื่อคนไทยแบบน็อกดาวน์สำเร็จรูปจำนวน 11 หลัง

สำหรับวันที่ 12 สิงหาคม ในเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.ทวี พร้อม น.ส.ธีรรัตน์ และคณะ จะลงพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อติดตามและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก ในโอกาสนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้มอบหมายให้กรมราชทัณฑ์นำผู้ต้องขังชั้นดีจากเรือนจำกลางอุบลราชธานี ออกช่วยเหลือซ่อมแซมและรื้อถอนบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และส่งเสริมให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสทำประโยชน์เพื่อสังคม

ทางด้าน น.ส.ธีรรัตน์ จะติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างบ้านน็อกดาวน์ให้แก่ประชาชนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยในระยะแรกมีการดำเนินการก่อสร้างบ้านเพื่อคนไทยแบบน็อกดาวน์สำเร็จรูปพร้อมประกอบ จำนวน 11 หลัง เพื่อส่งมอบให้ประชาชนที่บ้านพักได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิด โดยวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ส่งมอบจำนวน 4 ครอบครัว

  • หลังที่ 1 ของนายณัฐกิตติ์ ตาดี มีผู้อยู่อาศัยจำนวน 4 คน
  • หลังที่ 2 ของนายอาทิตย์ พันธ์โชติ มีผู้อยู่อาศัยจำนวน 5 คน
  • หลังที่ 3 ของนางออม อบชา มีผู้อยู่อาศัยจำนวน 2 คน
  • หลังที่ 4 ของนายพัชราพร อบชา ในที่ดินมีบ้าน 2 หลัง มีผู้อยู่อาศัยรวมจำนวน 4 คน

จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนในพื้นที่ อ.น้ำยืน ได้รับความเสียหายจำนวน 82 หลังคาเรือน แบ่งเป็นความเสียหายเล็กน้อย ปานกลาง และเสียหายทั้งหลัง รัฐบาลได้มอบให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรมร่วมมือกันเร่งรัดดำเนินงานซ่อมแซมบ้านพักที่ชำรุดเสียหายหรือก่อสร้างบ้านน็อกดาวน์แบบสำเร็จรูปให้กับประชาชนที่บ้านเสียหายทั้งหลัง เพื่อฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ในระหว่างการลงพื้นที่ โดย พ.ต.อ.ทวี และ น.ส.ธีรรัตน์ จะพบปะประชาชนในพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ในการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน.

2 รมต. มอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัยจากเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา

ความสำคัญของการมอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัย

การมอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัยในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความตั้งใจของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ การมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต การมอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัยจึงเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้พวกเขาสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

โครงการมอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัย ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างบ้านเท่านั้น แต่เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย ให้พวกเขารู้สึกว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้ง และยังมีความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ในอนาคต

ที่มา – 2 รมต. ไปอุบลฯ 12 ส.ค. มอบบ้านน็อกดาวน์ช่วยผู้ประสบภัยจากเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา

Scroll to top