ทหารพราน

ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้า ตะคริวกิน!


นาทีชีวิต! ทหารพรานช่วยเหลือหนุ่มวัย 23 ปี เป็นตะคริวกลางคลองพรหมโหด ขณะลักลอบหนีกลับไทย หลังไปทำงานที่กัมพูชาแล้วเข้าไปพัวพันกับบัญชีม้าจนถูกอายัด

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 20.30 น. กองกำลังบูรพา, ฉก.อรัญประเทศ, ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 13 (ร้อย.ทพ.1304), ร.2 พัน 1 ได้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือชีวิตคนไทยจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ขณะพยายามลักลอบข้ามแดนมาจากฝั่งกัมพูชา โดยชายคนดังกล่าวเกิดอาการตะคริวและกำลังจะจมน้ำในคลองพรหมโหด

ชุดลาดตระเวน (ลว.) ที่กำลังเดินเท้าอยู่บริเวณหลังวัดโคกสะแบง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากลำคลอง จึงรีบเข้าไปตรวจสอบและพบชายคนหนึ่งกำลังพยายามข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากว่ายน้ำไม่แข็ง ประกอบกับกระแสน้ำค่อนข้างแรง ทำให้เขาเกิดอาการตะคริวจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้า

เจ้าหน้าที่ชุด ลว. ไม่รีรอ ตัดสินใจเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โดยว่ายน้ำนำเสื้อชูชีพไปให้ชายคนดังกล่าวกลางคลอง ทำให้สามารถช่วยเหลือเขาขึ้นมาบนฝั่งได้อย่างปลอดภัย

ทหารพรานช่วยเหลือ

จากการสอบสวน ทราบชื่อชายคนดังกล่าวคือ นายวรเทพ อายุ 23 ปี เป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ เขาให้การว่าเพิ่งหลบหนีกลับมาจากฝั่งกัมพูชา หลังจากเดินทางข้ามไปเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เพื่อทำงานเป็น “บัญชีม้า” โดยเปิดบัญชีม้าจำนวน 4 บัญชี เพื่อใช้ในการสแกนหน้าและโอนเงิน แลกกับค่าตอบแทนเดือนละ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม เมื่อทำงานไปจนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2568 บัญชีทั้งหมดก็ถูกอายัด ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เขาจึงติดต่อผู้จัดหางานให้ช่วยพาหลบหนีกลับประเทศไทยเพื่อกลับภูมิลำเนา แต่กลับมาประสบเหตุเป็นตะคริวในคลองเสียก่อน งานนี้ได้ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้าไว้ได้ทัน

บัญชีม้า

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายวรเทพ ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าออกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายต่อไป

ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้า ตะคริวกิน!

อุทาหรณ์! อย่าหลงเชื่อทำงานผิดกฎหมาย

เรื่องราวของนายวรเทพถือเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายๆ คนที่กำลังมองหางาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่ดูเหมือนจะง่าย ได้เงินเร็ว แต่กลับแฝงไว้ด้วยความเสี่ยงและผิดกฎหมาย การเข้าไปเกี่ยวข้องกับ “บัญชีม้า” ไม่เพียงแต่จะทำให้เสียเงิน เสียเวลา แต่ยังอาจต้องเผชิญกับโทษทางกฎหมายอีกด้วย

การทำงานอย่างสุจริต แม้จะยากลำบากกว่า แต่ก็เป็นหนทางที่ปลอดภัยและยั่งยืนกว่าเสมอ

ผลกระทบจากบัญชีม้า

ปัญหาบัญชีม้าส่งผลกระทบวงกว้างต่อสังคมและเศรษฐกิจ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการหลอกลวงออนไลน์มีมูลค่ามหาศาล การมีส่วนร่วมในขบวนการเหล่านี้ ไม่ว่าโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ย่อมก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นและสร้างความเสียหายต่อภาพรวมของประเทศ

ทหารพรานกับการช่วยเหลือประชาชน

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความเสียสละของทหารพรานในการช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใดก็ตาม การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ ทำให้สามารถช่วยชีวิตนายวรเทพไว้ได้ทันเวลา

การช่วยเหลือทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้าในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือชีวิตคนหนึ่ง แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับประชาชนอีกด้วย

หลายครั้งที่ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้าและคนอื่นๆในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำงานใดๆ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ ปรึกษาผู้รู้ และคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์

ที่มา – ทหารพรานโดดช่วย “หนุ่มบัญชีม้า” วัย 23 ตะคริวกินหวิดจมน้ำดับขณะลอบหนีกลับไทย

นราธิวาสเดือด! ลอบวางระเบิดรถทหารพรานเจ็บ

สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาสปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า โดยคนร้ายได้ทำการลอบวางระเบิดรถหุ้มเกราะของทหารพราน ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บถึง 4 นาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

เหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.53 น. วันที่ 17 กันยายน 2568 ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส คนร้ายได้ฝังระเบิดไว้ใต้ถนน และจุดชนวนระเบิดเมื่อรถหุ้มเกราะของทหารพรานขับผ่าน แรงระเบิดส่งผลให้รถหุ้มเกราะได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ

นอกจากทหารพราน 4 นายแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวขับรถกระบะตามหลังรถหุ้มเกราะของทหารพราน และถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ

นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ และเศษซากของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ ระเบิดดังกล่าวมีน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม และคนร้ายได้จุดชนวนระเบิดโดยใช้แบตเตอรี่ลากสายไฟเข้าไปในป่ารกทึบ

เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า ได้แก่

  • จ.ส.อ.ปิยะ อินทะโกษี อายุ 42 ปี
  • อส.ทพ.ตะวัน สว่างเมฆารัตน์ อายุ 44 ปี
  • อส.ทพ.สุริยาวุธ ช่างเกวียน อายุ 41 ปี
  • อส.ทพ.ธีรัพงษ์ พรมพัด อายุ 35 ปี

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บคือ ด.ต.นิกร อินน้อย อายุ 53 ปี

นาทีชีวิต! ทหารพรานตั้งสติ สุ่มยิงตอบโต้

ในนาทีชีวิตหลังเกิดเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่อยู่ในรถหุ้มเกราะได้ตั้งสติ และรีบเปิดประตูรถออกมา พร้อมทั้งใช้อาวุธปืนประจำกายยิงสุ่มเข้าไปในป่า เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายเข้ามายิงซ้ำ การตอบโต้ของเจ้าหน้าที่ทำให้คนร้ายไม่สามารถเข้าประชิดตัวได้ และหลบหนีไปในที่สุด

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อตอบโต้ที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการวิสามัญคนร้ายเสียชีวิต 2 รายในพื้นที่จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า เป็นเครื่องเตือนใจว่า สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและสติของเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่สามารถตั้งสติและตอบโต้คนร้ายได้อย่างทันท่วงที ทำให้สามารถลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้มากกว่านี้

ที่มา – นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า

ทหารพรานเจ็บ! **ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ สุไหงปาดี**

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นอีกครั้งในช่วงเช้าวันนี้ (17 ก.ย.) เมื่อคนร้าย**ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ** เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บถึง 4 นาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ท่ามกลางความห่วงใยของประชาชน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 07.53 น. บริเวณบ้านบือราแง หมู่ที่ 3 ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ขณะที่กำลังพลจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 กำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเส้นทางตามปกติ คนร้ายได้ทำการ**ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ**ซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีก

**ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ** ทหารพรานเจ็บ 4 นาย ที่สุไหงปาดี

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 4 นาย โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • จ่าสิบเอก ปิยะ อินทะโกษี ได้รับบาดเจ็บแน่นหน้าอก เนื่องจากแรงระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณป้อมปืน
  • อาสาสมัครทหารพราน สุริยาวุธ ช่างเกวียนดี ได้รับบาดเจ็บอยู่ภายในรถ ไม่สามารถขยับออกมาได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเข้าช่วยเหลือ แต่ยังคงมีสติ
  • อาสาสมัครทหารพราน ตะวัน สว่างเมฆารัตน์ ซึ่งเป็นพลขับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และยังมีสติ
  • อาสาสมัครทหารพราน ธีระพงษ์ พรมพัด ซึ่งนั่งอยู่ภายในรถ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

เจ้าหน้าที่ทหารพรานทั้ง 4 นาย ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดีเพื่อทำการรักษาและตรวจอาการเพิ่มเติมอย่างละเอียดต่อไป

มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขึ้น หลังเหตุ**ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ**

ภายหลังเกิดเหตุการณ์ ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและความเข้มงวดในการปฏิบัติการวิทยุสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณฐานที่ตั้ง จุดตรวจ จุดสกัด สถานที่ราชการ ร้านสะดวกซื้อ และพื้นที่ชุมชน เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้กำลังพลทุกนายเตรียมความพร้อมทั้งในด้านกำลังคน อาวุธยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือสื่อสาร เพื่อให้สามารถตอบโต้เหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที และที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามประมาทต่อสถานการณ์โดยเด็ดขาด

เหตุการณ์**ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ** เจ้าหน้าที่ทหารพรานในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกนายสมควรได้รับการยกย่องและเชิดชู

จากเหตุการณ์นี้ เราควรตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และร่วมมือกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นอีกในอนาคต การสนับสนุนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ เจ้าหน้าที่ทหารพราน เจ็บ 4 นาย ขณะลาดตระเวนที่สุไหงปาดี

Scroll to top