ธรรมาภิบาลไทย

จุติหนุนไทยเข้า OECD ล้างภาพเมืองหลวงธุรกิจสีเทา

ในยุคที่การแข่งขันทางเศรษฐกิจโลกทวีความรุนแรง การก้าวไปสู่เวทีระดับนานาชาติคือหัวใจสำคัญ ล่าสุด นายจุติ ไกรฤกษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลังฯ ได้ออกมาแสดงวิสัยทัศน์สนับสนุนให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD โดยเชื่อว่านี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่จะช่วย จุติหนุนไทยเข้า OECD ล้างภาพเมืองหลวงธุรกิจสีเทา และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติได้อย่างยั่งยืน

เหตุผลสำคัญที่จุติหนุนไทยเข้า OECD ล้างภาพเมืองหลวงธุรกิจสีเทา

การเข้าเป็นสมาชิก OECD ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องของการปรับมาตรฐานธรรมาภิบาลให้โปร่งใส ซึ่งนายจุติมองว่า การที่เราตั้งเป้ายื่นสมัครภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 จะเป็นแรงผลักดันให้เราต้องปฏิรูปโครงสร้างประเทศอย่างจริงจัง ประโยชน์ที่จะได้รับนั้นครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ ไปจนถึงการกำจัดปัญหาคอร์รัปชันและยาเสพติดที่กัดกินสังคมไทยมานาน

โอกาสทองในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน

เมื่อประเทศไทยสามารถ จุติหนุนไทยเข้า OECD ล้างภาพเมืองหลวงธุรกิจสีเทา ได้สำเร็จ สิ่งที่จะตามมาคือความเชื่อมั่นที่เพิ่มสูงขึ้น หากตลาดทุนไทยมีความสะอาด โปร่งใส และมีมาตรฐานสากล เม็ดเงินมหาศาลจากนักลงทุนทั่วโลกจะไหลเข้าสู่ไทยผ่านตลาดหุ้นกู้และภาคธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันมูลค่าหุ้นกู้สะสมของไทยสูงถึง 18 ล้านล้านบาท ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและสร้างโอกาสงานให้คนไทยได้มหาศาล

  • ยกระดับธรรมาภิบาลในองค์กรภาครัฐและเอกชน
  • ล้างมลทินชื่อเสียงเมืองหลวงธุรกิจสีเทา ให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโปร่งใส
  • เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับโลก

ในมุมมองของฝ่ายนิติบัญญัติ ทางคณะกรรมาธิการจะทำหน้าที่ตรวจสอบและสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้การผลักดันครั้งนี้เห็นผลเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การทำเพื่อฟอกตัว แต่เป็นการสร้างรากฐานให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ต่ำอย่างแท้จริง การเข้าสู่ OECD คือการตัดสินใจที่กล้าหาญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของคนไทยทุกคน หากรัฐบาลทำสำเร็จ ไทยจะเป็นหมุดหมายใหม่ที่ปลอดภัยและเติบโตในสายตานักลงทุน

ที่มา – “จุติ” หนุนรัฐดันไทยเข้า OECD ล้างภาพเมืองหลวงธุรกิจสีเทา ดึงความเชื่อมั่นนักลงทุน

ทวีซัดรัฐบาลอนุทิน จัด MotoGP: เอื้อพวกพ้อง?

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอนุทินอย่างหนัก เรื่องการใช้งบประมาณจัด MotoGP โดยมองว่าเป็นการเอื้อพวกพ้องและสร้างหนี้สินให้กับประเทศชาติ ประเด็นนี้กำลังเป็นที่จับตามองและสร้างความไม่พอใจให้กับหลายฝ่าย

“ทวี” ซัดรัฐบาลอนุทิน ใช้อำนาจรัฐเอื้อพวกพ้อง ทิ้งมรดกหนี้เกือบ 4 พันล้านบาท จัด MotoGP 5 ปี

พ.ต.อ.ทวี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุถึงการอนุมัติงบประมาณล่วงหน้าเกือบ 4 พันล้านบาท เพื่อใช้ในการจัด MotoGP ระหว่างปี 2570-2574 โดยตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณครั้งนี้

“การที่รัฐบาลอนุมัติงบประมาณจำนวนมหาศาลเช่นนี้ ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ย่อมเป็นที่น่าสงสัยว่ามีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวียังตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงระหว่างผู้บริหารสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน กับนักการเมืองบางกลุ่ม โดยระบุว่าอาจมีการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง

ประเด็นสำคัญที่ พ.ต.อ.ทวีหยิบยกขึ้นมาคือ การที่รัฐบาลต้องจ่ายค่าภาษีสูงถึง 780 ล้านบาทแทนบริษัทเอกชน ซึ่งถือเป็นการใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างไม่สมเหตุสมผล

ประเด็น “ทวี” ซัดรัฐบาลอนุทิน ใช้อำนาจรัฐเอื้อพวกพ้อง ทิ้งมรดกหนี้เกือบ 4 พันล้านบาท จัด MotoGP 5 ปี มีอะไรบ้าง?

  • การอนุมัติงบประมาณล่วงหน้าเกือบ 4 พันล้านบาทเพื่อจัด MotoGP
  • ข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสและความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ
  • ความเชื่อมโยงระหว่างผู้บริหารสนามแข่งกับนักการเมือง
  • การที่รัฐต้องจ่ายค่าภาษีแทนบริษัทเอกชน

พ.ต.อ.ทวี ยังได้เปรียบเทียบการอนุมัติงบประมาณในแต่ละยุคสมัย โดยชี้ให้เห็นว่าในสมัยรัฐบาลปัจจุบัน งบประมาณที่ใช้ในการจัด MotoGP เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

“การที่งบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า แสดงให้เห็นว่าโมเดลธุรกิจนี้อาจไม่ยั่งยืน และรัฐต้องเข้ามาอุ้มงบประมาณแทบทั้งหมด” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวียังแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์ความยากจนในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน โดยระบุว่าการใช้งบประมาณจำนวนมากในการจัดกิจกรรมดังกล่าว ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาความยากจน แต่กลับตอกย้ำความเหลื่อมล้ำในสังคม

“การที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณเกือบ 4 พันล้านบาทเพื่อจัด MotoGP ในขณะที่ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยากจนและขาดโอกาสทางการศึกษา ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

พ.ต.อ.ทวี ยังได้ชี้ให้เห็นว่าการใช้งบประมาณในลักษณะนี้ เป็นการดึงเงินในอนาคตมาใช้ และสร้างภาระให้กับคนรุ่นหลัง

“การที่รัฐบาลนำเงินในอนาคตมาใช้เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่เชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจ เป็นการกระทำที่ไม่รับผิดชอบ และจะส่งผลเสียต่อประเทศชาติในระยะยาว” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

การออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของ พ.ต.อ.ทวี ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับความเหมาะสมในการใช้งบประมาณของรัฐบาล หลายฝ่ายเห็นด้วยกับ พ.ต.อ.ทวี และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างละเอียด

อย่างไรก็ตาม ก็มีบางฝ่ายที่ออกมาปกป้องการกระทำของรัฐบาล โดยอ้างว่าการจัด MotoGP จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับประเทศ

ไม่ว่าความคิดเห็นของแต่ละฝ่ายจะเป็นอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงความสำคัญของการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใสและคุ้มค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน

ประเด็นที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หยิบยกขึ้นมานั้น ถือเป็นเรื่องที่สังคมควรให้ความสนใจและร่วมกันตรวจสอบ เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

การออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของ พ.ต.อ.ทวีในครั้งนี้ ถือเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ

เรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อไป และหวังว่ารัฐบาลจะรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย และนำไปปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนรวม

ในท้ายที่สุดแล้ว การใช้งบประมาณของรัฐบาลควรเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ การอนุมัติโครงการต่างๆ ควรพิจารณาถึงความคุ้มค่าและความจำเป็นอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันและการใช้งบประมาณอย่างไม่เหมาะสม

“ทวี” ซัดรัฐบาลอนุทิน ใช้อำนาจรัฐเอื้อพวกพ้อง ทิ้งมรดกหนี้เกือบ 4 พันล้านบาท จัด MotoGP 5 ปี เป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และหวังว่าทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคมไทย

ที่มา – “ทวี” ซัดรัฐบาลอนุทิน ใช้อำนาจรัฐเอื้อพวกพ้อง ทิ้งมรดกหนี้เกือบ 4 พันล้านบาท จัด MotoGP 5 ปี

Scroll to top