ธรรมนัส พรหมเผ่า

ปิดอ่าวไทย 3 เดือน 3 จังหวัด พลิกฟื้นทรัพยากรประมง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกท่านที่สนใจเรื่องประมงและทะเลไทย วันนี้เราจะมาพูดถึงข่าวดีที่กำลังเป็นกระแส นั่นคือ ปิดอ่าวไทย 3 เดือน 3 จังหวัด พลิกฟื้นทรัพยากรประมง เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นมาตรการที่รัฐบาลและกรมประมงผลักดันอย่างจริงจัง ช่วยให้พี่น้องชาวประมงมีอนาคตที่มั่นคงมากขึ้น

ปิดอ่าวไทย 3 เดือน 3 จังหวัด พลิกฟื้นทรัพยากรประมง สร้างความมั่นคงทางอาหารยั่งยืน

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อเป็นประธานในพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ในพื้นที่ทะเลอ่าวไทยประจำปี 2569 โดยมีนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง และพี่น้องชาวประมงจำนวนมากมาร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ท่าเทียบเรือประมงชุมพร ต.ปากน้ำชุมพร อ.เมืองชุมพร

มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน โดยยึดหลักวิชาการและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องแหล่งวางไข่และเลี้ยงตัวอ่อนของสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ปลาทู กุ้ง และอื่นๆ

ขอบเขตและระยะเวลาของการปิดอ่าวไทย 3 เดือน 3 จังหวัด พลิกฟื้นทรัพยากรประมง

อธิบดีกรมประมงเปิดเผยว่า มาตรการครอบคลุมพื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง แบ่งเป็น 2 ช่วงหลัก ดังนี้

  • 15 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม 2569: ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  • 16 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569: บริเวณตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล้ ถึงอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามแผนที่ประกาศ

จังหวัดหลักที่ได้รับผลกระทบคือ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็น 3 จังหวัดหลักในมาตรการนี้

ผลลัพธ์และประโยชน์จากการปิดอ่าวไทย

จากข้อมูลปี 2568 พบว่าหลังมาตรการสิ้นสุด อัตราการจับสัตว์น้ำต่อหน่วยความพยายาม (CPUE) เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จาก 198 กิโลกรัมต่อวันในปี 2567 เป็น 276 กิโลกรัมต่อวันในปี 2568 นอกจากนี้ ยังพบปลาทูขนาดเล็กเพิ่มขึ้น สะท้อนการฟื้นตัวของทรัพยากรตามวงจรชีวิตธรรมชาติ

  • ลดการจับพ่อแม่พันธุ์ ลดประสิทธิภาพการประมงที่เกินสมควร
  • เพิ่มโอกาสขยายพันธุ์ในธรรมชาติ สร้างสมดุลระบบนิเวศ
  • เสริมรายได้ชาวประมงระยะยาว และความมั่นคงทางอาหารของชาติ

กรมประมงปรับปรุงประกาศเพิ่ม 4 ฉบับในปี 2568 เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

กิจกรรมเด่นในพิธีประกาศใช้มาตรการ

นอกจากประกาศอย่างเป็นทางการ ยังมีพิธีบวงสรวงพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อสิริมงคล ร.อ.ธรรมนัสได้ปล่อยขบวนเรือตรวจการ 14 ลำ ออกปฏิบัติการเฝ้าระวัง รวมถึงปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 502,300 ตัว (กุ้งกุลาดำ 500,000 ตัว และปลากระบอกดำ 2,300 ตัว) และมอบแผ่นป้ายเงินอุดหนุน 13 ชุมชนประมงใน 3 จังหวัด

งานยังมีนิทรรศการน่าสนใจ เช่น ข้อมูลประเมินผลมาตรการ การแสดงระยะไข่ปลาทู ระบบ VMS ติดตามเรือประมง แอป Fisheries Next สินค้าประมงแปรรูปธงเขียว และบูท “ทะเลหยุดพัก สตรีรักษ์คุณค่า” ที่ช่วยสร้างรายได้ให้แม่บ้านในช่วงปิดอ่าว

มาตรการ ปิดอ่าวไทย 3 เดือน 3 จังหวัด พลิกฟื้นทรัพยากรประมง ถือเป็นกลไกสำคัญที่พิสูจน์ผลสำเร็จแล้ว หากชาวประมงทุกคนร่วมมือ ไม่ลักลอบจับ ทะเลอ่าวไทยจะฟื้นตัวได้เร็วขึ้น สร้างความยั่งยืนให้ลูกหลานเรา ลองนึกภาพทะเลที่เต็มไปด้วยปลาใหญ่ๆ อุดมสมบูรณ์ ชาวประมงมีรายได้ดีแบบไม่ต้องออกทะเลไกลๆ นี่คือโอกาสทอง! มาสนับสนุนและปฏิบัติตามมาตรการนี้กันเถอะครับ แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ชาวประมงรับรู้ด้วยนะ

ที่มา – ปิดอ่าวไทย 3 เดือน 3 จังหวัด พลิกฟื้นทรัพยากรประมง สร้างความมั่นคงทางอาหารยั่งยืน

“ธรรมนัส” โพสต์ท้า “ข้องใจ นับใหม่ได้ พร้อมเสมอ”

ธรรมนัส” โพสต์ท้า “ข้องใจ นับใหม่ได้ พร้อมเสมอ” กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ออกมาโพสต์ข้อความสั้น ๆ แต่ทรงพลังผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังจากเกิดกระแสเรียกร้องให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่จากหลายฝ่าย

“ธรรมนัส” โพสต์ท้า “ข้องใจ นับใหม่ได้ พร้อมเสมอ”

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.25 น. วันที่ 10 ก.พ. 2569 โดย ร.อ.ธรรมนัส โพสต์ข้อความบนพื้นหลังสีเขียว โดยระบุว่า “ข้องใจ นับใหม่ได้ครับ พร้อมเสมอ” ซึ่งเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อกระแสที่เกิดขึ้นในสังคมออนไลน์และการเมือง เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการนับคะแนนเลือกตั้งล่าสุด เพจเฟซบุ๊กของพรรคกล้าธรรมยังได้แชร์โพสต์ดังกล่าว พร้อมแคปชั่นว่า “พรรคกล้าธรรม พร้อมเสมอ” แสดงถึงความมั่นใจและความพร้อมของพรรคในการยืนยันผลการเลือกตั้ง

บริบทกระแสเรียกร้องนับคะแนนใหม่

ก่อนหน้านี้ มีการเลือกตั้งที่สร้างความขัดแย้งมากมาย โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งบางแห่งที่ผลคะแนนสูสีและมีข้อครหาเรื่องการนับคะแนน ผู้สมัครและพรรคการเมืองฝ่ายค้านหลายรายได้ออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม การโพสต์ของ “ธรรมนัส” จึงเหมือนเป็นการท้าทายให้ฝ่ายที่ข้องใจลงมือตรวจสอบ โดยไม่กลัวผลที่จะตามมา สะท้อนถึงความมั่นใจในระบบและกระบวนการที่พรรคกล้าธรรมยึดถือ

นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะนักการเมืองที่กล้าหาญและไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดัน เขาเคยผ่านประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างโชกโชน ตั้งแต่สมัยเป็น ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ก่อนย้ายมาพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่เน้นธรรมาภิบาลและความกล้าในการต่อสู้เพื่อประชาชน

ผลกระทบต่อการเมืองไทย

การโพสต์ “ธรรมนัส” โพสต์ท้า “ข้องใจ นับใหม่ได้ พร้อมเสมอ” ไม่เพียงแต่เป็นการตอบสนองต่อกระแส แต่ยังจุดประกายให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกระบวนการเลือกตั้งโดยรวม นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า หากมีการนับคะแนนใหม่จริง อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่นั่ง ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลต่อสมดุลอำนาจระหว่างพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน

  • เพิ่มความโปร่งใส: การนับใหม่จะช่วยยืนยันผลอย่างเป็นทางการ ลดข้อครหา
  • เสริมความเชื่อมั่นประชาชน: แสดงให้เห็นว่าระบบการเมืองไทยรับฟังเสียงเรียกร้อง
  • ท้าทายพรรคกล้าธรรม: หากผลไม่เปลี่ยน อาจยิ่งเสริมความน่าเชื่อถือของพรรค
  • เสี่ยงขัดแย้ง: อาจนำไปสู่การประท้วงหรือคดีความในศาล

ปัจจุบัน พรรคกล้าธรรมกำลังพยายามสร้างฐานเสียง โดยเน้นนโยบายแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ สิ่งแวดล้อม และการทุจริต การโพสต์ครั้งนี้จึงเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการดึงดูดสปอตไลต์สู่พรรค

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส แสดงถึงความเป็นผู้นำที่แท้จริงในยุคที่การเมืองไทยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หากมีการนับใหม่จริง พรรคกล้าธรรมพร้อมพิสูจน์ตัวเองต่อประชาชน คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง!

ที่มา – “ธรรมนัส” โพสต์ท้า “ข้องใจ นับใหม่ได้ พร้อมเสมอ”

“ธรรมนัส” ท้า “ข้องใจ นับใหม่ได้ พร้อมเสมอ”

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุ เมื่อมีกระแสเรียกร้องให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ล่าสุด “ธรรมนัส” ท้า “ข้องใจ นับใหม่ได้ พร้อมเสมอ” ทำให้หลายคนตื่นเต้นกับความมั่นใจเต็มเปี่ยมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค วันนี้เรามาเจาะลึกเรื่องนี้กันแบบเป็นกันเองเลยนะ

“ธรรมนัส” ท้า “ข้องใจ นับใหม่ได้ พร้อมเสมอ”

เมื่อเวลา 17.25 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้โพสต์ข้อความสั้นกระชับแต่ได้ใจความผ่าน เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยใช้พื้นหลังสีเขียวสดใส ข้อความที่ว่า “ข้องใจ นับใหม่ได้ครับ พร้อมเสมอ” เรียกได้ว่าตอกย้ำความพร้อมและไม่กลัวการตรวจสอบเลยทีเดียว ขณะที่เพจ เฟซบุ๊กพรรคกล้าธรรม ก็รีบแชร์โพสต์นี้ทันที พร้อมแคปชั่นย้ำว่า “พรรคกล้าธรรม พร้อมเสมอ” แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพของทีม

ธรรมนัส โพสต์ท้า

บริบทกระแสเรียกร้องนับคะแนนใหม่คืออะไร

กระแสนี้เกิดขึ้นหลังจากผลการเลือกตั้งที่หลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใส โดยเฉพาะในเขตที่คะแนนสูสี พรรคกล้าธรรมที่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส กำลังพยายามสร้างฐานเสียงใหม่ในเวทีการเมืองไทย การท้าทายแบบนี้เหมือนเป็นการแสดงจุดยืนว่าเรามีข้อมูลชัดเจน ไม่มีอะไรต้องปิดบัง ทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคดูแข็งแกร่งขึ้นทันตา

พรรคกล้าธรรมและบทบาทของธรรมนัสในแวดวงการเมือง

พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคใหม่ที่เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ประชาชนเรื่องความกล้าในการเปลี่ยนแปลง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานในกองทัพและการเมือง เคยเป็น ส.ส.พะเยา และมีบทบาทสำคัญในพรรคพลังประชารัฐมาก่อน ล่าสุดมาลุยกับพรรคนี้ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ การโพสต์ท้าแบบ “ธรรมนัส” ท้า “ข้องใจ นับใหม่ได้ พร้อมเสมอ” จึงไม่ใช่เรื่องเกินจริง แต่สะท้อนความเชื่อมั่นในระบบและผลงาน

ทำไมโพสต์นี้ถึงได้รับความสนใจมาก

  • แสดงความโปร่งใสและมั่นใจสูงสุด
  • ตอบโต้กระแสข่าวลือได้ตรงจุด
  • ช่วยเสริมภาพลักษณ์พรรคให้ดูกล้าแกร่ง
  • กระตุ้นการพูดคุยในโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว

จากยอดไลก์และแชร์ที่พุ่งสูงในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แสดงว่าประชาชนชื่นชอบท่าทีแบบนี้ เพราะในยุคที่ข่าวปลอมเยอะ การยืนยันด้วยข้อเท็จจริงแบบนี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้ดี

นอกจากนี้ ยังมีนักวิเคราะห์การเมืองมองว่า การเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรมครั้งนี้ อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อดึงดูดสาวกใหม่ๆ ที่เบื่อกับการเมืองเก่าๆ ที่ชอบโต้เถียงไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าการนับใหม่เกิดขึ้นจริง คงเป็นโอกาสทองให้พรรคได้พิสูจน์ตัวเองต่อสายตาประชาชน

ส่วนตัวผมคิดว่า “ธรรมนัส” ท้า “ข้องใจ นับใหม่ได้ พร้อมเสมอ” เป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ เพราะมันไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการเชิญชวนให้ทุกฝ่ายมาร่วมตรวจสอบ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการเลือกตั้งไทยให้โปร่งใสยิ่งขึ้น คุณคิดเห็นยังไง ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลยนะ แล้วอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกมุมมองสำคัญ

ที่มา – “ธรรมนัส” ท้า “ข้องใจ นับใหม่ได้ พร้อมเสมอ” ด้านพรรคกล้าธรรม แชร์โพสต์ด้วย

“ธรรมนัส” เมินกระแสทิ้งกล้าธรรม ยังไม่คุยอนุทิน

“ธรรมนัส” เมินกระแสภูมิใจไทยทิ้งกล้าธรรม ยังไม่ได้คุย “อนุทิน” จัดตั้งรัฐบาล สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ เกี่ยวกับดราม่าร้อนๆ ในวงการpolitikไทยหลังเลือกตั้ง เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และหัวหน้าทีมที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ออกมาให้สัมภาษณ์แบบไม่แคร์กระแสข่าวลือที่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะทิ้งพรรคกล้าธรรมไม่ดึงมาร่วมตั้งรัฐบาล เขายังย้ำชัดว่ายังไม่ได้คุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเลยด้วยซ้ำ!

“ธรรมนัส” เมินกระแสภูมิใจไทยทิ้งกล้าธรรม ยังไม่ได้คุย “อนุทิน” จัดตั้งรัฐบาล

เรื่องเกิดขึ้นวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนประชุมครม. ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะเบาๆ เมื่อนักข่าวถามถึงกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยดัดหลังกล้าธรรม เขาบอกว่า “กระแสข่าวก็กระแสข่าว มันยังไวเกินไปที่จะพูดเรื่องจัดตั้งรัฐบาล” ชิลมากเลยนะครับ ไม่มีกังวลอะไร มั่นใจว่าความสัมพันธ์กับอนุทินยังดี ไม่มีหมางใจกันด้วยเหตุผลอะไรเลย

ย้อนดู背景หน่อยนะ หลังเลือกตั้ง สื่อหลายสำนักพยายามโยงว่ามีฮั้วกันหรือเปล่า แต่ร.อ.ธรรมนัสยืนยันชัด “สู้กันทุกเขต ไม่มีฮั้ว” โดยเฉพาะที่สุพรรณบุรีที่กล้าธรรมได้เก้าอี้มา แม้จะสูสีแต่ก็จบเกมแล้ว ไม่มีปัญหา เขายังแซวว่าชอบข่าวเสี้ยมแบบนี้ เพราะที่กระทรวงเกษตรก็มีตลอด!

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาล ยังต้องรออะไร?

สำหรับสูตรจัดตั้งรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยวางแผนไว้หมดแล้ว แค่รอให้กกต.รับรองผลเลือกตั้งภายใน 60 วัน ซึ่งครบต้นเมษายน 2569 ถ้าเป็นภูมิใจไทยตอนนี้คงนั่งตีขิมรอ ไม่ต้องรีบคุยพรรคอื่น พรรคกล้าธรรมก็อยู่ของใครของมัน เงียบๆ รอไป

ถ้าถูกดึงมาร่วม ก็อยากสานต่อกระทรวงเกษตรที่ถนัด แต่การเมืองมันไม่แน่นอน 1+1 ไม่เท่ากับ 2 เสมอไป เขาเล่าว่าสมัยประยุทธ์ ก็รวมพรรคเล็ก 19 พรรค จนได้ 251 เสียง รอดมาได้ ไม่จำเป็นต้อง 300 เสียงก็อยู่ได้

  • ยังไม่คุยจัดตั้งรัฐบาลกับอนุทิน
  • เมินกระแสทิ้งกล้าธรรม ไม่กังวล
  • ยันสู้กันเต็มที่ทุกเขต ไม่มีฮั้ว
  • รอ กกต.รับรองผลก่อน ค่อยว่ากัน
  • ประชุมครม. ไม่พูดการเมือง ทำงานต่อเนื่อง

หลังประชุมครม. ร.อ.ธรรมนัสย้ำอีกว่าในห้องประชุมไม่มีคุยการเมืองเลย มีแต่ยินดีกันที่ได้ที่นั่งรวมเกิน 200 เสียงแล้ว นายกฯ เน้นทำงานต่อจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ไม่มีสัญญาณดึงพรรคร่วมชัดเจน

ส่วนประเด็นสุพรรณบุรีหรือเพชรบูรณ์ที่เจาะพื้นที่ภูมิใจไทย เขาบอกคุยกันก่อนเลือกตั้งแล้ว บางคนมาจากเฉลิมชัย ศรีอ่อน ก็ปล่อยไป ไม่มีดราม่า นราธิวาสก็คุยกันหมด

วิเคราะห์มุมการเมือง: พรรคเล็กมีบทบาทยังไง?

แบบนี้เห็นชัดเลยครับว่าการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง มันซับซ้อน พรรคกล้าธรรมที่ร.อ.ธรรมนัสนำ อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมเจรจา ไม่มีเงื่อนไขอะไร แค่ทำให้บ้านเมืองเดินหน้า ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับอนุทินมาเพราะสถานการณ์บ้านเมือง ไม่ใช่สัญญาใจส่วนตัว

เพื่อนๆ คิดยังไงบ้าง? พรรคภูมิใจไทยจะดึงกล้าธรรมมาร่วมจริงไหม หรือจะจับขั้วน้ำเงิน-เขียว? ติดตามกันต่อไปนะครับ เพราะยังมีเซอร์ไพรส์อีกเพียบ!

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกพรรคเจรจาให้ได้รัฐบาลที่มั่นคงไวๆ เพื่อประชาชน ลองแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง สนใจข่าวการเมืองอัปเดต รีบกดติดตามบล็อกนี้เลยครับ จะไม่พลาดเด็ดขาด!

ที่มา – “ธรรมนัส” เมินกระแสภูมิใจไทยทิ้งกล้าธรรม ยังไม่ได้คุย “อนุทิน” จัดตั้งรัฐบาล

“ธรรมนัส” พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง ไม่มีดีลรัฐบาล

หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ออกมาแสดงความรู้สึก ธรรมนัส พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ 60 เสียง โดยการนับคะแนนที่แล้วเสร็จกว่า 95% ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจ แม้บางเขตจะพลาดไปนิดหน่อย แต่ภาพรวมประสบความสำเร็จตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคกล้าธรรมเน้นลงพื้นที่จริง จับประเด็นที่ประชาชนต้องการ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นฐานเสียงหลัก ทำให้ได้ที่นั่ง ส.ส. ในเขตใหม่ๆ เช่น แม่ฮ่องสอน ร้อยเอ็ด และสุพรรณบุรี แม้สุพรรณบุรีจะได้เพียง 1 ที่นั่งแทน 2 ที่ตามคาด แต่ก็ถือเป็นสัญญาณดีสำหรับอนาคต

ธรรมนัส พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง ตามเป้าที่ตั้งไว้

ธรรมนัส พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอย่างชัดเจนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 หลังผลนับคะแนนออกมา “เราตั้งเป้า 60 ที่นั่ง ได้ 57 ถือว่าดีมาก ใกล้เคียงเป้าหมาย” เขายอมรับว่าบางเขตคะแนนสูสี แพ้ไปนิด แต่โดยรวมดีใจที่มีเขตใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพ ทำให้พรรคมีฐานที่มั่นคงขึ้น

ยุทธศาสตร์หาเสียงที่ได้ผล

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากการทำงานหนัก ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรโดยตรง นำเสนอนโยบายที่แก้痛จุดจริงๆ ของชาวนาและเกษตรกรไทย ดังนี้

  • นโยบายน้ำ: จัดการน้ำให้เพียงพอ ลดปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม
  • ที่ดินทำกิน: แก้ปัญหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรเข้าถึงง่ายขึ้น
  • เกษตรกรรมยั่งยืน: สนับสนุนเทคโนโลยีใหม่ เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน

ยุทธศาสตร์เหล่านี้ทำให้พรรคกล้าธรรมโดดเด่น ท่ามกลางพรรคการเมืองอื่นๆ ที่แข่งขันกันดุเดือด

ยังไม่มีดีลตั้งรัฐบาล ต้องให้เกียรติพรรคแกนนำ

เมื่อถามถึงการจัดตั้งรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส เผยชัดว่า ยังไม่มีดีลตั้งรัฐบาล หลังเลือกตั้งเมื่อคืน เขาปิดโทรศัพท์พักผ่อนเลย ไม่ได้รับสายจากใคร “ทุกอย่างต้องให้เกียรติพรรคแกนนำ” เขากล่าว โดยไม่ยืนยันว่าจะเข้าร่วมกับพรรคใด ไม่ว่าจะภูมิใจไทย เพื่อไทย หรือกลุ่มอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม พรรคพร้อมเสมอ หากได้ร่วมงาน รัฐบาลชุดที่แล้วก็เคยร่วมกันมาแล้ว โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะช่วยสานต่อนโยบายเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ยังเร็วไป ทุกพรรคยังอยู่ในฐานะของตัวเอง

กรณีทุจริตเลือกตั้งที่พะเยา

นอกจากผลงานของพรรค ร.อ.ธรรมนัส ยังพูดถึงกรณีคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่พะเยา ขโมยหย่อนบัตรให้พรรคประชาชน ตำรวจสรุปแล้วว่าผิดอาญา และอาจไม่ใช่แค่เขตเดียว เขาได้ประสานผู้ว่าฯ ให้ตรวจสอบต่อ และให้ กกต. ดำเนินการตามกฎหมาย

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาการเลือกตั้งที่ยังมีช่องโหว่ ต้องเร่งแก้ไขเพื่อความโปร่งใส

โดยรวมแล้ว ผลการเลือกตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นศักยภาพของพรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะในประเด็นเกษตรที่เป็นจุดแข็งของ ร.อ.ธรรมนัส การเมืองไทยหลังจากนี้ก็น่าจะเข้มข้น กับการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังจะเริ่มต้น คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะได้ตำแหน่งอะไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัพเดทจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “ธรรมนัส” เผยยังไม่มีดีลตั้งรัฐบาล ทุกอย่างต้องให้เกียรติพรรคแกนนำ พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง

“ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้

สวัสดีครับชาวเน็ตสายการเมืองทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวร้อนมาอัพเดทกันกับ “ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังมาแรงในแวดวงการเมืองไทยหลังวันเลือกตั้งใหญ่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัครนายกฯ พรรคกล้าธรรม ออกมาโวสุดมั่นใจว่าผลคะแนนเป็นไปตามที่คาดไว้ แถมยังได้เก้าอี้ ส.ส. เขตเกือบ 60 เขตแล้วด้วยนะ สุดยอดไปเลย!

“ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือ 2569 ตามข่าวต้นทาง แต่เชื่อว่าเป็น 2567 นะครับ) เวลา 21.10 น. ร.อ.ธรรมนัส ร่วมกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ แถลงข่าวสุดคึกคัก บอกว่าตอนนี้ไม่รวมปาร์ตี้ลิสต์แล้ว ได้เขตเกือบ 60 เขต ภาคเหนือเหลือแค่แพร่กับลำพูนที่ยังไม่เคลียร์คะแนน มีดราม่าด้วยนะ กปน.พะเยาแอบเอาใบเลือกตั้ง 14 ใบไปลงเอง 7 ใบให้พรรคประชาชน กับไทยทรัพย์ทวี เรื่องแบบนี้ต้องจับตาดีๆ

ผลเลือกตั้งพรรคกล้าธรรมเป็นยังไงบ้าง?

ร.อ.ธรรมนัส ยิ้มแก้มปริ บอกว่าเป็นไปตามคาด มั่นใจเกิน 50 เขตเพราะทีมงานอยู่กับพื้นมาตลอด ส.ส.เก่าส่วนใหญ่ชนะเกือบ 100% การดูแลพื้นที่สำคัญมากๆ เลยครับ ที่เซอร์ไพรส์สุดคือสกลนคร เขต 1 ที่คาดไม่ถึงว่าจะได้ แผนที่เลือกตั้งน่าจะเขียวไปทั่ว (เขียวหมายถึงพรรคกล้าธรรมใช่มั้ยนะ) บางเขตไม่ได้ส่งผู้สมัครเลยก็ยังไม่คาดหวัง

  • ภาคเหนือ: ได้เกือบหมด เหลือ 2 จังหวัด
  • กรุงเทพฯ: สู้กันดุเดือด 1 ค่าย vs 4-5 ค่าย เจ๊งทั้งเพ
  • ภาคตะวันออก: สู้เฉพาะบางจังหวัด
  • สกลนคร เขต 1: คาดไม่ถึง แต่ได้!
ธรรมนัส แถลงข่าว

เย้ยพรรคสีฟ้ากับกระแสใต้ยังไง?

พอถามถึงพรรคสีฟ้า (เดาๆ ว่าน่าจะประชาธิปัตย์) ที่มีคนต่อสายมาร่วมรบ. หรือยัง ร.อ.ธรรมนัส บอกยังไม่มี รอพรรคสีฟ้าต่อสายก่อน เดี๋ยวดูสรุปตัวเลขก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรมาก รอ 80% ก่อน ไม่งั้นเสียเปรียบ ส่วนกระแสใต้ที่บอกว่าปชป.มาแรง แค่ 1-2 เดือนพิสูจน์อะไรไม่ได้หรอก ต้องอยู่ในพื้นที่จริงๆ ถึงรู้ ถูกต้องเลยครับ การเมืองต้อง proof ด้วยผลงาน

ทางการเมืองตอนนี้ทุกพรรคคาดว่ารัฐบาลจะเป็นของใคร จำนวน ส.ส. รัฐบาลสำคัญสุด ร.อ.ธรรมนัส ยังล้อๆ ว่าตอนเช้ากา 42 จังหวัดเป็นกล้าธรรม พูดเล่นๆ แต่ฟังดูมั่นใจนะ เมื่อเช้านี้ทีมเช็กแต่ละจังหวัดอยู่เลย

ภาพแถลงข่าว
ธรรมนัส พรรคกล้าธรรม

วิเคราะห์กันหน่อยนะครับ พรรคกล้าธรรมดูจะมาแรงในภาคเหนือและอีสาน การที่ธรรมนัสเคยเป็นรัฐมนตรีเกษตรช่วยได้เยอะ ผู้สมัครเก่าส่วนใหญ่รอดสบาย ตรงข้ามกับกรุงเทพที่แย่งกันดุเดือด ส่วนใต้ที่ปชป.หวัง ธรรมนัสก็ไม่กลัว บอกกระแสชั่วคราวไม่น่าเชื่อถือ ต้องรอผลจริงๆ การเมืองไทยยุคนี้เปลี่ยนไวมาก ใครได้เก้าอี้เยอะใครกำหนดเกม

ส่วนตัวผมคิดว่า “ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้ แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์พื้นฐานที่แข็งแกร่ง ถ้าพรรคกล้าธรรมได้ตามนี้ จริงๆ รัฐบาลหน้าเปลี่ยนโฉมได้เลย คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย! ติดตามข่าวการเมืองอัพเดท SEO ใหม่ๆ ได้ที่บล็อกนี้เลยครับ อย่าลืมแชร์ถ้าชอบนะ

ที่มา – “ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้

“ไผ่ ลิกค์”เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ลุ้นผลเลือกตั้ง มั่นใจได้ สส. 50 ที่นั่ง

“ไผ่ ลิกค์”เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ลุ้นผลเลือกตั้ง มั่นใจได้ สส. 50 ที่นั่ง หลังจากปิดหีบเลือกตั้งไปแล้ว บรรยากาศที่ทำการพรรคกล้าธรรมคึกคักไปด้วยสื่อมวลชนและผู้สนับสนุนที่มารอผลแบบเรียลไทม์ นายไผ่ ลิกค์ ในฐานะเลขาธิการพรรคและผู้สมัคร ส.ส. กำแพงเพชร เขต 1 เดินทางเข้าที่ทำการพรรคในเวลา 17.18 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทันทีที่เห็นผลโพล เขาก็ยิ้มกว้างและประกาศกลางวงว่า “50 ที่นั่ง” ทำให้ทุกคนตื่นเต้น

“ไผ่ ลิกค์”เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ลุ้นผลเลือกตั้ง มั่นใจได้ สส. 50 ที่นั่ง

แม้ผลโพลบางแห่งจะคาดการณ์ว่าพรรคกล้าธรรมจะได้เพียง 30 ที่นั่ง แต่ “ไผ่ ลิกค์” ก็ยังมั่นใจสุดๆ โดยตอบผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า “มั่นใจ” ก่อนเดินขึ้นอาคารพรรคทันที บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยความหวัง เพราะพรรคนี้ถูกมองว่าเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล แม้จะไม่ใช่พรรคใหญ่ แต่ฐานเสียงที่กระจายทั่วประเทศทำให้มีน้ำหนัก

การเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส และแผนยุทธศาสตร์พรรค

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กำลังเดินทางมาถึงหลัง 18.00 น. เพื่อลุ้นผลร่วมกัน คาดว่าจะมีการแถลงท่าทีในช่วงค่ำ ตั้งแต่บ่าย 3 โมง สื่อมวลชน就开始รุมล้อมที่ทำการพรรคแล้ว เพราะทุกคนรู้ดีว่าผลเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคกล้าธรรมอาจพลิกเกมได้

ก่อนหน้านี้ พรรคมี ส.ส. 26 คนในรัฐบาลสมัยที่แล้ว คราวนี้ตั้งเป้าเพิ่ม โดยดึงอดีต ส.ส. จากหลายพรรคมาร่วม เช่น นางปวีณา หงษ์สกุล และนาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ โดยเฉพาะในภาคเหนือและกรุงเทพฯ ที่คาดว่าจะปักธงได้แน่น

  • ยุทธศาสตร์กระจายผู้สมัคร 350 เขตทั่วประเทศ
  • เป้าหมายหลัก จ.พะเยา 3 เขต, นราธิวาส, ยะลา, ปัตตานี
  • ตั้งเป้า 112 เขต คาดปักธงได้ 35% หรือราว 39 ที่นั่ง
  • หวังสานต่อนโยบายเกษตรในกระทรวงเกษตรฯ

การส่งผู้สมัครแบบนี้แสดงถึงวิสัยทัศน์ของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ต้องการขยายฐานเสียง ท้าชิงกับพรรคใหญ่ๆ พื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะพะเยาที่เป็นฐานบ้านเกิด ก็ถูกให้ความสำคัญสูงสุด หลังลงคะแนนเสร็จ ร.อ.ธรรมนัส เดินทางกลับกรุงเทพฯ เกาะจอรอผลพร้อมครอบครัวและสื่อ

“ไผ่ ลิกค์”เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ลุ้นผลเลือกตั้ง มั่นใจได้ สส. 50 ที่นั่ง ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับพรรค หลังจากโพลเรียลไทม์ยืนยันแนวโน้มดีเยี่ยม แม้บางโพลจะมองต่ำ แต่ทีมงานเชื่อมั่นในกลยุทธ์และฐานเสียงเก่า

นอกจากนี้ พรรคยังเน้นนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน เช่น การพัฒนาเกษตรกรรม สนับสนุนเกษตรกร และแก้ปัญหาในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้ผู้สมัครมีโอกาสสูง การเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยความเข้มข้น พรรคกล้าธรรมจึงไม่พลาดที่จะใช้ทุกโอกาสแสดงศักยภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศโดยรวมอบอุ่น ผู้สนับสนุนมั่นใจว่าจะได้เกินเป้า และพร้อมเจรจาจัดตั้งรัฐบาล หากได้ตามที่คาด สถานการณ์การเมืองไทยอาจเปลี่ยนแปลงไปอีกขั้น

ในมุมมองของเรา “ไผ่ ลิกค์”เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ลุ้นผลเลือกตั้ง มั่นใจได้ สส. 50 ที่นั่ง แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและศรัทธาของทีม หากเป็นจริง พรรคนี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะได้ตามเป้าหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – “ไผ่ ลิกค์”เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ลุ้นผลเลือกตั้ง มั่นใจได้ สส. 50 ที่นั่ง

“ธรรมนัส” อ้อนคนเชียงใหม่ ขอคะแนนให้คนเหนือแท้ ๆ พวกไม่ทำงานอย่าเลือก

“ธรรมนัส” อ้อนคนเชียงใหม่ ขอคะแนนให้คนเหนือแท้ ๆ พวกไม่ทำงานอย่าเลือก นี่คือประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้บุกปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องชาวเหนือให้กับผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคทั้ง 10 เขต ลั่นชัดเจนว่าต้องเลือกคนที่ทำงานจริง ไม่ใช่นักการเมืองที่หาเสียงเก่งแต่ไม่รับใช้ประชาชน

“ธรรมนัส” อ้อนคนเชียงใหม่ ขอคะแนนให้คนเหนือแท้ ๆ พวกไม่ทำงานอย่าเลือก

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.30 น. ณ สนามกีฬากลาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พรรคกล้าธรรมนำทีมโดย ร.อ.ธรรมนัส ที่ยังคงเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นเวทีปราศรัยท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนนับพัน ประชาชนนำผ้าขาวม้า พวงมาลัย ส้ม และขอถ่ายรูปกันแน่นขนัด ก่อนขึ้นเวที ร.อ.ธรรมนัส ยังแวะพบปะพูดคุยกับชาวบ้านอย่างใกล้ชิด แสดงให้เห็นถึงความเป็นกันเองและเข้าใจปัญหาชาวเหนือแท้ๆ

ร.อ.ธรรมนัส เล่าว่า ในวันเดียวกันได้เดินทางไกลกว่า 800 กิโลเมตร จากอำเภอดอยเต่า เชียงดาว มาถึงฝาง เพื่อพบปะประชาชนให้มากที่สุด “การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเลือกผู้แทนที่ทำงานจริง ไม่ใช่เลือกมาเป็นเจ้าคนนายคน” ท่านกล่าวพร้อมยกตัวอย่างนักการเมืองบางคนที่หาเสียงยกมือไหว้ กราบเท้า แต่พอได้เป็น ส.ส. แล้วเรียกไม่เคยหันมอง ไม่แก้ปัญหาให้ชาวบ้าน “คนแบบนี้อย่าเลือกเด็ดขาด”

นโยบายเด่น: แจกคืนที่ดิน ดันโฉนดเกษตรให้ชาวเหนือ

หนึ่งในนโยบายหลักที่ ร.อ.ธรรมนัส เน้นย้ำคือการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน โดยเฉพาะ ส.ป.ก. 4-01 ที่ถูกยึดไปกว่า 6,000 ไร่ในยุครัฐประหาร โดยไม่มีเหตุผล ในสมัยที่ท่านดูแล ได้แจกคืนที่ดินให้เกษตรกรยากจนแบบรายคน ไม่แบ่งแปลงรวม และเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร นอกจากนี้ยังสัญญาจะเปลี่ยนโฉนดครุฑสีเขียวเป็นครุฑสีแดง และแก้ปัญหาที่ดินอยู่อาศัยของกรมธนารักษ์ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ “หลังวันที่ 8 ก.พ. รัฐบาลชุดนี้ยังทำงานต่อ ผมจะลงพื้นที่แก้ให้เรียบร้อย”

  • แจกคืนที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ให้เกษตรกรรายคน
  • เปลี่ยนโฉนดเกษตรครุฑเขียวเป็นครุฑแดง
  • แก้ปัญหาที่ดินอยู่อาศัยไม่มีเอกสาร
  • ดูแลปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

ร.อ.ธรรมนัส ยังย้ำว่า พรรคกล้าธรรม เบอร์ 42 คือของใหม่ที่พร้อมสานต่อผลงานตั้งแต่ปี 2562 มาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการช่วยเหลือชาวเชียงใหม่ “ของดีแบบนี้จะเอาไหม? เลือกคนเหนือแท้ๆ ไปบริหารบ้านเมือง เอาไปแทนชาวบ้านและเกษตรกร” ท่านถามประชาชนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หากเลือกผู้สมัครพรรคกล้าธรรมในอำเภอฝาง แม่อาย ไชยปราการ “เราคือขี้ข้าของประชาชน ชาวบ้านผิดหรือถูก ถือว่าประชาชนถูกไว้ก่อน”

การปราศรัยครั้งนี้ไม่เพียงจุดประกายความหวังให้ชาวเชียงใหม่ แต่ยังสะท้อนถึงความจำเป็นในการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่ประชาชนต้องฉลาดเลือกคนทำงานจริง ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู นโยบายที่ดินและเกษตรของ ร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นจุดขายสำคัญที่ตอบโจทย์เกษตรกรภาคเหนือ ซึ่งเป็นฐานเสียงหลัก

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่ประชาชนตื่นตัวมากขึ้น การเรียกร้องคนเหนือแท้ๆ ที่เข้าใจปัญหาท้องถิ่นคือกุญแจสำคัญ หากคุณเป็นชาวเชียงใหม่หรือสนใจการเมือง อย่าลืมติดตามและแชร์ข้อมูลนี้ เพื่อให้เสียงของพี่น้องเกษตรกรดังถึงสภา วันที่ 8 ก.พ. นี้ เลือกพรรคกล้าธรรม เบอร์ 42 เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน!

ที่มา – “ธรรมนัส” อ้อนคนเชียงใหม่ ขอคะแนนให้คนเหนือแท้ ๆ พวกไม่ทำงานอย่าเลือก

“กล้าธรรม” ขอปักธงเขียวปทุม “บิ๊กแจ๊ส” พูดจริง

“กล้าธรรม” ขอปักธงเขียวปทุม-“บิ๊กแจ๊ส” ลั่นไม่โกรธคนพาดพิง แต่ขอพูดความจริง เป็นหัวข้อที่กำลังร้อนแรงในแวดวงการเมืองปทุมธานีเลยครับ เมื่อพรรคกล้าธรรมยกทัพใหญ่บุกปราศรัยหาเสียงที่ลานตลาดกินซ่า ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เรียกคนมาร่วมฟังเพียบ เพื่อขอคะแนนปักธงเขียวทั้งจังหวัด!

“กล้าธรรม” ขอปักธงเขียวปทุม-“บิ๊กแจ๊ส” ลั่นไม่โกรธคนพาดพิง แต่ขอพูดความจริง

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือ 2569 ตามข่าว) เวลา 18.30 น. บรรยากาศคึกคักมาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกฯ, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค, และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจาง (บิ๊กแจ๊ส) นายก อบจ.ปทุมธานี ร่วมเวทีปราศรัยให้ผู้สมัคร ส.ส. ปทุมธานี 5 เขตของพรรคกล้าธรรม พวกเขามาเพื่อแก้ปัญหาจริงจังของชาวปทุม ไม่ว่าจะน้ำท่วม จราจรติดขัด หรือเศรษฐกิจปากท้อง

ผู้สมัคร ส.ส. พรรคกล้าธรรม เขตปทุมธานี

  • เขต 1: นายนพพร ขาวขำ เบอร์ 2
  • เขต 2: นายชัยอนันต์ สิริเบญสานนท์ เบอร์ 9
  • เขต 4: นายชยุต สินพูนภักดิ์ เบอร์ 7
  • เขต 5: นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ เบอร์ 8
  • เขต 6: นางสาวพัชร์ชิสา พชิระธารีรัตน์ เบอร์ 4

นางนฤมล กล่าวอย่างหนักแน่นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อของชาติ พรรคกล้าธรรมยึดหลักการเมืองสุจริต ไม่โจมตีกัน แต่เสนอทางออกจริง เช่น แก้ปากท้องประชาชนให้ยั่งยืน

กล้าธรรม ขอปักธงเขียวปทุม บิ๊กแจ๊ส ลั่นไม่โกรธคนพาดพิง แต่ขอพูดความจริง

ร.อ.ธรรมนัส ชูวิชันแก้ปัญหาโครงสร้างปทุมธานี

ร.อ.ธรรมนัส ชี้ปัญหาหลักของปทุมฯ คือ น้ำท่วมซ้ำซาก น้ำแล้ง จราจร และการเชื่อมโยงหน่วยงานรัฐ-ท้องถิ่นที่ล้มเหลว พรรคจะแก้แบบบูรณาการ ใช้จุดแข็งทำงานท้องถิ่นจริง ประสานงบฯ เร็ว แก้ระบบระบายน้ำ ถนนเชื่อมชุมชน

“เป้าหมายของพรรคกล้าธรรมไม่ใช่แค่ชนะเลือกตั้ง แต่ยกระดับชีวิตชาวปทุมทั้งจังหวัด ให้มีเศรษฐกิจแข็ง พื้นฐานดี การบริหารตอบโจทย์ประชาชน”

ธรรมนัส ปราศรัยปทุมธานี พรรคกล้าธรรม

“บิ๊กแจ๊ส” ชี้แจงดราม่าพาดพิงแบบไม่ถือสา

บิ๊กแจ๊สขึ้นเวทีซัดกลับคนพาดพิงจากเวทีอื่น โดยเฉพาะนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่เคยสนิทแต่ตอนนี้พูดจาแบบนั้น “ไม่โกรธ แต่ขอพูดความจริงต่อพี่น้องประชาชน” เขาย้ำมิตรภาพสำคัญ การเมืองควรแข่งผลงาน

กรณี เชตวัน เตือประโคน พาดพิงเรื่องที่ดินกองทัพอากาศสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ บิ๊กแจ๊สชี้ เป็นแนวคิดขอใช้บางส่วนทำศูนย์การแพทย์ปฐมภูมิ คูคต-รังสิต เริ่มก่อนเชตวันเป็น ส.ส. เพื่อสุขภาพชุมชนหนาแน่น ยกเอกสารยืนยัน เกิดช่วงโควิด

ยังยกตัวอย่างวิกฤตน้ำท่วมปทุม บิ๊กแจ๊สทำงานแข่งเวลา ประสานหน่วยงาน และร.อ.ธรรมนัสช่วยเรียกทุกฝ่ายหารือกับ กทม. จนลดผลกระทบได้ แสดงถึงลงมือทำจริง

บิ๊กแจ๊ส ชี้แจงปทุมธานี กล้าธรรม

ธรรมนัส มั่นใจปักธงเขียวปทุม ย้ำคนไทยรักชาติ

หลังเวที ร.อ.ธรรมนัส มั่นใจพรรคปักธงปทุมได้ จะร่วมบิ๊กแจ๊สแก้โจทย์น้ำท่วม น้ำแล้ง คูคลอง จุดแข็งคือเชื่อมชาติ-ท้องถิ่น ผลักดันงบฯ เร็ว พัฒนายั่งยืน

ถามวาทกรรมรักชาติ ตอบ “คนไทยทุกคนรักชาติ ศาสนา กษัตริย์ ยกเว้นคนคิดร้ายแผ่นดิน”

ธรรมนัส สัมภาษณ์หลังปราศรัยปทุม

บิ๊กแจ๊สย้ำ เข้าร่วมพรรคเพราะธรรมนัสช่วยจริงช่วงโควิด น้ำท่วม ไม่มี ส.ส.พรรคอื่นช่วย วางแผนป้องกันไม่ใช่เยียวยา ปทุมก้าวกระโดด ส.ส.เพิ่มจาก 7 เป็น 8 เขต ประชากรเพิ่ม ปัญหาต้องแก้ใหญ่ ร่วมธรรมนัสพัฒนาได้แน่

บิ๊กแจ๊ส ปทุมธานี พรรคกล้าธรรม
ภาพปราศรัยกล้าธรรม ปทุม
เวทีหาเสียงปทุมธานี

เห็นไหมครับว่า “กล้าธรรม” ขอปักธงเขียวปทุม-“บิ๊กแจ๊ส” ลั่นไม่โกรธคนพาดพิง แต่ขอพูดความจริง นี่คือการเมืองที่เน้นผลงานจริง ชาวปทุมพร้อมสนับสนุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าไหม? มาลงคะแนนให้ผู้สมัครกล้าธรรมกันเถอะ จะได้แก้ปัญหาน้ำท่วม จราจร เศรษฐกิจได้จริง!

ที่มา – “กล้าธรรม” ขอปักธงเขียวปทุม-“บิ๊กแจ๊ส” ลั่นไม่โกรธคนพาดพิง แต่ขอพูดความจริง

Scroll to top