ทหารเกณฑ์

กัน จอมพลัง พาทหารเกณฑ์ ร้องตำรวจไซเบอร์ ปมรุ่นพี่ซ่อม

กัน จอมพลัง พาทหารเกณฑ์ ร้องตำรวจไซเบอร์ ปมถูกรุ่นพี่ซ่อมทารุณ เผยแพร่ภาพลงโซเชียล

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อ กัน จอมพลัง ได้พาทหารเกณฑ์รายหนึ่งจากค่ายในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เข้าแจ้งความกับตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หลังจากผู้เสียหายถูกรุ่นพี่ซ่อมรับน้องอย่างทารุณ แถมยังใจคอทำด้วยการนำภาพและคลิปวิดีโอไปเผยแพร่ลงในกลุ่มไลน์อย่างสนุกสนาน

เปิดเบื้องหลังเหตุการณ์ กัน จอมพลัง พาทหารเกณฑ์ ร้องตำรวจไซเบอร์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำลายขวัญและกำลังใจของผู้ที่ต้องเข้ารับราชการทหารเป็นอย่างมาก การที่ กัน จอมพลัง พาทหารเกณฑ์ ร้องตำรวจไซเบอร์ ปมถูกรุ่นพี่ซ่อมทารุณ เผยแพร่ภาพลงโซเชียล ครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าเราไม่ควรเพิกเฉยต่อความรุนแรงในค่ายทหาร โดยเฉพาะเมื่อมีการนำภาพมาประจานหรือส่งต่อกันในโซเชียลมีเดีย ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

  • ผู้เสียหายถูกรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายระหว่างการรับน้อง
  • มีการถ่ายคลิปและภาพนิ่งนำไปเผยแพร่ในกลุ่มโซเชียล
  • เพื่อนร่วมกลุ่มไม่มีทีท่าสลดใจ กลับแสดงความเห็นในเชิงล้อเล่น
  • หน่วยงานต้นสังกัดสั่งย้ายผู้เสียหายชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

นายกัณฐัศว์ หรือ กัน จอมพลัง เผยว่าก่อนหน้าจะมาถึงจุดนี้ ผู้เสียหายได้เคยร้องเรียนภายในหน่วยแล้วแต่เรื่องเงียบหาย จึงต้องบุกมาถึงตำรวจไซเบอร์เพื่อตรวจสอบว่าพฤติกรรมนี้เข้าข่ายความผิดทางกฎหมายอย่างไรบ้าง ซึ่งทาง บช.สอท. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบว่าอยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่หรือไม่

สิ่งที่น่าสะเทือนใจไม่ใช่แค่การซ่อมรับน้องที่รุนแรง แต่เป็นทัศนคติของผู้ที่อยู่ในกลุ่มไลน์เหล่านั้น ซึ่งมองว่าความทุกข์ทรมานของผู้อื่นเป็นเรื่องตลก การ กัน จอมพลัง พาทหารเกณฑ์ ร้องตำรวจไซเบอร์ ปมถูกรุ่นพี่ซ่อมทารุณ เผยแพร่ภาพลงโซเชียล จึงเปรียบเสมือนการขีดเส้นใต้ว่า ในยุคสมัยนี้เราต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน ไม่ควรมีใครต้องตกเป็นเหยื่อเพียงเพราะคำว่าโซตัสหรือระบบรุ่นพี่รุ่นน้องที่บิดเบี้ยว

ในมุมมองของนักสังคมหลายฝ่าย การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอย่างการย้ายหน่วยอาจช่วยได้เพียงชั่วคราว แต่การสร้างระบบการลงโทษที่เด็ดขาดกับผู้กระทำผิดต่างหากที่จะเป็นกุญแจสำคัญ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเคสนี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ทำให้กองทัพต้องหันมาจัดการปัญหานี้อย่างจริงจังเสียที เพื่อไม่ให้เกิดวงจรความรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบที่ผ่านมา

ที่มา – “กัน จอมพลัง” พาทหารเกณฑ์ ร้องตำรวจไซเบอร์ ปมถูกรุ่นพี่ซ่อมทารุณ เผยแพร่ภาพลงโซเชียล

“อัครนันท์” ระดมแนวคิด วางอนาคตการศึกษา มุ่งลดภาระงานครู ขยายโอกาสการศึกษาเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวดีในวงการการศึกษาไทยมาฝากกัน หลังจากที่นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินหน้าเรียกประชุมทีมที่ปรึกษาเพื่อวางแผนพัฒนาการศึกษาไทยครั้งใหญ่ โดยเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญคือเรื่อง “อัครนันท์” ระดมแนวคิด วางอนาคตการศึกษา มุ่งลดภาระงานครู ขยายโอกาสการศึกษาเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้การเรียนรู้เป็นเรื่องของทุกคนอย่างแท้จริงครับ

“อัครนันท์” ระดมแนวคิด วางอนาคตการศึกษา มุ่งลดภาระงานครู ขยายโอกาสการศึกษาเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง

ปัญหาภาระงานเอกสารที่ทับถมครูเป็นประเด็นที่พูดคุยกันมานาน ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ทางกระทรวงฯ จะเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง เพื่อให้ครูมีเวลาไปโฟกัสกับการสอนและการดูแลนักเรียนอย่างเต็มประสิทธิภาพ มากกว่าจะจมอยู่กับงานธุรการครับ

การศึกษาต้องเข้าถึงทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นอกจากนี้ แนวคิดเรื่อง “อัครนันท์” ระดมแนวคิด วางอนาคตการศึกษา มุ่งลดภาระงานครู ขยายโอกาสการศึกษาเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง ยังเน้นการขยายขอบเขตการเรียนรู้ไปไกลกว่าห้องเรียนปกติ ไม่ว่าจะเป็น:

  • พี่น้องทหารเกณฑ์ที่ต้องการวุฒิการศึกษาเพิ่ม
  • พระภิกษุและสามเณรในวัด
  • ผู้ต้องขังในเรือนจำที่ต้องการโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่

ความยืดหยุ่นของระบบการศึกษาในอนาคตจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คนไทยทุกช่วงวัยเข้าถึงความรู้ได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าสถานะใดในสังคมก็ตาม เพราะการศึกษาไม่ควรมีข้อจำกัดด้านสถานที่หรือบริบทชีวิตครับ

เราในฐานะประชาชนคนไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นโยบายที่หยิบยกมาปรึกษาหารือกันในครั้งนี้จะถูกยกระดับสู่การปฏิบัติจริงให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับคนรุ่นต่อไป การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเปราะบาง คือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนครับ หากทำได้สำเร็จ เชื่อมั่นได้เลยว่าคุณภาพชีวิตของทั้งครูและนักเรียนจะดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน

ที่มา – “อัครนันท์” ระดมแนวคิด วางอนาคตการศึกษา มุ่งลดภาระงานครู ขยายโอกาสการศึกษาเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง

เลือดรักชาติพลุ่ง! หนุ่มดอยแม่ระมาด แห่สมัครทหารเกณฑ์

กระแสรักชาติแรง! หนุ่มดอยแม่ระมาดแห่สมัครทหารเกณฑ์ออนไลน์ หลังเหตุปะทะชายแดน เผยความต้องการรับใช้ชาติและปกป้องแผ่นดินจากภัยคุกคาม

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งการบาดเจ็บ เสียชีวิต รวมถึงความสูญเสียของทหารกล้าที่เสียสละเพื่อปกป้องอธิปไตย ทำให้หน่วยสัสดีอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก คึกคักเป็นพิเศษ ด้วยบรรดาชายไทยอายุครบเกณฑ์ ทั้งจากพื้นราบและบนดอย ต่างเดินทางมาแสดงความจำนงสมัครทหารเกณฑ์ (ออนไลน์) โดยส่วนใหญ่มีความประสงค์ที่จะเลือกสังกัดหน่วยรบ เพื่อมีโอกาสปฏิบัติหน้าที่ปกป้องชายแดน

นายจักรธร โสภณวิลาศ หนุ่มวัย 17 ปี เล่าว่า ตนเองและเพื่อนรวม 4 คน เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์กว่า 30-40 กิโลเมตร จากบ้านห้วยปูลิง เพื่อมารายงานตัวรับ สด.9 และแสดงความประสงค์สมัครทหารเกณฑ์ประจำปี 2569 โดยทั้งหมดเลือกที่จะลงหน่วยกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 (ร.14 พัน 1) ค่ายวชิรปราการ ซึ่งเป็นหน่วยในดวงใจ เพราะทราบว่ามีรุ่นพี่ที่รับราชการทหารอยู่ในหน่วยนี้ ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตนและเพื่อนจึงอยากเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศชาติ

ด้านนายอภิสิทธิ์ แอบกิ่ง วัย 23 ปี ชาวบ้านแม่จะเรา เดินทางมาพร้อมกับมารดา เพื่อขอสมัครเป็นพลทหารประจำการ แม้ว่าตนเองจะเป็นทหารกองหนุนเนื่องจากจับสลากได้ใบดำเมื่อปี 2566 แต่ด้วยแรงบันดาลใจจากสถานการณ์ชายแดนและความต้องการรับใช้ชาติ ทำให้เขาตัดสินใจขอสมัครเป็นทหารประจำการ โดยได้รับการสนับสนุนจากมารดา

ร้อยโท วีรชาติ ศิริสอ สัสดีอำเภอแม่ระมาด กล่าวว่า หน่วยสัสดีอำเภอแม่ระมาดได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์การรับสมัครพลทหารออนไลน์เป็นประจำทุกปี และได้รับการตอบรับจากชายไทยเป็นจำนวนมาก โดยในปีที่ผ่านมามีผู้ผ่านการทดสอบและเข้าประจำการประมาณ 51 นาย

ในปีนี้ มีชายไทยที่อายุครบเกณฑ์แสดงความประสงค์สมัครทหารเกณฑ์แล้วประมาณ 35 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีบางคนอายุเพียง 15 ปี ที่มีความมุ่งมั่นอยากเป็นทหารเพื่อปกป้องชาติ แต่ยังไม่สามารถสมัครได้เนื่องจากอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ต้องการตามพี่ชายซึ่งเป็นทหารราบที่ 14 ไปปฏิบัติหน้าที่ชายแดนอีกด้วย

การรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ถึง 25 มกราคม 2569 สามารถสมัครได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ https://rcm.rta.mi.th ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสมัคร ณ หน่วยทหารที่เปิดรับ ในวันและเวลาราชการ

คุณสมบัติของผู้สมัครคือ ชายสัญชาติไทย ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา อายุ 18-20 ปีบริบูรณ์ (เกิดปี พ.ศ. 2549-2551) หรืออายุ 22-29 ปีบริบูรณ์ (เกิดปี พ.ศ. 2540-2547) ที่ผ่านการตรวจเลือกแล้วแต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ

หนุ่มดอยแม่ระมาด แห่สมัครทหารเกณฑ์

ทำไมหนุ่มดอยแม่ระมาดถึงแห่สมัครทหารเกณฑ์?

สาเหตุหลักที่ทำให้หนุ่มดอยแม่ระมาดจำนวนมากตัดสินใจสมัครทหารเกณฑ์ในครั้งนี้ คือกระแสความรักชาติที่พลุ่งพล่านหลังเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา พวกเขาต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องอธิปไตยและผืนแผ่นดินไทย แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความกล้าหาญของเยาวชนไทย

การตัดสินใจของหนุ่มดอยแม่ระมาดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความรักชาติที่ยังคงอยู่ในหัวใจของคนไทย และความพร้อมที่จะปกป้องประเทศชาติจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ การเสียสละและความกล้าหาญของพวกเขาเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนรุ่นหลัง

ที่มา – เลือดรักชาติพุ่ง หนุ่มดอยแม่ระมาด แห่สมัครทหารเกณฑ์ หวังทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดิน

Scroll to top