ทหารเหยียบทุ่นระเบิด

อัปเดตอาการ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ ปลอดภัยแล้ว รอส่งต่อ รพ.พระมงกุฎฯ

อัปเดตอาการ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ ปลอดภัยแล้ว รอส่งต่อ รพ.พระมงกุฎฯ

เป็นข่าวที่สร้างความโล่งใจให้กับหลายๆ ฝ่าย เมื่อมีการรายงานอัปเดตอาการ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ หรือ “จ่าโจ้” ทหารกล้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์เหยียบระเบิด PMN 2 ขณะปฏิบัติหน้าที่ ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้วและกำลังอยู่ในช่วงการดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ซึ่งส่งผลให้จ่าโจ้วัย 37 ปี ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ขาและมือทั้งสองข้าง โชคดีที่หน่วยเสนารักษ์และทีม Sky Doctor กองทัพภาคที่ 2 ได้รีบเข้าช่วยเหลือและลำเลียงส่งโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์อย่างรวดเร็ว

ทีมแพทย์ระดมกำลังช่วยชีวิตอย่างเต็มที่

ความซับซ้อนของบาดแผลทำให้ต้องมีการระดมทีมศัลยแพทย์ถึง 3 ทีม เพื่อผ่าตัดรักษาทั้งกระดูกนิ้วมือที่แตกและบาดแผลบริเวณขา การผ่าตัดกินเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง 35 นาที ซึ่งถือว่าผ่านพ้นไปด้วยดี สำหรับการอัปเดตอาการ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ ล่าสุดเช้านี้ พบว่าเขาได้ย้ายเข้าสู่หอผู้ป่วยหนัก (ICU) เรียบร้อยแล้ว

  • ทีมแพทย์ผ่าตัดซ่อมแซมกระดูกมือขวา 4 นิ้ว
  • ทำการดามเหล็กและซ่อมแซมมือซ้าย
  • รักษาบาดแผลบริเวณขาทั้งสองข้างและข้อเท้า

แพทย์ผู้ดูแลให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้คนไข้ยังคงมีอาการปวดบริเวณข้อเท้าซ้ายที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของพยาบาลในห้อง ICU อย่างใกล้ชิด โดยแผนการรักษาในระยะยาว แพทย์ได้กำหนดให้พักฟื้นและเฝ้าประเมินอาการเป็นเวลา 2 สัปดาห์เต็ม เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวมากที่สุดก่อนจะทำการส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าตามแผนที่วางไว้

การที่ได้ทราบว่าการอัปเดตอาการ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเช่นนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้กับครอบครัวของทหารผู้เสียสละ รวมถึงเพื่อนร่วมงานที่ติดตามข่าวสารมาโดยตลอด เราทุกคนต่างร่วมส่งกำลังใจให้จ่าโจ้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดีและกลับมาแข็งแรงในเร็ววัน

ที่มา – อัปเดตอาการ “จ.ส.อ.ชาญณรงค์” ปลอดภัยแล้ว รอฟักฟื้น 2 สัปดาห์ ก่อนส่งต่อ รพ.พระมงกุฎฯ

แห่ส่งกำลังใจให้ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ เหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ ใกล้พื้นที่ช่องอานม้า

เชื่อว่าในวันนี้หลายคนคงได้เห็นข่าวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับพี่น้องชาวไทย เมื่อมีรายงานว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในพื้นที่ชายแดน กับภารกิจที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงของการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งล่าสุดกระแสสังคมได้ร่วมกันแห่ส่งกำลังใจให้ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ เหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ ใกล้พื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับวีรบุรุษผู้เสียสละรายนี้

แห่ส่งกำลังใจให้ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ เหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ ใกล้พื้นที่ช่องอานม้า

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นกับ “จ่าโจ้” หรือ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ สังกัด ร.2 พัน.2 รอ. ขณะที่เขากำลังปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรติในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดบริเวณช่องอานม้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งในอดีต การปฏิบัติภารกิจนี้ถือเป็นงานที่ละเอียดอ่อนและอันตรายเป็นอย่างมาก เนื่องจากทุ่นระเบิดที่ตกค้างอยู่มีสภาพเสื่อมโทรมและคาดเดาตำแหน่งได้ยาก

รายละเอียดเหตุการณ์และความคืบหน้าล่าสุด

จากรายงานระบุว่า ในระหว่างที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ ได้เหยียบเข้ากับทุ่นระเบิดโดยไม่คาดคิด ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาขวาท่อนล่าง มือขวา และมีบาดแผลตามร่างกาย อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือในขณะนี้อาการของเขายังคงรู้สึกตัวและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ถึงแก่ชีวิต แต่ถึงอย่างไรการ แห่ส่งกำลังใจให้ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ เหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ ใกล้พื้นที่ช่องอานม้า ก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องในโลกโซเชียล

ทางหน่วยงานต้นสังกัดได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดและมาตรการช่วยเหลือ ดังนี้:

  • กองทัพบกยืนยันดูแลสวัสดิการและค่ารักษาพยาบาลอย่างเต็มที่
  • หน่วยต้นสังกัด ร.2 พัน.2 รอ. ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
  • มีการจัดเตรียมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อดูแลบาดแผลให้หายดีโดยเร็วที่สุด

ความเสียสละของทหารกล้าที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน คือสิ่งที่สังคมไทยต้องให้ความสำคัญและร่วมยกย่อง ในฐานะคนไทยเราทำได้เพียงการส่งพลังใจให้เขาผ่านวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว และหวังว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต

สุดท้ายนี้ ขอให้ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ เข้มแข็งและมีกำลังใจที่ดีในการฟื้นฟูร่างกาย พวกเราทุกคนขอส่งแรงเชียร์ให้เขากลับมาแข็งแรงสมบูรณ์และเป็นกำลังสำคัญของกองทัพต่อไปครับ

ที่มา – แห่ส่งกำลังใจให้ “จ.ส.อ.ชาญณรงค์” เหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ ใกล้พื้นที่ช่องอานม้า

ทหารขาขาด เหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทหารขาขาด เหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล

เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดต้องเผชิญกับอันตรายจากการปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่ข่าว ทหารขาขาด เหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล ท่ามกลางความห่วงใยจากเพื่อนร่วมงานและประชาชนทั่วไป โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่ทีมปฏิบัติงานกำลังดำเนินการเก็บกู้พื้นที่เสี่ยงภัยตามภารกิจของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ

เปิดสาเหตุ ทหารขาขาด เหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา จ่าสิบเอกชาญณรงค์ วงศ์ชนะ สังกัด ร.2 พัน 2 ได้ประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิดบริเวณช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังคงมีวัตถุอันตรายหลงเหลืออยู่จำนวนมาก โดยทุ่นระเบิดที่พบคือชนิด PMN-2 ซึ่งมีอานุภาพทำลายล้างสูง ส่งผลให้จ่าสิบเอกชาญณรงค์ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาขวาท่อนล่างใต้เข่าและมีบาดแผลฉกรรจ์ที่มือขวาจากสะเก็ดระเบิด

แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ในขณะเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บยังมีสติสัมปชัญญะดี ทำให้ทีมงานสามารถดำเนินการช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลน้ำยืนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทีมแพทย์ทำการรักษาและช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วนที่สุด ทหารขาขาด เหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล ถือเป็นอุทาหรณ์ที่ตอกย้ำถึงความเสียสละของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยเหล่านี้

  • การตอบสนองต่อเหตุการณ์: เมื่อเกิดระเบิดขึ้น หน่วยงานได้สั่งระงับการทำงานในพื้นที่ทันทีเพื่อประเมินความปลอดภัย
  • มาตรการความปลอดภัย: เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่และเตรียมตรวจสอบแนวเขตทุ่นระเบิดเพิ่มเติมเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน
  • ความเสียสละ: การทำงานเก็บกู้ระเบิดเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงต่อชีวิต เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่

ภารกิจของทหารในพื้นที่ชายแดนไม่ได้มีแค่การปกป้องอธิปไตย แต่ยังรวมถึงการคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน การเสียสละของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและควรได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก พวกเราทุกคนต่างร่วมส่งกำลังใจให้จ่าสิบเอกชาญณรงค์ปลอดภัยและมีอาการดีขึ้นโดยเร็ววันครับ

ที่มา – ทหารขาขาด เหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล

ด่วน! ทหารเหยียบทุ่นระเบิดเก่า บนฐานภูผา ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

ด่วน! ทหารเหยียบทุ่นระเบิดเก่า บนฐานภูผา ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เมื่อมีรายงานว่า ด่วน! ทหารเหยียบทุ่นระเบิดเก่า บนฐานภูผา ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจสำคัญภายในฐานปฏิบัติการภูผา ถือว่าเป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้กับเพื่อนทหารและครอบครัวไม่น้อย แต่โชคยังดีที่เหตุการณ์นี้ไม่มีใครต้องสูญเสียอวัยวะหรือถึงแก่ชีวิตครับ

สรุปสถานการณ์: ทหารเหยียบทุ่นระเบิดเก่า บนฐานภูผา ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

เหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 10.30 น. ขณะที่กำลังพลจากกองร้อยทหารราบที่ 122 กำลังทำหน้าที่ถากถางพื้นที่การยิงตามภารกิจเตรียมความพร้อม แต่ระหว่างนั้น จ่าสิบเอกจักรกฤษ บัวแก้ว ได้เหยียบเข้ากับทุ่นระเบิดที่หลงเหลือตกค้างอยู่ แรงระเบิดที่ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพส่งผลให้ท่านได้รับบาดเจ็บที่บริเวณเท้าและข้อเท้าขวา มีอาการช้ำและจุกแน่นจากแรงอัดของระเบิดไปตามระเบียบ

ในขณะเดียวกัน จ่าสิบเอกสาธิต ผ่องแก้ว ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ใกล้เคียงก็ได้รับผลกระทบจากสะเก็ดเศษดินและหินที่กระเด็นออกมา แม้จะไม่มีบาดแผลฉกรรจ์ แต่หน่วยงานต้นสังกัดก็ไม่นิ่งนอนใจ รีบลำเลียงส่งโรงพยาบาลกันทรลักษณ์โดยด่วนเพื่อตรวจเช็กอาการอย่างละเอียดที่สุดครับ

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้:

  • การปฏิบัติงานในพื้นที่ฐานเก่าต้องมีความระมัดระวังสูงสุด
  • ทุ่นระเบิดตกค้างใต้ดินยังเป็นภัยเงียบที่คาดเดาไม่ได้
  • ความปลอดภัยของกำลังพลต้องมาก่อนเสมอ

จากเหตุการณ์ ด่วน! ทหารเหยียบทุ่นระเบิดเก่า บนฐานภูผา ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ในครั้งนี้ ล่าสุดยืนยันแล้วว่าทหารทั้ง 2 นายอาการปลอดภัยดี มีสติถามตอบรู้เรื่องดีเยี่ยม และไม่มีอวัยวะส่วนใดขาดหายไป นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีท่ามกลางความตระหนกครับ สำหรับพื้นที่ฐานปฏิบัติการภูผานั้น ทางหน่วยจะมีการตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยมากกว่าเดิม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยอีก

ในฐานะประชาชนคนไทย เราคงทำได้เพียงส่งกำลังใจให้รั้วของชาติทุกท่านครับ ไม่ว่าหน้างานจะเสี่ยงแค่ไหน ท่านก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ ขอให้ทหารทั้ง 2 นายหายไวๆ และกลับมาแข็งแรงในเร็ววันนะครับ ถือเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความปลอดภัยในพื้นที่เขตทหารได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – ด่วน! ทหารเหยียบทุ่นระเบิดเก่า บนฐานภูผา ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

แม่พลทหารเดชศักดิ์ เหยียบระเบิดขาขาด ฝันเป็นลาง

เรื่องราวสุดสะเทือนใจของแม่พลทหารเดชศักดิ์ เหยียบระเบิดขาขาดกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย แม่ของพลทหารหนุ่มรายนี้ต้องมาอยู่เฝ้าลูกชายหน้าห้องผ่าตัด หลังจากที่ลูกชายประจำการอยู่ชายแดนไทย-กัมพูชาไปเหยียบทุ่นระเบิดจนขาขวาขาด ความรักของแม่ที่ไม่เคยละทิ้งลูก ทำให้หลายคนซึ้งใจและเห็นถึงความเสียสละของครอบครัวทหาร

แม่พลทหารเดชศักดิ์ เหยียบระเบิดขาขาด

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ฐานปฏิบัติการเอราวัณ ช่องระยี อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ไปเหยียบทุ่นระเบิดที่ยังหลงเหลือจากอดีต ส่งผลให้ขาขวาขาดและบาดเจ็บสาหัสทันที แพทย์โรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์ได้นำตัวเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ล่าสุดการผ่าตัดประสบความสำเร็จแล้ว และย้ายไปพักฟื้นในห้อง ICU โดยอาการโดยรวมดีขึ้น พ้นขีดอันตรายแล้ว

นางอำคา ตรีคำ วัย 56 ปี แม่ของพลทหารเดชศักดิ์ ได้รีบเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษมาพร้อมญาติๆ เพื่อเฝ้าลูกชายด้วยความเป็นห่วงสุดขีด แม่เล่าว่าลูกชายกำลังจะครบ 1 ปีในการเป็นทหารในเดือนพฤษภาคมนี้ ก่อนหน้านี้ประจำการอยู่ที่ปราสาทตาเมือนธม และเพิ่งย้ายมาที่ฐานเอราวัณได้ไม่นาน เมื่อวานยังโทรคุยกันเรื่องสั่งของใช้ธรรมดา ก่อนจะได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายตอน 7 โมงเช้า

ฝันเป็นลางก่อนแม่พลทหารเดชศักดิ์ เหยียบระเบิดขาขาด

สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ คืนก่อนเกิดเหตุ แม่ฝันเห็นลูกชายตกน้ำ จะจมน้ำแต่ก็ไม่จม เหมือนมีอะไรมาบอกใบ้ แม่บอกว่า “พอตื่นมาแล้วได้รับโทรศัพท์ ก็ตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก” ที่ผ่านมา ลูกชายไม่เคยเล่าเรื่องอันตรายจากทุ่นระเบิดให้ฟัง มีแต่เพื่อนทหารที่เคยโดนและเสียชีวิตที่ปราสาทตาเมือนธม ล่าสุดลูกเพิ่งลาพักกลับบ้านวันที่ 16 ก.พ. อยู่ด้วยกันแค่ 3-4 วันก็ต้องกลับไปประจำการ

ความผูกพันของแม่ลูกทหารชายแดน

แม้จะอยู่ห่างกัน แต่พลทหารเดชศักดิ์โทรหาแม่ทุกวัน แม่อยู่คนเดียว ลูกยังส่งเงินมาให้ตลอด แม้แม่จะบอกให้เก็บไว้ใช้เองก็ไม่ยอม แม่รู้สึกภูมิใจมากที่ลูกเลือกเส้นทางทหาร เพื่อปกป้องชาติและชายแดน ตอนนี้แม่ขอแค่อยากให้ลูกหายไวๆ จะได้กลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่

  • ลูกชายโทรหาแม่ทุกวัน แม้ปฏิบัติหน้าที่หนัก
  • ส่งเงินช่วยเหลือแม่ แม้เงินเดือนทหารไม่มาก
  • เคยลาพักบ้านสั้นๆ ก่อนกลับไปชายแดน
  • ไม่เคยเล่าความเสี่ยงจากทุ่นระเบิด เพื่อไม่ให้แม่กังวล

พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเอราวัณและปราสาทตาเมือนธม ยังคงมีทุ่นระเบิดและระเบิดที่ไม่ระเบิดหลงเหลือจากสงครามเก่า ทำให้ทหารที่ประจำการต้องระวังตัวตลอดเวลา เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง สะท้อนถึงความเสี่ยงสูงในการปกป้องแผ่นดิน

เรื่องราวของแม่พลทหารเดชศักดิ์ เหยียบระเบิดขาขาดนี้ ทำให้เราเห็นถึงความกล้าหาญของพลทหารไทยและความเข้มแข็งของครอบครัว สุดท้ายแล้ว การผ่าตัดสำเร็จและอาการดีขึ้น เป็นข่าวดีที่ทุกคนเฝ้ารอ หวังว่าพลทหารเดชศักดิ์จะหายขาดและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็ววัน ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งแม่ลูกและทหารทุกนายที่เสียสละเพื่อชาติ

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวทหารชายแดนเพิ่มเติมจากบล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ

ที่มา – แม่ “พลทหารเดชศักดิ์” เหยียบระเบิดขาขาด เฝ้าลูกหน้าห้องผ่าตัด เผยฝันเป็นลาง

นายกฯ สั่งกองทัพดูแลพลทหารเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดเต็มที่

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันมาก นั่นคือกรณี นายกฯ สั่งกองทัพดูแลพลทหารเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดเต็มที่ ซึ่งเกิดขึ้นล่าสุดที่ฐานปฏิบัติการเอราวัณ จังหวัดสุรินทร์ เหตุการณ์นี้ทำให้พลทหารคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขาดจากทุ่นระเบิดเก่าแก่ที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ชายแดน นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกคำสั่งชัดเจนให้กองทัพดูแลสวัสดิภาพของทหารคนนี้อย่างเต็มที่ เพราะถือเป็นหน้าที่สำคัญของกองทัพในการปกป้องลูกน้องที่ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า

นายกฯ สั่งกองทัพดูแลพลทหารเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดเต็มที่

จากรายงานเมื่อเวลา 14.25 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ อนุทิน กล่าวว่าตนได้รับรายงานเหตุการณ์แล้ว และรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทันทีที่ทราบ ก็ได้กำชับกองทัพให้ดูแลพลทหารคนนี้ให้ดีที่สุด ทั้งด้านการรักษาพยาบาล สวัสดิภาพ และครอบครัว เพราะการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแบบนี้ เป็นสิ่งที่ทหารทุกคนต้องเผชิญ แต่รัฐบาลจะไม่ทิ้งลูกน้องเด็ดขาด นอกจากนี้ยังสั่งให้ระมัดระวังการปฏิบัติงานมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเหตุร้ายครั้งนี้ มาจากฝนตกหนักทำให้ดินชะล้าง เผยให้เห็นทุ่นระเบิดที่ฝังลึกมานาน พื้นที่เอราวัณซึ่งยึดคืนมาได้จากกลุ่มกบฏ ยังคงมีทุ่นระเบิดเหลือค้างจำนวนมาก สร้างความเสี่ยงสูงต่อเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเก็บกู้ นายกฯ ย้ำว่าต้องเร่งรัดการเก็บกู้ให้เสร็จสิ้น เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

หนุนปรับรูปแบบเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

นายกฯ ยังแสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะสนับสนุนกองทัพเต็มที่ในการปรับรูปแบบการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น แม้จะบอกว่าต้องถามกองทัพเองในรายละเอียด แต่รัฐบาลพร้อมจัดสรรงบประมาณ เทคโนโลยี และบุคลากร เพื่อลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด เหตุการณ์ นายกฯ สั่งกองทัพดูแลพลทหารเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดเต็มที่ นี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่ารูปแบบเก่าๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป

ปัจจุบัน การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงใช้วิธีแบบดั้งเดิม เช่น ใช้เครื่องตรวจจับโลหะ เดินเท้าค้นหา และระเบิดควบคุม ซึ่งเสี่ยงมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารแบบสุรินทร์ แต่หากปรับเปลี่ยน สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ได้ เช่น

  • โดรนตรวจจับทุ่นระเบิด: ใช้โดรนติดกล้องและเซ็นเซอร์ตรวจจับโลหะจากอากาศ ลดการสัมผัสพื้นดินโดยตรง
  • หุ่นยนต์เก็บกู้: หุ่นยนต์ขนาดเล็กที่ควบคุมระยะไกล สามารถขุดและระเบิดทุ่นได้โดยไม่ต้องใช้คน
  • AI และเซ็นเซอร์ขั้นสูง: ระบบปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อระบุจุดเสี่ยงล่วงหน้า
  • การฝึกอบรมพิเศษ: เพิ่มคอร์สฝึกใช้เครื่องมือใหม่ๆ ให้ทหารทุกนาย

หลายประเทศที่เคยเจอปัญหาคล้ายกัน เช่น เวียดนามหรืออัฟกานิสถาน ได้ปรับใช้เทคโนโลยีเหล่านี้แล้ว ลดอัตราการบาดเจ็บลงกว่า 70% ถ้ากองทัพไทยนำมาปรับใช้ ก็น่าจะช่วยให้ภารกิจสำเร็จเร็วขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิมแน่นอน

บทเรียนจากเหตุการณ์พลทหารเหยียบทุ่นระเบิด

นอกจากคำสั่งดูแลพลทหารแล้ว นายกฯ ยังกำชับเรื่องทุ่นระเบิดเก่า ซึ่งกองทัพต้องชี้แจงเพิ่มเติม แต่สิ่งสำคัญคือต้องเร่งแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง พื้นที่ชายแดนไทยมีทุ่นระเบิดค้างราวหลายแสนลูก จากสงครามเก่าและการก่อการร้าย หากปล่อยไว้นานกว่านี้ จะยิ่งอันตรายต่อชาวบ้านและทหาร การที่รัฐบาลแสดงท่าทีสนับสนุนเต็มที่แบบนี้ ถือเป็นสัญญาณดี แสดงถึงความใส่ใจต่อความมั่นคงและชีวิตทหาร

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองต้องจับมือกับกองทัพอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่พูด แต่ลงมือทำจริง รัฐบาลอนุทินกำลังเดินหน้าถูกทางแล้ว แต่ต้องติดตามผลลัพธ์ให้ชัดเจน ว่าการปรับรูปแบบจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และงบประมาณจะเพียงพอหรือไม่

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าทุกคนควรให้กำลังใจพลทหารที่เสียสละเพื่อชาติ ถ้าคุณเห็นด้วยกับการสนับสนุนเทคโนโลยีเก็บกู้ทุ่นระเบิด ลองแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลเร่งดำเนินการนะครับ หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมีไอเดียอะไรเพิ่มเติมบ้าง ติดตามข่าวอัพเดทจากเราได้ทุกวัน!

ที่มา – นายกฯ สั่งกองทัพดูแลพลทหารเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดเต็มที่ หนุนปรับรูปแบบเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้ปลอดภัย

ทหารเจ็บเพิ่ม เหยียบกับระเบิดขาขาด “ช่องระยี”

เกิดเหตุเศร้าอีกครั้งในพื้นที่ชายแดนใต้ เมื่อมีรายงาน ทหารเจ็บเพิ่ม เหยียบกับระเบิดขาขาดในพื้นที่ “ช่องระยี” จังหวัดสุรินทร์ ล่าสุดกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า ไม่ใช่การวางระเบิดใหม่ แต่เป็นระเบิดเก่าที่ฝังตัวอยู่ในดินมานาน พร้อมใบไม้ทับถม ทำให้ตรวจจับได้ยาก สร้างความตื่นตัวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเพิ่มมาตรการความปลอดภัย

ทหารเจ็บเพิ่ม เหยียบกับระเบิดขาขาดในพื้นที่ “ช่องระยี” ตรวจพบไม่ใช่การวางใหม่

จากโพสต์บนเพจเฟซบุ๊กของ กองทัพภาคที่ 2 เมื่อเวลา 08.52 น. วันที่ระบุเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.44 น. ณ พื้นที่ช่องระยี อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ กำลังพลของฝ่ายไทยที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา ได้ประสบอุบัติเหตุเหยียบกับระเบิด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยสูญเสียขาขวาไป 1 นาย

รายละเอียดการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ

ทีมตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ระเบิดดังกล่าวเป็นทุ่นระเบิดที่ฝังอยู่ในดินลึก และถูกปกคลุมด้วยใบไม้ที่ทับถมมานาน ทำให้ยากต่อการตรวจพบในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่การวางใหม่ อย่างแน่นอน ซึ่งอาจเป็นของตกค้างจากเหตุการณ์ในอดีตในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ช่องระยีถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ มีประวัติความขัดแย้งและการก่อเหตุในอดีต ส่งผลให้ยังมีวัตถุระเบิดตกค้างจำนวนมาก แม้หน่วยทหารจะมีการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง

  • เวลาเกิดเหตุ: 06.44 น. วันที่ 27 ก.พ. 2569
  • สถานที่: ช่องระยี อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์
  • อาการบาดเจ็บ: สูญเสียขาขวา บาดเจ็บสาหัส
  • ผลตรวจสอบ: ระเบิดเก่า ฝังลึก มีใบไม้ทับถม
  • การช่วยเหลือ: นำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันที ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

หลังเกิดเหตุ หน่วยที่เกี่ยวข้องได้เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุดอย่างเร่งด่วน และกำลังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มมาตรการเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงสูงอย่างช่องระยี ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนธรรมชาติระหว่างไทยกับกัมพูชา

บริบทพื้นที่ “ช่องระยี” และความเสี่ยงจากระเบิดตกค้าง

พื้นที่ช่องระยีในอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เป็นหนึ่งในจุดชายแดนที่สำคัญ มีลักษณะเป็นช่องเขาและป่าทึบ ทำให้การลาดตระเวนและตรวจค้นวัตถุระเบิดทำได้ยาก ในอดีตเคยมีเหตุการณ์ความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา รวมถึงปัญหาชายแดนใต้ที่อาจมีการลักลอบก่อเหตุ ส่งผลให้มีระเบิดและทุ่นต่อต้านบุคคลเก่าตกค้างจำนวนมาก แม้กองทัพจะมีการกำจัดอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อน ยังคงมีความเสี่ยงอยู่

เหตุการณ์ ทหารเจ็บเพิ่ม เหยียบกับระเบิดขาขาดในพื้นที่ “ช่องระยี” ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความทุลักทุเลของเหล่าทหารไทยที่เสียสละเพื่อปกป้องชายแดน แม้จะต้องเผชิญความเสี่ยงสูง แต่พวกเขาก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ การชี้แจงจากกองทัพภาคที่ 2 ยังช่วยลดกระแสข่าวลือที่อาจเกิดขึ้น โดยยืนยันว่าไม่ใช่การก่อเหตุใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการรักษาความสงบสุขในพื้นที่

เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย หน่วยทหารควรเพิ่มการใช้เทคโนโลยีตรวจจับระเบิด เช่น เครื่องตรวจจับโลหะขั้นสูง หุ่นยนต์สำรวจ หรือโดรนตรวจการณ์ รวมถึงการฝึกอบรมกำลังพลให้ตระหนักถึงอันตรายจากวัตถุระเบิดเก่า นอกจากนี้ การประสานงานกับหน่วยงานกัมพูชาเพื่อกำจัดทุ่นระเบิดร่วมกันก็น่าจะเป็นทางออกระยะยาว

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล พวกเขาคือด่านหน้าในการปกป้องชาติ หวังว่าผู้บาดเจ็บจะหายดีเร็ววัน และขอให้มีมาตรการที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น หากคุณสนใจข่าวสารด้านความมั่นคงชายแดน ติดตามบล็อกนี้เพื่ออัปเดตล่าสุด และอย่าลืมแชร์เพื่อสร้างความตระหนักให้สังคม

ที่มา – ทหารเจ็บเพิ่ม เหยียบกับระเบิดขาขาดในพื้นที่ “ช่องระยี” ตรวจพบไม่ใช่การวางใหม่

นายกฯ บินด่วนอุบลฯ-ศรีสะเกษ เยี่ยมทหารพรุ่งนี้

นายกฯ ปรับแผนบินด่วนอุบลราชธานี-ศรีสะเกษ เยี่ยมทหารเหยียบทุ่นระเบิดพรุ่งนี้ เรียกประชุมหน่วยความมั่นคงเดินหน้าหยุดปฏิญญาสันติภาพ และเตรียมลงตรวจน้ำท่วม 12 พ.ย. 

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ปรับแผนการทำงานใหม่โดยช่วงบ่ายวันนี้ เวลาประมาณ 15.30 น. จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 4/2568 ที่กระทรวงการคลัง หลังจากนั้นเวลาประมาณ 16.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมด่วนเพื่อรับมือและติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ที่อยู่ในช่วงวิกฤตในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางขณะนี้ โดยนายกรัฐมนตรีได้เรียกนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรมชลประทาน เข้าหารือเพื่อแก้ไขปัญหาก่อนที่วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท และอ่างทอง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำด้วยตัวเอง

ส่วนวันพรุ่งนี้ (11 พฤศจิกายน 2568) หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีจะเดินทางด่วนไปเยี่ยมทหารที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี และจะเดินทางไปที่ห้วยตามาเรีย ตรงข้ามปราสาทพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ รวมทั้งเป็นประธานการประชุมหาแนวทางหยุดปฏิญญาสันติภาพ ที่ได้ลงนาม Joint Declaration ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

นายกฯ บินด่วนอุบลฯ-ศรีสะเกษ เยี่ยมทหารพรุ่งนี้

ตามที่มีรายงานข่าวว่า นายกฯ บินด่วนอุบลฯ-ศรีสะเกษ เยี่ยมทหารพรุ่งนี้ ทำให้หลายคนให้ความสนใจถึงภารกิจเร่งด่วนของท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการเดินทางไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เหยียบทุ่นระเบิด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความใส่ใจที่ท่านมีต่อผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ

นอกจากการเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว การเดินทางไปยังจังหวัดศรีสะเกษเพื่อเป็นประธานการประชุมหาแนวทางหยุดปฏิญญาสันติภาพ ก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ภารกิจเร่งด่วน นายกฯ บินด่วนอุบลฯ-ศรีสะเกษ เยี่ยมทหารพรุ่งนี้

การที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจปรับแผนการทำงานและเดินทางด่วนไปยังจังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษในวันพรุ่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ อย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยชื่นชมและให้กำลังใจ

การลงพื้นที่เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วมในวันที่ 12 พฤศจิกายน ก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคกลางยังคงน่าเป็นห่วง และการที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ด้วยตัวเองจะช่วยให้สามารถรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง นำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับทั้งเรื่องความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำที่รอบด้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศชาติต้องการในสถานการณ์ปัจจุบัน

ดังนั้น การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภารกิจของนายกรัฐมนตรีจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราได้รับทราบถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาต่างๆ และร่วมเป็นกำลังใจให้กับท่านในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป

เราหวังว่าการเดินทางไป นายกฯ บินด่วนอุบลฯ-ศรีสะเกษ เยี่ยมทหารพรุ่งนี้ จะเป็นกำลังใจสำคัญให้กับทหารที่บาดเจ็บ และนำมาซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ยั่งยืน

ที่มา – นายกฯ บินด่วนอุบลฯ – ศรีสะเกษ พรุ่งนี้ เยี่ยมทหารเหยียบทุ่นระเบิด

Scroll to top