ทูตพิเศษสหรัฐฯ

ทรัมป์งง ทำไมอิหร่านไม่ยอมจำนน แม้ส่งกองทัพเรือไปขู่

ทรัมป์งง ทำไมอิหร่านไม่ยอมจำนน แม้ส่งกองทัพเรือไปขู่ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่พูดถึงในวงการข่าวต่างประเทศช่วงนี้ ด้วยสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่สหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังกดดันอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์อย่างหนักหน่วง

ทรัมป์งง ทำไมอิหร่านไม่ยอมจำนน แม้ส่งกองทัพเรือไปขู่

นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทรัมป์ เผยในการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าประธานาธิบดีทรัมป์กำลังตั้งข้อสงสัยว่าทำไมอิหร่านถึงยังไม่ยอมจำนน แม้สหรัฐฯ จะส่งกำลังทหารไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง และเตือนเรื่องการโจมตีทางทหารหากไม่บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์

“ผมไม่อยากใช้คำว่า ‘หงุดหงิด’ เพราะทรัมป์เข้าใจดีว่าเขายังมีทางเลือกอื่น แต่เขาสงสัยว่าทำไมอิหร่านถึงยังไม่ยอมจำนน” วิตคอฟฟ์กล่าว พร้อมตั้งคำถามว่า “ทำไมภายใต้ความกดดันจากกองทัพเรือและแสนยานุภาพมหาศาล พวกเขาถึงไม่มาพูดว่า ‘เราขอยืนยันว่าไม่ต้องการอาวุธนิวเคลียร์ และนี่คือสิ่งที่เราจะทำเพื่อพิสูจน์'”

กำลังทหารสหรัฐฯ ที่ถูกส่งไปขู่

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เสริมกำลังอย่างหนัก โดยส่งเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง USS Gerald R. Ford ไปยังตะวันออกกลาง ร่วมกับ USS Abraham Lincoln เรือพิฆาต ฝูงบินขับไล่ และกำลังพลจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์กดดันให้อิหร่านยอมจำนนในประเด็นนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงยืนกราน โดยนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุกับ CBS News ว่ายังมีโอกาสแก้ไขด้วยการทูตที่ win-win และกำลังเตรียมร่างข้อตกลงเพื่อส่งให้วิตคอฟฟ์ในไม่กี่วัน

ความคืบหน้าในการเจรจา

การเจรจาทางอ้อมที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ 17 ก.พ. มีความคืบหน้า โดยโอมานเป็นตัวกลาง รอบต่อไปกำหนด 26 ก.พ. แต่ทรัมป์ประกาศเมื่อ 19 ก.พ. ว่าโลกจะรู้ภายใน 10 วันว่าจะข้อตกลงหรือใช้กำลังทหาร

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของความขัดแย้ง ทรัมป์งง ทำไมอิหร่านไม่ยอมจำนน แม้ส่งกองทัพเรือไปขู่ เพราะอิหร่านมองว่าการยอมจำนนคือการสูญเสียอธิปไตย และมีพันธมิตรอย่างรัสเซีย จีนหนุนหลัง ทำให้ไม่หวั่นเกรง

นอกจากนี้ ประวัติศาสตร์ JCPOA (ข้อตกลงนิวเคลียร์ 2015) ที่ทรัมป์ถอนตัว ทำให้อิหร่านไม่เชื่อถือสหรัฐฯ อีกต่อไป สหรัฐฯ ใช้ ‘maximum pressure’ คว่ำบาตรและกำลังทหาร แต่ผลลัพธ์ยังไม่เป็นรูปธรรม

  • กำลังทหารสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น 20%
  • อิหร่านเสริมขีดความสามารถขีปนาวุธ
  • เจรจารอบใหม่ใกล้เข้ามา

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ข้อตกลงใหม่ หากทั้งสองฝ่ายยอมถอย แต่หากล้มเหลว อาจจุดชนวนสงครามใหญ่ในภูมิภาค

ทรัมป์งง ทำไมอิหร่านไม่ยอมจำนน แม้ส่งกองทัพเรือไปขู่ ชี้ให้เห็นว่าการทูตสมัยใหม่ต้องอาศัยมากกว่าแค่กำลังทหาร ควรผสมผสานการเจรจาและแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ

ติดตามสถานการณ์ข่าวต่างประเทศแบบเรียลไทม์เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ คุณคิดว่าอิหร่านจะยอมจำนนหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ทรัมป์งง ทำไมอิหร่านไม่ยอมจำนน แม้ส่งกองทัพเรือไปขู่

ปูตินลั่น! ไม่ได้อยากสู้กับยุโรป แต่ถ้าต้องการก็พร้อม

วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่ารัสเซียไม่ได้ต้องการทำสงครามกับยุโรป แต่ถ้าหากยุโรปต้องการเช่นนั้น รัสเซียก็พร้อมที่จะเผชิญหน้า

ในการประชุมด้านการลงทุนที่กรุงมอสโก ปูตินได้เน้นย้ำถึงจุดยืนของรัสเซียเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับยุโรป ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับความขัดแย้งในยูเครน และบทบาทของชาติตะวันตกในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แม้ว่ารัสเซียจะยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะขยายความขัดแย้งไปยังยุโรป แต่ก็พร้อมที่จะตอบโต้หากมีความจำเป็น

ปูตินย้ำจุดยืน: ไม่ได้อยากสู้กับยุโรป

ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า รัสเซียไม่ได้แสวงหาความขัดแย้งกับยุโรป และได้กล่าวเช่นนี้หลายครั้งแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้เน้นย้ำว่า หากยุโรปเลือกที่จะทำเช่นนั้น รัสเซียก็จะตอบสนองอย่างเด็ดขาด ความเห็นดังกล่าวสะท้อนถึงความระมัดระวังในการแสดงออกถึงความพร้อมที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ในขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น

ข้อเสนอของยุโรป ‘ยอมรับไม่ได้’

ปูตินวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอของยุโรปเกี่ยวกับการแก้ไขความขัดแย้งในยูเครน โดยระบุว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นสิ่งที่ “ยอมรับไม่ได้” สำหรับรัสเซีย เขากล่าวหาว่าชาติพันธมิตรยุโรปไม่ได้ริเริ่มข้อเสนอสันติภาพใด ๆ แต่กลับขัดขวางความพยายามของสหรัฐฯ ในการแก้ไขสถานการณ์

ปฏิบัติการพิเศษ ไม่ใช่สงคราม

ปูตินยังคงยืนกรานว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครนไม่ใช่สงคราม แต่เป็น “ปฏิบัติการพิเศษ” ที่มีความแม่นยำสูง เขากล่าวว่า การดำเนินการของรัสเซียตั้งเป้าไปที่เป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง และไม่ได้มีลักษณะเป็นสงครามเต็มรูปแบบตามความหมายสมัยใหม่ นี่เป็นคำกล่าวที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ว่ามีการสูญเสียชีวิตพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางทหาร

ปูตินลั่น! ไม่ได้อยากสู้กับยุโรป แต่ถ้าต้องการก็พร้อม

ท่าทีแข็งกร้าวของปูตินมีขึ้นในขณะที่ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตกยังคงสูงอยู่ เนื่องจากการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของชาติตะวันตกต่อยูเครน รวมถึงการส่งมอบอาวุธและความช่วยเหลือทางการเงิน รัสเซียมองว่าการกระทำเหล่านี้เป็นการแทรกแซงกิจการภายในประเทศ และเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของตน

ความเป็นไปได้ของสันติภาพ

แม้ว่าจะมีวาทกรรมที่แข็งกร้าว แต่ความเป็นไปได้ของการเจรจาสันติภาพยังคงมีอยู่ การเยือนมอสโกของนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะหาทางออกทางการทูตสำหรับความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการเจรจาใดๆ จะขึ้นอยู่กับความเต็มใจของทุกฝ่ายที่จะประนีประนอมและแก้ไขข้อกังวลที่สำคัญ

ผลกระทบต่อยูเครน

ความขัดแย้งในยูเครนได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อประเทศ ชีวิตผู้คนนับพันต้องสูญเสีย และเมืองต่างๆ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ความพยายามในการสร้างสันติภาพและการฟื้นฟูจะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเหลือยูเครนให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของสงคราม

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ยังคงผันผวนและคาดเดาไม่ได้ แม้ว่าปูตินจะยืนยันว่ารัสเซียไม่ได้ต้องการสู้กับยุโรป แต่ก็พร้อมที่จะตอบโต้หากถูกท้าทาย ความขัดแย้งในยูเครนยังคงเป็นประเด็นที่ซับซ้อนและต้องได้รับการแก้ไขด้วยความระมัดระวังและความมุ่งมั่นในการเจรจา

การที่ปูตินเน้นย้ำว่ารัสเซีย ไม่ได้อยากสู้กับยุโรป แต่ถ้าต้องการก็พร้อม นั้น แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ และความจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องพิจารณาผลกระทบของการกระทำของตนอย่างรอบคอบ

ที่มา – ปูตินลั่น ไม่ได้อยากสู้กับยุโรป แต่ถ้ายุโรปต้องการก็พร้อมสู้

ทรัมป์เสนอแผนสันติภาพ ยุติสงครามกาซา

ทูตพิเศษสหรัฐฯ เผยว่า รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแผนสันติภาพ 21 ข้อแก่ผู้นำชาติอาหรับพิจารณาแล้ว และเชื่อว่าจะมีความคืบหน้าเกิดขึ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า หวังยุติสงครามกาซา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพุธที่ 24 ก.ย.2568 ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้นำเสนอแผนสันติภาพ 21 ข้อเพื่อยุติสงครามในฉนวนกาซาแก่ผู้นำอาหรับแล้ว ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

“เรามีการประชุมที่มีประสิทธิภาพมาก” วิตคอฟฟ์กล่าวถึงการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคณะผู้แทนของสหรัฐฯ กับผู้นำชาติอาหรับ ซึ่งรวมถึงซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์ และอียิปต์ “เราได้นำเสนอสิ่งที่เราเรียกว่าแผน 21 ข้อของทรัมป์สำหรับสันติภาพในตะวันออกกลาง ในฉนวนกาซา”

นายวิตคอฟฟ์แสดงความมั่นใจว่า จะมีการฝ่าทางตันบางอย่างเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนรัฐบาลทรัมป์เสนอแผนสันติภาพ 21 ข้อแก่ผู้นำอาหรับ หวังยุติสงครามกาซา

“ผมคิดว่ามันเป็นแผนที่ตอบสนองต่อความกังวลของอิสราเอล รวมถึงความกังวลของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ด้วย” นายวิตคอฟฟ์กล่าว “และเราก็หวัง หรืออาจถึงขั้นมั่นใจ ว่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราจะสามารถประกาศความก้าวหน้าบางอย่างได้”

ทั้งนี้ อิสราเอลกำลังถูกนานาชาติประณามอย่างหนักจากการทำสงครามในฉนวนกาซา ซึ่งใกล้จะครบสองปีแล้วโดยไม่มีวี่แววของการหยุดยิง ความขัดแย้งนี้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงและคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 65,000 คน ตามรายงานของหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ และทำให้เกิดความอดอยาก การที่รัฐบาลทรัมป์เสนอแผนสันติภาพ 21 ข้อแก่ผู้นำอาหรับ หวังยุติสงครามกาซา จึงเป็นความหวังที่นานาชาติจับตามอง

สงครามในฉนวนกาซาส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนจำนวนมาก ทำให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมอย่างรุนแรง การแก้ปัญหาความขัดแย้งนี้จึงเป็นเรื่องที่เร่งด่วน และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การที่รัฐบาลทรัมป์เสนอแผนสันติภาพ 21 ข้อแก่ผู้นำอาหรับ หวังยุติสงครามกาซา ถือเป็นก้าวสำคัญในการแสวงหาทางออกอย่างสันติ

รัฐบาลทรัมป์เสนอแผนสันติภาพ 21 ข้อแก่ผู้นำอาหรับ หวังยุติสงครามกาซา

การเจรจาสันติภาพครั้งนี้มีความซับซ้อนและมีความท้าทายหลายประการ แต่หากทุกฝ่ายมีความตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหา และมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ร่วมกัน ก็ยังมีความหวังที่จะบรรลุข้อตกลงที่ยั่งยืนได้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความละเอียดอ่อน การตัดสินใจของผู้นำแต่ละประเทศจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของภูมิภาค

รายละเอียดของแผนสันติภาพที่รัฐบาลทรัมป์เสนอ

ถึงแม้ว่ารายละเอียดของแผนสันติภาพ 21 ข้อจะยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนทั้งหมด แต่จากคำกล่าวของนายวิตคอฟฟ์ เราสามารถอนุมานได้ว่าแผนดังกล่าวครอบคลุมประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในฉนวนกาซา รวมถึงความกังวลของอิสราเอล และประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค:

  • การรักษาความปลอดภัยชายแดน
  • การยุติการโจมตีด้วยจรวด
  • การบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรม
  • การฟื้นฟูเศรษฐกิจ

แน่นอนว่าแผนดังกล่าวจะต้องเผชิญกับความท้าทายและความขัดแย้งหลายประการ แต่การเริ่มต้นเจรจาถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ และหวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถหาจุดร่วมที่นำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้

สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงเปราะบางและมีความไม่แน่นอนสูง การรัฐบาลทรัมป์เสนอแผนสันติภาพ 21 ข้อแก่ผู้นำอาหรับ หวังยุติสงครามกาซา เป็นสัญญาณของความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการเจรจาขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในภูมิภาคนี้อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราเข้าใจถึงความท้าทายและโอกาสในการสร้างสันติภาพในตะวันออกกลางต่อไป

ที่มา – รัฐบาลทรัมป์เสนอแผนสันติภาพ 21 ข้อแก่ผู้นำอาหรับ หวังยุติสงครามกาซา

Scroll to top