ท่าอากาศยานไทย

เลขาฯ ป.ป.ส. ลั่นเร่งล่าตัวการใหญ่คดีขนยา เตือนสายหิ้วโทษหนัก

เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนคงได้ติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับคดีการลักลอบขนยาเสพติดไปต่างประเทศ โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวโยงกับลูกเรือและนักท่องเที่ยว ซึ่งล่าสุดทางหน่วยงานรัฐได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างจริงจังในประเด็น เลขาฯ ป.ป.ส. ลั่นเร่งล่าตัวการใหญ่คดีขนยา เตือนสายหิ้วโทษหนัก เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้บานปลายไปมากกว่าเดิม

เลขาฯ ป.ป.ส. ลั่นเร่งล่าตัวการใหญ่คดีขนยา เตือนสายหิ้วโทษหนัก

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าถึงขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อลากคอตัวการใหญ่ ซึ่งแม้ปัจจุบันผู้บงการจะหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว แต่เครือข่ายบางส่วนยังคงแฝงตัวอยู่ในประเทศไทย การดำเนินการในเรื่องนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับการเตือนภัยสังคมเกี่ยวกับเรื่องการรับจ้างหิ้วของ

อันตรายจากการรับจ้างหิ้วของที่ไม่รู้ที่มา

ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดคือการที่บุคคลทั่วไป นักศึกษา หรือแม้แต่พนักงานสายการบิน หลงเชื่อรับจ้างหิ้วสินค้าไปต่างประเทศโดยไม่รู้ตัวว่าภายในแอบซ่อนยาเสพติดไว้ ซึ่งท่านเลขาฯ ป.ป.ส. ได้เน้นย้ำชัดเจนว่า เลขาฯ ป.ป.ส. ลั่นเร่งล่าตัวการใหญ่คดีขนยา เตือนสายหิ้วโทษหนัก ทั้งในแง่ของกฎหมายยาเสพติด และกฎหมายศุลกากรที่ระบุชัดเจนว่าการหลบเลี่ยงภาษีนำเข้าหรือส่งออกสินค้าโดยไม่สำแดงมีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปีเลยทีเดียว

  • การรับจ้างหิ้วของอาจนำพาคุณไปสู่คุกโดยไม่รู้ตัว
  • โทษตามกฎหมายศุลกากรมีความรุนแรงกว่าที่หลายคนคาดคิด
  • อย่าเห็นแก่เงินค่าจ้างเพียงน้อยนิดจนเอาชีวิตไปเสี่ยง

ในฝั่งของทางด้านกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ได้สั่งการให้ AOT เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบภายในสนามบิน ทั้งการสุ่มตรวจกระเป๋า การห้ามลูกเรือประกอบอาชีพเสริมรับจ้างหิ้วของ และการนำสุนัข K9 มาช่วยดมกลิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง แม้มาตรการนี้จะทำให้เกิดความล่าช้าบ้างในการเดินทาง แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

การที่ เลขาฯ ป.ป.ส. ลั่นเร่งล่าตัวการใหญ่คดีขนยา เตือนสายหิ้วโทษหนัก เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดีมากสำหรับประชาชนทุกคน ในยุคที่โลกออนไลน์ทำให้การหิ้วของข้ามประเทศดูเป็นเรื่องง่ายและน่าทำกำไร จนหลายคนมองข้ามความเสี่ยงด้านกฎหมายไป สิ่งสำคัญคือ “ความไม่รู้” ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างทางกฎหมายได้ หากวันหนึ่งคุณบังเอิญกลายเป็น “ม้าขนยา” โดยไม่ตั้งใจ ชีวิตของคุณอาจพังทลายลงในพริบตา ดังนั้น ก่อนจะรับหิ้วอะไรให้ใคร คิดให้รอบคอบและตรวจสอบให้แน่ใจเสมอก่อนจะกลายเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรข้ามชาติ

ที่มา – เลขาฯ ป.ป.ส. ลั่นเร่งล่าตัวการใหญ่คดีขนยา เตือนสายหิ้วโทษหนัก ด้าน “รุทธพล” ส่ง K9 คุมเข้ม

พิพัฒน์ คุมเข้ม 6 สนามบิน ทอท. ยกระดับความปลอดภัย

เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่เดินทางบ่อยๆ น่าจะคุ้นเคยกับสนามบินในบ้านเรากันดีนะครับ แต่ล่าสุดมีข่าวดีที่น่าตื่นเต้นมาก เมื่อพิพัฒน์ คุมเข้ม 6 สนามบิน ทอท. ยกระดับความปลอดภัย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการเดินทางในประเทศไทย โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษขึ้นมาเพื่อลุยงานนี้โดยเฉพาะ

เหตุผลที่ พิพัฒน์ คุมเข้ม 6 สนามบิน ทอท. ยกระดับความปลอดภัย

เป้าหมายหลักของการประกาศครั้งนี้คือการก้าวไปสู่การเป็น ‘Aviation Hub’ หรือศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอย่างเต็มตัวครับ การที่พิพัฒน์ คุมเข้ม 6 สนามบิน ทอท. ยกระดับความปลอดภัย และการให้บริการในครั้งนี้ ไม่ได้ทำแค่สนามบินใดสนามบินหนึ่ง แต่ครอบคลุมถึงสนามบินหลัก 6 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, เชียงราย, ภูเก็ต และหาดใหญ่ เพื่อให้ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและต่างชาติมั่นใจในมาตรฐานระดับสากล

รายละเอียดการปรับปรุงและมาตรการใหม่

สำหรับการดำเนินงานในครั้งนี้ คณะกรรมการจะมีหน้าที่สำคัญในด้านต่างๆ ดังนี้:

  • การบริการ (Service): ปรับปรุงขั้นตอนการให้บริการให้รวดเร็วและทันสมัยขึ้น
  • ความปลอดภัย (Safety): ยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับระเบียบสากล
  • การรักษาความปลอดภัย (Security): เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์

นอกจากนี้ยังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และบริษัทวิทยุการบินฯ เข้ามาร่วมมือกันทำงาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการบริหารจัดการสนามบินจะเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ โดยคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไปครับ

ในมุมมองของผม การยกระดับครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากครับ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่เป็นความรับผิดชอบต่อผู้โดยสารทุกคน ผมเชื่อว่าถ้าทำได้ตามแผน สนามบินไทยจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าประทับใจและปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอย่างแน่นอน ใครที่มีแผนเดินทางช่วงปลายปีนี้ เตรียมสัมผัสกับมาตรฐานใหม่ที่ดียิ่งขึ้นได้เลยครับ

ที่มา – “พิพัฒน์” ลงนามคำสั่งคุมเข้ม 6 สนามบิน ทอท. ยกระดับการให้บริการและความปลอดภัย

“พิพัฒน์” มอบนโยบาย AOT เดินหน้าโครงการ Quick-Win ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง

ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และมอบนโยบายสำคัญที่ชื่อว่า “พิพัฒน์” มอบนโยบาย AOT เดินหน้าโครงการ Quick-Win ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง โดยเน้นการพัฒนาโครงการเร่งด่วนเพื่อยกระดับระบบคมนาคมทางอากาศให้ทันสมัย สะดวก และปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

“พิพัฒน์” มอบนโยบาย AOT เดินหน้าโครงการ Quick-Win ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่าตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคมเร่งบูรณาการระบบขนส่งทั้งประเทศ โดยมุ่งโครงการ Quick-Win 3 ด้านหลักเพื่อให้เกิดผลลัพธ์รวดเร็ว ดังนี้

  • เร่งรัดโครงการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างดำเนินการ: รวมถึงโครงการจัดหาเทคโนโลยีตรวจจับและยับยั้งอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และโครงการป้องกันอันตรายจากนก (Bird Strike) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ท่าอากาศยาน
  • เร่งประกวดราคาโครงการที่พร้อม: เช่น โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ผู้ประกอบการรายที่ 2) และโครงการคลังสินค้าที่สุวรรณภูมิ (รายที่ 2)
  • เร่งนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรี: อย่างโครงการ East Expansion ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แผนแม่บทสุวรรณภูมิ 2568 การพัฒนาดอนเมืองระยะ 3 เชียงใหม่ระยะ 1 ภูเก็ตระยะ 2 และการศึกษาความเป็นไปได้ของท่าอากาศยานอันดามันและล้านนา

นโยบายเร่งขยายสนามบินและยกระดับบริการ

นอกจากนี้ “พิพัฒน์” มอบนโยบาย AOT เดินหน้าโครงการ Quick-Win ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง โดยแบ่ง 3 ด้านหลัก คือ พัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยั่งยืน ลงทุนขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ และศึกษาการพัฒนาท่าอากาศยานใหม่ เช่น อันดามันและล้านนา เพื่อแบ่งเบาการจราจรจากสนามบินหลักอย่างสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต

AOT ในฐานะผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งของไทย ซึ่งเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ จะเร่งขยายศักยภาพรองรับผู้โดยสารกว่า 180 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577 โดยเฉพาะสุวรรณภูมิที่จะมี East Expansion และอาคารทิศใต้ รวมถึงเปิดบริการลานจอดและคลังสินค้ารายที่ 2-3 ภายในปี 2570 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ยืนยันความพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบินโลก ด้วยบริการเลิศ ทันสมัย ยั่งยืน และปลอดภัยตามมาตรฐาน ICAO นอกจาก 6 สนามบินหลัก AOT จะพัฒนาอีก 5 แห่งให้คุ้มค่า รองรับเที่ยวบินมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีสากลทุกขั้นตอน สร้างบรรยากาศผ่อนคลายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงป้องกัน Drone และ Bird Strike

ด้านความปลอดภัย AOT จับมือสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จัดหา Anti-Drone ด้วย AI ตรวจจับและตอบโต้ภัยคุกคามทั้งใกล้-ไกล รวมถึงเทคโนโลยีจัดการนกและสัตว์อันตรายด้วยระบบแจ้งเตือน เฝ้าระวัง ขับไล่ และวิเคราะห์ข้อมูล การดำเนินงานได้รับการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และ ICAO ทุกประการ

นโยบายนี้ไม่เพียงยกระดับท่าอากาศยานไทยให้เทียบชั้นโลก แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค สร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจ ลดต้นทุนฟุ่มเฟือย และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินหลังโควิด

ติดตามข่าวสารและพัฒนาการท่าอากาศยานไทยเพิ่มเติม เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญที่ช่วยวางแผนการเดินทางของคุณ!

ที่มา – “พิพัฒน์” มอบนโยบาย AOT เดินหน้าโครงการ Quick-Win ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง

AOTGA เดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตร มุ่งขยายฐานลูกค้าสายการบินนานาชาติ

ในยุคที่อุตสาหกรรมการบินกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว AOTGA เดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตร มุ่งขยายฐานลูกค้าสายการบินนานาชาติ อย่างชัดเจน ผ่านการเข้าร่วมงานประชุมระดับโลก ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับบริการภาคพื้นของไทยให้เทียบชั้นมาตรฐานสากล

AOTGA เดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตร มุ่งขยายฐานลูกค้าสายการบินนานาชาติ

บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) ได้เข้าร่วมงาน 17th Asian Ground Handling International Conference (GHI) 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ Suntec Convention & Exhibition Centre ประเทศสิงคโปร์ งานนี้เป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการบริการภาคพื้นทั่วเอเชียในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ AOTGA ใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอวิสัยทัศน์และศักยภาพของ mình เพื่อดึงดูดสายการบินนานาชาติให้มาใช้บริการมากขึ้น

วิสัยทัศน์และแผนการดำเนินงานของ AOTGA

นางสาวทมยันตี คงพูลศิลป์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์องค์กร ของ AOTGA กล่าวในการงานว่า การเข้าร่วมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการแสดงศักยภาพของ AOTGA บนเวทีโลก โดยบริษัทมุ่งนำเสนอแผนการดำเนินงานและมาตรฐานการให้บริการที่โดดเด่นในท่าอากาศยานหลักของไทย เช่น สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต ไม่เพียงแค่นั้น AOTGA ยังมุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ไร้รอยต่อให้กับผู้โดยสารและสายการบิน ผ่านการนำข้อมูลเชิงลึกจากผู้ใช้งานจริงมาพัฒนานวัตกรรม เช่น ระบบจัดการสัมภาระอัจฉริยะ การบริการผู้โดยสารพิเศษ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการติดตามเที่ยวบิน

AOTGA เข้าร่วมงาน 17th Asian GHI Conference 2026 ที่สิงคโปร์

AOTGA ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บริการภาคพื้นแบบครบวงจร รวมถึงการตรวจสอบเครื่องบิน การโหลดสัมภาระ การทำความสะอาดห้องโดยสาร และการบริการผู้โดยสาร ด้วยทีมงานมืออาชีพกว่า 10,000 คน บริษัทมุ่งเป้าเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาสนามบินไทยให้เป็นศูนย์กลางการบินของเอเชีย (Asia Aviation Hub)

ประโยชน์จากการสร้างเครือข่ายพันธมิตร

การเข้าร่วมงาน GHI 2026 ช่วยให้ AOTGA ได้รับข้อเสนอแนะโดยตรงจากตัวแทนสายการบินชั้นนำทั่วโลก ซึ่งจะนำมาปรับใช้ในการพัฒนาบริการ โดยเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่

  • ความปลอดภัย: ปฏิบัติตามมาตรฐาน ISAGO (IATA Safety Audit for Ground Operations) อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในทุกขั้นตอน
  • มาตรฐานการให้บริการ: ยกระดับความรวดเร็วและประสิทธิภาพ เช่น ลดเวลารอคอยในการตรวจสอบเครื่องบินลง 20%
  • ความพึงพอใจของลูกค้า: ใช้ feedback จากสายการบินเพื่อปรับปรุง เช่น เพิ่มบริการ VIP lounge และ digital check-in

นอกจากนี้ AOTGA ยังวางแผนลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI สำหรับพยากรณ์สภาพอากาศและ drone สำหรับตรวจสอบเครื่องบิน ซึ่งจะช่วยให้สนามบินไทยแข่งขันได้กับฮับใหญ่ๆ อย่างสิงคโปร์และดูไบ

ก้าวสู่อนาคต: ไทยเป็น Aviation Hub ของเอเชีย

ด้วยการ AOTGA เดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตร มุ่งขยายฐานลูกค้าสายการบินนานาชาติ นี้ คาดว่าจะเพิ่มรายได้จากลูกค้าใหม่กว่า 30% ใน 2 ปีข้างหน้า สนับสนุนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยหลังโควิด-19 การเติบโตของเที่ยวบินนานาชาติ โดยเฉพาะจากจีน อินเดีย และยุโรป จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก AOTGA จึงพร้อมเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือสำหรับทุกสายการบิน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การขยายฐานลูกค้าดังกล่าวจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของไทยในสายตานักลงทุนการบินโลก สร้างงานและรายได้ให้เศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน หากคุณเป็นตัวแทนสายการบินหรือสนใจบริการภาคพื้นชั้นนำ ติดตามข่าวสารและร่วมงานกับ AOTGA เพื่ออนาคตการบินที่สดใสยิ่งขึ้น

ที่มา – AOTGA เดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตร มุ่งขยายฐานลูกค้าสายการบินนานาชาติ

สุวรรณภูมิพร้อมรับสงกรานต์ 2569 คาดวันละ 1.8 แสนคน

สุวรรณภูมิพร้อมรับสงกรานต์ 2569 คาดเดินทางวันละ 1.8 แสนคน เสริม 130 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สุวรรณภูมิ) กำลังเตรียมความพร้อมแบบเต็มสูบ เพื่อรับมือกับคลื่นผู้โดยสารมหาศาลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ระหว่างวันที่ 10-19 เมษายนนี้ คาดว่าผู้โดยสารจะทะลุ 1.82 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละ 182,000 คน แม้จะลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน แต่เที่ยวบินกลับเพิ่มขึ้น! สายการบินต่างๆ ขอเสริมเที่ยวบินพิเศษและเช่าเหมาถึง 130 เที่ยวจาก 9 สายการบินชั้นนำ มาดูรายละเอียดกันว่าสุวรรณภูมิเตรียมอะไรบ้าง เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่นในช่วง สุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569

สุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569 คาดผู้โดยสารทะลุ 1.8 ล้านคน

นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่าช่วงสงกรานต์ 2569 จะมีผู้โดยสารเดินทางผ่านสุวรรณภูมิรวม 1,820,000 คน เฉลี่ยวันละ 182,000 คน ลดลง 1.9% จากปีที่แล้ว แต่เที่ยวบินกลับพุ่งขึ้น 4.6% รวม 11,000 เที่ยว หรือวันละ 1,100 เที่ยว สายการบินที่ขอเพิ่มมากสุดคือ AIR MACAU, บางกอกแอร์เวย์ส และไทยเวียตเจ็ทแอร์ การเพิ่มเที่ยวบินนี้จะช่วยให้ทุกคนเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางยอดนิยมอย่างในประเทศและเพื่อนบ้าน

นำเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ลดความแออัดที่สุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569

เพื่อแก้ปัญหาคิวยาว สุวรรณภูมิชูเทคโนโลยีทันสมัยรณรงค์ให้ผู้โดยสารใช้:

  • ระบบเช็กอินด้วยตนเอง (CUSS): แชร์เครื่องได้หลายสายการบิน สะดวกรวดเร็ว
  • ระบบโหลดกระเป๋าด้วยตนเอง (CUBD): ลดเวลาที่เคาน์เตอร์
  • ระบบยืนยันตัวตนด้วยชีวภาพ (Biometric Technology): สแกนใบหน้า ไม่ต้องโชว์บัตรหรือพาสปอร์ต ช่วยลดแออัดได้ถึง 30-50% ทำให้คุณมีเวลาไปช้อปปิ้งหรือกินข้าวมากขึ้น

เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงลดเวลาแต่ยังยกระดับความปลอดภัยและประสบการณ์การเดินทางใน สุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569 ให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569 คุมเข้มระบบขนส่งสาธารณะ

การเดินทางเข้า-ออกสนามบินก็ไม่ต้องกังวล จัดรถแท็กซี่ ลีมูซีน รถบัส และ Airport Rail Link เพิ่มในช่วงพีคไทม์ ร่วมกับหน่วยงานตรวจสุ่มรถและคนขับ วัดแอลกอฮอล์และสารเสพติด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ไม่ว่าจะไปสาดน้ำที่เมืองรองหรือกลับบ้านต่างจังหวัดก็อุ่นใจ

ของขวัญสุดคุ้ม! ลานจอดรถฟรี 5 วันช่วงสุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569

พิเศษสุดสำหรับคนขับรถมาเอง สุวรรณภูมิยกเว้นค่าจอดลานระยะยาวโซน C 5 วันเต็ม เริ่ม 00.01 น. 11 เม.ย. – 24.00 น. 15 เม.ย. 2569 พร้อม Shuttle Bus รับ-ส่งทุก 15 นาที 24 ชม. ช่วยประหยัดงบไปสาดน้ำได้อีกเพียบ!

เคล็ดลับเดินทางสงกรานต์ 2569 ที่สุวรรณภูมิให้ปลอดภัยและสนุก

นอกจากการเตรียมของสนามบินแล้ว คุณเองก็ช่วยได้ด้วยการ:

  • เช็กอินออนไลน์ล่วงหน้า 24-48 ชม.
  • โหลดแอป AOT Airport Services ติดตาม real-time
  • มาถึงสนามบินล่วงหน้า 3 ชม. สำหรับเที่ยวบินในประเทศ 4 ชม. ระหว่างประเทศ
  • เตรียมเอกสารครบ หลีกเลี่ยงสัมภาระมีของเหลวเกิน 100 มล.
  • ใช้ขนส่งสาธารณะลดรถติด

ช่วง สุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569 จะคึกคักแต่จัดการได้ดีด้วยแผนชั้นเลิศนี้ การเดินทางของคุณจะเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกสงกรานต์ที่แฮปปี้สุดๆ

สรุปแล้ว สุวรรณภูมิพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ทำให้คุณโฟกัสแค่สาดน้ำและสุขภาพดี! หากมีข้อมูลอัพเดท อย่าลืมติดตามเว็บเราเพื่อเคล็ดลับการเดินทางเพิ่มเติมนะครับ

ที่มา – สุวรรณภูมิพร้อมรับสงกรานต์ 2569 คาดเดินทางวันละ 1.8 แสนคน เสริม 130 เที่ยวบิน

AOT โชว์ฟอร์มแกร่ง กำไร 4.6 พันล้านงวด 3 เดือนแรก

AOT โชว์ฟอร์มแกร่ง ประกาศผลประกอบการงวด 3 เดือนแรก กำไร 4.6 พันล้าน บาท! ข่าวดีที่ทำให้นักลงทุนใจชื่น จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกที่ชัดเจน ส่งผลให้ยอดผู้โดยสารพุ่งทะลุ 34 ล้านคนในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT กำลังรุกหนักเพื่อปรับโครงสร้างรายได้ให้ยั่งยืนมากขึ้น โดยเตรียมปรับค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) กลางปี 2569

AOT โชว์ฟอร์มแกร่ง ประกาศผลประกอบการงวด 3 เดือนแรก กำไร 4.6 พันล้าน

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของ AOT เปิดเผยตัวเลขเด็ดประจำงวด 3 เดือนแรก (ต.ค.-ธ.ค. 2568) ว่า รายได้จากกิจการการบินทะลุ 8,863.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.67% จากปีก่อน ขณะที่รายได้รวมทั้งสิ้น 17,332.42 ล้านบาท และที่สำคัญคือ กำไรสุทธิ 4,652.62 ล้านบาท ถือเป็นผลงานที่แข็งแกร่งท่ามกลางการฟื้นตัวของภาคการบิน

AOT ผลประกอบการ

ปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินพุ่งสูง

ตัวเลขสำคัญที่หนุนผลประกอบการมาจากปริมาณการจราจรทางอากาศที่ 6 สนามบินหลักของ AOT ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่ มีเที่ยวบินรวม 208,281 เที่ยว เพิ่มขึ้น 1.82% โดยแบ่งเป็นระหว่างประเทศ 116,594 เที่ยว และในประเทศ 91,687 เที่ยว

ผู้โดยสารรวม 34.47 ล้านคน เพิ่ม 2.50% แบ่งเป็นต่างประเทศ 20.92 ล้านคน และในประเทศ 13.55 ล้านคน ส่งผลให้การใช้โครงสร้างพื้นฐาน (Utilization Rate) สูงขึ้น บางสนามบินเข้าใกล้ขีดจำกัดแล้ว AOT จึงเร่งขยายศักยภาพ คาดเสร็จปี 2577 รองรับผู้โดยสารได้ 214.5 ล้านคนต่อปี

  • เที่ยวบินรวม: 208,281 เที่ยว (+1.82%)
  • ผู้โดยสารถูก: 34.47 ล้านคน (+2.50%)
  • ผู้โดยสารต่างประเทศ: 20.92 ล้านคน
  • ผู้โดยสารในประเทศ: 13.55 ล้านคน
สนามบิน AOT

รุกปรับโครงสร้างรายได้ให้ยั่งยืน

AOT ไม่หยุดแค่นี้ กำลังผลักดันรายได้จากกิจการการบินด้วยโครงการจูงใจสายการบิน เพิ่มเส้นทางใหม่และความถี่บิน พร้อมปรับอัตราจPSC คาดเริ่มกลางปี 2569 จะเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงินกว่า 10,000 ล้านบาท

ด้านรายได้ที่ไม่ใช่การบิน (Non-Aeronautical) พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เช่น สถานีชาร์จรถไฟฟ้าที่สุวรรณภูมิ (ลงทุน 40 ล้านบาท) และประมูลพื้นที่ 17 ไร่ที่หาดใหญ่ (75 ล้านบาท) รวมถึงโรงแรมและ Mixed-use เพื่อลดความเสี่ยงจากธุรกิจการบินเพียงอย่างเดียว สร้างประสบการณ์ผู้โดยสารที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ แนวโน้มอีก 9 เดือนข้างหน้าดูสดใส การท่องเที่ยวฟื้นตัว สายการบินเพิ่มเที่ยวบิน AOT จะบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามแผน เพื่อเป็น Aviation Hub ของภูมิภาค สนับสนุนเศรษฐกิจไทย

สำหรับนักลงทุน ผลประกอบการนี้สะท้อนศักยภาพ AOT ในยุค Post-COVID ที่แข็งแกร่ง หากคุณกำลังมองหาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว AOT ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยแผนยั่งยืนและการเติบโตระยะยาว

คำแนะนำ: ติดตามข่าวสาร AOT ต่อไป และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน คุณคิดอย่างไรกับ AOT โชว์ฟอร์มแกร่ง ประกาศผลประกอบการงวด 3 เดือนแรก กำไร 4.6 พันล้าน นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ!

ที่มา – AOT โชว์ฟอร์มแกร่ง ประกาศผลประกอบการงวด 3 เดือนแรก กำไร 4.6 พันล้าน

AOT เร่งกู้เพจ ยันไม่กระทบการให้บริการท่าอากาศยาน

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก AOT Official ถูกแฮก ล่าสุด ทอท. แจ้งความคืบหน้าว่าอยู่ระหว่างประสาน Meta เพื่อกู้คืนเพจ พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่กระทบต่อระบบ IT และการให้บริการของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง

AOT เร่งกู้คืนเพจ ยันไม่กระทบการให้บริการท่าอากาศยาน

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก AOT Official ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้ถูกผู้ไม่ประสงค์ดีทำการแฮก เปลี่ยนชื่อเพจ พร้อมโพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสม สร้างความกังวลให้กับผู้ติดตามข่าวสาร

ทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.20 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม 2566 ตรวจพบว่าเพจ Facebook : AOT Official ถูกผู้ไม่หวังดี (Hacker) เข้าควบคุมและเปลี่ยนชื่อเป็น “Everyday Yum Recipes” พร้อมโพสต์ข้อความว่า “Hacked”

ภายหลังเกิดเหตุ AOT ได้เร่งประสานงานกับผู้ให้บริการ Facebook บริษัท Meta Platforms เพื่อเข้าสู่กระบวนการกู้คืนเพจ โดยทาง Meta Platforms ได้รับเรื่องและอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานเพจได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

สิ่งที่สำคัญคือ AOT ยืนยันว่าเหตุการณ์เพจเฟซบุ๊ก AOT Official ถูกแฮกนี้ ไม่มีผลกระทบต่อระบบสารสนเทศและการให้บริการของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT แต่อย่างใด ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการยังคงสามารถใช้บริการได้ตามปกติในทุกท่าอากาศยาน ไม่ต้องกังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

AOT ขออภัยในความไม่สะดวก

AOT ขออภัยในความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและติดตามข้อมูลข่าวสารจาก AOT ด้วยดีเสมอมา ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลการให้บริการได้ที่ AOT Contact Center โทร. 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกองค์กรตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของบัญชีโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเพจที่เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับประชาชน การมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดและการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันการถูกแฮกและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว การรักษาความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การที่ AOT สามารถควบคุมสถานการณ์และยืนยันว่าการให้บริการไม่ได้รับผลกระทบ แสดงให้เห็นถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินและการให้ความสำคัญกับการให้บริการประชาชนเป็นอันดับแรก

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านติดตามข่าวสารจาก AOT ผ่านช่องทางอื่นๆ ที่เป็นทางการ เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลที่สำคัญ และขอให้มั่นใจในการให้บริการของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ที่ยังคงดำเนินงานตามปกติ

ที่มา – AOT แจ้งอยู่ระหว่างกู้คืนเพจ ยันไม่กระทบระบบ IT และการให้บริการท่าอากาศยาน 6 แห่ง

AOT ปลื้ม! 9 เดือนการบินโต กำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้าน

AOT เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปีงบประมาณ 2568 การบินโตต่อเนื่อง ทำกำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้าน พร้อมเดินหน้ายกระดับสู่สนามบินระดับโลก

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า จากผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 ที่ AOT บริหารจัดการสนามบิน 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย, ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ พบว่ามีจำนวนเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 602,195 เที่ยวบิน

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า พบว่ามีการเพิ่มขึ้นถึง 9.79% โดยแบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศจำนวน 341,523 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศจำนวน 260,672 เที่ยวบิน นอกจากนี้ ยังมีผู้โดยสารมาใช้บริการรวม 97.24 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 7.87% แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 59.48 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 37.76 ล้านคน ส่งผลให้ผลการดำเนินงานโดยรวมเติบโตอย่างต่อเนื่อง

AOT ปลื้ม 9 เดือนการบินโต กำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้าน

จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้มีรายได้จากกิจการการบินจำนวน 25,645.27 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 2,376.90 ล้านบาท คิดเป็น 10.22% ในขณะที่รายได้รวมของ AOT อยู่ที่ 52,324.21 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 14,262.37 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการทำกำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้านได้อย่างน่าประทับใจ

ล่าสุด ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 10 อันดับแรกของท่าอากาศยานที่มีการเชื่อมต่อทางอากาศดีที่สุด (Airport Connectivity Ranking) ประจำปี 2567 โดยสภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักเดินทางที่มีต่อท่าอากาศยานของ AOT ในด้านความปลอดภัย การให้บริการ และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

AOT เดินหน้าพัฒนาโครงการรองรับการเติบโต

เพื่อรองรับการขยายตัวของเครือข่ายเส้นทางการบิน AOT ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการและมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น โครงการกระตุ้นตลาดด้านการบิน (Incentive Scheme) ที่มอบให้แก่สายการบินที่เปิดให้บริการเส้นทางการบินใหม่มายังท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT หรือเส้นทางการบินใหม่ของสายการบิน ซึ่งได้มีการขยายระยะเวลาโครงการจากเดิมออกไปอีก 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยให้ส่วนลดด้านการบิน 50% ตลอดระยะเวลาโครงการ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Marketing Fund ที่สนับสนุนงบส่งเสริมการตลาดในอัตรา 300 บาทต่อผู้โดยสารหนึ่งคน ซึ่งจะช่วยจูงใจสายการบินให้เปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศมายังสนามบินหาดใหญ่ และสนามบินเชียงราย อันเป็นการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาค รวมถึงกิจกรรม “FAM Trip” ที่นำผู้แทนสายการบินและบริษัทนำเที่ยวจากต่างประเทศมาสัมผัสและเยี่ยมชมการท่องเที่ยวในพื้นที่จริง ซึ่งเป็นการแนะนำศักยภาพของท่าอากาศยานและสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลาและเชียงราย เพื่อวางรากฐานสำหรับการขยายเส้นทางบินเชิงพาณิชย์ในอนาคต ด้วยเหตุนี้ AOT จึงได้เร่งดำเนินโครงการพัฒนาท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ให้สามารถรองรับผู้โดยสาร 240 ล้านคนต่อปีภายในปี 2575

ขณะเดียวกัน AOT ก็มีแผนที่จะหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนความแข็งแกร่งและความยั่งยืนในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการการบิน (Non-Aeronautical Revenue) ตัวอย่างเช่น การเปิดโอกาสให้นักลงทุนและผู้ประกอบการทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเข้ามาพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพรอบสนามบินทั้ง 6 แห่ง เพื่อประกอบธุรกิจ เช่น โรงแรม โครงการ MRO โครงการ Private Jet Terminal โครงการ Logistics Hub Training Center ศูนย์ซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า โชว์รูมรถยนต์ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และโครงการ Attraction in Terminal เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการจัดเก็บค่าบริการระบบไฟฟ้า 400 Hz และระบบปรับอากาศ PC-AIR ที่อาคาร SAT-1 สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของสายการบินที่เข้ามาใช้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิที่เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านแหล่งรายได้ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

บริการเหล่านี้ยังช่วยลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดมลพิษทางอากาศและเสียงรบกวนจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขณะที่เครื่องบินเข้าจอด ณ หลุมจอดอากาศยาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ AOT ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนอันจะนำไปสู่ประสิทธิภาพด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาวขององค์กรไปจนถึงการเตรียมพร้อมให้กับสนามบินสุวรรณภูมิในการเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาคต่อไป การเติบโตของ AOT ที่มีกำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้าน ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่ออุตสาหกรรมการบินของไทย

การที่ AOT มีผลประกอบการที่เติบโตและมีกำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้าน แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทย และความสามารถในการบริหารจัดการของ AOT ที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาสนามบินและการบริการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุนให้เข้ามาในประเทศไทยมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ที่มา – AOT ปลื้ม 9 เดือนการบินโต ทำกำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้าน พร้อมยกระดับสู่สนามบินระดับโลก

Scroll to top