ท่องเที่ยวเมืองหลัก

“ซาบีดา” เปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานศรีสะเกษ หวังปั้นเมืองรองสู่หลัก

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวท่องเที่ยวและคนรักวัฒนธรรมอีสานทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีจากแดนดินอีสานใต้มาบอกกันค่ะ นั่นคือ “ซาบีดา” เปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานศรีสะเกษ หวังปั้นจากเมืองรองเป็นเมืองหลัก ซึ่งเป็นอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ที่เพิ่งจัดไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2569 งานนี้ไม่ใช่แค่งาน花祭ธรรมดา แต่เป็นการสืบสานประเพณีของสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ลาว เขมร ส่วย และเยอ ให้โลกได้รู้จัก พร้อมผลักดันศรีสะเกษให้กลายเป็นจุดหมายท่องเที่ยวหลักที่นักเดินทางต้องปักหมุด!

“ซาบีดา” เปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานศรีสะเกษ หวังปั้นจากเมืองรองเป็นเมืองหลัก

วันที่ 14 มีนาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยมีนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และคณะผู้บริหารท้องถิ่น นายก อบจ. สส. เอกชน และชาวชุมชนมาร่วมงานคับคั่ง ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของดอกลำดวนที่บานสะพรั่งทั่วสวน สวยงามน่าหลงใหลสุดๆ เลยค่ะ

งานเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 มีนาคม 2569 เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตของชาวศรีสะเกษ ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่ทั้งสนุกและได้ความรู้ เป้าหมายหลักคือใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือยกระดับการท่องเที่ยว เปลี่ยนศรีสะเกษจากเมืองรองให้เป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ซาบีดา เปิดงานเทศกาลดอกลำดวน

กิจกรรมเด่นช่วงกลางวันในเทศกาลดอกลำดวนบานศรีสะเกษ

ช่วงกลางวันเน้นการเรียนรู้และช้อปปิ้งแบบชุมชนแท้ๆ มีกิจกรรมเจ๋งๆ ดังนี้

  • นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
  • นิทรรศการศิลปวัฒนธรรมของชน 4 เผ่า ลาว เขมร ส่วย เยอ ที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และวิถีชีวิต
  • สาธิตและจำหน่ายอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ เช่น แกงอ่อม ส้มตำลาว ปลาย่างสมุนไพร
  • ประกวดผลิตภัณฑ์ท้องถิหน local และผลผลิตเกษตรสดๆ จากสวนชาวบ้าน
  • การแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน หมอลำ ลำตัด เพลงพื้นบ้าน
  • ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวศรีสะเกษ เช่น เขื่อนรัชชประภา เมืองต่ำปราสาทภู labphum
กิจกรรมเทศกาลดอกลำดวนศรีสะเกษ

การแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการช่วงกลางคืน

พอพระอาทิตย์ตกดิน งานก็แปลงร่างเป็นเวทีใหญ่ด้วยการแสดงแสง สี เสียง เรื่อง “อารยธรรมแห่งศรัทธา มนตรา ศรีพฤทเธศวร” ตอน กำเนิดเทวราชา สถาปนาศรีพฤทเธศวร ถ่ายทอดตำนานการสร้างเมืองศรีสะเกษอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางดอกลำดวนบานรอบงาน กลิ่นหอมฟุ้งกระจาย รับรองว่าดูแล้วขนลุก ใครพลาดถือว่าอด!

การแสดงกลางคืนเทศกาลดอกลำดวน
บรรยากาศงานเทศกาลศรีสะเกษ
ดอกลำดวนบานศรีสะเกษ

ทำไมศรีสะเกษถึงน่าเที่ยวด้วยเทศกาลดอกลำดวน

ศรีสะเกษไม่ได้มีดีแค่ทุเรียนหรอกนะคะ แต่ยังมีวัฒนธรรมเข้มข้นจากสี่เผ่าไทที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว ดอกลำดวนเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด บานเฉพาะช่วงนี้ สวยหอม ใช้ในพิธีกรรมพื้นบ้าน งานนี้จึงเป็นโอกาสทองในการโปรโมทท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างความภาคภูมิใจให้ชาวศรีสะเกษ การผลักดันจากกระทรวงวัฒนธรรมแบบนี้ ทำให้เราเห็นอนาคตสดใสของเมืองรองที่จะก้าวขึ้นแท่นเมืองหลักในวงการท่องเที่ยวไทย

ในมุมมองของเรา งานแบบนี้คือกุญแจสำคัญในการอนุรักษ์วัฒนธรรมท่ามกลางโลกสมัยใหม่ ถ้าคุณกำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ๆ ที่ไม่แออัด แต่ได้สัมผัสของแท้ ศรีสะเกษคือคำตอบ! ลองวางแผนทริปไปชมดอกลำดวนปีหน้า หรือสำรวจแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในจังหวัด เช่น น้ำตกสายทิพย์ ผีตาโขน หรือปราสาทศรีขรภูมิ รับรองติดใจ ไปกันเลยนะคะ!

ที่มา – “ซาบีดา” เปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานศรีสะเกษ หวังปั้นจากเมืองรองเป็นเมืองหลัก

เที่ยวดีมีคืน! ลดหย่อนภาษี รีบใช้สิทธิ์ด่วน

ใกล้หมดเขตแล้ว! รัฐบาลย้ำประชาชนรีบใช้สิทธิ์ “เที่ยวดีมีคืน” เพื่อลดหย่อนภาษีปลายปีนี้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในเมืองรอง รับสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเป็น 1.5 เท่า อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป!

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีของรัฐบาล กำลังจะสิ้นสุดระยะเวลาการใช้สิทธิ์ในวันที่ 15 ธันวาคมนี้แล้ว จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนรีบใช้สิทธิ์ดังกล่าว

เที่ยวดีมีคืน! รีบใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ก่อนหมดเขต

สำหรับมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ สามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • เที่ยวเมืองรอง: ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี 1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท
  • เที่ยวเมืองหลัก: ลดหย่อนภาษีได้ตามค่าใช้จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ จะต้องเป็นค่าที่พักหรือค่าอาหารจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และมีใบกำกับภาษีถูกต้องเท่านั้น อย่าลืมตรวจสอบให้ดีก่อนชำระเงิน

ทำไมต้องรีบใช้สิทธิ์ เที่ยวดีมีคืน?

รัฐบาลเน้นย้ำว่า มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้ไปยังจังหวัดเมืองรอง และส่งเสริมธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ซึ่งในขณะนี้หลายพื้นที่ได้เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวภายในประเทศยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน และเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวของไทยอีกด้วย

ดังนั้น การใช้สิทธิ์ “เที่ยวดีมีคืน” จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทั้งในด้านการท่องเที่ยว การลดหย่อนภาษี และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไปพร้อมๆ กัน

สำหรับใครที่มีแผนจะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว หรือเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง อย่าลืมวางแผนการเดินทาง และรีบใช้สิทธิ์ “เที่ยวดีมีคืน” ให้ทันภายในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ เพื่อรับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่

การท่องเที่ยวเป็นการพักผ่อนหย่อนใจที่ดี และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้อีกด้วย อย่ารอช้า รีบวางแผนเที่ยวกันเลย!

ที่มา – รัฐบาล ย้ำรีบใช้สิทธิ์“เที่ยวดีมีคืน” ลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า ถึง 15 ธ.ค. นี้

ลดหย่อนภาษีเมืองหลัก: ขยายสิทธิถึง 15 ธ.ค. 68

รัฐบาลใจดี! ขยายสิทธิลดหย่อนภาษีเมืองหลักในอำเภอเทียบเท่าเมืองรองแล้ว ใช้สิทธิได้ยาวๆ ถึง 15 ธันวาคม 2568 ใครวางแผนเที่ยวปลายปี ห้ามพลาด!

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุด กรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 456) ขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่บุคคลธรรมดาที่เดินทางท่องเที่ยวในอำเภอของจังหวัดเมืองหลักที่ได้รับสิทธิเทียบเท่าเมืองรอง ทำให้สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษีเมืองหลักได้ในอัตราเดียวกับเมืองรอง

ลดหย่อนภาษีเมืองหลัก: ขยายสิทธิถึง 15 ธ.ค. 68

สรุปง่ายๆ คือ เที่ยวในอำเภอที่กำหนดของจังหวัดใหญ่ ก็ลดหย่อนภาษีได้เหมือนเที่ยวเมืองรองนั่นเอง คุ้มสุดๆ!

เที่ยวเมืองหลัก หักภาษีเท่าเมืองรอง

แล้วอำเภอไหนบ้างที่เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเมืองหลัก? ครอบคลุมอำเภอในเมืองท่องเที่ยวหลักหลายจังหวัด ดังนี้:

  • กระบี่: เขาพนม, ปลายพระยา, ลำทับ
  • เชียงใหม่: แม่แตง, แม่วาง, ดอยสะเก็ด, สันทราย, สารภี, อมก๋อย และอีกมากมาย
  • นครราชสีมา: วังน้ำเขียว, ปักธงชัย, พิมาย, สีคิ้ว, ด่านขุนทด, เสิงสาง และอื่นๆ
  • ชลบุรี: บ้านบึง, พานทอง, พนัสนิคม, หนองใหญ่ และอีกเพียบ
  • สุราษฎร์ธานี: กาญจนดิษฐ์, ดอนสัก, พุนพิน, ไชยา, วิภาวดี และอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ ยังมี กาญจนบุรี, เพชรบุรี, พังงา, ระยอง, พระนครศรีอยุธยา, สระบุรี, ขอนแก่น, ฉะเชิงเทรา และสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เพิ่มเติมที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและบริการรองรับอย่างครบครัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้:

  • ค่าที่พักโรงแรม
  • ค่าเดินทาง (เช่น ค่าน้ำมัน, ค่ารถโดยสาร, ค่าเครื่องบิน)
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่ม
  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว
  • ค่าซื้อสินค้าและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

เอกสารที่ต้องเตรียม:

  • ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ
  • หลักฐานการชำระค่าบริการต่างๆ
  • เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

อย่าลืมเก็บหลักฐานการใช้จ่ายให้ดี เพื่อนำไปยื่นลดหย่อนภาษีตอนสิ้นปีนะคะ

หวังใช้สิทธิปลายปีได้คุ้มค่า

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม ถึง 15 ธันวาคม 2568 เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิท่องเที่ยวในช่วงปลายปีได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น ทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการขยายสิทธิลดหย่อนภาษีเมืองหลักในครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นการเดินทางภายในประเทศ เพิ่มการจับจ่ายในธุรกิจบริการรายย่อย และเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

วางแผนเที่ยวพักผ่อนช่วงปลายปีนี้ อย่าลืมตรวจสอบสิทธิลดหย่อนภาษีกันด้วยนะคะ จะได้เที่ยวสนุกแถมยังประหยัดภาษีอีกด้วย!

ที่มา – รัฐบาลขยายสิทธิลดหย่อนภาษีในอำเภอ ‘เมืองหลัก’ เทียบเท่าเมืองรองได้ถึง 15 ธ.ค.68

Scroll to top