ทุ่นระเบิดกัมพูชา

ก่อนประชุม สมช. ยัน ทุ่นระเบิดเป็นของใหม่ จริงหรือ?

พล.อ.ณัฐพล ยัน ทุ่นระเบิดเป็นของใหม่ โต้กลับเสียงวิจารณ์ บอกทำไมต้องฟังความเห็นกัมพูชา? รอผลประชุม สมช. ก่อนตัดสินใจขั้นสูงสุด

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางเข้าร่วมการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาออกมาแถลงการณ์เกี่ยวกับทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งระบุว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าตั้งแต่สมัยสงคราม พล.อ.ณัฐพล ตอบอย่างหนักแน่นว่า “จะไปฟังกัมพูชาทำไม ต้องฟังพี่สิ” แสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อมูลที่ทางกัมพูชาให้ไว้

ผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำถึงประเด็นที่ว่าทุ่นระเบิดดังกล่าวเป็นของใหม่จริงหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล พยักหน้ารับและยืนยันหนักแน่นว่าเป็นของใหม่ สร้างความกระจ่างในประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจ นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการขั้นสูงสุดกับกัมพูชา พล.อ.ณัฐพล ตอบอย่างระมัดระวังว่า จะรอผลการประชุม สมช. ก่อนที่จะตัดสินใจในเรื่องนี้

ก่อนประชุม สมช. ยัน ทุ่นระเบิดเป็นของใหม่

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ พล.อ.ณัฐพล ยืนยันถึงความสำคัญของการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนที่จะตัดสินใจใดๆ การรอผลการประชุม สมช. จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีข้อมูลสนับสนุนและคำนึงถึงผลกระทบในทุกมิติ

ทำไมต้องรอ ก่อนประชุม สมช. ยัน ทุ่นระเบิดเป็นของใหม่?

การประชุม สมช. ถือเป็นกลไกสำคัญในการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงและกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา การที่ พล.อ.ณัฐพล ระบุว่าจะรอผลการประชุม สมช. ก่อนตัดสินใจ แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาอย่างมีหลักการและเหตุผล

  • ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในการประชุม สมช.
  • การประเมินข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับทุ่นระเบิด
  • การพิจารณาผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • การกำหนดแนวทางในการป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย
  • การให้ความช่วยเหลือและเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบ

การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกมาให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกับข้อมูลของทางกัมพูชา ทำให้ประเด็นนี้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น การยืนยันว่าทุ่นระเบิดเป็นของใหม่ สวนทางกับข้อมูลที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นระเบิดเก่า ทำให้ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน

สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ และการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี การใช้เหตุผลและการเจรจาเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การที่ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

การตอบโต้ของ พล.อ.ณัฐพล ที่ว่า “จะไปฟังกัมพูชาทำไม ต้องฟังพี่สิ” แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในข้อมูลที่ตนเองมีอยู่ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศจำเป็นต้องอาศัยความรอบคอบและการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นธรรมและยั่งยืน การรอผลการประชุม สมช. จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านและตัดสินใจอย่างมีเหตุผล

แม้ว่าสถานการณ์จะมีความตึงเครียด แต่การที่ทุกฝ่ายแสดงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีถือเป็นสัญญาณที่ดี การเจรจาและการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา จะเป็นประโยชน์ในการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การที่ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา จะเป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระยะยาว

การออกมาโต้แย้งเกี่ยวกับทุ่นระเบิดเป็นของใหม่ เป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของรัฐบาลไทย แต่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการเจรจาจากทุกฝ่าย การรอผลการประชุม สมช. จะเป็นโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหาทางออกร่วมกัน

ก่อนประชุม สมช. ยัน ทุ่นระเบิดเป็นของใหม่ ท้ายที่สุดแล้ว การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศต้องอาศัยความอดทนและความเข้าใจซึ่งกันและกัน การที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการเจรจาและการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี จะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาค

ที่มา – ก่อนประชุม สมช. “บิ๊กเล็ก” โต้กลับ ยันทุ่นระเบิดเป็นของใหม่ บอกจะฟังกัมพูชาทำไม

มาริษคุยจีน-กัมพูชา ย้ำร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิด

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของจีนและกัมพูชา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญที่กัมพูชาจะต้องร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน เพื่อลดความตึงเครียดและสร้างความปกติสุขในพื้นที่

มาริษคุย รมว.ต่างประเทศจีน-กัมพูชา เน้นย้ำกัมพูชาต้องร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิด

ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศตามกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 10 ณ เมืองอันหนิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ได้รับเชิญจากนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจีน ให้เข้าร่วมการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ไทย และกัมพูชา

นายมาริษได้แสดงความขอบคุณต่อบทบาทที่สร้างสรรค์ของจีนในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชาอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคีต่างๆ และการบังคับใช้ให้เกิดการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากอาเซียน

ความสำคัญของการร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด

ประเด็นสำคัญที่นายมาริษเน้นย้ำคือ ความจำเป็นเร่งด่วนที่ไทยและกัมพูชาต้องร่วมมือกันในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการลดความตึงเครียดและฟื้นฟูความเป็นปกติสุขในพื้นที่ชายแดน การดำเนินการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณชายแดนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศอีกด้วย

นายมาริษได้กล่าวขอบคุณนายหวัง อี้ สำหรับการสนับสนุนในประเด็นนี้ และคาดการณ์ว่าจะมีการหารือกันในรายละเอียดเพิ่มเติมในการประชุม RBC ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้องกันถึงความจำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในสื่อโซเชียล ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้น

การหารือในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขปัญหาชายแดนกับกัมพูชาอย่างสันติวิธี โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากจีน การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นเพียงหนึ่งในหลายประเด็นที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

ความร่วมมือระหว่างประเทศถือเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อหลายฝ่าย การที่ไทย กัมพูชา และจีน จับมือกันแก้ไขปัญหาต่างๆ จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน การดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับชายแดนควรเป็นไปอย่างรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกฝ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งและความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากประเด็นเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิดแล้ว การพัฒนาเศรษฐกิจและการส่งเสริมการค้าชายแดนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน การสร้างงาน การลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จะช่วยสร้างโอกาสและความหวังให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาชายแดนจึงไม่ใช่เพียงแค่การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความเข้าใจอันดี การส่งเสริมความร่วมมือ และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน

ที่มา – “มาริษ” คุย รมว.ต่างประเทศจีน-กัมพูชา เน้นย้ำกัมพูชาต้องร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิด

Scroll to top