ทักษิณ

ทักษิณ แสดงความอาลัย จู หรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวการสูญเสียครั้งสำคัญของวงการเมืองจีน เมื่อมีการรายงานข่าวการถึงแก่อสัญกรรมของ จู หรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งถือเป็นบุคคลที่สร้างรากฐานสำคัญให้กับเศรษฐกิจแดนมังกรอย่างแข็งแกร่ง ล่าสุด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านช่องทางส่วนตัวเพื่อร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของรัฐบุรุษผู้นี้ โดยได้ระบุข้อความยกย่องว่า ทักษิณ แสดงความอาลัย จู หรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ในฐานะขุนพลเศรษฐกิจผู้พลิกโฉมประเทศ

ทักษิณ แสดงความอาลัย จู หรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ขุนพลเศรษฐกิจโลก

นายทักษิณได้เล่าย้อนถึงความประทับใจเมื่อครั้งที่มีโอกาสพบกับอดีตนายกฯ จู หรงจี เป็นครั้งแรก ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย โดยระบุว่าจากเดิมที่มีกำหนดการเข้าพบเพียงสั้นๆ 15 นาที กลับกลายเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กันนานถึง 1 ชั่วโมงเต็มๆ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน โดยที่ผ่านมา ทักษิณ แสดงความอาลัย จู หรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีน พร้อมทั้งยกย่องถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการผลักดันให้จีนกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่โลกต้องยอมรับในปัจจุบัน

ความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่าง ไทย-จีน

นอกจากความผูกพันส่วนตัวแล้ว นายทักษิณยังได้ย้อนรำลึกถึงช่วงปี พ.ศ. 2544 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ นายจู หรงจี ได้ให้การสนับสนุนและคำมั่นสัญญาในการช่วยเหลือด้านการแลกเปลี่ยนเงินตรา รวมถึงการช่วยรับซื้อสินค้าจากประเทศไทย ซึ่งถือเป็นมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ยังคงอยู่ในความทรงจำของอดีตนายกฯ ไทยเสมอมา

บทเรียนสำคัญจากท่านจู หรงจี ที่เราควรจดจำ ได้แก่:

  • ความมุ่งมั่นในการปฏิรูปเศรษฐกิจให้ก้าวทันโลก
  • การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ
  • การให้ความสำคัญกับความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อความเจริญรุ่งเรือง
  • การรักษามิตรภาพและความซื่อสัตย์ระหว่างผู้นำประเทศ

การจากไปของ จู หรงจี ไม่เพียงแต่เป็นการสูญเสียผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของจีน แต่ยังเป็นการปิดฉากตำนานขุนพลเศรษฐกิจที่โลกต้องจดจำไปตลอดกาล การที่อดีตผู้นำไทยออกมาแสดงความอาลัยในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นและเปี่ยมไปด้วยความเคารพซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง ซึ่งหวังว่าบทเรียนการบริหารประเทศของท่านจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้นำรุ่นหลังต่อไป

ที่มา – “ทักษิณ” แสดงความอาลัย “จู หรงจี” อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ยกย่องขุนพลเศรษฐกิจ

“วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค.

เชื่อว่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลายคนคงได้ยินข่าวคราวความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ โดยเฉพาะประเด็นที่ “วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค. ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญที่เหล่าบรรดาผู้ที่ยังคงระลึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นที่รักของใครหลายคนเตรียมตัวมารวมพลังกันอีกครั้ง

“วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค.

นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ จากพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร โดยเปรียบเทียบกับช่วงเวลาที่นายทักษิณ ชินวัตร บริหารประเทศ ซึ่งสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากวิกฤติต้มยำกุ้งได้อย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยเหตุนี้ การที่ “วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค. จึงไม่ใช่เพียงแค่การจัดงานวันเกิดทั่วไป แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงความผูกพันและคุณค่าที่อดีตนายกฯ เคยสร้างไว้ให้กับประเทศไทย

บรรยากาศและการรวมตัวของคนรักทักษิณ

สำหรับงานวันคล้ายวันเกิดของนายทักษิณ ชินวัตร ในปีนี้ ซึ่งจะมีอายุครบ 77 ปี นายวรชัยตั้งใจจัดงานขึ้นที่ร้านอาหารจุ่มดาด กม.6 ซอยรามอินทรา 40 เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ยังรักและระลึกถึงท่านได้มีพื้นที่แสดงพลัง โดยมีรายละเอียดกิจกรรมสำคัญดังนี้:

  • การรวมพลังให้กำลังใจอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร
  • การแลกเปลี่ยนมุมมองถึงผลงานในอดีตที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน
  • แสดงจุดยืนของกลุ่มคนรักประชาธิปไตย

นายวรชัยยังได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันว่า การแจกปลาอาจไม่ยั่งยืนเท่ากับการสอนให้หาปลาเหมือนในอดีต การรวมตัวครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการย้ำเตือนถึงแนวทางการบริหารที่ประชาชนเคยสัมผัสและชื่นชอบ ซึ่งเป็นการสะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับรุ่นเก่าหรือคนรุ่นใหม่ที่สนใจในการเมือง การไปร่วมงานวันเกิดในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ จะเป็นโอกาสที่ดีในการได้เห็นพลังของกลุ่มคนที่ยังคงมีความหวังและศรัทธาในทิศทางของบ้านเมืองที่เคยรุ่งเรือง หวังว่าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของพลังประชาชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้การเมืองไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความหมายครับ

ที่มา – “วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค.

ผู้นำอินโดฯ เปิดบ้านต้อนรับทักษิณ-แพทองธาร-ยิ่งลักษณ์

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองระดับภูมิภาค เมื่อประธานาธิบดีปราโบโว แห่งอินโดนีเซีย ได้ใช้โอกาสพิเศษนี้ในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เปิดที่พักส่วนตัวย่านเคอร์ตาเนการา กรุงจาการ์ตา ต้อนรับครอบครัวชินวัตร นำโดยอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย แพทองธาร ชินวัตร และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

ผู้นำอินโดฯ เปิดบ้านต้อนรับ “ทักษิณ-แพทองธาร-ยิ่งลักษณ์” แลกเปลี่ยนมุมมองสถานการณ์ภูมิภาค-โลก

การพบปะในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการกระชับมิตรภาพส่วนตัว แต่นับเป็นการหารือที่สำคัญอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์โลกและทิศทางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอินโดนีเซียระบุว่า บรรยากาศการสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นและเต็มไปด้วยเนื้อหาสาระสำคัญเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาในอนาคต

เบื้องลึกความสัมพันธ์และการเจรจา ผู้นำอินโดฯ เปิดบ้านต้อนรับ “ทักษิณ-แพทองธาร-ยิ่งลักษณ์”

ความสัมพันธ์ระหว่าง ปราโบโว ซูเบียนโต และตระกูลชินวัตรนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะทั้งสองฝ่ายมีความแนบแน่นกันมาอย่างยาวนาน โดยสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจคือการดึงตัวนายทักษิณเข้ามาเป็นที่ปรึกษาใน “ดานันตารา” กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของอินโดนีเซีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของบุคคลระดับโลกที่มีประสบการณ์สูงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สิ่งนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของรัฐบาลอินโดนีเซียภายใต้การนำของปราโบโว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลก

หากวิเคราะห์ประเด็นที่เกิดขึ้นจากการที่ ผู้นำอินโดฯ เปิดบ้านต้อนรับ “ทักษิณ-แพทองธาร-ยิ่งลักษณ์” แลกเปลี่ยนมุมมองสถานการณ์ภูมิภาค-โลก ในครั้งนี้ เราจะได้เห็นจิ๊กซอว์สำคัญหลายด้าน ดังนี้:

  • การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ: การเปิดกว้างในการหารือกับบุคคลสำคัญระดับอดีตผู้นำ ช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ทั้งด้านการทูตและการลงทุน
  • พลวัตทางการเมือง: อินโดนีเซียกำลังแสดงบทบาทก้าวรุกในฐานะผู้นำกลุ่มอาเซียนที่เน้นความสัมพันธ์ส่วนบุคคลนอกเหนือจากช่องทางทางการทูตปกติ
  • ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ: การใช้ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ระดับสากลเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย

ในมุมมองของผู้เขียน การขยับตัวของครอบครัวชินวัตรในเวทีระดับนานาชาติร่วมกับผู้นำอินโดนีเซียครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเยี่ยมเยือนธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงความร่วมมือที่มีนัยสำคัญระดับภูมิภาค ซึ่งน่าจับตามองอย่างยิ่งว่าก้าวต่อไปของการเชื่อมโยงประเทศไทยและอินโดนีเซียภายใต้มิตรภาพนี้จะส่งผลบวกอย่างไรต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศในอนาคต

ที่มา – ผู้นำอินโดฯ เปิดบ้านต้อนรับ “ทักษิณ-แพทองธาร-ยิ่งลักษณ์” แลกเปลี่ยนมุมมองสถานการณ์ภูมิภาค-โลก

“ทักษิณ” ตื่นเต้น ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี

เชื่อว่าคงไม่มีภาพไหนที่เป็นกระแสฮือฮาไปมากกว่าการปรากฏตัวของอดีตนายกรัฐมนตรีคนดัง เมื่อ “ทักษิณ” ตื่นเต้น ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี สร้างสีสันบรรยากาศที่หน่วยเลือกตั้งย่านบางพลัดให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง การกลับมาใช้สิทธิครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของนักการเมือง แต่เป็นการแสดงออกถึงการทำหน้าที่พลเมืองอย่างเต็มภาคภูมิของนายทักษิณ ชินวัตร

“ทักษิณ” ตื่นเต้น ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี ที่หน่วยเลือกตั้งบางพลัด

บรรยากาศในช่วงเช้าวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 14 เขตบางพลัด เต็มไปด้วยกองทัพสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว นายทักษิณเดินทางมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สวมเสื้อเชิ้ตขาวเข้าคูหาด้วยความมุ่งมั่น แม้จะออกปากเองว่าแอบตื่นเต้นเพราะไม่ได้ทำหน้าที่นี้มานานถึง 2 ทศวรรษเต็มๆ โดยเขากล่าวด้วยความรู้สึกภูมิใจในความเป็นคนไทยและยืนยันว่าการออกมาใช้สิทธิครั้งนี้คือการมาทำหน้าที่พลเมือง ไม่ใช่ในฐานะนักการเมืองแต่อย่างใด

มุมมองต่อการเลือกตั้งและ “ทักษิณ” ตื่นเต้น ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี

นอกจากบรรยากาศความคึกคักแล้ว นายทักษิณยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงมุมมองต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า:

  • ผู้บริหารกรุงเทพฯ ต้องทำงานเป็นและมีความทุ่มเท
  • โครงสร้างพื้นฐานและการจราจรยังเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข
  • งบประมาณของ กทม. อาจมีจำกัด จึงยิ่งต้องใช้ความสามารถในการบริหารจัดการ
  • การตัดสินใจเลือกตัวแทนเป็นเรื่องของพลเมือง หากเลือกแล้วไม่ประทับใจ ครั้งต่อไปก็สามารถเลือกใหม่ได้

นายทักษิณยังได้ย้ำเตือนใจคนไทยท่ามกลางสถานการณ์ในปัจจุบันว่า บ้านเมืองเราต้องการความสามัคคีเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากปัญหาทั้งในและนอกประเทศเป็นเรื่องยากที่จะจัดการ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกันให้กำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปให้ได้

สำหรับแผนการหลังจากนี้ เจ้าตัวเผยว่าจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและเดินทางไปต่างประเทศเพื่อพบปะเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงที่คอยให้กำลังใจมาโดยตลอด แม้อายุจะล่วงเลยถึง 77 ปีแล้ว แต่ภาพรวมของสุขภาพและพลังใจยังคงเต็มเปี่ยม พร้อมติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างต่อเนื่องในฐานะประชาชนคนหนึ่ง

สุดท้ายนี้ เหตุการณ์เมื่อ “ทักษิณ” ตื่นเต้น ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี สื่อให้เห็นชัดเจนว่า การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นสิทธิและหน้าที่พื้นฐานที่สำคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทุกเสียงมีความหมายในการกำหนดทิศทางของเมืองและประเทศชาติที่เราอยู่ร่วมกัน ลองถามตัวเองดูว่าครั้งสุดท้ายที่คุณออกไปทำหน้าที่พลเมืองนั้นนานแค่ไหนแล้ว? อย่าลืมออกไปใช้สิทธิทุกครั้งเมื่อมีโอกาส!

ที่มา – “ทักษิณ” ตื่นเต้น ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี ย้ำมาทำหน้าที่พลเมือง

“ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี จะอยู่อีก 40 ปี

“ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี จะอยู่อีก 40 ปี

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าแฟนคลับและผู้ติดตามข่าวการเมืองเป็นอย่างมาก เมื่อล่าสุด นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ออกมาเล่าถึงวินาทีสำคัญหลังจากได้พบกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร อีกครั้ง ข่าวเรื่อง “ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี เจ้าตัวบอกแข็งแรง จะอยู่อีก 40 ปี กลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ทันที เพราะหลายคนต่างเป็นห่วงสุขภาพของท่านหลังจากที่ได้รับอิสรภาพอย่างเป็นทางการ

ความประทับใจเมื่อได้พบท่านทักษิณ ชินวัตร

นายก่อแก้วได้เล่าผ่านช่องทางส่วนตัวว่า ในโอกาสที่ไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านทักษิณ ซึ่งการได้ยินจากปากของท่านเองว่าแข็งแรงดี แถมยังมุกตลกที่ว่า “ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี เจ้าตัวบอกแข็งแรง จะอยู่อีก 40 ปี นั้น ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นอย่างเห็นได้ชัด

หากเราวิเคราะห์ถึงความเคลื่อนไหวนี้ จะเห็นได้ว่าการที่อดีตนายกฯ ดูผ่อนคลายและมีกำลังใจดีเยี่ยมเป็นสัญญาณบวกที่แฟนคลับหลายคนเฝ้ารอคอย โดยท่านยังได้ฝากข้อคิดไว้สำหรับแฟนคลับรุ่นใหญ่ว่า:

  • ให้ทุกคนหมั่นออกกำลังกายให้แข็งแรง
  • รักษาสุขภาพเพื่อที่จะได้อยู่ให้กำลังใจกันต่อไปนานๆ
  • อย่าเพิ่งรีบถอดใจหรือจากกันไปก่อน

เป็นเรื่องที่น่าประทับใจที่เราได้เห็นพลังบวกผ่านหัวข้อ “ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี เจ้าตัวบอกแข็งแรง จะอยู่อีก 40 ปี ซึ่งไม่เพียงแค่ทำให้ผู้สนับสนุนรู้สึกสบายใจขึ้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นเตือนให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองเหมือนกับที่ท่านเป็นแบบอย่างให้เห็น หากใครที่รักสุขภาพก็ควรเริ่มฟิตร่างกายตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุขไปพร้อมๆ กันครับ

ที่มา – “ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี เจ้าตัวบอกแข็งแรง จะอยู่อีก 40 ปี

ราชทัณฑ์แจงปล่อยตัวคุมประพฤติและถอดกำไล EM ทักษิณ

ราชทัณฑ์แจงปล่อยตัวคุมประพฤติและถอดกำไล EM ทักษิณ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ สำหรับเหตุการณ์ล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ได้ออกมาชี้แจงประเด็นการราชทัณฑ์แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ-ถอดกำไล EM ทักษิณ เป็นตามขั้นตอนกฎหมายอย่างละเอียด เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสาธารณชน

ข้อเท็จจริงกรณี ราชทัณฑ์แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ-ถอดกำไล EM ทักษิณ เป็นตามขั้นตอนกฎหมาย

การดำเนินการในครั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ยึดถือหลักความเสมอภาคและปฏิบัติตามกรอบของพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ พ.ศ. 2569 อย่างเคร่งครัด โดยนายทักษิณได้รับสิทธิ์ตามมาตรา 7 และมาตรา 8 (2) (ฉ) ซึ่งเงื่อนไขคือผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปี และมีโทษเหลือไม่เกิน 3 ปี ทำให้เข้าข่ายได้รับพระราชทานอภัยโทษโดยสมบูรณ์

กระบวนการถอดกำไล EM และใบบริสุทธิ์

หลังจากที่กรมคุมประพฤติได้ตรวจสอบเงื่อนไขทั้งหมดแล้ว พบว่านายทักษิณได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบมาโดยตลอดตลอดระยะเวลา 4 เดือน 1 วัน ส่งผลให้กระบวนการราชทัณฑ์แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ-ถอดกำไล EM ทักษิณ เป็นตามขั้นตอนกฎหมายดำเนินไปอย่างโปร่งใส ดังนี้:

  • เรือนจำกลางคลองเปรมดำเนินการออกหนังสือสำคัญการปล่อยตัว หรือที่เรียกว่าใบบริสุทธิ์ (รท.25)
  • กรมคุมประพฤติเข้าดำเนินการถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM ตามขั้นตอนทางธุรการ
  • สถานะของผู้ได้รับการอภัยโทษถือว่าพ้นจากภาระทางคดีความโดยสมบูรณ์

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมขั้นตอนต่างๆ ถึงรวดเร็ว กรมราชทัณฑ์ได้ย้ำชัดเจนว่าทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบที่วางไว้สำหรับผู้ได้รับการพักการลงโทษทุกราย ไม่ได้มีอภิสิทธิ์เหนือบุคคลอื่นแต่อย่างใด เป็นเพียงการบังคับใช้กฎหมายตามปกติที่ปฏิบัติกับผู้ต้องราชทัณฑ์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชกฤษฎีกาฯ เท่านั้น

ถือเป็นอันสิ้นสุดสถานะการคุมความประพฤติของนายทักษิณ ชินวัตร อย่างเป็นทางการนับตั้งแต่วันที่ประกาศใช้บังคับกฎหมาย ส่งผลให้ท่านไม่มีภาระผูกพันทางโทษทางอาญาอีกต่อไป สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความชัดเจนในการใช้กฎหมายราชทัณฑ์ที่ยึดตามหลักเกณฑ์ของพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษในแต่ละปีเป็นที่ตั้งครับ

ที่มา – “ราชทัณฑ์” แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ-ถอดกำไล EM “ทักษิณ” เป็นตามขั้นตอนกฎหมาย

ทนายเผย ทักษิณ ขอเลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติไป 28 พ.ค. – ยังไม่ถอดกำไล EM

อัปเดตสถานะล่าสุด: ทนายเผย “ทักษิณ” ขอเลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติไป 28 พ.ค. – ยังไม่ถอดกำไล EM

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังเฝ้าจับตามองกันอย่างใกล้ชิด สำหรับความเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ล่าสุดทางทีมทนายความได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญผ่านสื่อมวลชนว่า ทนายเผย “ทักษิณ” ขอเลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติไป 28 พ.ค. – ยังไม่ถอดกำไล EM โดยการรายงานตัวในครั้งแรกนี้เดิมทีมีกำหนดการในวันที่ 25 พฤษภาคม แต่ได้มีการประสานแจ้งเหตุผลขอขยับเวลาออกไปก่อน

รายละเอียดการรายงานตัวและข้อเท็จจริงเรื่องกำไล EM

สำหรับประเด็นที่ว่าเหตุใดจึงมีการเลื่อนกำหนดการนั้น ทางกรมคุมประพฤติได้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ตามขั้นตอนปกติ เพียงแค่ต้องมีการประสานงานและแจ้งเหตุผลความจำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่รับทราบตามระเบียบที่วางไว้ ทั้งนี้ ในกรณีของ ทนายเผย “ทักษิณ” ขอเลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติไป 28 พ.ค. – ยังไม่ถอดกำไล EM นั้น ทางทนายความได้ย้ำชัดเจนว่า สถานะในปัจจุบันของอดีตนายกฯ ยังคงติดกำไล EM อยู่ตามเดิม และยังไม่มีการยื่นเอกสารเพื่อขอถอดกำไลแต่อย่างใด

หลายคนอาจสงสัยว่าการติดกำไล EM นั้นมีขั้นตอนการปลดอย่างไร ซึ่งข้อเท็จจริงมีดังนี้:

  • การปลดกำไลชั่วคราว: หากมีเหตุจำเป็นด้านสุขภาพหรือการรักษาพยาบาล สามารถยื่นเอกสารทางการแพทย์เพื่อขอพิจารณาปลดชั่วคราวได้ เมื่อเสร็จสิ้นการรักษาจะต้องสวมใส่ตามเดิม
  • การปลดกำไลถาวร: จำเป็นต้องยื่นเรื่องไปยังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาพักการลงโทษ เพราะเงื่อนไขนี้เป็นมติจากคณะกรรมการโดยตรง

อย่างไรก็ตาม สำหรับกำหนดการรายงานตัวตามกรอบเวลาเดิมที่เหลืออยู่นั้น มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • ครั้งแรก: 28 พ.ค. (เลื่อนจาก 25 พ.ค.)
  • ครั้งที่ 2: 27 มิ.ย.
  • ครั้งที่ 3: 29 ก.ค.
  • ครั้งที่ 4: 31 ส.ค.

ท้ายที่สุด การรายงานตัวดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขของการพักโทษ ซึ่งผู้ถูกคุมประพฤติทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แม้จะมีสิทธิ์แจ้งเลื่อนได้หากมีเหตุอันควร แต่ก็ต้องเป็นไปตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ สำหรับข่าวคราวเรื่อง ทนายเผย “ทักษิณ” ขอเลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติไป 28 พ.ค. – ยังไม่ถอดกำไล EM นับว่าเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาตามปกติภายใต้กฎระเบียบของกรมคุมประพฤติที่เปิดช่องไว้ให้สำหรับกรณีที่มีความจำเป็นเท่านั้น ซึ่งเรายังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าหลังจากนี้กระบวนการพักโทษจะดำเนินไปในทิศทางใด

ที่มา – ทนายเผย “ทักษิณ” ขอเลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติไป 28 พ.ค. – ยังไม่ถอดกำไล EM

พักโทษวันที่ 2 บ้านจันทร์ส่องหล้า บรรยากาศปกติ

ในวันที่ทุกสายตาจับจ้องไปยังพักโทษวันที่ 2 บ้านจันทร์ส่องหล้า บรรยากาศรอบบ้านพักส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาเป็นปกติอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ท่านเดินทางกลับจากการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพระราม 9 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2567 (ไม่ใช่ 2569 ตามต้นฉบับที่อาจพิมพ์ผิด) ทำให้หลายคนสนใจติดตามพัฒนาการหลังได้รับการพักโทษ

พักโทษวันที่ 2 บ้านจันทร์ส่องหล้า

ผู้สื่อข่าวที่เฝ้าติดตามรายงานว่าบริเวณหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ มีความสงบเรียบร้อย ไม่มีการคุมเข้มแบบพิเศษ มีเพียงกล้องวงจรปิดและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราตามปกติ นี่เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าชีวิตหลังพักโทษเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว สำหรับนายทักษิณที่เพิ่งพ้นโทษจากคดีต่างๆ และได้รับการพักโทษเนื่องจากอายุเกิน 70 ปี ตามกฎหมายไทย

บรรยากาศหลังทักษิณกลับจากตรวจสุขภาพ

เวลา 14.00 น. รถยนต์ Mercedes-Maybach สีดำ ทะเบียน พท 4444 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถส่วนตัวของนายทักษิณ ได้แล่นเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยมีรถผู้ติดตามประกบตามหลัง รถคันนี้หรูหรา สะท้อนถึงสถานะของเจ้าของ ทักษิณไม่ได้เปิดกระจกทักทายสื่อที่รออยู่หน้าประตู ทำให้ไม่ทราบว่ามีใครร่วมรถมาด้วยหรือไม่ แต่ภาพรวมคือความเป็นส่วนตัวสูงมาก

นับตั้งแต่เช้าจรดบ่าย ไม่มีนักการเมืองหรือผู้สนับสนุนคนไหนมาเยี่ยมให้กำลังใจที่บ้านเลย สิ่งนี้แตกต่างจากวันแรกๆ ที่อาจคึกคักกว่า แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่มีดราม่าหรือเหตุการณ์วุ่นวาย หลังตรวจสุขภาพเสร็จ ก็ยังไม่มีข้อมูลว่านายทักษิณมีนัดหมายหรือภารกิจอื่นๆ ต่อ

ความสำคัญของบ้านจันทร์ส่องหล้าในประวัติศาสตร์การเมือง

บ้านจันทร์ส่องหล้าไม่ใช่แค่บ้านพักธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองของตระกูลชินวัตร มันเคยเป็นที่รวมตัวของนักการเมืองพรรคเพื่อไทยหลายครั้ง ตั้งแต่สมัยนายกฯ ทักษิณจนถึงปัจจุบัน หลังพักโทษ การกลับมาที่นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิตท่าน

  • การรักษาความปลอดภัย: ใช้กล้อง CCTV และเจ้าหน้าที่มืออาชีพ
  • รถส่วนตัว: Mercedes-Maybach ทะเบียน พท 4444 สีดำหรูหรา
  • ไม่มีผู้มาเยี่ยม: บรรยากาศเงียบสงบ ไม่มีนักการเมือง
  • ตรวจสุขภาพ: ที่โรงพยาบาลพระราม 9 ใกล้บ้าน

สถานการณ์

จากมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของระบบยุติธรรมไทย และชีวิตหลังโทษของผู้นำการเมืองที่เคยทรงอิทธิพล บรรยากาศปกติช่วยลดความตึงเครียดในสังคมได้ หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ติดตามบล็อกนี้ต่อไปเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด

คุณคิดว่าทักษิณจะมีบทบาทอย่างไรในอนาคต? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – พักโทษวันที่ 2 บ้านจันทร์ส่องหล้า บรรยากาศปกติ หลัง “ทักษิณ” กลับจากตรวจสุขภาพ

“ทักษิณ” ตรวจสุขภาพที่ รพ.พระราม 9 แบบส่วนตัว มาพร้อม “คุณหญิงอ้อ-อิ๊งค์-เอม”

“ทักษิณ” ตรวจสุขภาพที่ รพ.พระราม 9 แบบส่วนตัว มาพร้อม “คุณหญิงอ้อ-อิ๊งค์-เอม” เป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ หลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษจากเรือนจำกลางคลองเปรมมาได้ไม่นาน การตรวจสุขภาพครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกสำคัญในการดูแลร่างกายหลังจากใช้ชีวิตในเรือนจำนาน 8 เดือน

“ทักษิณ” ตรวจสุขภาพที่ รพ.พระราม 9 แบบส่วนตัว มาพร้อม “คุณหญิงอ้อ-อิ๊งค์-เอม”

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางมาถึงโรงพยาบาลพระราม 9 เวลาประมาณ 08.00 น. โดยมาพร้อมกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ หรือคุณหญิงอ้อ, นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรืออิ๊งค์ และนางสาวพินทองทา ชินวัตร หรือเอม ซึ่งเป็นสมาชิกครอบครัวที่ใกล้ชิด การตรวจสุขภาพครั้งนี้เป็นแบบส่วนตัวสุดๆ งดสื่อมวลชนเก็บภาพและทำข่าว เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่านายทักษิณตรวจร่างกายเกือบทั้งหมด ยกเว้นการใช้เครื่องสแกน ซึ่งอาจเพราะกำไล EM ที่ต้องสวมใส่ตามเงื่อนไขพักโทษ โรงพยาบาลพระราม 9 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในกรุงเทพฯ มีชื่อเสียงด้านการตรวจสุขภาพเช็กอัพครบวงจร ทำให้หลายคนมั่นใจในบริการที่นี่

เหตุผลเบื้องหลัง “ทักษิณ” ตรวจสุขภาพที่ รพ.พระราม 9 แบบส่วนตัว

หลังจากพักโทษออกมา ร่างกายของอดีตนายกฯ ทักษิณ อาจต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะวัย 74 ปี การตรวจสุขภาพประจำปีหรือเช็กอัพหลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบากในเรือนจำ เป็นเรื่องสำคัญเพื่อติดตามสุขภาพหัวใจ ความดันโลหิต และระบบต่างๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ ครอบครัวที่มากับแสดงถึงความห่วงใยที่อบอุ่น โดยคุณหญิงอ้อซึ่งเป็นภรรยา น้องอิ๊งค์และน้องเอมที่เป็นลูกสาวต่างคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

  • เดินทางถึงโรงพยาบาลเวลา 08.00 น.
  • ตรวจร่างกายเกือบทั้งหมด ยกเว้นสแกน
  • งดสื่อมวลชนบันทึกภาพ
  • เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจัดการความปลอดภัยอย่างดี
  • สื่อต้องรอด้านนอกเพราะฝนตก

เมื่อสื่อมวลชนเดินทางไปยังโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่อนุญาตให้นั่งรอ แต่สุดท้ายต้องกลับไปรอด้านนอกเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกหนัก เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงการจัดการที่รัดกุมเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของบุคคลสำคัญ

การตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพระราม 9 ไม่ใช่แค่เช็กอัพธรรมดา แต่เป็นการประเมินสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งรวมถึงการตรวจเลือด เอกซเรย์ และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา สำหรับผู้ที่สนใจตรวจสุขภาพคล้ายกัน โรงพยาบาลนี้มีแพ็กเกจเช็กอัพที่เหมาะกับทุกวัย เริ่มต้นไม่แพงมาก

ข่าว “ทักษิณ” ตรวจสุขภาพที่ รพ.พระราม 9 แบบส่วนตัว มาพร้อม “คุณหญิงอ้อ-อิ๊งค์-เอม” ยังจุดประกายให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะหลังจากเผชิญสถานการณ์เครียด การพักโทษของทักษิณยังคงเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทย ทำให้ข่าวนี้ได้รับความสนใจจากทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายตรงข้าม

ในมุมมองของผู้เขียน การดูแลสุขภาพแบบนี้เป็นตัวอย่างที่ดี แสดงให้เห็นว่าครอบครัวคือกำลังใจหลัก หากคุณกำลังมองหาโรงพยาบาลสำหรับเช็กอัพ ลองพิจารณารพ.พระราม 9 ดูครับ สะดวก ครบครัน และเป็นส่วนตัว ติดตามข่าวอัปเดตสุขภาพและการเมืองเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – “ทักษิณ” ตรวจสุขภาพที่ รพ.พระราม 9 แบบส่วนตัว มาพร้อม “คุณหญิงอ้อ-อิ๊งค์-เอม”

Scroll to top