ทหารเมียนมา

เมียวดีรบดุเดือด ลูกปืน ค.ฝั่งพม่าตกฝั่งไทยทะลุหลังคาบ้าน

สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมากลับมาระอุอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุ เมียวดีรบดุเดือด ลูกปืน ค.ฝั่งพม่าตกฝั่งไทยทะลุหลังคาบ้าน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ต้องตกอยู่ในภาวะหวาดผวาอย่างหนัก แม้ทางเจ้าหน้าที่ทหารจะพยายามออกมาตรการคุมเข้มด้วยการปิดท่าข้ามต่างๆ ไปก่อนหน้านี้ แต่ดูเหมือนว่าวิถีกระสุนจากการสู้รบจะยังคงสร้างความเดือดร้อนมาถึงฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์จริงในพื้นที่เมื่อ เมียวดีรบดุเดือด ลูกปืน ค.ฝั่งพม่าตกฝั่งไทยทะลุหลังคาบ้าน

เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากมีการปะทะกันอย่างหนักระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังกะเหรี่ยงอิสระ (เคทีแอลเอ) บริเวณบ้านมินลาป่าน ฝั่งเมียวดี กระสุนปืน ค. ขนาด 60 มม. ได้หลุดข้ามพรมแดนมาตกใส่หลังคาบ้านของชาวบ้านในไทย จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยมีรายงานความเสียหายดังต่อไปนี้:

  • หัวกระสุนปืน ค. ตกค้างอยู่บนรางรินหลังคาบ้านของนายสมพิศ ขำดำ
  • หางกระสุนปืน ค. ทะลุหลังคาบ้านนายบุญเชิด เฒ่าเทพ เฉียดผู้ใหญ่บ้านที่กำลังนั่งทำงานไปเพียงนิดเดียว
  • กระสุนปืนกลขนาด 93 ยิงทะลุเข้ามาในบ้านนางพิศ แก้วลูน ในขณะที่ครอบครัวกำลังนั่งเล่นอยู่ จนต้องหมอบราบกับพื้นเพื่อเอาชีวิตรอด

ชาวบ้านเล่าเหตุการณ์ เมียวดีรบดุเดือด ลูกปืน ค.ฝั่งพม่าตกฝั่งไทยทะลุหลังคาบ้าน

นอกจากเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่าวินาทีที่กระสุนปืนกลยิงเข้ามาเหมือนห่าฝน ทุกคนในบ้านต้องรีบหมอบราบลงกับพื้นทันทีเพื่อให้พ้นจากวิถีกระสุน กระทั่งสุนัขตัวน้อยยังต้องวิ่งไปหมอบใต้โต๊ะด้วยความหวาดกลัว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่า ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไทยตามแนวชายแดนแม่สอดกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จากการสู้รบของประเทศเพื่อนบ้าน

ทางเจ้าหน้าที่ทหารฉก.ราชมนู และฝ่ายปกครองท้องถิ่นได้เร่งเข้าสำรวจและดำเนินการเก็บกู้วัตถุระเบิดดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม สาเหตุของการที่กระสุนตกฝั่งไทยนั้น คาดว่าเป็นเพราะพื้นที่เป้าหมายการยิงคืออาคารกาสิโนในฝั่งเมียนมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังกะเหรี่ยงอิสระ ทำให้วิถีกระสุนตกเลยเข้ามายังเขตประเทศไทย

ในฐานะประชาชนที่ติดตามข่าวสาร สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านในพื้นที่แม่สอด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการเชิงรุกที่เข้มข้นขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เศษซากของสงครามข้ามพรมแดนมาทำร้ายพี่น้องชาวไทยได้อีก หากเพื่อนๆ พบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติในพื้นที่หรือต้องการติดตามความช่วยเหลือ สามารถสอบถามไปยังหน่วยงานท้องถิ่นได้ทันที เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในชุมชนครับ

ที่มา – เมียวดีรบดุเดือด ลูกปืน ค.ฝั่งพม่าตกฝั่งไทยทะลุหลังคาบ้าน ชาวบ้านหมอบราบหลบห่ากระสุน

ทหารเมียนมา ทิ้งระเบิดใส่เหมืองแร่ ห่างไทยแค่ 15 กม. ชาวบ้านเจ็บ 12 ราย

เหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นใกล้ชายแดนไทย เมื่อทหารเมียนมา ทิ้งระเบิดใส่เหมืองแร่ ห่างไทยแค่ 15 กม. ชาวบ้านเจ็บ 12 ราย สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านและชุมชนใกล้เคียง ล่าสุดมีรายงานว่าทหารเมียนมาใช้เครื่องบินรบโจมตีเหมืองแร่แม่กะสะในรัฐกะเหรี่ยง ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และต้องขอความช่วยเหลือจากทางการไทยในการรักษาพยาบาล

ทหารเมียนมา ทิ้งระเบิดใส่เหมืองแร่ ห่างไทยแค่ 15 กม. ชาวบ้านเจ็บ 12 ราย

วันที่ 29 เมษายน 2569 กองทัพเมียนมาได้ส่งเครื่องบินรุ่น Y-12 ลำหนึ่งบินมากวาดล้างพื้นที่เหมืองแร่แม่กะสะ หมู่บ้านอ่อสะคาน อำเภอพญาตองซู จังหวัดจ่าอินเซ็กจี รัฐกะเหรี่ยง โดยมีการทิ้งระเบิดถึง 2 เที่ยวบิน เที่ยวแรกเวลา 14.30 น. ทิ้งระเบิด 6 ลูก และเที่ยวที่สองเวลา 17.00 น. ทิ้งอีก 6 ลูก รวม 12 ลูก ส่งผลให้ชาวบ้านที่กำลังทำงานในเหมืองได้รับบาดเจ็บรวม 12 ราย แบ่งเป็นชาย 11 ราย และหญิง 1 ราย

รายละเอียดผู้บาดเจ็บและการช่วยเหลือจากไทย

ผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้รับการประสานงานจากทางการไทยตามหลักมนุษยธรรม โดยนำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 11 ราย ได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้วส่งตัวกลับที่พักอาศัย ส่วนผู้บาดเจ็บอาการหนัก 1 ราย ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และรออาการดีขึ้นเพื่อส่งกลับเช่นกัน การช่วยเหลือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับชุมชนชายแดน

  • ผู้บาดเจ็บทั้งหมด 12 ราย
  • ชาย 11 ราย หญิง 1 ราย
  • นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสังขละบุรี
  • 11 ราย ส่งกลับแล้ว 1 รายยังรักษาตัว

สถานที่เกิดเหตุและบริบททางการเมือง

พื้นที่ที่ถูกโจมตีเป็นเขตชุมชนภายใต้การดูแลของกองกำลังกะเหรี่ยง KNLA/KNU พล.น.6 ซึ่งเป็นเหมืองแร่ที่ได้รับสัมปทานจากนักธุรกิจชาวจีน จุดทิ้งระเบิดอยู่ตรงข้ามช่องทางสามัคคี หมู่ 6 บ้านปางสนุก ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ห่างชายแดนไทยเพียง 15 กิโลเมตร โชคดีที่เหตุการณ์นี้ไม่กระทบโดยตรงต่อฝั่งไทย แต่สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านชายแดน

สถานการณ์ในเมียนมายังคงตึงเครียดหลังการรัฐประหาร โดยกองทัพเมียนมาโจมตีพื้นที่ของกลุ่มกบฏอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ทหารเมียนมา ทิ้งระเบิดใส่เหมืองแร่ ห่างไทยแค่ 15 กม. ชาวบ้านเจ็บ 12 รายนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความรุนแรงที่ลุกลามใกล้ชายแดนไทย ไทยต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจตามมา เช่น การหลบหนีของผู้ลี้ภัยหรือการปะทะข้ามพรมแดน

จากข้อมูลล่าสุด พื้นที่รัฐกะเหรี่ยงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการค้าขายและเหมืองแร่ โดยเฉพาะแร่หายากที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ การโจมตีครั้งนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์กวาดล้างของกองทัพเมียนมาเพื่อควบคุมทรัพยากร ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเผชิญความเสี่ยงสูงจากสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ

ไทยในฐานะเพื่อนบ้านใกล้ชิด ได้แสดงบทบาทด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานชายแดนได้ประสานงานช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที นอกจากนี้ ยังมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลามมาฝั่งไทย

เหตุการณ์นี้เตือนใจให้เราต้องติดตามข่าวสารชายแดนอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศและสถานการณ์ชายแดน ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้สังคม

ที่มา – ทหารเมียนมา ทิ้งระเบิดใส่เหมืองแร่ ห่างไทยแค่ 15 กม. ชาวบ้านเจ็บ 12 ราย

ชายแดนแม่สอดเดือด ทหารเมียนมารบกะเหรี่ยง

สถานการณ์ที่ชายแดนแม่สอดเดือด ทหารเมียนมารบกะเหรี่ยง กระสุนปืน ค. ตกใส่บ้านฝั่งไทย ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านฝั่งไทยหวาดกลัวและได้รับผลกระทบโดยตรง ล่าสุดมีกระสุนปืนขนาดใหญ่หลุดเข้ามาในพื้นที่ไทยถึง 3 จุด สร้างความเสียหายต่อ财产และโครงสร้างบ้านเรือน โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ชายแดนแม่สอดเดือด ทหารเมียนมารบกะเหรี่ยง กระสุนปืน ค. ตกใส่บ้านฝั่งไทย

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความขัดแย้งในเมียนมาระหว่างทหารเมียนมากับกลุ่มกะเหรี่ยงยังคงดุเดือด โดยเฉพาะบริเวณชายแดนแม่สอด จังหวัดตาก ทำให้กระสุนปืน ค. ขนาด 82 มิลลิเมตรหลุดรอดเข้ามาในฝั่งไทยช่วงวันที่ 8-9 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู หมวดปืนเล็กที่ 2 กองร้อยทหารราบที่ 1411 ได้เข้าตรวจสอบทันที พบความเสียหาย 3 จุดในพื้นที่บ้านมหาวัน หมู่ 1 ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด

รายละเอียดจุดเกิดเหตุกระสุนตก

  • จุดแรก: ที่จอดรถของนางศรีเพ็ญ ดวงเป็ง อายุ 66 ปี หมู่ 3 ตำบลพระธาตุผาแดง หลังคาเป็นรูพรุนหลายแห่งจากเศษกระสุน กระสุนยังตกใส่รถไถและแผงไฟโซลาร์เซลล์ ทำให้ทรัพย์สินเสียหายหนัก
  • จุดที่สอง: ปากทางเข้าหน้าคอกวัว ตำบลมหาวัน กระสุนฝังลงพื้นดินเป็นหลุมกว้าง 10 ซม. ลึก 6 ซม. โชคดีที่กระสุนไม่ระเบิด
  • จุดที่สาม: หลังคาบ้านนายสิงห์ชัย ใจยา อายุ 52 ปี หมู่ 9 ตำบลมหาวัน กระสุนไม่ทราบขนาดจากกองกำลังไม่ทราบฝ่ายตกใส่บริเวณหลังครัว

เหตุการณ์ชายแดนแม่สอดเดือด ทหารเมียนมารบกะเหรี่ยง กระสุนปืน ค. ตกใส่บ้านฝั่งไทยนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ชายแดนไทย-เมียนมาเป็นจุด nóngที่ความขัดแย้งภายในเมียนมาแผ่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารในปี 2564 กลุ่มต่อต้านอย่างกะเหรี่ยง (KNU) และพันธมิตรต่อสู้กับรัฐบาลทหารเมียนมา ส่งผลให้มีกระสุน ระเบิด และพลเรือนหลบหนีข้ามแดนมาฝั่งไทยจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ไทยทุกฝ่ายตื่นตัวเต็มที่ นายกันต์พงษ์ พิพัฒมนตรีกุล นายอำเภอแม่สอด มอบหมายนายมนตรี สุขสอาด กำนันตำบลมหาวัน ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ทหารราชมนู ชุดตชด.ที่ 346 ฐานบ้านแม่โกนเกน และตำรวจสภ.แม่สอด ตู้ 406 จัดเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนทันทีหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งจุดตรวจ จุดเฝ้าระวัง และแจกจ่ายเสบียงอาหารให้ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยง เพื่อลดผลกระทบจากสงครามที่อยู่ใกล้ตัว ชาวบ้านหลายรายเล่าว่าเสียงปืนดังสนั่นทุกคืน ทำให้ต้องหลบภัยในป่าและห้องใต้ดิน

สถานการณ์ชายแดนไทยยังคงต้องจับตา เนื่องจากอาจกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะการค้าชายแดนที่คึกคัก การปิดด่านชั่วคราวส่งผลให้พ่อค้าปล่อยสินค้าค้างสต็อกจำนวนมาก

เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ชายแดน ฟังประกาศจากเจ้าหน้าที่ และเตรียมแผนอพยพฉุกเฉิน หากคุณอาศัยใกล้ชายแดน ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและรายงานเหตุการณ์ผิดปกติทันที สถานการณ์นี้อาจเป็นเครื่องเตือนใจให้ไทยต้องเสริมแนวป้องกันชายแดนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวชายแดนล่าสุดและเคล็ดลับความปลอดภัยได้ที่นี่!

ที่มา – ชายแดนแม่สอดเดือด ทหารเมียนมารบกะเหรี่ยง กระสุนปืน ค. ตกใส่บ้านฝั่งไทย

ชายแดนแม่สอดอกสั่น กระสุนปืนกลหลุดเข้าบ้านไทย 3 หลัง

สถานการณ์ที่ชายแดนแม่สอดอกสั่น กระสุนปืนกลไม่ทราบฝ่ายหลุดเข้าบ้านชาวไทย กว่า 3 หลังคาเรือน กำลังเป็นข่าวใหญ่ที่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดตากใจไม่ดีเลยครับ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 มีกระสุนปืนกลยิงข้ามชายแดนมาถึงบ้านเรือนของชาวไทยในพื้นที่บ้านแม่โกนเกน หมู่ 9 ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก สาเหตุมาจากการปะทะกันระหว่างทหารเมียนมากับกลุ่มทหารกะเหรี่ยง (KNU) ที่ฝั่งเมียนมา ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์

ชายแดนแม่สอดอกสั่น กระสุนปืนกลไม่ทราบฝ่ายหลุดเข้าบ้านชาวไทย กว่า 3 หลังคาเรือน

เหตุการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดก่อนวันเลือกตั้งของไทยในวันที่ 8 ก.พ. ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า ได้ยินเสียงปืนกลและระเบิดดังสนั่นมาจากบ้านมินลาป่าน อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ทหารเมียนมา กองพลทหารราบเบาที่ 22 ปะทะกับทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) อย่างดุเดือด มีการใช้โดรนทิ้งระเบิดและยิงปืนกลสาดกระสุนใส่กันไม่ขาดสาย จนกระสุนลูกหลงพุ่งข้ามแม่น้ำโขงมาถึงฝั่งไทย

รายละเอียดบ้านที่ได้รับความเสียหายจากกระสุนหลง

มีบ้านชาวไทยได้รับผลกระทบโดยตรงถึง 3 หลัง ดังนี้

  • บ้านนายน้อง แก้วมา อายุ 70 ปี: กระสุนเจาะฝาผนังบ้านทะลุเป็นรู แฉลบไปโดนเสาบ้านและตกข้างที่นอน อีกนัดเจาะกระจกตู้โชว์ โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ
  • บ้านนางก่อน ดวงตา อายุ 68 ปี: กระสุนตกทะลุหลังคาและฝ้าเพดาน หล่นลงพื้นบ้าน 1 นัด
  • บ้านนายเสกสรร บัวระพา อายุ 56 ปี: กระสุนทะลุฝาผนังบ้านชั้น 2 ข้างที่นอน

ทั้ง 3 บ้านนี้อยู่ในหมู่ 9 ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ชาวบ้านเล่าว่าตกใจมากเพราะกระสุนมาถึงใกล้ตัวขนาดนี้ ถ้าเกิดตอนกลางคืนอาจอันตรายถึงชีวิต

นอกจากนี้ ยังมีบริบทเพิ่มเติมจากสถานการณ์ล่าสุด ก่อนเกิดเหตุ ทหารกะเหรี่ยงประกาศให้ชาวเมียนมาที่หลบภัยสงครามหลังวัดห้วยมหาวงศ์ กว่า 500 หลัง ย้ายไปรวมที่เกาะมะนาว ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวและปะทะรุนแรงขึ้น ทหารเมียนมาใช้โดรนโจมตี สร้างความหวาดกลัวให้ทั้งสองฝั่งชายแดน

มาตรการจากเจ้าหน้าที่ไทย

ทหารไทยเข้าสำรวจพื้นที่ทันที ประเมินความเสียหายและความปลอดภัยของชาวบ้าน พร้อมเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง หลบในที่ปลอดภัย มีการแจ้งผ่านคณะกรรมการชายแดนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) และยิงสัญญาณปืนไฟเตือนไปยังฝั่งตรงข้ามแล้วครับ

สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะอำเภอแม่สอด มักตึงเครียดจากความขัดแย้งภายในเมียนมา หลังรัฐประหารปี 2564 การสู้รบระหว่างรัฐบาลทหารกับกลุ่มชาติพันธุ์อย่าง KNU ทำให้มีผู้ลี้ภัยข้ามมาฝั่งไทยจำนวนมาก ชาวบ้านไทยต้องอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงนี้ตลอด

เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ชาวแม่สอดและพื้นที่ใกล้เคียงติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ชายแดน และเตรียมแผนอพยพหากจำเป็น สถานการณ์แบบนี้เตือนใจว่าความสงบสุขของเราอาจกระทบจากเพื่อนบ้านได้ทุกเมื่อ

ติดตามข่าวสารชายแดนและความมั่นคงเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุดครับ!

ที่มา – ชายแดนแม่สอดอกสั่น กระสุนปืนกลไม่ทราบฝ่ายหลุดเข้าบ้านชาวไทย กว่า 3 หลังคาเรือน

Scroll to top